แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 32 การขายคฤหาสน์กุหลาบฉันเป็นคนตัดสินใจ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 32 การขายคฤหาสน์กุหลาบฉันเป็นคนตัดสินใจ
บทที่ 32 การขายคฤหาสน์กุหลาบฉันเป็นคนตัดสินใจ
เจียงฉือซิงที่อยู่ตรงหน้าถึงกับชะงักงัน
เธอไม่ได้เข้ามาวุ่นวายเลย เธอกำลังมีแผนอะไรซ่อนอยู่กันแน่?
เขามองสำรวจหนิงหนิงอีกครั้ง ต้องยอมรับว่าเธอสวยขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก
ดูเหมือนว่าเธอได้เรียนรู้ที่จะใช้ความงามของตัวเองให้เป็นประโยชน์ คงฝึกฝนมาอย่างหนักเลยทีเดียว
หนิงหนิงทำเป็นมองไม่เห็นสายตาที่จ้องมองของเขา เจียงฉือซิงจึงได้แต่ส่งเสียงจิ๊จ๊ะออกมา
เขานึกถึงละครที่เจียงเจินแสดงที่ได้ดูในช่วงนี้ ระหว่างพระเอกนางเอกมีกลเม็ดหนึ่งที่เรียกว่า ‘ทำเป็นปล่อยเพื่อจับ’
พฤติกรรมของหนิงหนิงที่สนใจแต่ไม่สนใจตอนนี้ก็คล้าย ๆ กันเลย
เปลี่ยนมาใช้กลเม็ดนี้แล้วสินะ
งั้นก็ปล่อยไปสิ
เหตุผลที่มาร่วมรายการคนก็รู้กันทั่วแล้ว ยังไม่ยอมเลิกราจากตระกูลเจียงอีก
มาดูกันว่าจะเป็นยังไง?
ทางรายการตั้งใจให้แขกรับเชิญได้ทำความคุ้นเคยกันและกัน
หลังจากทุกคนมาถึงครบแล้ว ทางรายการก็ไม่ได้ออกมาดำเนินรายการ
แม้จะมีคนเยอะ แต่คนที่คุยกันอย่างสนุกสนานก็มีแค่สี่คนนั้นเท่านั้น
หนิงหนิงและหนิงเหนียนนั่งตัวตรงเป๊ะ ทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยกันเลย
คนหนึ่งลูบแมว อีกคนดูโทรศัพท์
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนมีแค่สามคำนั่นคือ ‘ไม่สนิทกัน’
ผู้ชมทุกคนสังเกตเห็นได้
แม้ทั้งสองคนไม่พูดอะไร แต่ตัวตนของพวกเขากลับโดดเด่นมาก
แต่เดิมมีแค่หนิงเหนียนคนเดียว ตอนนี้กลับมีหนิงหนิงเพิ่มมาอีกคน
ทั้งสองคนแต่งตัวด้วยชุดสีดำ บนตักของหนิงหนิงยังมีแมวตัวหนึ่งที่มีตัวตนไม่แพ้คนนอนอยู่
เจียงเจินและคนอื่น ๆ พยายามไม่มองแต่ก็ไม่ได้ผล
จี๋ซางรู้สึกรำคาญ จี๋เสี่ยวเสี่ยวคอยเตือนเขาเงียบ ๆ ไม่ให้พูดคุยกับหนิงหนิงและหนิงเหนียน
ทำไมกันนะ พวกเขาก็ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกับหนิงเหนียนและหนิงหนิงเสียหน่อย
จี๋ซางโน้มตัวเข้าไปใกล้ถามหนิงหนิงว่า “พี่สาวครับ ทำไมยังใส่หมวกอยู่เหรอครับ?”
