แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 23 ถูกด่ากว่าพันข้อความ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 23 ถูกด่ากว่าพันข้อความ
บทที่ 23 ถูกด่ากว่าพันข้อความ
จี๋ไหลมองหน้าจินเฉียนตัวแล้วพูดว่า “เราเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว พวกเราจะสืบสวนให้กระจ่าง ถ้าสิ่งที่พวกคุณพูดเป็นความจริง เราจะช่วยเรียกเงินคืนให้”
จินเฉียนตัวมีท่าทีประหลาดใจ “ยังสามารถเรียกเงินคืนได้อีกเหรอครับ?”
“ในเมื่อมีหลักฐานชัดเจน ทำไมจะเรียกคืนไม่ได้ล่ะ?” จี๋ไหลถาม
จินเฉียนตัวถูกคำถามนี้ เขาถึงกับพูดไม่ออก
จี๋ไหลอดไม่ได้จึงพูดเสริมว่า “หน่วยสืบสวนพิเศษไม่ได้ไร้ประโยชน์อย่างที่พูดกันในอินเทอร์เน็ตหรอก คุณสามารถแจ้งความได้ เราไม่คิดค่าบริการ”
ครอบครัวตระกูลจินทั้งสามคนรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
คนที่ไม่ยอมแจ้งตำรวจแม้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นคือใครกันนะ อ้อ ก็พวกเขาเองไง
หลิวเอ้อร์ที่อยู่ชั้นบนก็ถูกพาตัวลงมา และถูกมัดด้วยลูกประคำเช่นกัน
จี๋ไหลขมวดคิ้ว “บวมขนาดนี้ ตายเพราะการต่อสู้สินะ?”
ถังถัง…
หลิวเอ้อร์ร้องครวญคราง เขาเงยหน้าขึ้นหางตาเหลือบไปเห็นหนิงหนิง
หนิงหนิงนั่งอยู่บนโซฟา กำลังลูบไล้วาเซียอยู่
เมื่อเขาเห็นซานอู่ที่นอนสลบอยู่บนพื้น อารมณ์ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที “เร็ว! พาฉันไปจากที่นี่เร็ว! ฉันจะสารภาพทุกอย่าง จ้าวฉี่หมิงเป็นคนส่งฉันมา”
จี๋ไหลเลิกคิ้วขึ้น “เงินของพวกคุณ คงจะได้คืนในเร็ว ๆ นี้”
จินเฉียนตัวแสดงความกังวล “พวกเราจะโดนตระกูลจ้าวแก้แค้นไหมครับ?”
“แน่นอนครับ” โจวเฉิงซื่อตอบออกมาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เซี่ยลี่เฟินรู้สึกกังวล “แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?”
จี๋ไหลถอดเชือกสีแดงที่พันอยู่บนอินทรธนูออก
“เชือกเส้นนี้ เมื่อกลับไปให้ใช้กรรไกรตัดมัน แล้วทำพู่เป็นห่วงผูกไว้ที่ข้อมือหรือพกติดตัวไว้ จะต้องพกติดตัวไว้ตลอดมันสามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายและป้องกันเคราะห์ร้ายรวมถึงป้องกันวิชามืดทั้งหมดได้”
จินเฉียนตัวลังเลเล็กน้อย “ของสิ่งนี้จะดีขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”
โจวเฉิงซื่อยื่นเชือกแดงให้เขา “สำนักเซียนไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่พวกคุณคิดหรอกครับ”
คำพูดที่ออกมาจากปากเขา ทำให้รู้สึกน่าเชื่อถือมาก
จินเฉียนตัวถาม “อันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?”
