แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 2 วาเซียแมวดำตัวน้อย
บทที่ 2 วาเซียแมวดำตัวน้อย
แมวดำตัวน้อยคาบหนังสือกระโดดขึ้นเตียงคนไข้อย่างคล่องแคล่ว มันเดินไปนั่งข้างหมอน วางหนังสือลงแล้วยื่นอุ้งเท้าออกมาตบหน้าหนิงหนิงเบา ๆ
แมวน้อยเอ่ยปากพูดขึ้นมา “หนิงหนิงตื่นได้แล้ว ฉันเพิ่งเห็นเรื่องน่าสนใจมา”
น้ำเสียงของแมวดำตัวน้อยฟังดูเหมือนเด็กหนุ่มวัยสิบสี่สิบห้าปี ใสกังวาน และไพเราะ
แต่ทว่า เมื่อเสียงนั้นดังออกมาจากปากของแมวตัวหนึ่ง มันช่างดูประหลาดอยู่สักหน่อย
หนิงหนิงลุกขึ้นนั่งหยิบหนังสือที่แมวดำตัวน้อยนำมาให้
“รวมบทกวีสมัยราชวงศ์ถังสามร้อยบท”
หนังสือค่อนข้างเก่า หน้าปกก็มีคราบสกปรกอยู่บ้าง
แมวดำตัวน้อยบ่นว่า “ฉันหาตั้งนาน ดูสิขนเลอะหมดแล้ว”
หนิงหนิงลูบกำไลข้อมือ หัวงูสีเงินพลันขยับและขยายใหญ่ขึ้น มันอ้าปากแลบลิ้น กลืนหนังสือเล่มนั้นเข้าไปในคำเดียว จากนั้นก็หดเล็กลงกลายเป็นกำไลเหมือนเดิม
เก็บหนังสือไว้ รอดูตอนกลางคืน
“วาเซีย”
แมวดำตัวน้อยตบเบา ๆ ที่ตัวเธอ พูดอย่างจริงจัง “อย่าเรียกฉันว่าวาเซีย เรียกฉันว่าเซียเซียสิ ชื่อนี้ฟังดูเหมือนชื่อแมวตัวน้อยมากกว่า”
หนิงหนิงตอบเรียบ ๆ “นายไม่ใช่แมว นายคือปีศาจ”
วาเซียเอาอุ้งเท้าทั้งสี่ข้างย่ำบนผ้าห่มนุ่ม ๆ “ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ฉันเจอเรื่องน่าสนใจระหว่างทางกลับมา
ข่าวดีคือมีอุบัติเหตุรถชน ข่าวร้ายคือมันเกิดใกล้โรงพยาบาลนี่แหละ คนขับที่ประสบอุบัติเหตุถูกส่งมารักษาทันที ไม่มีใครตาย น่าเสียดายจริง ๆ”
หนิงหนิงพยักหน้าอย่างเย็นชา “น่าเสียดายจริง ๆ นั่นแหละ”
วาเซียนอนลงบนหมอน กลิ้งตัวอย่างสบายใจ “เธอไม่ได้ฆ่าเขาทันทีเลยเหรอ”
หนิงหนิงยกมือลูบขนมันเบา ๆ ขนนุ่มและให้ความรู้สึกสบายมาก “โลกนี้มีกฎหมายห้ามฆ่าคนตามใจชอบ”
วาเซียเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพึมพำ “…เธอปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้ดีนี่”
หนิงหนิงหันมายิ้มบาง “ภาษาจีนของนายก็ใช้ได้นะ ใช้สำนวนสุภาษิตได้ดีด้วย”
“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันออกไปเรียนรู้ทุกวัน ถึงจะสู้เธอไม่ได้แต่ฉันก็เป็นปีศาจนะ”
แมวดำตัวน้อยพูดอย่างภาคภูมิใจ มันกลิ้งตัวไปมาแล้วลุกขึ้นนั่งทันที
“วันนี้ฉันเห็นน้องชายของเธอด้วยนะ”
หนิงหนิงตอบทันควัน “เขาไม่ใช่น้องชายของฉัน”
ร่างเดิมยังมีน้องชายฝาแฝดชื่อ หนิงเหนียน
หนิงเหนียนไม่ได้เจอเรื่องไม่คาดฝันอะไร เขาเติบโตมากับพ่อแม่แท้ ๆ ตั้งแต่เด็ก ตอนอายุสามขวบพ่อของเขาเสียชีวิต แม่แต่งงานใหม่ตอนเขาอายุแปดขวบ หลังจากแต่งงานได้สองปีแม่ก็เสียชีวิต หลังจากนั้นพ่อเลี้ยงก็แต่งงานใหม่