“ในห้องสว่างเกินไป” หนิงหนิงตอบ
“ผมว่าก็ไม่ได้สว่างนะ กำลังพอดี ๆ เลย พี่สาวสวยขนาดนี้ควรให้ทุกคนได้เห็นบ้างนะ” จี๋ซางพูด
เขาหัวเราะคิกคักพลางยื่นมือไปเพื่อจะเปิดหมวกของหนิงหนิง
หนิงหนิงตบมือเขาออกไปดังแป๊ะ
จี๋ซางรู้สึกเจ็บดึงมือกลับมา บนมือมีรอยแดงเป็นทางยาว
หนิงหนิงชำเลืองมองพลางพูดว่า “อย่ามาแตะตัวฉัน”
จี้ซางเป็นคนหน้าตาดี รูปร่างสูงเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าสาว ๆ
ปกติแล้วพวกผู้หญิงมักจะเข้ามาทักทายเขาก่อน และเขาก็จะหยอกล้อกับพวกเธอเหมือนที่เพิ่งทำไปเมื่อครู่ พวกผู้หญิงก็จะหน้าแดงแกล้งทำเป็นจะตีเขา ช่างน่าสนุกจริง ๆ
เขามักจะได้รับการเอาอกเอาใจอยู่เสมอ
วันนี้เป็นครั้งแรกที่เจอคนไม่ให้เกียรติเขาแบบหนิงหนิง
เขารู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่เพราะมีกล้องวงจรปิดอยู่เขาจึงรู้ว่าต้องควบคุมสีหน้าของตัวเอง
จี๋ซางหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาเปิดดูหัวข้อที่กำลังเป็นกระแส ชี้ไปที่รูปภาพในนั้นแล้วถามหนิงหนิงว่า “พี่สาวครับ คุณเช่าคฤหาสน์หลังนี้มาจากที่ไหนครับ สวยจังเลย ผมก็อยากเช่าสักวัน อยากพาแม่ไปพักดูบ้าง ค่าเช่าต่อวันคงไม่ใช่น้อย ๆ สินะครับ?”
เจตนาร้าย เต็มไปด้วยเจตนาร้าย
วาเซียชูหางขึ้น แยกเขี้ยวคมกริบใส่จี๋ซาง
หนิงหนิงไม่ได้มองเพราะเธอกอดวาเซียเอาไว้ วาเซียถึงไม่ได้พุ่งเข้าไปกัดหัวของจี๋ซาง
จี๋ซางตกใจไม่น้อย
จี๋เสี่ยวเสี่ยวดึงเขากลับมา เกือบจะโมโหตายอยู่แล้ว
เรื่องของคนอื่น ทำไมต้องไปยุ่งด้วย
เธอขอโทษหนิงหนิง “คุณอย่าไปสนใจเขาเลย เขาเป็นคนคิดอะไรก็พูดอย่างนั้น”
ผู้ชมแทบจะตื่นเต้นตายกันอยู่แล้ว
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ เก่งมากน้องชายจี๋ซาง!]
[ถ้าจะอวดดีก็อย่ามาโทษคนอื่นที่ถามสิ]
[โอ๊ย อึดอัดจัง ฉันอึดอัดแทนของปลอมเลย…]
[ถามได้ดี จริง ๆ แล้วฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเช่าวันหนึ่งราคาเท่าไหร่]
[ใครบ้างล่ะที่จะไม่ชอบดูฉากคนชอบวางท่าแต่โดนหักหน้าแบบนี้]
[ฉันก็อยากได้เหมือนกัน!]
[ตอนนี้คนที่อยากเช่าคงต่อคิวยาวไปถึงต่างประเทศแล้ว มาต่อคิวก่อนเลย!]
[ถ้าของปลอมยังเช่าได้ ฉันก็น่าจะเช่าได้เหมือนกัน รับรองเลย!]
[ของปลอมยอมกัดฟันทุ่มหมดตัวเพื่ออวดรวย!]
เจียงฉือซิงไม่ได้เปิดดูหัวข้อที่กำลังเป็นกระแส เขาจึงเข้าไปดูใกล้ ๆ “มีอะไรเหรอ?”
