แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 359 การใส่ร้ายป้ายสีเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 359 การใส่ร้ายป้ายสีเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
บทที่ 359 การใส่ร้ายป้ายสีเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
เธอจำคำเตือนของหนิงหนิงได้ดี ไป๋ฮวนจึงไม่กล้าแสดงตัวมากเกินไปในการตามหาใครบางคน และไม่กล้าถามใครด้วย
แต่ค้นหามานานแล้ว ก็ยังหาหนิงหนิงไม่เจอ
ที่สถานที่จัดคอนเสิร์ตก็ไม่มี ในภูเขาก็ไม่มี และที่โรงแรมที่ทีมงานรายการเข้าพักก็ไม่มี
หน่วยสืบสวนพิเศษโทรมาเร่งให้เธอกลับไป
ไป๋ฮวนรู้สึกร้อนใจจนทนไม่ไหว เธอต้องช่วยเจียงเอี้ยนจือ
เวลาที่เธอหมดสติไปก็ล่วงเลยมานานมากแล้ว ถ้าปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปมากกว่านี้ เธอกลัวว่าเจียงเอี้ยนจือจะทนไม่ไหว
เธอยืนอยู่นอกโรงแรม กำลังกระวนกระวายใจ จู่ ๆ ก็มีคนตบไหล่เธอ
“กำลังทำอะไรอยู่?”
ไป๋ฮวนตกใจจนแทบตาย พอหันไปมอง ก็เห็นว่าเป็นหนิงหนิง เธอปรากฏตัวขึ้นมาอย่างไร้สุ้มไร้เสียง ราวกับแมว
ไม่สิ เธอมีแมวตัวหนึ่งติดตามมาด้วยจริง ๆ
“กำลังหาฉันอยู่เหรอ?”
ไป๋ฮวนไม่พูดอะไร
หนิงหนิงคิดว่าเธอคงตกใจจนพูดไม่ออก
ไป๋ฮวนได้สติกลับมา “ใช่ ๆ ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ”
“เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ”
ไป๋ฮวนลังเลก่อนพูดว่า “ถ้าเข้าไปแบบนี้ต้องถูกจับได้แน่ ๆ”
หนิงหนิง “ถ้าตามฉันมา ไม่มีใครจับได้หรอก”
เธอหมุนตัวเดินนำไป๋ฮวนรีบเดินตามไปติดๆ
เมื่อพวกเขาเข้ามาในโรงแรม หนิงเหนียนก็กลับมาถึงก่อนแล้ว
เขาออกมาจากหลังเวที ก็ไม่เห็นหนิงหนิงแล้ว
หนิงเหนียนถามขึ้น “ขึ้นเขาไปเหรอ?”
หนิงหนิงพยักหน้า “ใช่”
เธอหันไปถามไป๋ฮวนที่อยู่ด้านหลัง “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเขาใช่ไหม?”
หนิงเหนียนไม่เข้าใจ “หา? ใครเหรอ?” เขามองไปด้านหลังของหนิงหนิงที่นั่นไม่มีใครอยู่เลยสักคน
ไป๋ฮวนพยักหน้า “ใช่ค่ะ”
หนิงหนิงพูดกับหนิงเหนียน”มากับฉันหน่อย”
หนิงเหนียนไม่ถามอะไร เดินตามไปอย่างว่าง่าย
ทั้งสามคนกลับมาที่ห้องของหนิงหนิง หนิงเหนียนกำลังจะถาม แต่กลับเห็นผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของหนิงหนิง เขาตกใจจนสะดุ้ง
เธอเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
หนิงเหนียนตั้งท่าระแวดระวัง “คุณเป็นใครกัน?”
ไป๋ฮวนรู้สึกงงเล็กน้อย ผู้ชายคนนี้เพิ่งเดินเข้ามากับเธอ ทำไมถึงทำเหมือนเพิ่งเห็นเธอล่ะ
หนิงหนิงพูดตัดบทพวกเขาทั้งสอง “พอเถอะ มาคุยเรื่องสำคัญกัน”
หนิงเหนียน “เรื่องอะไรนะ?”
เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว ไป๋ฮวนที่อยู่ข้าง ๆ ก็คุกเข่าลงต่อหน้าหนิงหนิงทันที ทำเอาหนิงเหนียนตกใจอีกครั้ง
เขารีบเข้าไปพยุงเธอ
“ทำอะไรของคุณน่ะ รีบลุกขึ้นเร็วเข้า”
ไป๋ฮวนไม่ยอมลุก พูดกับหนิงหนิงพลางร้องไห้ “ขอร้องล่ะค่ะ ช่วยเจียงเอี้ยนจือด้วย!”
เมื่อได้ยินชื่อเจียงเอี้ยนจือ หนิงเหนียนถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
หนิงเหนียน “เจียงเอี้ยนจือ?”
