แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 30 หนิงหนิงมาถึงวิลล่า
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 30 หนิงหนิงมาถึงวิลล่า
บทที่ 30 หนิงหนิงมาถึงวิลล่า
ทั้งสามคนเดินออกจากห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์
“วาเซีย อยู่เฝ้าบ้านนะ” หนิงหนิงสั่ง
วาเซียค่อย ๆ หดอุ้งเท้าที่กำลังจะก้าวออกจากประตูกลับมา
ถูกจับได้ซะแล้ว
วาเซียเดินเข้ามาถูไถขาของหนิงหนิง แล้วนอนกลิ้งไปมาบนพื้น
หนิงหนิงพูดว่า “ว่านอนสอนง่ายหน่อยสิ”
วาเซียลุกขึ้นแล้วเดินหูตกเข้าไปข้างใน
[อาาา แมวน้อยขี้อ้อนอะไรแบบนี้ ขอป้าหอมสักทีนะ!]
[ฉันเอาให้แมวที่บ้านดู มันบอกว่าแกล้งทำอย่าไปเชื่อ]
[นี่สินะที่เรียกว่าแมวบ้านคนอื่น?]
[เดี๋ยวนะ หรือว่าแมวตัวนี้เป็นของปลอม?]
ประตูปิดลงดังปังจากด้านใน
หนิงหนิงรีบเอามือปิดหู
วาเซียโกรธแล้ว
หลี่หลุนและเจียงเจ๋อยี่ตกใจจนสะดุ้ง
“ประตูนี้ไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ?”
หนิงหนิงตอบ “ไม่เป็นไร ไปกันเถอะ”
เธอหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมา
เจียงเจ๋อยี่รีบเดินเข้าไปข้าง ๆ “ผมช่วยถือให้นะ”
ระยะทางจากตรงนี้ไปถึงประตูยังอีกไกลพอสมควร อีกทั้งหนิงหนิงก็ใส่รองเท้าส้นสูงด้วย
เมื่อเขาเดินมาหยิบกระเป๋า สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
“หนักจัง!”
หนิงหนิงดึงกระเป๋ากลับมาจากมือของเขา
“ฉันถือเองค่ะ”
เธอถือกระเป๋าเดินนำหน้าไป
เจียงเจ๋อยี่ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
ช่างน่าอับอายจริง ๆ
หนิงหนิงขึ้นรถ แขกคนสุดท้ายได้รับการรับตัวเรียบร้อยแล้ว
พี่น้องตระกูลเจียงที่ออกเดินทางเป็นคนแรกได้มาถึงจุดนัดพบที่วิลล่าหลังใหญ่แล้ว แขกคนอื่น ๆ ก็กำลังจะทยอยมาถึงเช่นกัน
ทางรายการได้ทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อเช่าวิลล่าหลังใหญ่แห่งหนึ่ง ที่ถนนวงแหวนเหนือเขตสี่เพื่อใช้เป็นวิลล่าสำหรับสังเกตการณ์ประจำซีซั่นนี้
ต่อจากนี้ พี่น้องทั้งสามคู่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เป็นเวลาสามเดือน
วิลล่าหลังนี้มีทั้งหมดสี่ชั้น
ห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่ง เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน
ส่วนสามชั้นที่เหลือด้านบน จะแบ่งกันอีกครั้งหลังจากที่ทุกคนมาถึงครบแล้ว
พี่น้องตระกูลจี๋ก็มาถึงแล้ว
จี๋เสี่ยวเสี่ยวเป็นแฟนคลับของเจียงเจิน เมื่อได้เจอไอดอลในดวงใจเธอรู้สึกตื่นเต้นมาก
พอเจียงเจินรู้เรื่องนี้ จึงรีบเซ็นชื่อให้เธอทันที
เจียงฉือซิงกับจี้ซางอายุห่างกันไม่กี่ปี ทั้งสองคนชอบเล่นเกมเหมือนกันจึงมีเรื่องคุยกันถูกคอ
จี้ซางเป็นคนเป็นกันเอง พี่น้องตระกูลเจียงก็ไม่ได้ถือตัว
