แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 360 ควรไปตั้งนานแล้ว
บทที่ 360 ควรไปตั้งนานแล้ว
เพราะดาราในวงการบันเทิงที่สร้างปัญหาจนภาพลักษณ์พังก็มีมากมาย ใครจะรู้ว่า ไอดอลเหล่านี้เบื้องหลังเป็นอย่างไรบ้าง
มีเพียงไป๋ฮวนเท่านั้นที่รู้ว่า เจียงเอี้ยนจือนำความหวังและเป้าหมายมาให้เธอ
มากกว่าที่จะบอกว่าเจียงเอี้ยนจือเป็นไอดอล สำหรับไป๋ฮวนแล้ว เขาคือตัวตนที่ไป๋ฮวนอยากจะเป็น
เธอพยายามอย่างหนักที่จะก้าวไปในทิศทางเดียวกับเจียงเอี้ยนจือ
เธอหวังว่าสักวันหนึ่ง เธอจะสามารถปรากฏตัวต่อหน้าเจียงเอี้ยนจือในฐานะที่เท่าเทียมกันได้ แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ ก่อนที่เธอจะได้ทำตามความปรารถนาฝ่ายเดียวของตัวเอง เจียงเอี้ยนจือกลับลาออกไปก่อน
การประกาศถอนตัวออกจากวงเกิดขึ้นอย่างไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
ไป๋ฮวนยังจำความรู้สึกของตัวเองในช่วงบ่ายวันที่ได้รับข่าวนั้นได้อย่างชัดเจนจนถึงตอนนี้
ในช่วงเวลานั้น เธอไม่สามารถคิดอะไรได้เลย สมองว่างเปล่าไปหมด
จากนั้นก็เป็นความรู้สึกไม่อยากเชื่อ ตรวจสอบประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองร้องไห้ออกมา จนกระทั่งมีคนถามไถ่ ถึงได้รู้ว่าตัวเองร้องไห้มานานแล้ว
หลังจากนั้นไม่กี่วัน ไป๋ฮวนก็รอคอยอยู่ตลอด หวังว่าเจียงเอี้ยนจือจะออกมาพูดอะไรสักอย่าง อยากให้เขาบอกกับทุกคนว่าการออกจากวงเป็นเรื่องโกหก การออกจากวงการก็เป็นเรื่องโกหกเช่นกัน
เจียงเอี้ยนจือไม่ได้ออกมาพูดอะไร แต่ไป๋ฮวนกลับพยายามโน้มน้าวตัวเอง
บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องโกหกก็ได้ เจียงเอี้ยนจือรักเวทีมากขนาดนั้น เขาต้องกลับมาอีกแน่ ๆ
ในช่วงแรก ไป๋ฮวนยังคงมีความหวังเช่นนั้น ยังคงไปทำงานและออกกำลังกายด้วยการวิ่งตามปกติทุกวัน
นี่เป็นสิ่งที่เหลืออยู่จากเจียงเอี้ยนจือ เป็นนิสัยที่ถูกหล่อหลอมมานานแล้ว ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ความหวังนี้ก็ยิ่งจางหายไป พร้อมกับความสิ้นหวังที่เพิ่มขึ้นทุกวัน
การมาถึงอย่างกะทันหันของหนิงเหนียนยิ่งเป็นการซ้ำเติมไป๋ฮวน
กระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ ล้วนชี้ไปที่การจากไปของเจียงเอี้ยนจือว่าเป็นเพราะหนิงเหนียน
ไป๋ฮวนกำลังสิ้นหวัง เธอก็คิดเหมือนคนอื่น ๆ ว่าหนิงเหนียนเป็นคนผลักไสเจียงเอี้ยนจือให้ต้องจากไป เธอเกลียดหนิงเหนียนเป็นพิเศษ
เธอเปลี่ยนความสิ้นหวังในการกลับมาของเจียงเอี้ยนจือให้กลายเป็นความเกลียดชังที่มีต่อหนิงเหนียน
เธอกลายเป็นแฟนคลับสุดโต่งที่เกลียดชังหนิงเหนียน ไม่ว่าหนิงเหนียนจะปรากฏตัวที่ไหน ไป๋ฮวนก็จะต้องโผล่ไปที่นั่น เพื่อทิ้งคำด่าทอและคำสาปเอาไว้
ด้วยเหตุนี้ ไป๋ฮวนจึงใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเกลียดชังทุกวัน อาศัยความเกลียดที่มีต่อหนิงเหนียนเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว
เวลาผ่านไปสองปีอย่างไร้จุดหมาย
เจียงเอี้ยนจือก็ยังไม่ปรากฏตัว
จนกระทั่งรายการพวกเราโตแล้วออกอากาศ ไป๋ฮวนก็ติดตามดูรายการนี้ด้วย
เธอก็เหมือนกับแอนตี้แฟนคนอื่น ๆ ของหนิงเหนียนที่ดูรายการไม่ใช่เพื่อความสนุก แต่เพื่อด่าหนิงเหนียนให้สะใจเท่านั้น
ในตอนที่วิดีโอคอลกับแฟนคลับ เมื่อแฟนคลับของเจียงเอี้ยนจือกำลังระรานใส่หนิงเหนียน
ไป๋ฮวนก็อยู่ที่นั่นด้วย และนั่นเป็นครั้งแรกในรอบนานมากที่เธอได้เห็นชื่อของเจียงเอี้ยนจือปรากฏขึ้นอีกครั้ง
หัวใจของเธอเจ็บปวดรวดร้าว ทั้งที่พยายามไม่นึกถึงเจียงเอี้ยนจือแล้ว แต่เมื่อได้ยินชื่อของเขาอีกครั้ง หัวใจก็ยังคงไม่อาจสงบลงได้
ตอนที่เห็นวิญญาณหญิงสาวคนนั้น ไป๋ฮวนไม่ได้มีความรู้สึกอะไรมากนัก
หัวใจของเธอชาชินไปนานแล้ว
และเธอไม่รู้เลยว่า ไม่นานหลังจากนั้น เธอจะต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานแบบเดียวกับวิญญาณหญิงสาวคนนั้น
หลังจากตอนนั้น เด็กสาวที่หนิงหนิงช่วยไว้ก็ออกมาขอโทษหนิงเหนียน
ตอนแรก ไป๋ฮวนโกรธมาก
เธอรู้จักกับเด็กสาวคนนั้น พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมรบ เป็นคู่หูที่ร่วมกันต่อสู้ด้วยความเกลียดชังเดียวกัน
ไป๋ฮวนรู้สึกว่าตัวเองถูกหักหลัง
เธอส่งข้อความส่วนตัวไปตำหนิเธอ ว่าทำไมถึงหักหลังทุกคน
เด็กสาวคนนั้นถามกลับ
อะไรคือการหักหลัง?
แล้วก็…มีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ได้ว่าหนิงเหนียนแย่งตำแหน่งเดบิวต์ของเจียงเอี้ยนจือ
เจียงเอี้ยนจือไม่เคยพูดอย่างนั้น ทางการก็ไม่เคยยอมรับ ทุกอย่างเป็นแค่การคาดเดาของพวกเธอเอง
ไป๋ฮวนพูดไม่ออก
คืนนั้น ไป๋ฮวนพลิกตัวไปมานอนไม่หลับ
เธอจะไม่รู้ได้อย่างไร แต่ถ้าไม่โทษหนิงเหนียน ไม่เกลียดหนิงเหนียน เธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร
สาเหตุที่แท้จริงคืออะไรกันแน่?
หลังจากนอนไม่หลับเป็นวันที่สี่ ไป๋ฮวนก็ตัดสินใจ
ในเมื่อเจียงเอี้ยนจือไม่ยอมออกมา ไม่ยอมพูดอะไรสักอย่าง เธอก็จะไปถามเขาด้วยตัวเอง
เธอต้องการถามด้วยปากของเธอเอง ถามว่าทำไมเจียงเอี้ยนจือถึงต้องถอนตัวออกจากวง
ทำไมเขาถึงต้องละทิ้งเวทีที่เขารักที่สุด ทำไมถึงต้องทรยศต่อความฝันของเขา
ไป๋ฮวนตัดสินใจจะเดินทางไปยังเมืองที่เจียงเอี้ยนจืออยู่ เธออยากจะตามหาเจียงเอี้ยนจือให้เจอ เจียงเอี้ยนจือไม่เคยพูดถึงครอบครัวในรายการเลย คงเป็นเพราะต้องการปกป้องครอบครัว
อย่างไรก็ตาม ตอนที่เจียงเอี้ยนจือเดบิวต์ครั้งแรก ข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวของเขาก็ถูกขุดคุ้ยมาแล้ว
แม่ของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเด็ก พ่อแต่งงานใหม่ และเขามีน้องชายต่างพ่อต่างแม่หนึ่งคน
ได้ยินมาว่าครอบครัวของเขาไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่คนในครอบครัวก็ดีกับเขา สนับสนุนให้เจียงเอี้ยนจือทำตามความฝัน
ไป๋ฮวนติดต่อคนปล่อยข่าวในตอนนั้น แม้จะรู้ว่าไม่ถูกต้อง แต่เธอก็ยอมจ่ายเงินซื้อที่อยู่บ้านของเจียงเอี้ยนจือมา
เธอซื้อตั๋วรถไฟในคืนนั้น เดินทางออกจากเมืองของตัวเอง มุ่งหน้าสู่ดินแดนทางใต้อันห่างไกล
