แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 36 หนิงหนิงชอบฟู่เซี่ยนหลี่
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 36 หนิงหนิงชอบฟู่เซี่ยนหลี่
บทที่ 36 หนิงหนิงชอบฟู่เซี่ยนหลี่
ผู้ชมคนอื่น ๆ ก็ตะลึงไปชั่วขณะ
[…ฉันรู้สึกว่า สิ่งที่เธอพูดมามันมีเหตุผลจริง ๆ นะ]
[ฉันอยากจะบ่นมานานแล้ว ละครแนวเทพเซียนสมัยนี้ มีความคิดศักดินายิ่งกว่าละครย้อนยุคแท้ ๆ เสียอีก]
[อย่างน้อยนางเอกในซีรีส์ย้อนยุคยังกล้าที่จะแสวงหาอิสรภาพ แต่เทพเซียนสมัยนี้ ทั้งหมดล้วนสืบทอดตำแหน่งกันมาเป็นแค่ลูกหลานเทพเซียนรุ่นที่สองที่มาจีบกัน]
[ลูกหลานเทพเซียนรุ่นที่สองไม่น่ากลัวหรอก แต่การที่พวกเขามาจีบกันต่างหากที่น่ากลัว ประชาชนทั่วหล้าต้องซวยไปตาม ๆ กัน]
[ฉันดูแล้วนะ แต่ดูเหมือนว่าตั้งแต่ละครเรื่องดาบยาวออกฉาย คู่จิ้นพระเอกกับนางรองดังเป็นพลุแตกละครที่สร้างในช่วงไม่กี่ปีมานี้ พระเอกนางเอกเหมือนจะถูกตั้งค่ามาให้เก่งกาจเหนือมนุษย์กันหมด ไม่มีมนุษย์ธรรมดา ๆ เหลืออีกแล้ว]
[ทำไมถึงเริ่มโจมตีกันแบบนี้ล่ะ ที่คู่จิ้นมารเซียนดังได้ก็เพราะความสามารถของพวกเขาเอง นั่นเป็นเพราะของปลอมไร้ความสามารถเองหรือเปล่า?]
[พอเถอะ วันหนึ่งมีประเด็นร้อนเป็นสิบ ๆ กระทู้ ต่อให้เป็นหมูก็ดังได้แล้ว]
[เอาอีกแล้วนะบิดเบือนประวัติศาสตร์ใช่ไหม ตอนนั้นคู่จิ้นมารเซียนซื้อประเด็นร้อนไปกี่กระทู้ฉันยังมีภาพแคปหน้าจออยู่เลย อยากดูไหมล่ะ?]
[เลิกเถียงกันได้แล้ว ดูละครเรื่องหนึ่งจะมานั่งจับผิดเรื่องค่านิยมอะไรกันนักหนา?]
ในห้องประชุมลับของหน่วยสืบสวนพิเศษ
เหล่าแกนนำของหน่วยสืบสวนพิเศษกำลังนั่งล้อมโต๊ะประชุมอยู่ พวกเขากำลังดูการถ่ายทอดสดรายการพวกเราโตแล้ว
หน้าจอฉายภาพที่โต๊ะประชุมหยุดค้างอยู่ที่ภาพด้านข้างของเด็กสาวขณะกำลังพูด
เมื่อเทียบกับน้ำเสียงราบเรียบที่เคยได้ยินมาตลอด ตอนที่หนิงหนิงพูดสองประโยคนี้เธอแสดงความรู้สึกออกมาได้อย่างชัดเจน เห็นได้ว่าเธอกำลังพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างจริงจัง
โจวฉีอันหัวเราะเสียงดัง “ความคิดและจิตสำนึกของเธอสูงกว่าคนอื่น ๆ มากเลยนะ”
ฉินเจิ้งหยางพูดว่า “ถ้าเธอคิดแบบนั้นจริง ๆ ก็นับว่าหาได้ยาก โดยเฉพาะคนที่เติบโตมาในครอบครัวผู้ดีแบบนั้น”
โจวฉีอันพูดช้า ๆ “ฉันคิดว่าเพราะเธอเติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบนั้น ถึงได้คิดแบบนี้”
เขาพูดอย่างมีนัยยะ ฉินเจิ้งหยางนึกถึงข้อมูลที่ได้จากการตามสืบหนิงหนิงในช่วงที่ผ่านมา
เขานิ่งเงียบไป
ที่เด็กคนนี้ไม่ได้เติบโตมาอย่างบิดเบี้ยว ก็นับว่าเป็นปาฏิหารย์จริง ๆ
ข้อสงสัยนั้นก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
ในเมื่อหนิงหนิงมีพลังที่ทรงพลังขนาดนั้น ทำไมเธอถึงไม่ต่อต้าน
ดูเหมือนตระกูลเจียงก็ไม่รู้เรื่องนี้ ทำไมเธอถึงต้องปิดบังไว้
โจวฉีอันพยายามปลอบใจเขา “อย่างน้อยตอนนี้พวกเราก็สามารถยืนยันได้หนึ่งเรื่อง คือเด็กสาวคนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับสำนักเซียนเลย ทุกคนวางใจได้ แล้วค่อย ๆ หาคำตอบกันไป”
นี่นับเป็นข่าวดี
ตราบใดที่เธอยังคงวางตัวเป็นกลาง นั่นก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับหน่วยสืบสวนพิเศษ
….