ทั้งสี่คนนั่งคุยกันที่โซฟาในห้องรับแขก พูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แม้จะเพิ่งเจอกันครั้งแรกแต่ก็ไม่รู้สึกเขินอายแต่อย่างใด
หลังจากผ่านไปสักพัก มีเสียงดังมาจากทางเข้าทั้งสี่คนหยุดการสนทนาและหันไปมองพร้อมกัน
หนิงเหนียนเดินออกมาพร้อมกระเป๋าเดินทาง
รอยยิ้มที่มุมปากของเจียงเจินหายไป
ห้องนั่งเล่นเงียบลงทันที
เจียงฉือซิงนั่งกอดอกไขว่ห้าง
“หึ”
ห้องนั่งเล่นเงียบมาก เสียงหึเย็นชานั้นดังชัดเจน
จี๋เสี่ยวเสี่ยวที่กำลังลังเลว่าจะทักทายดีไหม เธอรีบลดมือที่กำลังจะยกขึ้นลง
บรรยากาศดูจะตึงเครียดขึ้นมาทันที
หนิงเหนียนหยุดชะงัก สายตาเลื่อนไปมองเจียงฉือซิง
เจียงฉือซิงยักไหล่ใส่เขา มาเลยเขาไม่กลัวอะไรทั้งนั้น
หนิงเหนียนมองข้ามเขาไป แล้วมองไปยังฝั่งตรงข้าม
เจียงเจินและคนอื่น ๆ นั่งอยู่บนโซฟาด้านนอก หนิงเหนียนเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของเจียงฉือซิงยิ่งชัดเจนขึ้น เขาอ้าปากพูด “นาย…”
หนิงเหนียนเดินผ่านโซฟาไป แล้วนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม
เจียงฉือซิงอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น
เขาลุกพรวดขึ้นยืนทันที
หนิงเหนียนเงยหน้าขึ้นมองสายตาเรื่อยเฉื่อยกวาดมองเขาแวบหนึ่ง แค่สายตาเบาบางนั้นก็ทำให้เจียงฉือซิงโมโหขึ้นมาในทันที
“นายหมายความว่ายังไง?”
ดูเหมือนอีกเพียงวินาทีเดียวก็จะมีการปะทะกันแล้ว
ผู้ชมต่างตื่นเต้นกันมาก รายการนี้สนุกสนานเร้าใจจริง ๆ
[ตีกันเลย ตีกันเลย!]
เจียงเจินรีบดึงเจียงฉือซิงให้นั่งลง
“ใจเย็น ๆ หน่อย”
เจียงฉือซิงโกรธจัด “เมื่อก่อนเขารังแกพี่ขนาดนั้น ตอนนี้ยังกล้ามาวนเวียนอยู่ข้าง ๆ พี่อีก มันหมายความว่ายังไง?”
เขาพูดกับเจียงเจิน แต่คำพูดกลับส่งถึงหูหนิงเหนียน
เจียงเจินก็เริ่มรำคาญหนิงเหนียนแล้วเหมือนกัน
ทำไมเขายังต้องมาร่วมรายการด้วยนะ
ไม่ใช่ว่าไม่สนใจเธอแล้วหรอกเหรอ
เธอถูกแฟนคลับของหนิงเหนียนด่ามานานขนาดนี้ เธอก็รู้สึกแย่มาก
แต่ก็ชินแล้ว เธอกับหนิงเหนียนไม่ถูกกันมาตั้งแต่เด็ก
เจียงชูเหมยรักและเอ็นดูหนิงเหนียนมาตั้งแต่เล็ก ตอนเด็ก ๆ เจียงเจินเกลียดเจียงชูเหมยมาก และยิ่งเกลียดหนิงเหนียนมากกว่า
จนกระทั่งต่อมาเจียงชูเหมยเสียชีวิต หนิงเหนียนถูกพ่อเลี้ยงและครอบครัวใหม่ทารุณเธอรู้สึกแค่ว่าสมน้ำหน้าและสะใจ
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหนิงเหนียนเป็นแบบเอาเป็นเอาตายกันขนาดนั้น
ตอนนี้เธอกลับมาอยู่ที่ตระกูลเจียงแล้วและตัดขาดจากอดีตทั้งหมด หนิงเหนียนจะคิดอะไรหรือทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับเธอ เธอไม่อยากพัวพันกับหนิงเหนียนอีกต่อไปแล้ว
จะพูดว่าโชคชะตาหมุนเวียนเปลี่ยนไปหรือไง?
