แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 26 รายการวาไรตี้ออกอากาศ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 26 รายการวาไรตี้ออกอากาศ
บทที่ 26 รายการวาไรตี้ออกอากาศ
เพื่อให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำกับรายการได้มากขึ้น รายการพวกเราโตขึ้นแล้วจึงใช้วิธีการถ่ายทำแบบถ่ายทอดสด
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา รายการวาไรตี้ประเภทถ่ายทอดสดได้รับความนิยมอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็นรายการเดท รายการแม่สามีลูกสะใภ้ รายการกีฬา หลายรายการต่างทยอยใช้วิธีการถ่ายทอดสด
การถ่ายทอดสดสามารถบันทึกการใช้ชีวิตประจำวันของแขกรับเชิญได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น และขจัดปัญหาการใช้บทที่เขียนไว้ล่วงหน้า
ผู้ชมไม่ชอบดูอะไรที่มีบทเขียนไว้แล้ว ทุกคนชอบดูอะไรที่เป็นธรรมชาติโดยทั่วไปเรตติ้งก็ถือว่าใช้ได้
ในขณะเดียวกันรายการถ่ายทอดสด ก็มักจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมากมาย
เมื่อไม่มีบทให้การแสดงออกของแขกรับเชิญก็ไม่สามารถควบคุมได้
ดาราดังหลายคนที่มีชื่อเสียงดี พอมาออกรายการสดก็เผยธาตุแท้ออกมา ทำให้ความนิยมตกลงอย่างรวดเร็ว
ขณะที่คนไม่มีชื่อเสียงบางคนกลับแสดงออกได้ดีจนโด่งดังขึ้นมาในชั่วข้ามคืนก็มี
มันมีความเสี่ยง แต่ก็ทำให้ดังได้
พวกดาราต่างก็แย่งกันจะขึ้นรายการจนหัวปูด
เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ของผู้กำกับ
เว่ยฉือมั่นใจในความสามารถของตัวเองมาก เขาถึงได้ตัดสินใจให้รายการพวกเราโตแล้วออกอากาศแบบสด ๆ
แต่ตอนนี้ เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้ว
เว่ยฉือกลุ้มใจจริง ๆ
เวลาแปดโมงเช้า
แอปพลิเคชันสตรีมมิ่งของสถานีโทรทัศน์สตรอเบอร์รี่ ได้เปิดคอลัมน์พิเศษของรายการพวกเราโตแล้ว
เมื่อกดเข้าไปในคอลัมน์พิเศษนั้น มีห้องไลฟ์อยู่เจ็ดห้อง
แขกรับเชิญทั้งหกคนได้คนละหนึ่งห้อง
ห้องนั่งเล่นของวิลล่าที่กำลังจะเข้าพักก็มีหนึ่งห้อง แต่ยังไม่มีใครอยู่ในนั้นซึ่งห้องนี้จะเป็นห้องไลฟ์ที่จะใช้สำหรับกิจกรรมกลุ่มที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง
ในห้องไลฟ์ส่วนตัวของแขกรับเชิญ ทีมงานกำลังออกเดินทางไปรับแขกรับเชิญแต่ละคน
ผู้ชมจำนวนมากทะลักเข้าสู่คอลัมน์พิเศษ แยกย้ายกันไปตามห้องไลฟ์ต่าง ๆ
ไม่นานก็มีการจัดอันดับความนิยมของห้องไลฟ์ออกมา
เรื่องราวของเจียงเจินและหนิงหนิง สองสาวกับเหตุการณ์คุณหนูตัวจริงและตัวปลอม
เรื่องนี้ได้ก้าวข้ามขอบเขตของวงการบันเทิงไปแล้ว กลายเป็นประเด็นทางสังคมไปเสียแล้ว
แม้แต่คนที่ไม่ได้ติดตามข่าวบันเทิง หรือไม่ได้เป็นแฟนคลับก็ยังรู้จักพวกเธอทั้งสองคน
