แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 355 แฟนคลับของเจียงเอี้ยนจือ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 355 แฟนคลับของเจียงเอี้ยนจือ
บทที่ 355 แฟนคลับของเจียงเอี้ยนจือ
i.z.t ร้องเพลงติดต่อกันสามเพลง
เมื่อจบการแสดง แท่งไฟสีเงินของเหล่าเหนียนเกาก็ครองพื้นที่ไปครึ่งหนึ่ง
วงอะไรกัน?
เหล่าเหนียนเกาทำตามใจตัวเองอย่างเต็มที่
จี๋ซังชิงมองเห็นทุกอย่าง เขารู้สึกขัดเคืองใจอย่างมาก
ในช่วงพูดคุย โดยปกติแล้วจี๋ซังชิงในฐานะหัวหน้าวงจะเป็นตัวแทนของวงในการกล่าวสุนทรพจน์
หลังจากกล่าวคำขอบคุณตามธรรมเนียมแล้ว จี๋ซังชิงก็เปลี่ยนประเด็น “แต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องนี้จริง ๆ ต้องขอบคุณหนิงเหนียน ที่พวกเราได้มาอยู่บนเวทีนี้ก็เพราะแสงจากเขา”
เขามองไปที่หนิงเหนียนด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มใจ
แสดงท่าทีของหัวหน้าวงที่ทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถและห่วงใยสมาชิก
[สมแล้วที่เป็นหัวหน้าวง นี่แหละคือวิสัยทัศน์!]
[ใช่เลย ดูบางคนสิ มีแต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ]
[ซังชิงถ่อมตัวเกินไปแล้วล่ะ คุณก็เก่งมากเหมือนกันนะ!]
[บางคนก็พอได้แล้ว ดูสถานการณ์ด้วย อย่าเที่ยวอาละวาดไปทั่ว]
[ฮ่า ๆ คุณก็เก่ง… พูดออกมาได้ยังไงกัน ทุกครั้งที่ขึ้นเวทีด้วยกัน ก็โดนหนิงเหนียนถล่มเละตลอด]
[นี่มันคอนเสิร์ตของเมิ่งซีนะ อย่าทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ได้ไหม]
[ยอมแพ้จี๋ซังชิงเลย จะไปที่ไหนก็ต้องแสดงใช่ไหม]
[น่ารำคาญที่สุด อย่าทะเลาะกัน นี่คือเวทีหลักของเมิ่งซีนะ]
[อยากทะเลาะก็รอให้คอนเสิร์ตจบก่อนค่อยทะเลาะกัน]
[น่ารำคาญจริง ๆ แค่จี๋ซังชิงโผล่มา ก็วุ่นวายทุกทีเลยจริง ๆ]
[บ้าเอ๊ย ไอ้พวกทำตัวแสนดี]
…
เพียงไม่กี่คำพูดก็สามารถทำให้ผู้ชมเกิดการถกเถียงกันได้
จี๋ซังชิง “ช่วงนี้หนิงเหนียนก็เหนื่อยมาก”
อย่างน้อยเมื่ออยู่บนเวที หนิงเหนียนก็ยังให้เกียรติเขาอยู่บ้าง โดยการพยักหน้ารับอย่างให้ความร่วมมือ
จี๋ซังชิงพูดต่อว่า “ไม่ใช่แค่หนิงเหนียนเท่านั้น ผมต้องขอขอบคุณทีมงานรายการทุกคนด้วย ทุกคนเหนื่อยกันมามากในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะพี่หนิงหนิง”
กล้องจับภาพไปที่บริเวณที่ทีมงานรายการนั่งอยู่ ไม่นานใบหน้าของหนิงหนิงก็ปรากฏบนจอใหญ่
ตามปกติแล้ว ช่างภาพควรจะจับภาพไปที่หนิงหนิงเท่านั้น แต่เพราะมือพลาดไปนิด เลยทำให้หญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ หนิงหนิงถูกจับภาพขึ้นจอโดยไม่ทันตั้งตัว
อาจเป็นเพราะสีหน้าของเธอดูไม่เหมาะสมมากเกินไป จึงทำให้ช่างภาพตั้งตัวไม่ทัน
พอรู้ตัวก็รีบตัดภาพออกทันที
แต่ทุกคนก็สังเกตเห็นหญิงสาวคนนั้นไปแล้ว รวมถึงดวงตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของเธอ ซึ่งขัดแย้งกับบรรยากาศสนุกสนานรื่นเริงในงาน
เธอจ้องตรงไปที่คนบนเวทีอย่างไม่วอกแวก
[เฮ้ย เมื่อกี้ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่มั้ย?]