แต่ก่อนเขาไม่สนใจเธอ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเขาที่พยายามเข้าหาเธอ
เจียงเจินคิดแล้วรู้สึกดีใจอยู่บ้าง เธอจึงจับมือเจียงฉือซิงพลางพูดว่า “พอเถอะ อย่าพูดอีกเลย ไม่ได้ตกลงกันแล้วเหรอว่าจะฟังฉัน?”
เจียงฉือซิงทำหน้างอง้ำ แต่ก็ยอมหุบปาก
เจียงเจินยิ้ม
เจียงฉือซิงจะเชื่อฟังและคอยปกป้องเธอ นี่แหละคือน้องชายที่แท้จริงของเธอ
ผู้ชมทนดูต่อไปไม่ไหว
[องค์ชายยังคงหยิ่งผยองเหมือนเดิมเลย นึกว่าเจินเจินจะคอยเอาอกเอาใจเขาซะอีก]
[ทำไมเจินเจินถึงได้โง่แบบนี้นะ ทำไมต้องห้ามด้วย ปล่อยให้น้องชายซัดเขาให้ตายไปเลย!]
[อย่าเลย เขามาที่นี่ก็แค่จะมาก่อเรื่องเท่านั้นแหละ ถ้าทำร้ายเขาจริง ๆ ก็เท่ากับว่าเราหลงกลเขาน่ะสิ]
[เจินเจินอย่าไปสนใจเขาเลย ปล่อยให้เขาแสดงไปคนเดียวเถอะ!]
[ตอนนี้เจินเจินของพวกเรามีน้องชายซิงซิงแล้ว องค์ชายอย่ามายุ่งเกี่ยว!]
[ถอยไป! ถอยไป! ถอยไป!]
…
เจียงเจินเป็นผู้นำในการสร้างบรรยากาศให้คึกคักขึ้นมาใหม่
ทั้งสี่คนจงใจทำเป็นไม่สนใจหนิงเหนียน
หนิงเหนียนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือ ไม่มองพวกเขาเช่นกัน
เพียงแต่ว่าแม้เขาจะดูเงียบ ๆ แต่รัศมีความโดดเด่นกลับแรงกล้ามาก
คนหน้าตาดีมักจะมีเสน่ห์ดึงดูดติดตัวมาแต่กำเนิด และหนิงเหนียนก็เป็นคนที่หล่อเกินไป
จี๋เสี่ยวเสี่ยวใจลอยไปแล้ว แม้กำลังคุยกับคนอื่นอยู่แต่สายตาก็มักจะเหลือบมองหนิงเหนียนโดยไม่รู้ตัว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หนิงหนิงก็มาถึง
เธอลงจากรถ แสงแดดค่อนข้างแสบตาเธอจึงกดหมวกลงเล็กน้อย ถึงค่อยรู้สึกดีขึ้น
ช่วงนี้ได้รับแสงจันทร์มากขึ้นร่างกายนี้ก็ดีขึ้นมาก
หลี่หลุนเปิดท้ายรถเพื่อหยิบกระเป๋าเดินทาง
มีแมวดำตัวหนึ่งนั่งอยู่บนกระเป๋า กำลังกะพริบตาสีเขียวมองเขา
“แมว… มันขึ้นรถมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
วาเซียกระโดดลงจากรถ เดินไปที่ข้างเท้าของหนิงหนิงแล้วยืดเส้นยืดสาย
หนิงหนิงไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย นับตั้งแต่ที่เธอช่วยวาเซียเอาไว้เขาก็ไม่เคยห่างจากเธอเกินหนึ่งวัน โดยเฉพาะครั้งนี้ที่ต้องห่างกันถึงสามเดือน
วาเซียอาจจะทิ้งเธอไปเที่ยวเล่นได้ แต่ทนไม่ได้ที่เธอจะทิ้งเขา แม้จะไม่ใช่การทิ้งจริง ๆ ก็ตาม
หนิงหนิงก้มตัวลงจะอุ้มวาเซีย แต่เขากลับหลบหลีก
วาเซียยังคงโกรธเธออยู่
เจียงเจ๋อยี่พูดว่า “แมวตัวน้อยนี่ อารมณ์ร้อนใช้ได้เลยนะครับ”
หนิงหนิงถามว่า “ให้เขาอยู่ที่นี่ด้วยได้ไหม?”