หนิงหนิงใช้ความสามารถของตัวเองยกระดับรายการให้ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ทำเอาทุกคนพูดไม่ออกและอึ้งไปตาม ๆ กัน
เจียงฉือซิงรู้สึกว่าตอนนี้เขาอยากย้อนเวลากลับไปเมื่อสองนาทีก่อน เพื่อปิดปากตัวเองเสีย
เขาไม่ควรถามคำถามนั้นเลย
เว่ยฉือพยายามกลบเกลื่อนสถานการณ์ “พอกันที ๆ เสียเวลามามากแล้ว ถ้ามีข้อขัดแย้งอะไรพี่น้องค่อยไปคุยกันเป็นการส่วนตัว ตอนนี้เรามาดำเนินรายการต่อกันดีกว่ามาดูคำตอบของเจียงเจินกัน”
เจียงเจินตอบผิดในข้อสุดท้าย
ในการแข่งขันรถแข่งเอฟวันเมื่อสี่ปีก่อน เจียงฉือซิงเลือกใช้หมายเลขรถแข่งเบอร์อะไร?
เจียงเจินร้องโฮ “มีเบอร์เยอะขนาดนี้ ฉันจะจำได้ยังไงกัน!”
เจียงฉือซิงแย้ง “จะจำไม่ได้ได้ยังไงเบอร์ยี่สิบสอง ผมเลือกเบอร์ยี่สิบสองมาตลอดนะ!”
เจียงฉือซิงชอบแข่งรถ
การแข่งรถเป็นกิจกรรมบันเทิงที่ได้รับความนิยมในกลุ่มทายาทคนรวย
เจียงฉือซิงเป็นหนึ่งในคนส่วนน้อยที่สามารถเปลี่ยนงานอดิเรกให้กลายเป็นอาชีพได้
เด็กหนุ่มในชุดนักแข่งที่กำลังควบคุมรถแข่งอยู่บนสนาม ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น เขาจึงเป็นนักแข่งที่ได้รับความนิยมในสนามแข่งมาตลอด
เมื่อเห็นเจียงฉือซิงร้อนใจ เจียงเจินจึงแลบลิ้น “ฮ่า ๆ ฉันตั้งใจแกล้งน่ะ”
เจียงฉือซิงทำเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอ ใครจะรู้ว่าเธอจำไม่ได้จริง ๆ หรือแกล้งทำเป็นจำไม่ได้กันแน่
คะแนนสุดท้ายของเจียงเจินและเจียงฉือซิงคือหนึ่งร้อยสี่สิบคะแนน ซึ่งน้อยกว่าจี๋เสี่ยวเสี่ยวและจี๋ซางยี่สิบคะแนน ตอนนี้พวกเขาอยู่อันดับที่สอง
จี๋ซางหัวเราะ “คิ ๆ พวกเราได้ที่หนึ่ง”
“ฉันไม่น่าแก้คำตอบเมื่อกี้เลย” เจียงเจินพูดด้วยความเสียดาย
จะถูกฟู่เซี่ยนหลี่หัวเราะก็ช่างเถอะ!
“ไม่เป็นไรอันดับสองก็อันดับสองนั่นแหละ” เจียงฉือซิงพูด
ยังไงเดี๋ยวก็ต้องมีคนได้คะแนนต่ำกว่านี้อยู่ดี
ดูจากท่าทางที่หนิงหนิงกับหนิงเหนียนไม่คุ้นเคยกันขนาดนั้น เขาไม่เชื่อหรอกว่า พวกเขาจะได้คะแนนสูง
[ต่อไปนี้ทุกคนจะได้เห็นความสัมพันธ์พี่น้องแบบจอมปลอม]
[ฮ่า ๆ ๆ ลองทายดูสิว่าจะตอบถูกกี่ข้อ?]
[คงจะจำได้แค่วันเกิดมั้ง เพราะจำวันเกิดตัวเองได้ก็เท่ากับจำวันเกิดของอีกคนได้ด้วย]
[ทำไมองค์ชายกับของปลอมต้องมาออกรายการนี้ด้วย แค่อยากจะเกาะเจินเจินกับน้องชายของเธอชัด ๆ]
[อืมมม แต่ดูจากตอนนี้เจินเจินกับน้องชายของเธอต่างหากที่พยายามจะพูดถึงคนอื่น หนิงเหนียนกับหนิงหนิงพูดรวมกันยังไม่ถึงสิบประโยคด้วยซ้ำ]
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ แถมยังโดนตบหน้ากลับตลอดอีก…]
[พวกแฟนคลับขององค์ชายกับของปลอมออกไปได้แล้ว อย่าทำตัวน่าอายได้ไหม?]