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายผ่านพ้นไป ทายาทตัวจริงและตัวปลอมต้องมาประชันฝีมือกันบนเวที
นอกจากความตื่นเต้นแล้ว ชาวเน็ตยังได้กลิ่นของความขัดแย้งอีกด้วย
คนเราชอบติดตามเรื่องฉาวและยิ่งมีเรื่องให้ดูมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสนุก
แม้แต่คนที่ไม่เคยดูรายการวาไรตี้ก็ยังรอคอยการออกอากาศของรายการพวกเราโตแล้ว
เมื่อรายการเริ่มออกอากาศ ผู้ชมที่รอดูเรื่องราวก็รีบเข้ามาในทันที
ห้องไลฟ์ของเจียงเจินติดอันดับหนึ่ง
ตอนนี้เจียงเจินถือเป็นซุปเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าในวงการบันเทิง เธอเป็นสัญลักษณ์ของคนที่สวย เก่ง แต่มีชีวิตที่น่าเศร้า
ส่วนหนิงหนิงในฐานะบุคคลที่มีเรื่องฉาวอีกคน ห้องไลฟ์ของเธอติดอันดับสอง
เมื่อเทียบกับเจียงเจินแล้วในห้องไลฟ์ของเธอมีคนหลากหลายประเภท ทั้งพวกเยาะเย้ย พวกมาดูความสนุก พวกแอนตี้แฟนที่คอยติดตามตั้งแต่เดบิวต์ พวกชอบเรียกร้องความยุติธรรมและอื่น ๆ อีกมากมายเรียกได้ว่าวุ่นวายมาก คนที่เป็นแฟนคลับจริง ๆ มีเพียงนิดเดียวเท่านั้น
ห้องไลฟ์ของหนิงเหนียนอยู่อันดับที่สาม
สถานการณ์ของเขาค่อนข้างคงที่ ในห้องไลฟ์มีแฟนคลับครึ่งหนึ่งและแอนตี้แฟนอีกครึ่งหนึ่ง
ในกลุ่มแอนตี้แฟนนั้น นอกจากแฟนคลับของเพื่อนร่วมวงเสิ่นเยี่ยนจื่อแล้ว ก็มีคนที่ไม่ชอบเขาและตอนนี้ก็ยังมีแอนตี้แฟนของหนิงหนิงเพิ่มเข้ามาอีก
ทุกที่ที่หนิงเหนียนปรากฏตัว จะต้องมีการทะเลาะกันเสมอ
ห้องไลฟ์ของเจียงฉือซิงอยู่อันดับที่สี่
เขาถือเป็นทายาทเศรษฐีรุ่นที่สองที่ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อค่อนข้างบ่อย และยังคงแอคทีฟบนแพลตฟอร์มออนไลน์อยู่เสมอ
หลังจากที่หนิงหนิงเดบิวต์ เขาก็ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องเพราะอิทธิพลของหนิงหนิง
เขาเป็นคนมีฐานะ การศึกษาก็ดี หน้าตาก็ดี ทั้งยังอายุน้อย นิสัยก็ดูดีแทบจะไม่มีข้อบกพร่องเลย แฟนคลับก็ไม่ได้น้อยไปกว่าพวกไอดอลหนุ่มในวงการบันเทิงเลย
ในห้องไลฟ์มีทั้งแฟนคลับที่เป็นคุณแม่ คุณพี่สาว รวมถึงแฟนคลับของเจียงเจิน และยังมีคนที่เรียกเขาว่า ‘สามี’ อีกด้วย ซึ่งนับว่าหาได้ยากที่จะเห็นความกลมเกลียวแบบนี้
ส่วนพี่น้องที่เหลืออีกสองคนเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่มีประเด็นให้น่าติดตาม จี๋เสี่ยวเสี่ยวและจี๋ซาง โดยจี๋เสี่ยวเสี่ยวอยู่อันดับที่ห้าส่วนจี๋ซางอยู่อันดับสุดท้าย
จำนวนคนดูของทั้งสองคนไม่ได้ต่างกันมากนัก เพราะอย่างไรก็เป็นพี่น้องที่ไม่มีประเด็นถกเถียงมากเหมือนพี่น้องสี่คนก่อนหน้านี้
คอมเมนต์มากมายทะลักเข้ามา
[ในที่สุดก็เริ่มออกอากาศแล้ว ฉันรอมาตลอดทั้งอาทิตย์เลยนะ!]
