แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 22 ถูกบีบคอจนหายใจไม่ออก
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 22 ถูกบีบคอจนหายใจไม่ออก
บทที่ 22 ถูกบีบคอจนหายใจไม่ออก
ซานอู่ยิ้มเยอะ “ยังไง กลัวแล้วเหรอ?”
หนิงหนิงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “ไม่นะ ว่าแต่…จ้าวฉี่หมิงคือใครล่ะ?”
ซานอู่ชะงักไปอีกครั้ง
“เธอแกล้งทำเป็นไม่รู้ใช่ไหม? เธอจะไม่รู้จักจ้าวฉี่หมิงได้ยังไง?”
หนิงหนิงตอบเสียงเรียบ “เขาเป็นใคร ฉันจำเป็นต้องรู้จักด้วยเหรอ?”
ถังถังเกือบจะหลุดขำออกมา
เธอมั่นใจว่าหนิงหนิงไม่รู้จักจริง ๆ ว่าจ้าวฉี่หมิงเป็นใคร
ก็นั่นแหละคนที่ไม่รู้เรื่องอะไร พูดอะไรออกมาก็ดูเหมือนกำลังท้าทายไปหมด
จริง ๆ ด้วย ในหูของซานอู่คำพูดนั้นกลายเป็นการท้าทายไปเสียสนิท
เขาจ้องหนิงหนิงด้วยความโกรธ
หนิงหนิงงุนงงสงสัยทำไมเขาถึงโกรธขึ้นมา “ขอโทษนะ ฉันไม่รู้จักเขาจริง ๆ เขาเก่งมากเหรอ เป็นคนดังเหรอ มีหนังสือเล่มไหนบ้างที่บันทึกเรื่องราวของเขาเอาไว้ บอกชื่อหนังสือมาสิถ้าฉันว่างจะไปหามาอ่านดู”
จินซุ่ยหลุดขำพรืด
เธอกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่จริง ๆ
ฮ่า ๆ ๆ ๆ
คำพูดที่ประชดประชันที่สุด พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ไร้เดียงสาที่สุด
ซานอู่หันไปกัดฟันกรอด แล้วถลึงตาใส่จินซุ่ย
จินสุ่ยเหลือบตามองเขาอย่างดูถูก
กล้าดียังไง!
คนพวกนี้คิดจะแข็งข้อกันหมดแล้ว!
ตั้งแต่ซานอู่กลายเป็นหุ่นเชิดของตระกูลจ้าว คนธรรมดาที่เห็นเขาต่างก็กลัวจนร้องไห้โวยวายและพร้อมใจกันคุกเข่าคำนับเขา
แม้แต่คนรวยเหล่านั้น เมื่อเจอเขาก็ต้องสุภาพอ่อนน้อม
ในบรรดาผี เขาก็จัดว่าเป็นผีชั้นสูง
ตอนที่มีชีวิตอยู่กลับไม่มีใครสนใจ ไม่มีความสำเร็จอะไรใช้ชีวิตไปวัน ๆ อย่างไร้จุดหมาย
ไม่คิดว่าหลังความตายจะได้มาเป็นใหญ่เป็นโตแบบนี้
มีตระกูลจ้าวคอยหนุนหลัง เคยชินกับการใช้อำนาจข่มเหงนานแล้วที่ไม่เคยต้องเจอกับความขมขื่น
เขารู้ดีว่าตัวเขาเองไม่สามารถเอาชนะหนิงหนิงได้
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนในตระกูลจ้าวจะจัดการเธอไม่ได้
ผู้หญิงคนนี้ดูอายุยังน้อย อาศัยความสามารถที่มีเพียงเล็กน้อยแต่กลับไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ คนแบบนี้เขาเคยเจอมามากสุดท้ายก็จบไม่สวยทั้งนั้น
