แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 33 จินเฉียนตัวจริงมาให้กำลังใจหนิงหนิง
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 33 จินเฉียนตัวจริงมาให้กำลังใจหนิงหนิง
บทที่ 33 จินเฉียนตัวจริงมาให้กำลังใจหนิงหนิง
[โอ้โห จินเฉียนตัวเจ้าของคฤหาสน์กุหลาบมาแล้ว]
[จินเฉียนตัวจริง นี่ไม่ใช่ประธานบริษัทหรอกเหรอ?]
[เดี๋ยวก่อน ทำไมของปลอมถึงมีเบอร์ติดต่อประธานบริษัทล่ะ]
[ผู้เช่ากับเจ้าของบ้านต้องติดต่อกันอยู่แล้วนี่]
[ใช่แล้วตกใจแทบตาย ฉันนึกว่า…]
[ประธานบริษัทมาด้วย…]
[ฮ่า ๆ ๆ สงสัยเมื่อกี้มีคนกลุ่มใหญ่ไปคอมเมนต์กับส่งข้อความส่วนตัวในเว็บไซต์ทางการของบริษัทซุ่ยจิน ไปต่อรองราคาคฤหาสน์ในอนาคตให้เจินเจิน เว็บไซต์ทางการบอกว่าจะรายงานสถานการณ์ให้ทราบ]
[แฟนคลับพวกเธอนี่สุดยอดจริง ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ…]
[ถึงขั้นทำให้ประธานบริษัทต้องมาสนใจ แสดงว่าเจินเจินของพวกเรามีหน้ามีตามากจริง ๆ~]
[แต่ไม่ถูกนะ แค่เช่าคฤหาสน์จำเป็นต้องติดต่อถึงประธานบริษัทด้วยเหรอ?]
“คุณมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่า?” เจียงฉือซิงถาม
“มีครับ คุณคงไม่รู้หรอกข้อความส่วนตัวในเว็บไซต์ทางการของเราเกือบจะระเบิดอยู่แล้ว พนักงานบอกผมว่าคุณกับคุณเจียงต้องการซื้อคฤหาสน์กุหลาบใช่ไหม?” จินเฉียนตัวบอก
ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง
เจียงเจินทำท่าหัวใจให้กล้อง “ขอบคุณทุกคนนะคะ แต่คราวหน้าไม่ต้องทำแบบนี้แล้วค่ะ ฉันจัดการเองได้”
“ใช่แล้ว คุณเสนอราคามาได้เลยครับ” เจียงฉือซิงพูดอย่างไม่สนเรื่องเงินทอง
“เรื่องนี้น่ะ จริง ๆ แล้วผมก็อยากจะขายให้คุณนะ แต่ผมขายให้ไม่ได้จริง ๆ” จินเฉียนตัวอบอกด้วยน้ำเสียงเสียดาย
“ทำไมล่ะครับ?”
เจียงฉือซิงรู้สึกไม่ดีขึ้นมา
“เพราะว่าคฤหาสน์กุหลาบนี้มันไม่ใช่ของผมน่ะสิ มันเป็นของหนิงหนิง”
“เป็นไปได้ยังไง?!” เจียงเจินอุทานด้วยความตกใจ
เธอได้ยินมาว่าบัตรทุกใบของหนิงหนิงถูกพ่อแม่ระงับหมดแล้ว ตอนนี้เธอไม่มีเงินเลยแม้เเต่หยวนเดียว
ตอนนั้นที่เจียงเจินได้ยินก็รู้สึกสะใจมาก
“เป็นไปได้ยังไง”
เจียงฉือซิงก็งงงวย “คุณเพิ่งจะซื้อมันไปเมื่อเดือนที่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
จินเฉียนตัวตอบ “ใช่ ผมซื้อมาแล้วก็ขายออกไปน่ะ”
“ถ้าคุณอยากซื้อ คุณก็คุยกับหนิงหนิงก็แล้วกัน เธออยู่พอดีไม่ใช่เหรอผมขายให้ไม่ได้จริง ๆ”
“ขอโทษด้วยนะครับ ขอโทษด้วยนะครับ”
จินเฉียนตัวกล่าวขอโทษซ้ำไปซ้ำมา
หนิงหนิงรับโทรศัพท์กลับคืนมา ปิดลำโพงพูดคุยกับจินเฉียนตัวสักครู่ แล้วก็วางสายไป
พอจินเฉียนตัววางสายไป โทรศัพท์จากจินซุ่ยก็โทรเข้ามาพอดี
จินเฉียนตัวยิ้มกว้าง “เป็นไงล่ะ! สะใจไหม!”
จินซุ่ยยกนิ้วโป้งให้พ่อของเธอ “พ่อ สุดยอดมากเลย!”
จินซุ่ยหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“คืนนี้จะบอกแม่ ให้ชงเหล้ามาให้พ่อดื่มสักแก้ว!”
“ตกลงตามนั้น!”
“ต้องอย่างนั้นสิ!”
คอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดระเบิดแล้ว
[???]