พ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงคู่นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับร่างเดิมเลย ทั้งสองได้ประกาศว่าจะไม่ยอมรับหนิงหนิง และตัดความสัมพันธ์กับเธอตั้งแต่ตอนที่ร่างเดิมผลักลูกสาวแท้ ๆ ของเขาลงน้ำแล้ว
ตอนนี้ เธอมีเพียงน้องชายคนเดียวเท่านั้นที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดโดยตรง
หนิงเหนียนเป็นไอดอล เป็นสมาชิกวงไอดอลชื่อดัง i.z.t
ร่างเดิมกับหนิงเหนียนหน้าตาเหมือนกันมาก ทั้งคู่ต่างหน้าตาดีและเข้าวงการในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จึงมักถูกพูดถึงพร้อมกันบ่อย ๆ
และก็เพราะหน้าตาทั้งสองคล้ายกันเกินไป คนบางกลุ่มจึงเริ่มสงสัยและด้วยความบังเอิญ จึงทำให้ความลับเรื่องการสลับตัวลูกสาวถูกเปิดเผยออกมา
เรื่องทั้งหมดนี้ เธอได้ยินมาจากปากของวาเซีย
วาเซียในฐานะปีศาจ มันมีความสนใจในเรื่องซุบซิบนินทา
มันไม่เหมือนกับเธอ แม้จะเกิดมาจากความมืดเหมือนกันแต่วาเซียไม่ได้รังเกียจแสงอาทิตย์
ทุกวันมันจะออกไปเดินเที่ยว เมื่อได้ยินเรื่องน่าสนใจก็จะกลับมาเล่าให้เธอฟัง
ด้วยความช่วยเหลือของมัน หนิงหนิงจึงเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายนี้อย่างรวดเร็วและได้รู้จักสิ่งใหม่ ๆ มากมาย
อย่างเช่น ดารา โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ รายการประกวดร้องเพลง แฟนคลับ…
ตอนนี้วาเซียกลายเป็นแฟนคลับอาวุโสในวงการไปแล้ว
“สิ่งที่พูดกันในอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องจริง เขาดูเหมือนจะไม่เป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ ฉันเห็นแฟนคลับขว้างปาของใส่เขาต่อหน้า แล้วเรียกร้องให้เขาออกจากวง”
หนิงเหนียนเดบิวต์ด้วยการแทรกเข้ามาในวง i.z.t แทนที่นักร้องที่มาจากรายการประกวดที่มีแฟนคลับมากมาย ประกอบกับความสามารถที่เห็นได้ชัดว่าไม่ดีพอ ทำให้โดนด่าตั้งแต่เดบิวต์ คำว่า ‘ลูกคนรวย’ ถูกใช้ด่าเขามาจนถึงทุกวันนี้
ต่อมาความสามารถของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงวิจารณ์ในแง่ลบจึงลดน้อยลงบ้าง
ในช่วงหลังมานี้ มีข่าวออกมาว่าเขาอารมณ์ร้าย วางมาด กลายเป็นศิลปินระดับท็อปที่มีทั้งคนรักและคนเกลียด มีประเด็นและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไม่ขาดสาย
ในแง่นี้ ร่างเดิมกับหนิงเหนียนดูเหมือนพี่น้องแท้ ๆ กันจริง ๆ
เธอเผชิญเรื่องวุ่นวายมาตลอดตั้งแต่เริ่มเข้าวงการ
ไม่ก็โดนนักแสดงหญิงในกองถ่ายเดียวกันข่มให้หมองไป หรือไม่ก็โดนแฟนคลับของนักแสดงชายด่า
มีข้อถกเถียงมาตลอดว่าเธออาศัยฐานะทางบ้านซื้อบทบาท ใช้อำนาจรังแกคนอื่นและแย่งบท
วาเซียกระโดดขึ้นมาบนขาของเธอนอนหงายท้องแล้วพูดว่า “ฉันเห็นหน้าผากของเขาโดนหินทำให้เลือดออก น่าสงสารจัง จะช่วยเขาดีไหม? เหมือนกับที่เคยช่วยยูริน้องชายสุดที่รักของเธอไงล่ะ เจ้าหญิง?”