วาเซียจ้องมองที่จี๋ซางไม่วางตา นั่นทำให้เขารู้สึกขนลุก
เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ดูเอาเองสิ”
ที่แท้ ในช่วงเวลาที่หนิงหนิงเดินทางจากคฤหาสน์มาที่นี่นั้น
ผู้ชมที่ดูการถ่ายทอดสดได้แคปภาพคฤหาสน์กุหลาบมามากมาย แล้วติดแฮชแท็ก #คฤหาสน์กุหลาบของหนิงหนิง โพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ต
พร้อมข้อความว่า [คฤหาสน์ที่ของปลอมเช่ามาเพื่อรักษาหน้า ลองทายซิว่าราคาเท่าไหร่ต่อวัน]
ทั้งภายนอกและภายในของคฤหาสน์ถูกถ่ายไว้ทั้งหมด
ผู้ชมที่คลิกเข้ามาดู พอเห็นหัวข้อปฏิกิริยาแรกคือการเยาะเย้ยหนิงหนิง
แต่หลังจากนั้น ทุกคนต่างตะลึงกับความงดงามอันประณีตของคฤหาสน์กุหลาบ
หลายคนแท็กหนิงหนิงเพื่อสอบถามโดยตรง
พวกเขาอยากรู้จริง ๆ ว่าหนิงหนิงเช่าคฤหาสน์นี้มาจากที่ไหน
#คฤหาสน์กุหลาบของหนิงหนิง มียอดการพูดถึงแซงหน้า #คฤหาสน์ของเจียงเจิน ขึ้นอันดับหนึ่งบนเทรนด์ยอดนิยมและตอนนี้ก็ยังคงครองอันดับหนึ่งอยู่
จากเรื่องนี้ ทำให้เกิดกระแสร้อนมากมาย
#ค่าเช่าคฤหาสน์กุหลาบต่อวันเท่าไหร่
#เจ้าของคฤหาสน์กุหลาบคือใคร
#นักออกแบบคฤหาสน์กุหลาบ
เจียงเจินเข้ามาดูโทรศัพท์พร้อมกับเจียงฉือซิง เพื่อทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
เจียงเจินรู้สึกตื่นเต้นแบบสาวน้อย “ว้าว สวยจังเลย”
เจียงฉือซิงหัวเราะเบา ๆ “คฤหาสน์กุหลาบนี่นะ ฉันจำได้ว่าเมื่อเดือนที่แล้วตระกูลจินเพิ่งซื้อไปเองไม่ใช่เหรอ หลังจากนั้นก็ดูเหมือนจะขายต่อแต่ก็ไม่ได้ยินข่าวอะไรอีกเลย”
เจียงเจินแววตาเป็นประกาย “ฉันชอบที่นี่มากเลย”
เจียงฉือซิงหันไปพูดพลางยิ้ม “บอกพ่อแม่สิ ลองไปเจรจากับตระกูลจินดู พวกเขาน่าจะยินดีขายให้เราอยู่นะ”
จินซุ่ยกลอกตาอย่างเหลืออด
ชิ! ยื่นหน้ามาสิจะตบให้สักฉาด
เจียงเจินดีใจสุด ๆ “ฉันชอบการตกแต่งภายในมากเลย แค่สีผนังด้านนอกดูน่ากลัวไปหน่อย เดี๋ยวค่อยปรับปรุงใหม่ก็ได้”
เจียงฉือซิงพูด “พี่อยากได้แบบไหนก็ตกแต่งไปตามนั้นแหละ”
คฤหาสน์หลังนี้ดูก็รู้ว่าเป็นแบบที่ผู้หญิงชอบ
เขาไม่ได้ใส่ใจอะไร
[ไขคดีได้แล้ว คฤหาสน์กุหลาบเป็นของตระกูลจินถ้าพูดถึงเส้นสายก็ต้องยกให้น้องชายซิงซิงเลย]
[แค่ชอบที่บ้านก็ซื้อให้ นี่แหละคุณหนูใหญ่ที่เป็นที่รักของทุกคนสินะ น่ากลัวจริง ๆ]
[นั่นมันคฤหาสน์นะ!]
[ช่วยด้วย โรคอิจฉากำเริบแล้ว ฉันอยากจะสิงร่างเจียงเจิน อ๊าาาาาา!]
[คนนึงซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ อีกคนต้องเช่าอยู่ช่างเป็นความแตกต่างระหว่างคนที่มากเหลือเกิน]
[เช่าคฤหาสน์มาอวดแต่โดนตบหน้า เสียเงินฟรีเลยสินะ ฮิ ๆ]
[ไม่ได้นะ ถ้าตระกูลเจียงซื้อไปแล้ว ฉันจะเช่ายังไงล่ะ?]
[ขอถามหน่อยนะเจินเจิน หลังจากตกแต่งคฤหาสน์เสร็จแล้ว ฉันขอเข้าไปพักสักคืนได้ไหม?]