จี๋ไหลตอบ “ไม่ต้องเสียเงิน”
จินซุ่ยตกใจเธอล้วงถุงยันต์จำนวนมากออกมาจากกระเป๋า “อันนี้แผ่นนึงราคาแสนหยวนเลยนะ”
จี๋ไหลยิ้ม “อืม พวกเราไม่เอาเงินครับ”
จินซุ่ยเอามือปิดหน้า
อ๊าาาา รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นตู้เอทีเอ็มมากขึ้นเรื่อย ๆ
จี๋ไหลจูงผีทั้งสองตัวไว้ “ไปกันเถอะ”
เดินไปถึงบริเวณทางเลี้ยวหน้าทางเข้า
โจวเฉิงซื่อก็หันกลับไปมอง หนิงหนิงก็กำลังจ้องเขาอยู่เช่นกัน
สายตาของทั้งสองสบกัน สองวินาทีต่อมาโจวเฉิงซื่อก็เลี้ยวเข้าไปในทางเข้า
จับผีขังไว้ในเบาะหลังรถ
จี๋ไหลหัวเราะ “คราวนี้จับได้คาหนังคาเขาเลยนะ ดูซิว่าตระกูลจ้าวจะปฏิเสธยังไง”
“จ้าวฉี่หมิงเป็นทายาทคนต่อไปของตระกูลจ้าว ทางตระกูลจ้าวคงจะหาแพะรับบาปมาแทนอยู่แล้ว” โจวเฉิงซื่อกล่าว
รอยยิ้มของจี๋ไหลจางลง “ฉันรู้ ดังนั้นฉันจะพยายามทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจให้มากที่สุด”
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สำนักเซียนได้ทั้งเงินและชื่อเสียง
ส่วนหน่วยสืบสวนพิเศษนั้น ยิ่งนานวันก็ยิ่งต้องอยู่อย่างอัดอั้นตันใจ
จนกระทั่งเรื่องที่โรงพยาบาลเมื่อไม่นานมานี้ จี๋ไหลรู้สึกสะใจมากเขานึกถึงทีไรก็อดยิ้มไม่ได้
ตระกูลจี๋โดนตระกูลลู่ตบหน้าเต็ม ๆ
จี๋หยวนซานดูถูกความสามารถของหน่วยสืบสวนพิเศษ และประกาศว่าจะรอรับโทรศัพท์ขอโทษจากตระกูลลู่ที่บ้าน
ลู่จีอันเติบโตมาข้างกายท่านโจว เขาเป็นเหมือนลูกศิษย์ครึ่งตัวของท่าน
เพราะได้รับอิทธิพลมาจากท่านโจว เขาจึงไม่เคยเกรงใจกับพวกนักพรตที่ชอบลำพองตนเหล่านี้
ในขณะที่จี๋หยวนซานกำลังรออยู่นั้น ผ่านไปไม่กี่วันลู่จีอันพาลู่เจียนซินมาเจอกับจี๋หยวนซานที่งานการกุศลตอนกลางคืน
เขาตบหน้าจี๋หยวนซานไปสามฟาด จี๋หยวนซานโกรธจนแทบขาดใจ
ก่อนหน้านี้ ตระกูลลู่ประสบปัญหาใหญ่ ข่าวในแวดวงสังคมชั้นสูงแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
ยิ่งไปกว่านั้นจี๋หยวนซานยังออกคำสั่งห้ามคนอื่นช่วยเหลือตระกูลลู่อีก ทำให้คนในสำนักเซียนไม่กล้ายื่นมือเข้าไปช่วย
ด้วยเพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ ตอนนี้คนในแวดวงตระกูลใหญ่ต่างรู้กันหมดแล้วว่าหน่วยสืบสวนพิเศษช่วยแก้ปัญหาใหญ่ให้ตระกูลลู่ได้
ช่วงนี้คนในตระกูลใหญ่บางคนจึงข้ามสำนักเซียนไปแจ้งความกับหน่วยสืบสวนพิเศษโดยตรง
สำนักเซียนสูญเสียรายได้ไป แม้จะเทียบกับรายได้ปกติของพวกเขาแล้วก็แทบไม่มีค่าอะไรเลย
พวกเขาโกรธมากถึงขนาดออกมาโจมตีหน่วยสืบสวนพิเศษบนโลกออนไลน์ทุกวันในช่วงนี้ แม้แต่ตระกูลลู่ก็ไม่เว้น
จี๋ไหลมองออกว่านี่คือความโกรธแค้นที่ไร้พลัง
สำนักเซียนไม่พอใจ แต่เขากลับรู้สึกสะใจ
เงินมันคือสิ่งเดียวที่สำนักเซียนให้ความสำคัญจริง ๆ
วันนี้เรื่องนี้ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด จะต้องทำให้ตระกูลจ้าวเจ็บปวดจนแสบร้อนแน่นอน
เขาจำเป็นต้องทำให้ตระกูลจ้าวเสียเลือดเสียเนื้อให้หนักหน่อย
กลับมาที่สำนักงาน จี๋ไหลพาผู้ต้องสงสัยไปที่ห้องสอบสวน