[???]
[นี่ฉันกำลังฝันอยู่รึเปล่า ฝันว่าของปลอมซื้อคฤหาสน์กุหลาบ]
[ตบหน้าทีนึง ไม่เจ็บหรอก นอนต่อเถอะ]
[ขำจะตายอยู่แล้ว บางคนเลิกหลอกตัวเองได้แล้ว]
[ประธานคนนี้เป็นตัวปลอมหรือเปล่า จะใช่นักแสดงที่ของปลอมจ้างมาไหม]
[ไลฟ์สดมีคนดูเป็นล้าน ๆ ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่ามีพวกต้มตุ๋นคนไหนกล้ามาร่วมงานกับหนิงหนิง]
[พวกคุณเลิกดิ้นรนได้แล้วได้ไหม ยอมรับว่าตัวเองโดนตบหน้าแล้วมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ?]
[มีการโพสต์ในเว็บไซต์ทางการแล้ว มันเป็นเรื่องจริง!]
[แล้วเธอเอาเงินมาจากไหน?]
[ก็เธอเป็นดาราไง มีเงินก็ไม่แปลกหรอก ดาราหาเงินง่ายจะตาย]
[ประเด็นสำคัญของฉันคือ มันไม่ให้เช่าและไม่ขายด้วยหัวใจฉันแตกเป็นเสี่ยง ๆ เลย]
[อ๋าาาา ใช่ ความฝันที่จะได้เป็นเจ้าหญิงของฉันหายไปแล้ว]
[ความสนใจของฉันอยู่ที่เจียงฉือซิงกับเจียงเจินที่กำลังพูดคุยเรื่องการปรับปรุงคฤหาสน์ของคนอื่นต่อหน้าเจ้าของ]
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ โอ้โห ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนกำลังทำตัวเหนือกว่ากันแน่]
[นี่สิถึงจะเรียกว่าน่าอึดอัดของจริง]
ความอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วห้อง
เจียงเจินเกร็งนิ้วเท้าจนจิกพื้น
เจียงฉือซิงเข้าใจแล้วว่าที่จินเฉียนตัวโทรมาก็เพื่อจะช่วยหนิงหนิงให้ดูมีหน้ามีตา
จี๋ซางที่อ่านบรรยากาศไม่ออกเขาถามต่อว่า “พี่สาว เป็นของคุณจริง ๆ เหรอ แพงมากใช่ไหมซื้อมาเท่าไหร่เหรอครับ?”
หนิงหนิงตอบ “ไม่แพงหรอก ถูกมาก ๆ”
จินซุ่ยที่กำลังดูไลฟ์อยู่รู้สึกเสียวฟันขึ้นมาทันที
จี๋เสี่ยวเสี่ยวตีจี๋ซางทีหนึ่ง แล้วกดตัวเขาไว้ “จะถามมากทำไม นายซื้อไม่ได้อยู่ดี”
เธอยิ้มให้หนิงหนิงด้วยความรู้สึกผิด
จี๋ซางไม่ยอมแพ้ “ผมถามนิดหน่อยแล้วมันจะทำไมล่ะ?”
เขาไม่สนใจจี๋เสี่ยวเสี่ยวแต่ยังคงสงสัย “แล้วทำไมคุณถึงซื้อคฤหาสน์กุหลาบล่ะ?”
แม้ว่าคฤหาสน์หลังนี้จะออกแบบมาสวยงาม แต่ก็มีข้อเสียที่เห็นได้ชัดภายนอกดูน่ากลัวเกินไป โดยเฉพาะคนรวยที่มักจะเคร่งเรื่องฮวงจุ้ยส่วนใหญ่จึงไม่มีใครอยากซื้อ
หนิงหนิงตอบ “เพราะว่าคฤหาสน์หลังนั้นมีผีสิงน่ะ”
หนิงหนิงอธิบายว่า เธอเห็นประกาศขายบ้านจึงไปจัดการผี ทั้งเธอและวาเซียต่างพอใจจึงตัดสินใจซื้อ
คนอื่น ๆ เข้าใจว่าเพราะเป็นบ้านผีสิงเลยขายถูก ตระกูลจินรีบขายทิ้งหนิงหนิงรับซื้อไว้เท่ากับเป็นเหยื่อรายต่อไป
หนิงเหนียนถามด้วยสีหน้าที่หม่นลง “บ้านผีสิงเหรอ?”
หนิงหนิงตอบอย่างใจเย็น “ไม่มีแล้ว ฉันแจ้งตำรวจผีถูกจับไปหมดแล้วด้วย”
เจียงฉือซิงรีบถาม “ตำรวจที่เธอพูดถึง คงไม่ใช่หน่วยสืบสวนพิเศษหรอกนะ?”
หนิงหนิงพยักหน้า
เจียงฉือซิงมีจี้หยกสีเขียวแขวนอยู่ที่คอ เขารีบถอดมันออกมาแล้วชี้ไปที่หนิงหนิง
เจียงเจินถามอย่างกังวล “เกิดอะไรขึ้น?”