สีหน้าที่งงงวยของหนิงหนิงทำให้วาเซียรู้สึกสนุก มันหัวเราะชอบใจ
ปีศาจก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่รู้สึกผิดเลยสักนิดที่แกะแผลเก่าของคนอื่น
‘ยูริ’
ความทรงจำที่ถูกซ่อนเอาไว้อย่างตั้งใจ ถูกวาเซียจงใจพูดถึงขึ้นมา
โลกใบนี้ช่างงดงามเกินไปเมื่อเทียบกับจักรวรรดิโนซามาน
เธอลืมไปหมดแล้ว เธอไม่ใช่หนิงหนิง เธอคือไอย์หนิง
สาเหตุที่เธอมาอยู่ในโลกใบนี้
เพราะน้องชายที่เธอรักและทะนุถนอม เป็นคนมัดเธอไว้กับไม้กางเขนด้วยมือของเขาเอง
ตะปูสิบสามอันก็เป็นเขาที่ค่อย ๆ ตอกมันเข้าไปในร่างกายของเธอทีละอัน ความเจ็บปวดราวกับหัวใจจะแตกสลาย เลือดสีแดงสดย้อมใบหญ้าสีเขียวจนกลายเป็นสีแดง
ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนจะหลับตาลง
เป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและสะใจของยูริ
เธอไม่อยากนึกถึงมันเลย ทุกครั้งที่นึกถึงความเจ็บปวดราวกับหัวใจจะแตกสลายก็กลับมาอีกครั้ง
“ไปช่วยเขาเองสิ” หนิงหนิงรู้สึกโมโหนิด ๆ จึงโยนวาเซียลงจากเตียง
“ใจร้าย”
วาเซียสะบัดหางแล้วเดินจากไปอย่างหงุดหงิด
มันเพิ่งจะออกไป พยาบาลที่มาตรวจเวรวันนี้ก็มาถึงพอดี
พยาบาลชื่อหลินเค่อ
หนิงหนิงนอนโรงพยาบาลโดยไม่มีใครดูแล ไม่มีใครซื้อข้าวให้เธอ
เธอไม่มีเงินจ้างพยาบาลพิเศษ และจ้าวเฉิงหยวนก็ไม่สนใจดูแลเธอ
เธออยู่คนเดียวมาตลอด หลินเค่อพยาบาลเวรสังเกตเห็นว่าเธอไม่ได้กินข้าวมาทั้งวัน เห็นแล้วทนไม่ได้จึงคอยช่วยดูแลเธอ ซื้อข้าวมาให้และคอยเตือนให้เธอกินข้าว
หลินเค่ออายุยังน้อย เพิ่งทำงานได้ไม่นาน
เมื่อเธอเดินเข้ามา หนิงหนิงยังไม่ได้นอนเธอนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย
เธอสวมชุดผู้ป่วยสีขาวปล่อยผมยาวสยาย ห้องผู้ป่วยก็ค่อนข้างมืด
หลินเค่อกุมหน้าอกตัวเอง “คุณทำฉันตกใจหมดเลย”
หลังจากตรวจร่างกายให้หนิงหนิงตามปกติแล้ว หลินเค่อพูดว่า “คุณอาการดีขึ้นมากเลยนะคะ”
หนิงหนิงจ้องมองเธอ ที่บริเวณหัวใจของเธอมีเงาดำก้อนหนึ่ง
เงาแห่งความตาย
เมื่อเทียบกับเมื่อไม่กี่วันก่อน เงานั้นดำขึ้นและหนาแน่นขึ้น
พยาบาลคนนี้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด วันนี้ก็คงต้องตาย
หลินเค่อก้มลงมองเสื้อผ้าของตัวเอง
วันนี้ก็ไม่ได้เปื้อนอะไรนี่นา
ไม่กี่วันมานี้ ทุกครั้งที่เธอเข้ามาหนิงหนิงมักจะจ้องมองที่หน้าอกของเธอ
หลินเค่อทนไม่ไหวจึงถามขึ้น “มีอะไรเหรอคะ?”
หนิงหนิง “ไม่มีอะไร”
หลินเค่อตกใจ “คุณพูดได้ด้วยเหรอ”
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนแล้ว เธอไม่เคยพูดอะไรสักคำ
เธอตั้งใจว่าจะพาเด็กคนนี้ไปเอกซเรย์ดูว่าเส้นเสียงมีปัญหาหรือเปล่า
ตอนนี้ปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว
“รอฉันแป๊บนึงนะ ฉันจะไปตักข้าวให้” หลินเค่อพูด
เธอเดินออกไป สักพักก็กลับมาพร้อมซาลาเปาหลายลูกและโจ๊กหนึ่งชาม
เธอวางอาหารลงบนโต๊ะ
ซาลาเปาเพิ่งออกจากหม้อได้ไม่นาน ยังมีไอร้อนลอยขึ้นมา กลิ่นหอมของโจ๊กลอยเข้าจมูก
หนิงหนิงไม่ขยับตัว
“จะกินทีหลังเหรอ?” หลินเค่อถาม
หนิงหนิงพยักหน้า
เดี๋ยวทุกอย่างจะเข้าไปอยู่ในท้องของวาเซีย
เธอไม่จำเป็นต้องกินอาหาร
วาเซียชอบอาหารในโลกนี้มาก ทุกครั้งจะกินจนหมดเกลี้ยง
และชอบแสดงท่าทีดูถูกต่อพฤติกรรมที่ไม่รู้จักของดีของเธอ
หลินเค่อตรวจห้องผู้ป่วยอีกรอบ
ก่อนจะจากไป เธอยิ้มและกำชับหนิงหนิง “ถ้ามีอะไร ก็เรียกฉันนะคะ”
หนิงหนิงเรียกเธอไว้ “ขอบคุณที่คอยดูแลฉันมาหลายวันนี้ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ คุณส่งลูกแก้วคริสตัลมาให้ฉันได้ไหม?”
หลินเค่อทำหน้าสงสัย
เธอครุ่นคิดถึงประโยคของหนิงหนิง แต่ก็ไม่เข้าใจว่ามันมีเหตุผลตรงไหน
เธอรู้สึกโมโหเล็กน้อย “ทำไมฉันต้องให้ลูกแก้วคริสตัลกับคุณด้วย?”
หนิงหนิงพูดอย่างช้า ๆ ว่า “นี่คือค่าตอบแทน”
หลินเค่ออึ้งจนพูดไม่ออก