[พวกคุณรู้ไหมว่าคลาสแปดโมงเช้ามันมีความหมายยังไงสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย? แต่ฉันรักเจียงเจินจริง ๆ นะ]
[นี่เป็นรายการวาไรตี้ครั้งแรกของเจียงเจิน ในฐานะคุณหนูตระกูลเศรษฐีนะ แฟนคลับเจินกั่วทั้งหลาย สู้ ๆ นะ ช่วยกันคอมเมนต์ต้อนรับคุณหนูของพวกเราเจียงเจินกันเถอะ!]
[มาลองดูชีวิตที่ตกต่ำของคุณหนูตัวปลอม หลังจากถูกไล่ออกจากตระกูลเศรษฐีกันเถอะ]
[หนิงหนิงต้องก้มหัวขอโทษเจียงเจิน! หนิงหนิงออกไปจากวงการบันเทิงซะ!]
[เกลียดหนิงหนิงกันขนาดนี้แล้วยังมานั่งดูไลฟ์สตรีมของเธออีก เป็นพวกชอบความเจ็บปวดหรือไง?]
[อ๊วก ของปลอมแบบนี้ยังมีแฟนคลับอีกเหรอ มีคนตาบอดคนไหนชอบเธออยู่อีก?]
[หมดเวลาเดิมพันแล้ว มาทายกันว่าทีมงานจะรับองค์ชายได้ตรงเวลาไหม?]
[บ้าหรือไง อยากตายนักเหรอ? แม้แต่องค์ชายนายก็กล้าวิจารณ์ด้วยเหรอ?]
[ทำตัวต่ำช้าแบบนี้อีกแล้ว คนไร้ค่ารีบคุกเข่าขอขมาองค์ชายเดี๋ยวนี้]
[เจียงฉือซิงน้องชายของฉัน สามีในพรหมลิขิตของฉัน!!!]
[น้องชาย! สามี!!]
[ระวังหน่อยสิ อย่าทำให้น้องชายของเราตกใจ]
[เฮ้ น้องฉือซิงกับเจียงเจินอยู่ด้วยกันใช่ไหม เมื่อวันก่อนเจียงเจินไลฟ์สดบอกว่า ทั้งสองคนออกกำลังกายด้วยกันที่บ้าน]
[ใช่แล้ว เจียงเจินเข้ากับครอบครัวได้ดีมาก มีพนักงานร้านขายของบอกว่า ครอบครัวเจียงพาเจียงเจินไปซื้อของที่ร้านแบรนด์เนมด้วย]
[ว้าว อิจฉาจัง ฉันอยากสลับร่างไปเป็นเจียงเจินจัง!]
[ดีจังเลย ตอนนี้เจียงเจินมีครอบครัวที่รักเธอจริง ๆ แล้ว]
[ดูน้องฉือซิงของพวกเราสิ แล้วกลับไปดูใครบางคน…อืมมม…]
[อย่าไปพูดถึงเขาเลย ควรดีใจที่เจียงเจินหลุดพ้นจากครอบครัวนั้นแล้ว]
[คนชั่วย่อมได้รับกรรม ปล่อยให้พี่น้องหนิงเหนียนกับหนิงหนิงทรมานกันไปเถอะ อย่ามารบกวนเจียงเจินกับเจียงฉือซิงของพวกเราอีก]
[ทำไมห้องไลฟ์นี้มีคนน้อยจัง รู้สึกว่าพี่สาวคนนี้ก็ดูสุภาพดีนะ]
[ไม่เป็นไรหรอก อย่าท้อใจไป ผู้ชมจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมาเอง!]
[ดูเหมือนสถานการณ์ครอบครัวของทั้งสองคนจะไม่ค่อยดีนัก สู้ ๆ นะ!]
ทีมงานที่มารับเจียงเจินและเจียงฉือซิงมาถึงไหหยุนโจวแล้ว
ตระกูลเจียงอาศัยอยู่ที่นี่
ไหหยุนโจวเป็นย่านหมู่บ้านหรูที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหนิง และยังเป็นย่านที่มีชื่อเสียงว่าเป็นแหล่งรวมคนรวย
รถแล่นเข้าไปในหมู่บ้าน
ถนนกว้างขวาง สองข้างทางปลูกต้นการบูรเรียงราย
เมื่อขับตรงไปข้างหน้าจะพบกับลานกว้างขนาดใหญ่ ตรงกลางมีน้ำพุซึ่งรายล้อมไปด้วยดอกไม้สดนานาชนิด
[ถ้าไม่บอกว่านี่เป็นหมู่บ้าน ฉันนึกว่าเข้ามาในสถานที่ท่องเที่ยวซะอีก]
[นี่สินะที่อยู่ของคนรวย เปิดหูเปิดตาจริง ๆ]
ผู้จัดการบ้านตระกูลเจียงยืนรออยู่หน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์
ทีมงานลงจากรถ ผู้จัดการบ้านนำพวกเขาเข้าไปในคฤหาสน์
เมื่อผ่านประตูใหญ่เข้าไปด้านหลังประตูมีต้นการบูรปลูกอยู่ ทางด้านซ้ายมือเป็นถนนสำหรับรถวิ่งที่กว้างขวาง สองข้างทางก็ปลูกต้นการบูรเรียงราย
เมื่อเดินไปตามทางด้านขวามือจะพบกับสวนหย่อมขนาดใหญ่
สวนแห่งนี้มีพื้นที่ถึงสี่พันตารางเมตร มองไปไกล ๆ ในสวนมีดอกโบตั๋น กุหลาบ และดอกไม้หลากสีสัน
ทางเดินที่มุ่งไปยังประตูหลักเป็นสนามหญ้าสีเขียว มีทางเดินเล็ก ๆ คดเคี้ยวอยู่ตรงกลาง
ผู้ชมต่างพากันตะลึงงันไปเลย
[จินตนาการของฉันที่มีต่อคนรวยยังดูน้อยเกินไปจริง ๆ]
[ให้ฉันทำงานไปจนถึงชาติหน้าก็ยังไม่กล้าคิดฝันเลย]
พวกเขาเดินเข้าประตูบ้าน เข้าไปด้านในคฤหาสน์
คฤหาสน์แห่งนี้มีทั้งหมดสี่ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยสองพันตารางเมตร
ทันทีที่เข้าประตูบ้านมาก็มีลิฟต์อยู่ตรงทางเข้า
ห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ตกแต่งในสไตล์หรูหราแบบฝรั่งเศส
เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดใช้โทนสีอบอุ่น
พื้นเป็นสีเทาด้าน บริเวณโซฟาและโต๊ะอาหารปูด้วยพรมลินินสีเทาการตกแต่งดูประณีตมาก
แม้จะเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง
ในบางจุดยังมีการจัดวางของสะสมที่ดูมีราคาแพงลิบลิ่ว
อย่างเช่นแจกันดอกไม้ที่วางอยู่บนตู้
ฝีเท้าของทีมงานถึงกับเบาลงโดยไม่รู้ตัว
เจียงเจินโผล่หน้าออกมาจากชั้นบนแล้วร้องตะโกนว่า “พวกคุณมาแล้วเหรอ รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันจะไปตามเจียงฉือซิง”
“เจียงฉือซิง! เร็ว ๆ หน่อย!” เจียงเจินตะโกนพลางวิ่งไป
[ฮ่า ๆ ๆ คฤหาสน์หลังใหญ่ขนาดนี้ พูดคุยกันต้องตะโกนเลยนะ]
[ดูความสัมพันธ์ดีจังเลยนะ~]
[รู้สึกว่านิสัยของเจียงเจินสดใสกว่าแต่ก่อนเยอะเลย]
ไม่นานนัก ทั้งสองคนก็เดินลงมาจากบันได