จี้หยกสีเขียวมรกตใสสะอาดไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ
เจียงฉือซิงเก็บจี้หยกกลับไป “ไม่มีอะไร ผมแค่กลัวว่าเธอจะพาผีจากคฤหาสน์ออกมาด้วย”
หนิงหนิงพูดซ้ำ “ผีถูกจับไปหมดแล้ว”
เจียงฉือซิงพูด “ฉันแนะนำว่า หลังจากเธอได้รับค่าตอบแทนจากรายการแล้ว ให้เอาไปจ่ายค่าผ่อนคฤหาสน์แล้วค่อยไปจ้างสำนักเซียนมาดูคฤหาสน์ให้ดี ๆ จับผีทั้งหมดออกไป”
หนิงหนิงพูดซ้ำอีกครั้ง “ฉันแจ้งตำรวจแล้ว ผีถูกจับไปแล้วไง”
เจียงเจินเตือนเจียงฉือซิง “ช่างเถอะ อย่าไปสนใจเธอเลย”
เจียงฉือซิงหัวเราะอย่างขัดใจ “อืม ผมไม่เตือนเธอแล้ว”
[ตายไปซะได้ก็ดี]
[ฮ่า ๆ ๆ ก็ว่าทำไมซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ขนาดนี้ได้ ที่แท้ก็เป็นบ้านผีสิงนี่เอง]
[บ้านที่มีผีสิงเกือบทั้งหมดขายไม่ออก แต่ก็ยังมีคนโง่ที่อุตส่าห์มาซื้อ]
[ใช่ไหมล่ะ ถึงจะขับไล่ผีไปแล้วพอคนอื่นได้ยินก็ไม่อยากซื้อแล้ว]
[เรื่องที่หน่วยสืบสวนพิเศษเป็นพวกไร้ประโยชน์น่ะ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะรู้หรอก]
[คงไม่มีเงินจ้างสำนักเซียนหรอก ได้แต่แจ้งความเพื่อปลอบใจตัวเองหน่อย]
เรื่องการซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ของหนิงหนิง ก็หาเหตุผลที่ยอมรับได้แล้ว คนที่เคยโกรธแค้นก็รู้สึกสบายใจขึ้น เรื่องคฤหาสน์กุหลาบก็ถือว่าจบลงแล้ว
การพูดคุยละลายพฤติกรรมก่อนรายการจะเริ่มจริง ๆ นั้น เป็นความตั้งใจที่ดี เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายของเว่ยฉือ
แต่ความจริงก็พิสูจน์แล้วว่ามันไม่ได้ผลจริง ๆ
เว่ยฉือยอมแพ้แล้ว
เวลาสิบเอ็ดนาฬิกา เว่ยฉือปรากฏตัวตัวที่ห้องนั่งเล่นของวิลล่าและประกาศว่ารายการ ‘พวกเราโตแล้วซีซั่นแรกเริ่มออกอากาศอย่างเป็นทางการ’
เขาถือกระดานมาสามชุด
ช่วงแรกของรายการเป็นการทดสอบความเข้าใจกันระหว่างพี่น้อง
บนกระดานมีคำถามทั้งหมดห้าข้อ
สี่ข้อแรกเป็นคำถามเดียวกัน
วันเกิดของอีกฝ่าย สีที่อีกฝ่ายชอบที่สุด อาหารที่ชอบที่สุด ไอดอลที่ชอบที่สุด
สี่ข้อแรกเป็นคำถามที่ง่าย
แต่ข้อสุดท้ายแตกต่างออกไป
แต่ละข้อมียี่สิบคะแนน ห้าข้อเต็มหนึ่งร้อยคะแนน
พี่น้องคู่ไหนที่ได้คะแนนมากที่สุด จะได้เลือกชั้นก่อน
เวลาในการเขียนคำตอบคือสิบนาที
สิบนาทีผ่านไป การทำแบบทดสอบก็สิ้นสุดลง
จี๋เสี่ยวเสี่ยวเป็นคนที่ทำเสร็จเร็วที่สุด
เว่ยฉือกล่าว “ตอนนี้ ขอให้พี่สาวและน้องชายแลกเปลี่ยนกระดานคำตอบกัน แล้วหยิบปากกาสีแดงที่อยู่ข้างกระดาน มาดูกันว่าอีกฝ่ายเข้าใจคุณแค่ไหน”
หนิงเหนียนจับกระดานคำตอบไว้ ปลายปากกาจรดลงบนหัวข้อข้อสุดท้าย
หนิงหนิงยื่นกระดานคำตอบมาตรงหน้าเขา
โดยไม่ทันตั้งตัว ตัวอักษรที่เขียนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยปรากฏเข้ามาในสายตาอ่านได้ชัดเจน
ในขณะที่กำลังอึ้ง หนิงหนิงก็ดึงกระดานคำตอบในมือเขาออกไปแล้วใช้ปากกาขีดเส้นดำลงบนคำตอบ