ผู้หญิงคนนี้ คงจะจบลงอย่างน่าอนาถยิ่งกว่าคนที่เขาเคยเห็นมาเสียอีก
จ้าวฉี่หมิงคนคนนั้น ภายนอกดูอ่อนโยนแต่ความจริงแล้วโหดเหี้ยมมาก
ซานอู่อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา แม้แต่ตัวซานอู่เองก็ยังกลัวเขาเลย
ตอนนี้สำนักเซียนกำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุด แม้แต่คนระดับบนก็ยังต้องให้เกียรติสำนักเซียนอยู่บ้าง เธอเป็นแค่คนธรรมดาจะเอาอะไรไปสู้กับสำนักเซียนได้
อดทนไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยมาคิดบัญชีทีหลัง
ใจเย็น ๆ รอให้คนตระกูลจ้าวมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ซานอู่กดข่มความรู้สึกที่อยากจะฉีกหนิงหนิงเป็นชิ้น ๆ เอาไว้
ถึงตอนนั้น ต้องทำให้ผู้หญิงคนนี้คุกเข่าขอโทษเขาให้ได้
ซานอู่ “รีบ ๆ หน่อย ถ้าจะเจรจาก็รีบติดต่อทางตระกูลจ้าวเลย แค่พวกคุณจ่ายเงินเพิ่มหน่อย คฤหาสน์หลังนี้ตระกูลจ้าวอาจจะยกให้พวกคุณก็ได้”
จินเฉียนตัวพูดอย่างโกรธ ๆ “นี่มันคือคฤหาสน์ของฉันอยู่แล้วนะ ยกให้บ้าอะไร!”
ซานอู่ยิ้มเยาะ “รีบโทรไปสิยืนนิ่งอยู่ทำไม ฉันไม่มีเวลามานั่งฟังพวกคุณบ่นหรอกนะ”
หนิงหนิงเหลือบมองซานอู่แวบหนึ่งแล้วพูดว่า “โทรไปตั้งแต่อยู่ชั้นบนแล้ว คงจะมาถึงในไม่ช้านี้”
จินเฉียนตื่นตะลึง “คุณหนิงหนิง เรื่องนี้…”
เซี่ยลี่เฟินลุกขึ้นยืนทันที “คุณหนิงหนิง ในเมื่อคุณเก่งขนาดนี้แล้วทำไมยังต้องไปยุ่งกับพวกนักเลงพาลแบบนั้นด้วยล่ะ?”
ซานอู่ยิ้มเยาะ ดูเหมือนพวกนั้นจะเข้าใจแล้วแต่น่าเสียดายที่มันสายเกินไป
วาเซียที่นอนคว่ำอยู่ ยกตัวขึ้น
หนิงหนิงพูด “พวกเขามาแล้ว”
โทรศัพท์ของเธอดังขึ้น
“เข้ามาได้ ประตูไม่ได้ล็อก”
ชายสองคนเดินเข้ามาจากทางระเบียง ทั้งคู่สวมชุดเครื่องแบบสีดำบนแขนเสื้อด้านซ้ายมีตราสัญลักษณ์ ปักคำว่า ‘หน่วยสืบสวนพิเศษ’
ที่อินทรธนูมีกระดุมสีทองประดับอยู่ทั้งสองด้าน บนกระดุมมีลวดลายประณีต กระดุมด้านซ้ายเป็นรูปหงส์ ส่วนด้านขวาเป็นรูปมังกร
ที่อินทรธนูบนไหล่ขวามีเชือกสีแดงเส้นเล็กยาวพันอยู่ทั้งสองด้าน พันพาดอยู่บนไหล่ปลายเชือกประดับด้วยพู่สีแดง
บนหน้าอกด้านซ้ายมีเข็มกลัดติดอยู่อันหนึ่ง
เมื่อมองอย่างละเอียดมันคือเข็มทิศขนาดเล็กรูปดอกบัว กลีบดอกบัวบานออกโดยรอบ ล้อมรอบแผ่นกลมตรงกลางเอาไว้
ตั้งแต่ก้าวเข้าประตูมาเข็มทิศก็สั่นไหวไปมาไม่หยุด จากนั้นจึงชี้ไปที่ซานอู่ซึ่งนอนคว่ำอยู่บนพื้นแล้วก็หยุดนิ่ง
ทั้งสองคนสวมลูกประคำไว้ที่คอแต่ถูกปกเสื้อบังไว้ เห็นเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
มือของพวกเขาสวมถุงมือสีขาวซึ่งปักด้วยลายดอกบัว
ชายที่เดินตามหลังมาสวมหมวกอยู่บนศีรษะ ปีกหมวกถูกกดต่ำลงมาปิดดวงตา เผยให้เห็นใบหน้าเพียงครึ่งเดียว
วาเซียที่นอนอยู่บนตักของหนิงหนิงลุกขึ้นนั่ง
“หนิงหนิง คนคนนี้…”
วาเซียจ้องมองชายที่สวมหมวกอย่างไม่วางตา
หนิงหนิงลูบหัววาเซียเบา ๆ
“ไม่ต้องกลัว ไม่เป็นไร”
คนคนนี้ มีกลิ่นอายของปีศาจติดตัวอยู่ คล้ายกับที่เคยเจอในโรงพยาบาลแต่ก็แตกต่างกันอยู่มาก
ดูเหมือนว่าเขาจะมีความบริสุทธิ์มากกว่า
คนคนนี้ เก่งมาก
“สวัสดีครับ ผมมาจากหน่วยสืบสวนพิเศษ” จี๋ไหลเซินยื่นบัตรตำรวจให้ดู
“อ้อ ที่โทรศัพท์ไปก็หมายความว่าอย่างนี้นี่เอง” เซี่ยลี่เฟินพูดอย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง
“เจอปัญหาก็ต้องหาตำรวจสิ นี่มันเรื่องพื้นฐานเลยนะ” หนิงหนิงพูด
ครอบครัวตระกูลจินทั้งสามคนถึงกับชะงัก
รู้สึกเหมือนโดนเหน็บแนมเข้าให้
แต่ถ้าเป็นคดีทั่วไป การโทรหาตำรวจก็ไม่ผิดอะไร
แต่พวกสถานการณ์พิเศษแบบนี้ การไปหาหน่วยสืบสวนพิเศษไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ใคร ๆ ก็พูดกันว่าหน่วยสืบสวนพิเศษเป็นแค่หน่วยงานที่มีแต่ภาพลักษณ์
ชาวเน็ตประเมินพวกเขาว่าความสามารถก็ไม่ได้มีมากมาย แต่สวัสดิการกลับสูงลิ่ว
แถมยังไม่รู้จักถ่อมตนอีก
เครื่องแบบของพวกเขาก็เปลี่ยนจากสไตล์เรียบง่ายของหน่วยงานราชการ มาเป็นแบบหรูหราฟู่ฟ่า ช่างฟุ่มเฟือยเสียจริง
ถึงจะด่าอย่างไร แต่ก็ไม่เคยมีใครด่าว่าพวกเขาขี้เหร่
พูดถึงเรื่องนี้ วันนี้เธอได้เห็นชุดเครื่องแบบใกล้ ๆ ต้องยอมรับว่าดูดีจริง ๆ
ทั้งสองคนตัวสูงใส่ชุดเครื่องแบบแล้วดูสง่างามมาก
สาว ๆ อย่างจินซุ่ยกับถังถังต้านทานความหล่อนี้ไม่ไหวแน่ ๆ!
จินซุ่ยเอามือประคองแก้มตัวเอง
หล่อมากเลย!
ไม่แปลกใจเลยที่บอกว่าคนหน้าตาดี ๆ ถูกส่งไปให้รัฐทั้งหมดแล้ว
ซานอู่หัวเราะลั่นออกมาทันที “เธอโทรไปหาหน่วยสืบสวนพิเศษเนี่ยนะ? ตลกรึเปล่า? พวกเขาจะทำอะไรได้?”
จี๋ไหลกำหมัดแน่น
หนิงหนิงพูดว่า “จะตลกหรือไม่ตลก ฉันไม่รู้หรอก ฉันรู้แค่ว่าตำรวจสามารถหาได้จากในหนังสือ แล้วจ้าวฉี่หมิงหาได้ไหมล่ะ? ถามนาย นายก็ไม่ยอมบอก”
จินซุ่ยหัวเราะคิกคัก
เธอเอามือปิดปาก “ขอโทษค่ะ ฉันนึกถึงเรื่องที่ทำให้มีความสุขขึ้นมาน่ะ”
เมื่อเขาเป็นอิสระ เขาจะต้องบีบคอคนที่นี่ให้ตายให้หมด!
ซานอู่พูดด้วยน้ำเสียงดูถูก “ตำรวจธรรมดาอาจจะมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่หน่วยสืบสวนพิเศษนี่มันไร้ค่าสิ้นดี! เทียบกับสำนักเซียนแล้วยังสู้แค่นิ้วเดียวก็ไม่ได้ เป็นแค่ที่ซุกหัวของพวกโง่เง่าที่อยู่ไปวัน ๆ”
ช่างเป็นคำพูดที่น่าฟังเสียจริง
ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างขมวดคิ้ว
จี๋ไหลอดไม่ไหว
แต่คนที่อยู่ด้านหลังเขากลับเคลื่อนไหวเร็วกว่า
เขาเคลื่อนตัวเร็วราวกับเงา จนเส้นผมของจินซุ่ยปลิวไหวตามแรงลม
เมื่อทุกคนรู้สึกตัว
โจวเฉิงซื่อก็เข้าไปบีบคอของซานอู่แล้ว
ซานอู่ถูกบีบคอจนหายใจไม่ออก เขาพยายามจะแกะมือของโจวเฉิงซื่อออกแต่มันกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
ทำไมคนคนนี้ถึงสามารถสัมผัสตัวเขาได้โดยตรง?
“คนที่ทิ้งชื่อของตัวเอง ทิ้งอดีตของตัวเอง ยอมเป็นผีร้ายกลายเป็นสุนัขรับใช้ของคนอื่นแบบนาย จะนับว่าเป็นอะไรได้?”
ซานอู่พลิกตาขาวขึ้น ความรู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังดับสลายกลับมาอีกครั้ง
มือของโจวเฉิงซื่อยังคงบีบรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
ห้องนั่งเล่นเงียบสงัดไร้เสียง
เสียงของโจวเฉิงซื่อเย็นชาราวกับน้ำแข็ง การที่เขาบีบคอซานอู่อยู่นั้น ทั้งเลือด
เย็นและไร้ความปรานี
ดวงตาที่อยู่ใต้ปีกหมวกนั้น เผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
ทุกคนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นนั้น
จินซุ่ยกลืนน้ำลายลงคอ
ต่อไปนี้ ถ้าใครพูดว่าหน่วยสืบสวนพิเศษเป็นแค่ของประดับเธอจะสู้กับคนคนนั้นให้ถึงที่สุด
จี๋ไหลรีบพูดขึ้นมา “โจวเฉิงซื่อ! ผู้ต้องสงสัยกำลังจะถูกบีบคอตายแล้ว”
โจวเฉิงซื่อปล่อยมือจากซานอู่ ทำให้ซานอู่ล้มลงกับพื้น
หนึ่งวันต้องเจอถึงสองครั้ง แม้แต่ผีก็ทนไม่ไหว
ซานอู่เกือบจะเป็นลมไป
จี๋ไหลถอดลูกประคำออก ลูกประคำที่พันรอบคออยู่สองรอบเมื่อถอดออกมาแล้วคลี่ออก มันก็กลายเป็นเชือก
ซานอู่ถูกลูกประคำมัดไว้แน่นหนา
ถังถังตกใจ “ที่แท้มันก็ใช้แบบนี้นี่เอง?”
เหมือนได้เปิดหูเปิดตาจริง ๆ