วาเซียเงยหน้ามองเธอ
หลี่หลุนพูดอย่างลำบากใจว่า “เรื่องนี้ต้องดูว่าแขกคนอื่น ๆ จะเห็นด้วยหรือเปล่า เพราะต่อไปต้องอยู่ด้วยกัน บางคนก็ไม่ชอบสัตว์”
หนิงหนิงพยักหน้า “ได้ ฉันจะลองถามดู”
วาเซียจะต้องทำให้พวกเขายอมรับได้แน่นอน ถึงยังไงเขาก็เป็นปีศาจไม่ใช่แมวจริง ๆ
หนิงหนิงหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมา วาเซียกระโดดขึ้นไปบนกระเป๋า อารมณ์ของเขาเริ่มดีขึ้นมาบ้างแล้ว
วาเซียนอนราบอยู่บนกระเป๋าเดินทาง หันก้นมาทางหนิงหนิง
หนิงหนิงยิ้มน้อย ๆ แล้วเดินเข้าไปในวิลล่า
เจียงเจ๋อยี่ที่อยู่ด้านหลังมองเธอจนตาลายไปหมดแล้ว
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ต้องออกกำลังกาย! เพิ่มความเข้มข้นในการออกกำลังกาย!
เสียงส้นรองเท้าสูงที่กระทบกับพื้นดังก้องไปทั่ว ได้ยินตั้งแต่ก้าวเข้าประตูมา
กึก กึก
ทุกคนในห้องนั่งเล่นได้ยินเสียงนั้น จึงเงียบกริบลง
มีผู้ชมในห้องไลฟ์ได้ยินเสียงและเริ่มคอมเมนต์
[เสียงรองเท้าคู่นั้น ของปลอมมาถึงแล้วล่ะมั้ง?]
[เหลือแค่เธอคนเดียวแล้ว นอกจากเธอจะมีใครอีก]
[คิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญหรือไง ถึงได้มาเป็นคนสุดท้าย]
[ตั้งใจใส่รองเท้าส้นสูงมา กลัวคนอื่นจะไม่รู้ว่าตัวเองมาหรือไง คิดว่าคนอื่นจะยินดีต้อนรับเธอมากนักเหรอ?]
[น่ารำคาญจริง ไปให้พ้นได้ไหม!]
[น้องชายซิงซิงตกอยู่ในอันตราย เจินเจินก็อันตรายด้วย!]
[เจินเจินยังนั่งอยู่ด้านนอกสุด กลัวว่าถ้าของปลอมมาแล้วจะคลั่งขึ้นมา!]
เจียงฉือซิงลุกขึ้นยืน “พี่ สลับที่นั่งกับผมไหม”
สีหน้าของเจียงเจินซีดเผือด “ได้”
เจียงฉือซิงนั่งอยู่ด้านนอก เอียงตัวบังเจียงเจินที่อยู่ด้านหลังใบหน้าหม่นหมองของเขาจ้องมองไปที่ประตู
เสียงรองเท้าส้นสูงเงียบหายไป
เงาดำ ๆ เคลื่อนผ่านมุมห้องเข้ามา
เมี๊ยว
มันร้องออกมาหนึ่งครั้ง
แมวตัวเล็กสีดำสนิททั้งตัว จ้องมองพวกเขาด้วยดวงตาสีเขียวมรกต
แมว?
ทุกคนในห้องนั่งเล่นชะงักไปครู่หนึ่ง
“วาเซีย อย่าเพิ่งเข้าไปนะ”