หนิงหนิงก็คุ้นเคยกับชื่อนี้เช่นกัน
ในฐานะพี่สาวของหนิงเหนียน เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เคยได้ยินชื่อคนคนนี้
จากที่หนิงหนิงรู้มา เจียงเอี้ยนจือเปิดตัวจากการเป็นคนทั่วไปในรายการประกวดความสามารถ ความนิยมของเขาก็พุ่งสูงขึ้นราวกับดวงอาทิตย์ยามเที่ยง แม้จะเทียบกับหนิงเหนียนในปัจจุบัน ก็ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกันเลยทีเดียว
หลังจากวงเฉพาะกิจยุบลง เจียงเอี้ยนจือก็ได้เซ็นสัญญากับบริษัทไอดอลที่ดีที่สุดในวงการอย่างสตาร์ไลท์ โดยไม่มีข้อกังขาใด ๆ และเดิมทีมีกำหนดเปิดตัวในวง i.z.t
แต่ผลคือ เมื่อใกล้ถึงวันเดบิวต์ ทางบริษัทก็ประกาศอย่างกะทันหันว่า เจียงเอี้ยนจือถอนตัวออกจากวง โดยไม่มีการให้เหตุผลใด ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก
ตัวเจียงเอี้ยนจือเองก็ไม่เคยออกมาเปิดเผยหรือพูดถึงสาเหตุที่แท้จริง
หลังจากนั้นก็มีหนิงเหนียนเข้ามาแทนที่ในวง ซึ่งหนิงเหนียนเป็นมือใหม่ที่ไม่มีพื้นฐานใด ๆ เลย การที่จู่ ๆ เข้ามาแทนที่ในวงที่กำลังจะเดบิวต์และเป็นที่จับตามองนั้น มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ดังนั้น กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในตอนนั้นจึงมีหลากหลาย มีการคาดเดากันไปต่าง ๆ และสุดท้าย ข้อสันนิษฐานที่โดดเด่นที่สุดคือ หนิงเหนียนแย่งตำแหน่งเดบิวต์ของเจียงเอี้ยนจือไป
เจียงเอี้ยนจือยังไม่ปรากฏตัวจนถึงตอนนี้ เขาเหมือนหายสาบสูญไปเลย ไม่มีข่าวคราวใด ๆ เกี่ยวกับเขาบนโลกออนไลน์เลย
ในความเห็นของหนิงหนิง เรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ค่ายสตาร์ไลท์ไม่ยอมผลักดันเจียงเอี้ยนจือซุปตาร์ตัวท็อปที่มีอยู่แล้ว แต่กลับเสี่ยงดันให้หนิงเหนียนขึ้นมาแทน
คนอื่นอาจไม่รู้ว่าเรื่องของหนิงเหนียนเป็นยังไง แต่เธอจะไม่รู้ได้ยังไง หนิงเหนียนเป็นเพียงมือสมัครเล่นอย่างแท้จริง ไม่มีเส้นสายใด ๆ เลย
ในความคิดของหนิงหนิง แทนที่จะบอกว่าหนิงเหนียนถูกดันเข้ามาในวงเพราะมีเส้นสาย กลับดูเหมือนว่า เขาถูกผลักดันขึ้นมาอย่างกะทันหัน และสิ่งที่ต้องการก็คือการที่เขาไม่มีเส้นสายใด ๆ นั่นเอง
เบื้องหลังเรื่องนี้ช่างแปลกประหลาดจริง ๆ
เธอต้องการที่จะหาความจริงให้กระจ่าง เพราะสำหรับหนิงเหนียนแล้ว เรื่องนี้เป็นเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ
หนิงหนิงพูดว่า “ลุกขึ้นมาก่อน ถ้าจะช่วยก็ต้องช่วยอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ช่วย ต่อให้คุณคุกเข่าจนตายก็ไม่มีประโยชน์”
ไป๋ฮวนเชื่อฟังมาก เธอลุกขึ้นยืน
หนิงหนิง “เจียงเอี้ยนจือเป็นอะไรไป เขาตายแล้วเหรอ?”
ไป๋ฮวนส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง “ไม่ใช่ ไม่ใช่ เขายังมีชีวิตอยู่”
หนิงหนิง “ยังมีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว ไม่ออกมาตั้งนานขนาดนี้ ฉันนึกว่าเขาตายไปแล้ว”
ไป๋ฮวนดวงตาแดงก่ำ “ถึงตอนนี้เขาจะยังมีชีวิตอยู่ แต่การมีชีวิตอยู่กลับทรมานยิ่งกว่าความตายเสียอีก”
เห็นไป๋ฮวนจะร้องไห้อีกแล้ว หนิงเหนียนรีบถาม “เกิดอะไรขึ้นกันแน่? อย่าเพิ่งร้องไห้ เล่าเรื่องให้ฟังให้ชัด ๆ ก่อน”
ไป๋ฮวนสูดหายใจเพื่อสงบอารมณ์ แล้วยิ้มให้หนิงเหนียน
“ขอโทษนะ ที่ก่อนหน้านี้ฉันเคยเกลียดคุณ แต่ตอนนี้ ฉันรู้แล้วว่าการจากไปของเจียงเอี้ยนจือไม่เกี่ยวกับคุณเลย เป็นเพราะจี๋ซังชิงทั้งหมดเป็นเพราะจี๋ซังชิง”
น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“จี๋ซังชิง?” เหมือนเป็นคำตอบที่คาดเดาไว้แล้ว หนิงเหนียนดูไม่ได้แปลกใจเลยสักนิด
หนิงหนิงพูดเตือนว่า “ขอเตือนนะ การใส่ร้ายป้ายสีเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แล้วคุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง”
ไป๋ฮวนพูดด้วยอารมณ์ที่รุนแรง “ฉันเห็นมากับตา ได้ยินมากับหูตัวเอง!”
หนิงเหนียนส่ายหน้าให้กับหนิงหนิงแล้วปลอบไป๋ฮวนว่า “ใจเย็น ๆ ก่อน ค่อย ๆ เล่ามาเถอะ”
ไป๋ฮวนพยายามอย่างมากกว่าจะควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
หนิงหนิงพูดว่า “เล่ามาสิ บอกทุกอย่างที่คุณเห็นและได้ยินมา”
ไป๋ฮวนค่อย ๆ เอ่ยปาก “ฉันเป็นแฟนคลับรุ่นแรกของเจียงเอี้ยนจือ”
ตอนนั้นเจียงเอี้ยนจือเดบิวต์จากรายการประกวดร้องเพลง ครั้งแรกที่ก้าวขึ้นเวที เขาเป็นเด็กหนุ่มที่แนะนำตัวอย่างเก้อเขินและขี้อาย
แต่พอเสียงดนตรีดังขึ้น เขากลับเหมือนเป็นคนละคน เต็มไปด้วยความมั่นใจและเปล่งประกาย ราวกับเกิดมาเพื่อยืนอยู่บนเวทีโดยเฉพาะ
และนั่นทำให้เจียงเอี้ยนจือโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางผู้คนมากมาย
ในช่วงเวลานั้น ไป๋ฮวนที่เพิ่งสูญเสียคุณยายซึ่งเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็กไป พ่อแม่ของเธอก็หย่าร้างกันนานแล้ว เธอรู้สึกว่าไม่มีใครในโลกนี้ให้พึ่งพา
ไป๋ฮวนรู้สึกว่าโลกนี้น่าเบื่อมาก เธอร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน และเผชิญหน้ากับความสิ้นหวัง
จนกระทั่งเจียงเอี้ยนจือได้บุกเข้ามาในโลกของเธอ
เป็นเพียงความบังเอิญที่เธอได้เห็นเจียงเอี้ยนจือกำลังซ้อมเต้นที่ห้องซ้อมเต้นในวิดีโอ
ไป๋ฮวนรู้สึกได้ถึงพลังชีวิตอันไม่มีที่สิ้นสุดจากร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังพยายามฝึกฝนอย่างหนัก นี่คือสิ่งที่เธอขาดหายไปมากที่สุด
เด็กหนุ่มมุ่งมั่นที่จะทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ ไม่หยิ่งยโส ไม่รีบร้อน เข้าใจตัวเองอย่างชัดเจน มั่นใจและโดดเด่น ในขณะเดียวกันก็ถ่อมตน เป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นเดียวกัน
ไป๋ฮวนชอบความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้าของเขา
เพื่อเจียงเอี้ยนจือ ไป๋ฮวนเริ่มกลับมาทำงานหนักอีกครั้ง โหวตให้เจียงเอี้ยนจือ ซื้อสินค้าที่เขาเป็นพรีเซนเตอร์
คอยติดตามความเคลื่อนไหวของเขาตลอดเวลา ไปชมทิวทัศน์ที่เขาเคยไป กินอาหารอร่อย ๆ ที่เขาเคยกิน เเธอยังพยายามเลียนแบบเจียงเอี้ยนจือ ทุกวันเธอจะออกไปออกกำลังกาย วิ่ง เต้น และพัฒนางานอดิเรกที่ชอบ
และเพราะการตามดารา เธอก็ได้รู้จักกับเพื่อนที่มีความสนใจร่วมกันมากมาย
เจียงเอี้ยนจือเปรียบเสมือนดวงดาวบนท้องฟ้า ที่ไป๋ฮวนคอยไล่ตามเขาอยู่เสมอ
ชีวิตแบบนี้ ไป๋ฮวนรู้สึกมีความสุขมาก
หลายคนรอบข้างอาจไม่เข้าใจเธอ คิดว่าการที่เธอไล่ตามคนที่ไม่สามารถเอื้อมถึง และไม่รู้ถึงนิสัยที่แท้จริงของเขานั้น เป็นเรื่องที่บ้าบอและไร้สมผล