นั่งอยู่บนรถไฟ มองดูพระอาทิตย์ตกดินบนท้องฟ้า
ก้อนหินก้อนใหญ่ในใจของไป๋ฮวนได้ตกลงสู่พื้นในที่สุด
ควรไปตั้งนานแล้ว
ราวกับว่าเธอรู้ว่าสุดท้ายแล้วเธอจะต้องไปที่นั่นอย่างแน่นอน ในที่สุดใจเธอก็สงบลง
นั่งรถไฟมาหนึ่งวันหนึ่งคืน ไป๋ฮวนก็มาถึงเมืองของเจียงเอี้ยนจือ
มันเป็นเมืองเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของแม่น้ำ วันที่ไป๋ฮวนมาถึงฝนยังคงตกอยู่
เธอฝ่าสายฝน ตามหาบ้านของเจียงเอี้ยนจือ แต่กลับพบว่าไม่มีใครอยู่
เพื่อนบ้านที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะตั้งแต่สองปีก่อน ก็มีคนมาหาที่นี่เป็นระยะ ๆ
เพื่อนบ้านบอกเธอว่า ครอบครัวนี้ย้ายออกไปตั้งแต่สองปีที่แล้ว
ไป๋ฮวนถามถึงสาเหตุ เพื่อนบ้านก็ไม่ทราบเช่นกัน
“คงเป็นเพราะมีชื่อเสียงแล้ว เลยไม่อยากให้ใครมารบกวนมั้ง”
เพื่อนบ้านคาดเดาเช่นนั้น เขาไม่รู้เลยว่า ครอบครัวของเจียงเอี้ยนจือย้ายไปอยู่ที่ไหน
ไป๋ฮวนหมดปัญญาทันที เธออยู่ในเมืองที่ไม่คุ้นเคย ไม่รู้ว่าควรจะไปทางไหนดี
ในตอนที่กำลังคิดหาทางออกไม่ได้ ไป๋ฮวนก็นึกถึงคน ๆ หนึ่งขึ้นมา นั่นก็คือน้องชายของเจียงเอี้ยนจือ
ตอนที่มีการถ่ายวีซีอาร์ครอบครัวในรายการประกวดร้องเพลง น้องชายของเขาเคยออกรายการด้วย
เด็กที่เพิ่งขึ้นมัธยมต้น ดูเรียบร้อยมาก อวยพรให้พี่ชายของตัวเองเข้ารอบ กลุ่มพี่สาวจำนวนมากต่างพากันอุทานว่าน่ารัก และหวังว่าน้องชายจะได้เดบิวต์ด้วย
หลังจากที่เจียงเอี้ยนจือถอนตัวออกจากวงการ น้องชายก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรอีกเลย
ไป๋ฮวนตั้งใจไปดูวีซีอาร์ตอนนั้น และจดจำชื่อของน้องชายไว้ได้ว่า เจียงเส่า
ตอนนี้เจียงเส่าน่าจะกำลังเรียนอยู่มัธยมต้น ไป๋ฮวนสันนิษฐานว่า เขาน่าจะเรียนมัธยมต้นอยู่ในละแวกนี้ เธอจึงไปสอบถามตามโรงเรียนมัธยมต้นหลายแห่งในย่านนี้
บังเอิญจริง ๆ ที่เธอได้เจอกับเพื่อนร่วมชั้นเก่าของเจียงเส่า ที่มารับน้องชายของตัวเองกลับบ้าน
จากเขา เธอรู้ว่าตอนนี้เจียงเส่ากำลังเรียนมัธยมปลายอยู่ที่อำเภอข้าง ๆ แต่เขาไม่แน่ใจว่าเป็นโรงเรียนไหน
ไป๋ฮวนได้ข่าวแล้วก็รีบมุ่งหน้าไปยังอำเภอข้างเคียงทันที
ยังคงต้องตามหาทีละโรงเรียนเช่นเดิม ทุกวันหลังเลิกเรียน เธอจะยืนรออยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน มองดูนักเรียนที่เดินออกมา พยายามมองหาเจียงเส่า
ผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ ในวันนี้ ไป๋ฮวนมาถึงโรงเรียนมัธยมหมายเลขสอง
เธอยืนรออยู่หน้าโรงเรียน เพื่อรอนักเรียนเลิกเรียน
พอเลิกเรียน นักเรียนมากมายทยอยออกมาเป็นกลุ่ม ๆ เดินสวนไปมา
ไป๋ฮวนไม่กล้าละสายตาเลยแม้แต่นิดเดียว จ้องมองนักเรียนที่เดินออกมาจากประตูโรงเรียนอย่างไม่วางตา กลัวว่าเจียงเส่าจะเดินออกมาแล้วเธอจะมองไม่เห็น แต่แม้รอจนคนทั้งหมดเดินออกมาจนหมดแล้ว ไป๋ฮวนก็ยังไม่เห็นเจียงเส่า
ตอนแรกคิดว่าคงไม่ใช่โรงเรียนนี้อีกแล้ว แต่จู่ ๆ ก็เห็นคนที่คุ้นหน้าคนหนึ่งเดินออกมาจากประตูโรงเรียน
ไป๋ฮวนถึงกับชะงักค้าง