[ดูจากนิสัยของเจินเจินแล้ว เธออาจจะเชิญแฟนคลับไปพักที่คฤหาสน์จริง ๆ ก็ได้ ฮ่า ๆ ๆ ๆ]
[ดีขนาดนี้ ฉันเป็นแค่คนนอกยังรู้สึกสั่นไหว อยากจะเข้าวงการด้วยเลย]
[มาสิ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวใหญ่ของเจินกั่ว นักแสดงที่ขยันและมุ่งมั่น ค่อย ๆ ไต่เต้าจากนักแสดงประกอบจนได้เป็นนักแสดงนำด้วยความสามารถของตัวเอง รับรองว่าไม่ผิดหวัง!]
…
หนิงหนิงฟังพวกเขาพูดไปทีละประโยค แต่ก็ยังไม่เข้าใจเธอจึงถามหนิงเหนียน
“พวกเขาพูดถึงอะไรกันเหรอ?”
หนิงเหนียนนิ่งเงียบ มือกำโทรศัพท์แน่นไม่พูดอะไร
ผ่านไปครู่หนึ่ง
“ถ้าเธอชอบคฤหาสน์หลังนั้น ฉันซื้อให้เธอก็ได้นะ” หนิงเหนียนพูด
แม้ว่าเขาจะไม่มีเงินมากขนาดนั้น แต่ถ้าไปรับงานแสดงและเก็บเงินสักพักก็น่าจะพอได้
“ไม่ต้องซื้อให้ฉันหรอก ฉันมีบ้านอยู่แล้ว” หนิงหนิงส่ายหน้า
เจียงฉือซิงถามแกล้ง ๆ ถามว่า “เธอหมายถึงคฤหาสน์กุหลาบใช่ไหม?”
หนิงหนิงเข้าใจแล้ว “ถ้าคุณหมายถึงคฤหาสน์ที่อยู่ที่เขาหลานซาน ก็ใช่แล้วล่ะ”
เจียงฉือซิงหัวเราะชอบใจ
เขารู้ว่าบัตรเครดิตของหนิงหนิงถูกระงับไปแล้ว เธอคงไม่มีเงินซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่แบบนั้นหรอก
หนิงหนิงจับตัววาเซียที่กำลังจะพุ่งเข้าไปกัดเจียงฉือซิงเอาไว้ แล้วพูดว่า “ฉันรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น”
สำหรับเธอแล้ว บ้าน แอปเปิ้ลลูกหนึ่งหรือดอกกุหลาบดอกหนึ่ง ล้วนเหมือนกันหมดไม่มีความแตกต่าง
เธอไม่ได้ตระหนักในทันทีว่าพวกเขากำลังเยาะเย้ยเธอ
พวกเขากล้าเยาะเย้ยเธอ เพียงเพราะเรื่องบ้านหลังหนึ่ง
หนิงหนิงมองที่จี๋ซางพูดอย่างจริงจัง “คฤหาสน์กุหลาบไม่ได้ให้เช่าแก่บุคคลภายนอก”
จี๋ซางหลบสายตาของเธอ
หนิงหนิงมองไปที่เจียงเจินและเจียงฉือซิงอีกครั้ง “คฤหาสน์กุหลาบไม่ได้เปิดขายให้บุคคลภายนอกด้วย”
“เธอเป็นคนตัดสินใจหรือไง?” เจียงฉือซิงถาม
หนิงหนิงพูดทีละคำอย่างชัดเจน “ใช่ ฉันเป็นคนตัดสินใจ เพราะคฤหาสน์กุหลาบเป็นของฉัน ไม่ว่าจะให้เช่าหรือไม่ จะขายหรือไม่ฉันเป็นคนตัดสินใจทั้งหมด”
เจียงฉือซิงอยากจะหัวเราะ
โทรศัพท์มือถือของหนิงหนิงดังขึ้น
เธอรับสาย อีกฝ่ายพูดอะไรบางอย่างเธอตอบกลับไปว่า “ไม่เป็นไร…ได้ค่ะ”
หนิงหนิงเปิดลำโพงและวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะกลาง
“คุณชายเจียง ได้ยินไหมครับ?”
เสียงจากโทรศัพท์ดังชัดเจน ทุกคนสามารถได้ยินได้อย่างชัดเจน
เจียงฉือซิงชี้ที่ตัวเอง มีคนตามหาเขาเหรอ?
เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด “คุณเป็นใครครับ?”
“ผมคือจินเฉียนตัว ก็คือจินเฉียนตัวคนนั้นแหละ จากบริษัทซุ่ยจิน”