โจวเฉิงซื่อกลับไปที่ห้องพัก เขายืนอยู่ข้างหน้าต่างแล้วโทรศัพท์
“พบเป้าหมายแล้ว”
“คุณพูดถูกแล้ว เธอเก่งมาก”
“เธอช่างว่องไวเหลือเกิน ผมรู้สึกว่าเธอคงจะรู้ตัวว่าผมกำลังสังเกตเธออยู่”
“ผมจะระวังตัวให้มากขึ้น ไม่ต้องเป็นห่วงครับ”
“ช่วงนี้ผมสบายดี คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ”
โจวเฉิงซื่อวางสายแล้วเงยหน้ามองดวงจันทร์
พระจันทร์ซ่อนตัวอยู่หลังกลุ่มเมฆ
แสงจันทร์จาง ๆ
เหมือนกับเด็กสาวเมื่อครู่
เธอไม่ได้พูดอะไร
แต่โจวเฉิงซื่อ ก็ไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้
เธอแข็งแกร่งมาก
เขาตั้งใจปล่อยพลังวิญญาณอาฆาตออกมาเล็กน้อย มีเพียงเธอเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ
“เหอะ”
เสียงที่แก่ชราดังออกมาจากในร่างของเขา
เข็มทิศดอกบัวที่อยู่ตรงหน้าอกหมุนอย่างบ้าคลั่ง
“ฉันรู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่ ฉันรู้ทุกอย่าง”
“ในโลกนี้ ไม่มีใครสามารถเหนือกว่าฉันได้”
โจวเฉิงซื่อรู้สึกว่าตรงหน้ามืดลง
เขาหลับตาลง มือเกาะขอบหน้าต่างไว้แน่น
“ทั้ง ๆ ที่นายเกลียดพวกเขา”
“หุบปาก ฉันไม่ได้เกลียดใครทั้งนั้น”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องที่ว่างเปล่า
โจวเฉิงซื่อสูดหายใจเข้าลึก
[ผู้โทรเข้า : ลู่จีอัน]
“มีอะไร?”
[ทำไมถึงดุนักล่ะ?]
เสียงของลู่จีอันฟังดูทีเล่นทีจริง
“ถ้าไม่พูดอะไรสักที ฉันจะวางสายแล้วนะ”
[เฮ้ ๆ ๆ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย]
โจวเฉิงซื่อพูดเสียงเย็นชา “มีอะไรก็รีบพูดมา”
[แค่อยากถามว่า เรื่องของเจียงหนิงตรวจสอบไปถึงไหนแล้ว?]
“นี่เป็นความลับ”
ลู่จีอัน […ลองเดาดูสิว่าฉันรู้ความลับนี้ได้ยังไง]
โจวเฉิงซื่อ…
โจวเฉิงซื่อวางสายทันที
อาคารบริษัทลู่ซาง ชั้นบนสุดของตึก
ลู่จีอันนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน
เขาหัวเราะด้วยความขัดใจ
คนคนนี้ ยิ่งโตยิ่งไร้น้ำใจ
เขากดหมายเลขใหม่อีกเบอร์
“อาจารย์ครับ ผมเพิ่งโทรหาโจวเฉิงซื่อมา ดูเหมือนสภาพจิตใจเขาจะแย่ลงอีกนิดหน่อย”
วางสายแล้ว ตอนนี้ก็ใกล้จะห้าทุ่มแล้ว
หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงสว่างอยู่
ลู่จีอันเอามือเท้าคาง จ้องมองที่หน้าจอ
เด็กสาวในชุดเดรสสีขาว ถูกล้อมอยู่ท่ามกลางฝูงชน
ใบหน้าของเธอซีดเผือดเล็กน้อย มือที่จับคนอื่นอยู่ก็ซีดขาวเช่นกัน
ดวงตาที่โผล่ออกมาจากใต้หมวกเป็นประกายวาววับแต่ดูดุดัน ความหงุดหงิดรำคาญปรากฏชัดบนใบหน้า
ลู่จีอันกลัวจริง ๆ ว่าอีกวินาทีต่อจากนี้เธอจะหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมา แล้วเสกให้คนที่ล้อมรอบเธอกลายเป็นนกกระจอกตัวน้อยไปหมด
มีคนมีชื่อเสียงคนไหนกล้าทำแบบเธอบ้าง
ลู่จีอันเปิดโทรศัพท์มือถือคลิกเข้าไปในห้องแฟนคลับของหนิงหนิง เช็คอินและโพสต์ข้อความ
[อันอันรวยมาก : พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคน ฉันดูรูปนี้แล้วรู้สึกว่าหนิงหนิงดูแตกต่างจากเมื่อก่อนไปเยอะเลยใช่ไหม?]