[พวกเธอไม่ได้ตาฝาดหรอก ฉันเห็นเหมือนกัน สายตาน่ากลัวมากเลย เหมือนจะกินคนเป็น ๆ]
[คนที่นั่งข้าง ๆ หนิงหนิงนั่นใครน่ะ?]
[ดูเหมือนจะเป็นไป๋ฮวนนะ เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่หนีรอดออกมาจากเหตุการณ์ครั้งนั้นได้]
[เกิดอะไรขึ้นกับเธอ? ทำไมเธอถึงทำสีหน้าแบบนั้น น่ากลัวจังเลย]
[ไม่รู้เหมือนกัน เธอกำลังมองใครอยู่นะ?]
[ทางนั้น ดูเหมือนจะเป็นหนิงเหนียนนะ?]
[ไม่ใช่นะ ทำไมเธอถึงเกลียดหนิงเหนียนล่ะ พูดถึงที่สุดแล้ว หนิงเหนียนก็มีส่วนช่วยชีวิตเธอด้วยนะ]
[เธอกับหนิงเหนียนมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่านะ?]
[อ๊ะ ไม่ใช่มั้ง ทำไมถึงมั่นใจว่าเธอมองที่หนิงเหนียนล่ะ? จี๋ซังชิงก็อยู่ทางนั้นเหมือนกันนะ?]
[เธอต้องมองที่หนิงเหนียนแน่ ๆ เพราะเธอเป็นแฟนคลับของเจียงเอี้ยนจือ]
[???]
[หา? รู้ได้ยังไง?]
[ไป๋ฮวนเป็นแฟนคลับตัวยงระดับเก๋าของเจียงเอี้ยนจือ ปกติแล้วมีแต่แฟนคลับรุ่นแรก ๆ ของเจียงเอี้ยนจือเท่านั้นที่จะรู้จักกัน พวกแฟนคลับเก่า ๆ ต่างก็เคยเจอหน้ากันมาแล้ว ฉันเองก็เคยเจอเธอ]
[ไม่แปลกใจที่ฉันรู้สึกคุ้นหน้าเธอมาตลอด พอเธอมองมาที่หนิงเหนียนแบบนี้ ฉันก็นึกออกแล้ว เจียงเอี้ยนจือยังไม่ได้เดบิวต์ ส่วนไป๋ฮวนก็หายเงียบไป ที่แท้เธอก็ไปเป็นดาราแล้วนี่เอง]
[จริงเหรอ?]
[แต่หนิงเหนียนไม่ใช่เหรอที่ช่วยชีวิตเธอไว้ ไป๋ฮวนเกลียดหนิงเหนียนขนาดนี้เลยเหรอ?]
[คนที่ช่วยเธอคือหน่วยสืบสวนพิเศษต่างหาก มันเกี่ยวอะไรกับหนิงเหนียนด้วย?]
[แฟนคลับของเจียงเอี้ยนจือเกลียดหนิงเหนียนก็เป็นเรื่องปกตินะ ในเมื่อโอกาสเดบิวต์ของเจียงเอี้ยนจือโดนหนิงเหนียนแย่งไป นี่มันหมายความว่ายังไง คงไม่มีใครไม่รู้หรอกมั้ง?]
[อีกแล้ว ๆ พวกคุณไม่มีเหตุผลอื่นในการโจมตีหนิงเหนียนแล้วหรือไง ต้องลากเอาเจียงเอี้ยนจือมาอีกใช่ไหม?]
[เรื่องนี้มันจะเกี่ยวข้องกับหนิงหนิงโดยตรงหรือเปล่า จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรเลย มีแต่พวกคุณพูดกันไปเองทั้งนั้น]
[เจียงเอี้ยนจือเขาเคยพูดหรือไงว่า ที่ถอนตัวเป็นเพราะหนิงเหนียน?]
[ถ้าหนิงเหนียนมีฝีมือขนาดผลักดันเจียงเอี้ยนจือออกไปได้ แล้วทำไมตอนที่เขาเพิ่งเดบิวต์ถึงโดนโจมตีอย่างหนักขนาดนั้นล่ะ?]
[ลองคิดดูสักหน่อยได้ไหม?]
[อยากได้หลักฐานอะไรอีก ตอนที่เจียงเอี้ยนจือออกจากวงชั่วคราว แล้วหนิงเหนียนก็เข้ามาแทนมันเป็นความจริงนะ]
[น่ารำคาญจริง จะทะเลาะกันไปถึงไหน นี่มันคอนเสิร์ตของเมิ่งซีนะ]
[ไม่น่าเชิญบอยแบนด์ที่กำลังดังมาเลย มันเหมือนระเบิดเวลาชัด ๆ]
…
ในช่องคอมเมนต์วุ่นวายไปหมด โชคดีที่ผู้ชมบางส่วนออกมาห้ามปราม
แฟนคลับต่างก็รู้ว่า ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ควรทะเลาะกัน
เรื่องวุ่นวายครั้งนี้จบลงชั่วคราว แต่ทั้งสองฝ่ายต่างรู้ดีว่า เรื่องนี้คงไม่จบลงง่าย ๆ แค่นี้แน่
โดยเฉพาะพวกเหนียนเกาที่คาดการณ์เรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว
หลังจากคอนเสิร์ตจบ สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ก็คือกระแสด่าชุดใหม่ที่จะกลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมอย่างแน่นอน
เพราะตอนนี้ นอกจากเจียงเอี้ยนจือแล้ว ก็ไม่มีประเด็นอะไรที่จะเอามาด่าหนิงเหนียนได้อีก
บนเวที การแสดงของวง i.z.t จบลงอย่างสมบูรณ์ และกำลังเตรียมลงจากเวที
เสียงเชียร์อันเร่าร้อนดังขึ้นจากด้านล่าง ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
เวทีถูกส่งต่อให้กับเมิ่งซีอีกครั้ง
ไป๋ฮวนสูดลมหายใจลึก เหงื่อท่วมใบหน้าด้วยความประหม่า
ท่ามกลางเสียงดนตรีที่ดังกึกก้อง กลับมีเสียงผู้หญิงดังแว่วเข้าหูเธออย่างชัดเจน
“ถ้าใจร้อนแบบนี้ คงแก้แค้นไม่สำเร็จหรอก”
ไป๋ฮวนเบิกตากว้างในทันที พลางหันหน้าไปอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวข้าง ๆ กำลังโบกแท่งไฟในมือพลางมองขึ้นไปบนเวที
หัวใจของไป๋ฮวนเต้นเร็วผิดปกติ
ทั้งที่เธอยังไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ทำไมหนิงหนิงถึงรู้แล้วล่ะ?
หนิงหนิงพูดต่อว่า “แววตาของเธอ บอกทุกอย่างหมดแล้วล่ะ”
ไป๋ฮวนหลับตาลง เสียงเชียร์รอบข้างดังขึ้นเรื่อย ๆ แต่น้ำเสียงของหนิงหนิงยังคงชัดเจนอยู่
“ฉันแนะนำว่า ก่อนที่จะบรรลุเป้าหมาย ควรแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปก่อน”
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าของไป๋ฮวนก็ปรากฏรอยยิ้ม
“ขอบคุณ ฉันจะระวังตัว”
ไป๋ฮวนกำจัดความเกลียดชังอันรุนแรงออกไปชั่วคราว เธอยิ้มแล้วมองขึ้นไปบนเวที ดูไม่ต่างจากคนทั่วไป
วาเซียชะโงกหน้ามามองไป๋ฮวน
“เธอคนนั้นมีความเกลียดชังที่รุนแรงมากเลยนะ”
หนิงหนิง “อืม”
รุนแรงมากจริง ๆ ทุกครั้งที่จี๋ซังชิงเอ่ยปาก ความเกลียดชังของเธอก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น
จนถึงตอนหลัง มันรุนแรงมากจนหนิงหนิงไม่สามารถเพิกเฉยได้ และไม่สามารถมีสมาธิดูคอนเสิร์ตได้อีกต่อไป
วาเซีย “ฉันรู้สึกว่าเธอคนนั้นมาหาเธอนะ”
หนิงหนิง “อาจจะ”
หลังจากนั้น คอนเสิร์ตก็ดำเนินต่อไปโดยไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้นอีก
เมิ่งซีร้องเพลงที่เคยแต่งให้กับฉีจั๋วทั้งหมดอีกครั้ง เธอได้นำเพลงของเธอกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์
ต้องยอมรับว่า คนที่เข้าใจความรู้สึกในเพลงได้ดีที่สุด ก็คือคนแต่งเองนั่นแหละ หลายคนฟังไปฟังมาจนน้ำตาไหล
เมิ่งซี “เพลงเหล่านี้ ฉันจะนำไปอัดใหม่อีกครั้ง ให้ทุกคนได้ฟังกันค่ะ”
นี่จะเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่เธอจะมอบให้กับโลกใบนี้
ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะสั้น และเวลาของเพลงสุดท้ายก็มาถึงอย่างรวดเร็ว
แสงไฟอันสวยงามบนเวทีเปลี่ยนเป็นแสงนวลอ่อนโยน เมิ่งซีกำลังจะขึ้นเวที
หนิงหนิงได้ยินเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาลอยอยู่ในอากาศ
เมิ่งสุ่ยและเกาชุ่ยหลานดวงตาแดงก่ำ พยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ร้องไห้