[ชิ ชิ ชิ ไม่ออกหรอก ถ้ามีความสามารถก็ไปซื้อช่องสตรอเบอร์รี่มาสิ~]
…
ในที่สุดก็ถึงคิวของหนิงหนิงแล้ว
เธอชูกระดานคำถามขึ้นมา
เมื่อมองดูคร่าว ๆ มีทั้งหมดห้าข้อ แต่เห็นเครื่องหมายถูกแค่สามข้อ
วันเกิดไม่ต้องสงสัยไม่มีทางตอบผิดแน่นอน
สีที่ชอบที่สุดคือสีเหลือง อาหารที่ชอบที่สุดคือสตรอเบอร์รี่
ช่องไอดอลไม่ได้กรอก และข้อสุดท้าย
“ข้อสุดท้ายทำไมยังไม่ได้แก้ล่ะครับ?” เว่ยฉือถาม
คำถามคือ [เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ปี 202x ตอนที่หนิงหนิงไปร่วมงานการกุศลของนิตยสารเจียเย่ เธอสวมชุดราตรีสีอะไร?]
หนิงเหนียนตอบว่า สีขาว มีขอบแขนเสื้อสีทอง
“นานมากแล้ว ฉันจำไม่ได้” หนิงหนิงส่ายหน้า
“เดี๋ยวก่อน” เว่ยฉือมองดูเฉลยที่เตรียมไว้
สีขาว
คำตอบที่หนิงเหนียนให้มานั้นละเอียดกว่า
เว่ยฉือตั้งใจไปหาภาพจากสถานที่จริงมาเปรียบเทียบแล้วพูดว่า “ตอบถูกต้อง”
หนิงหนิงทำเครื่องหมายถูกที่ข้อสุดท้าย
[สี่ข้อเหรอ? บ้าจริง?]
[ไหนบอกว่าจะถูกแค่ข้อเดียวไง?]
[ก็ปกตินะ สีกับอาหารค้นหาในเน็ตก็เจอแค่สังเกตนิดหน่อยก็รู้แล้ว]
[แล้วข้อสุดท้ายล่ะ เกิดอะไรขึ้น?]
[ยอมรับว่าในฐานะแฟนคลับของหนิงหนิง ฉันก็จำได้แค่ว่าเป็นสีขาว]
[งานเลี้ยงคืนนั้น หนิงเหนียนก็อยู่ด้วยนี่นาคงจะเห็นแล้วก็เลยจำได้]
[เห้อ…นึกถึงคู่จิ้นที่จากไปแล้วอีกแล้ว…]
[อ๊าาาาา อย่าพูดถึงเลย!!!]
[ถ้าเป็นความสัมพันธ์แบบอื่น ฉันคงจะจิ้นได้ แต่ตอนนี้ฉันอยากจะเสียสติ กรี๊ดดดด!]
[พวกคุณเลิกจิ้นเถอะ ฉันกลัว!]
หนิงเหนียนยังคงเงียบ
เว่ยฉือเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน “เก่งมากเลยนะครับ ทางเรายังไม่ทันได้สังเกตเลย”
หนิงเหนียนไม่ได้พูดอะไรเว่ยฉือฝืนใจพูดต่อ เขาไม่อยากจะเชื่อเลย “ไม่น่าเชื่อว่าคุณหนิงเหนียนจะจำได้ละเอียดขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่แม้แต่คุณหนิงหนิงเองก็ยังจำไม่ได้”
สายตาของหนิงหนิงจับจ้องอยู่ที่หนิงเหนียนตลอด เธอถึงขั้นเอียงหน้ามองเขา ทำให้หนิงเหนียนรู้สึกอึดอัด
เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป “ตอนนั้นฉันก็อยู่ที่นั่นด้วย”
หนิงเหนียนสบตากับหนิงหนิงดวงตาที่คล้ายคลึงกันราวแปดส่วนสิบ สายตาประสานกันในดวงตามีภาพสะท้อนของกันและกัน
ดวงตาคู่นี้ ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยจากตอนที่เจอกันในลิฟต์เลย
หนิงเหนียนหันหน้าหนี พร้อมกับบีบกระดานคำถามในมือแน่นขึ้นอีกครั้ง
หนิงหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง
เขากำลังโกรธเหรอ?
แต่ทำไมเขาถึงต้องโกรธด้วยล่ะ
ยังเหลืออีกหนึ่งข้อ ไอดอลที่ชอบที่สุด
หนิงหนิงมองไปที่เว่ยฉือ
เว่ยฉือสงสัย
“ขอโทษนะคะ ตอนนั้นฉันตอบอะไรไปก็ลืมไปแล้ว”
หลังจากที่ละคร ‘ดาบยาว’ ออกฉาย พอเจ้าของร่างเดิมเอ่ยถึงนักแสดงที่รับบทพระเอกก็จะถูกแฟนคลับของเขาตามด่า หลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยพูดถึงใครในที่สาธารณะอีกเลย
เว่ยฉือนิ่งเงียบไป
เจียงฉือซิงรู้สึกว่ามันน่าตลกดี แกล้งทำต่อไปเถอะ
เขาเองก็รู้ดีอยู่แล้ว
หนิงหนิงชอบฟู่เซี่ยนหลี่
แต่ว่า เธอถูกปฏิเสธไปแล้ว