แนบรูปที่เพิ่งดูเมื่อกี้ส่งไป
ดึกขนาดนี้แล้ว มีแต่พวกนกฮูกออนไลน์อยู่เท่านั้น
แฟนคลับของหนิงหนิงตอนนี้น้อยลงจนน่าสงสาร
ในซุปเปอร์ท็อปปิกก็มีแต่พวกนกฮูกที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่
[หนิงหนิง : สวัสดีค่ะ น้องใหม่คืออันอันนี่เองจับตัวได้แล้ว!]
[เจ้าหน้าที่ 00 : เธอเปลี่ยนไปจริง ๆ บรรยากาศดูเย็นชาลง หนิงหนิงเมื่อก่อนอ่อนโยนมาก เรื่องนี้คงกระทบจิตใจเธอมากเกินไป]
[ขยันทำงานแต่ชอบขี้เกียจ : แน่นอนอยู่แล้ว ดูจากบทสัมภาษณ์ของหนิงหนิงแล้ว เธอรักครอบครัวมาก ๆ]
[กิ๊บติดผมของหนิงหนิง : ฉันว่าแบบนี้ก็ดีนะ วิดีโอที่เผยแพร่เมื่อไม่กี่วันก่อนทำให้ฉันสะใจมาก ใครเข้าใจบ้าง]
[เรื่องราวของดวงจันทร์ : ฉันเข้าใจ ๆ มีคนกลุ่มหนึ่งบอกว่าหนิงหนิงผลักคน แต่พวกคุณเกือบจะตบหน้าเธอแล้ว ยังจะไม่ให้หนิงหนิงตอบโต้อีก คิดว่าตัวเองเป็นผู้พิทักษ์ความยุติธรรมไปได้]
[หลูเสี่ยวเยว่ : ฮิ ๆ ถึงจะมีคนไม่พอใจเยอะแยะ แต่หนิงหนิงก็ยังต้องไปออกรายการอยู่ดี~]
เมื่อเหล่าสาว ๆ มารวมตัวกัน ก็คุยกันเจื้อยแจ้วไม่หยุด
[หนิงหนิง : พวกเธอระวังหน่อยนะ ในห้องแฟนคลับของพวกเรา ไม่รู้มีคนแอบอ่านอยู่เท่าไหร่]
[เจ้าหน้าที่ 00 : พวกไม่กล้าออกมาเผชิญหน้าทั้งนั้น]
[กิ๊บติดผมของหนิงหนิง : @อันอันรวยมาก เตรียมตัวรับผลกรรมในฐานะหนิงตังได้เลย เตรียมพร้อมรับพายุเถอะ น้องใหม่จ๋า!]
ลู่จีอันขมวดคิ้วอย่างสงสัย
วันต่อมาลู่จีอันถูกโพสต์ลงในเว็บไซต์ต่อต้านการกลั่นแกล้งทุกเว็บของเจียงเจิน
เขายุ่งอยู่หลายวัน ก่อนจะกลับมาออนไลน์อีกครั้ง
เขาถูกด่ามาแล้วกว่าพันข้อความ
นี่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภายหลัง