แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 377 เขียนพินัยกรรม
บทที่ 377 เขียนพินัยกรรม
[หยุดทะเลาะกันได้แล้ว นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือกำลังจะมีการฆาตกรรม รีบแจ้งตำรวจเถอะ!]
เมื่อได้รับการเตือนจากข้อความนี้ ทุกคนถึงได้สติกลับมา พวกเขากำลังเป็นพยานในคดีฆาตกรรมอยู่นี่นา
[โทรแจ้งสถานีตำรวจท้องที่ไปแล้ว!]
[ทำไมหนิงหนิงถึงได้แต่มองเฉย ๆ ล่ะ เธอสามารถติดต่อเจียงเอี้ยนจือได้ แน่นอนว่าต้องช่วยได้สิ]
ผู้ชมแทบจะตายอยู่แล้วด้วยความกังวล แต่หนิงหนิงยังคงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เธอมองหน้าจอด้วยความเย็นชา
เจียงเส่าเร่งเร้า “พี่ รีบเลือกเถอะ”
เจียงเอี้ยนจือยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่ผู้ชมกลับรู้สึกขนลุก
ครู่หนึ่งผ่านไปเขาพูดว่า “กรีดข้อมือ”
เจียงเส่าแปลกใจเล็กน้อย “ทำไมถึงเลือกแบบนั้นล่ะ มันเจ็บนะ”
เขาคิดสักครู่แล้วเสนอว่า “เอายานอนหลับไหม จะได้จากไปอย่างสบายหน่อย”
เจียงเอี้ยนจือหัวเราะเยาะ “ไม่ต้องหรอก”
กำลังจะตายอยู่แล้ว จะสบายได้ยังไง
ไม่ว่าจะเป็นวิธีฆ่าตัวตายแบบไหนก็ล้วนทรมานทั้งนั้น
เจียงเส่า “งั้นก็ได้”
เขามองไปที่หยูลี่ หยูลี่ก้มหน้าลงแล้วหยิบมีดปอกผลไม้ออกมาจากกระเป๋า
เธอใช้กระดาษห่อมันอย่างระมัดระวังแล้ววางลงบนโต๊ะ
[โคตรแย่! เตรียมมีดมาพร้อมแล้วด้วย!]
[อย่าบอกนะว่า ในถุงนั่นมีแต่อุปกรณ์ที่เตรียมไว้ฆ่าตัวตาย]
[ช่างชั่วร้าย! ช่างชั่วร้าย!]
[โมโหจนจะตาย นี่มันไม่มีกฎหมายบ้านเมืองแล้วหรือไง!]
คนดูต่างพากันโกรธแค้น
[ตำรวจล่ะ ยังหาที่นั่นไม่เจออีกเหรอ!]
[หนิงหนิงเธอนั่งดูอยู่ได้ยังไงกัน!]
…
เจียงเอี้ยนจือมองดูมีดบนโต๊ะ แล้วก็เข้าใจทุกอย่าง
ดูเหมือนว่าพวกเขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วที่จะให้เขาตาย
เจียงเส่าผลักมีดเข้าไป
“เชิญ”
แต่เมื่อเจียงเอี้ยนจือยื่นมือไปจะหยิบมีด เขาก็ผลักมือของอีกฝ่ายออก
“เดี๋ยวก่อน”
หยูลี่ล้วงสมุดเล่มหนึ่งกับปากกาหนึ่งด้ามออกมาจากกระเป๋า
เจียงเอี้ยนจือจำสมุดเล่มนั้นได้ มันคือสมุดที่เขาชอบพกติดตัวเป็นประจำตอนที่ยังเรียนแต่งเพลงอยู่ที่สตาร์ไลท์
ทุกครั้งที่มีไอเดียอะไรขึ้นมา เขาจะรีบหยิบสมุดออกมาจดบันทึกทันที
เจียงเส่ายื่นสมุดให้
เมื่อมองดูสมุดที่คุ้นเคยตรงหน้า เจียงเอี้ยนจือรู้สึกสับสนปนเปไปหมด ตอนนั้นเขายังเต็มไปด้วยความหวัง แผนการสำหรับอนาคตของเขาก็ชัดเจนแจ่มแจ้ง
เขาต้องการที่จะเป็นนักร้องนักแต่งเพลงที่มีความสามารถ เขาอยากจะออกอัลบั้ม อยากจะจัดคอนเสิร์ต
ตอนนี้ สมุดโน้ตก็ยังเป็นสมุดโน้ตเล่มเดิม แต่เขากลับไม่มีอนาคตอีกต่อไปแล้ว
เขากำลังจะตายในเร็ว ๆ นี้
ทั้งสามคนนี้ ชัดเจนว่าไม่ได้ให้ทางเลือกอื่นกับเขาเลย
วันนี้ เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน
เจียงเอี้ยนจือ “ทำอะไร จะเยาะเย้ยฉันเหรอ?”
เจียงเส่าทำท่าน้อยเนื้อต่ำใจ “พี่พูดอะไรอย่างนั้น ผมเป็นคนไม่ดีขนาดนั้นเลยเหรอ?”
[ขออ้วก!]
[ไปตายซะ! ถ้านายไม่ใช่คนเลว ก็ไม่มีคนเลวบนโลกนี้แล้ว!]
[นี่จะให้ทำอะไรน่ะ? เขียนพินัยกรรมเหรอ?]
และความเห็นในคอมเมนต์ก็ทายถูกจริง ๆ วินาทีถัดมา เจียงเส่าก็พูดขึ้นว่า “พี่ครับ ถ้าพี่จะจากไป ก็ต้องทิ้งอะไรไว้ให้พวกเราระลึกถึงบ้างสิ เขียนพินัยกรรมไว้สักฉบับดีไหม”
เจียงเอี้ยนจือ “พวกนายต้องการอะไรกันแน่?”
คนทั้งสามที่อยู่ข้าง ๆ สบตากัน
เจียงเส่าพูดว่า “ก็แค่มีเรื่องอยากให้พี่ช่วยหน่อยน่ะ”
เมื่อได้ยินเขาเรียกพี่ ๆ เจียงเอี้ยนจือรู้สึกขยะแขยง
เขาเอ่ยอย่างเยาะเย้ย “คนไร้ค่าอย่างฉัน จะช่วยอะไรนายได้?”
เจียงเส่าพูดว่า “เพราะพี่เป็นคนพิการ ถึงได้ช่วยได้นี่แหละ”
เขาเอามือเท้าคาง ยิ้มกว้างอย่างร่าเริง
“รบกวนพี่ช่วยเขียนไว้ในจดหมายลาตายด้วยว่า ขาของพี่หักเพราะโดนหนิงเหนียนชน”
ผู้ชมที่หน้าจอต่างสูดหายใจเฮือก
[โอ้โห นี่มันการใส่ร้ายนี่!]
[โอ้โห เล่นเก่งจริง ๆ ไม่แปลกใจเลยที่พยายามจะบีบให้เจียงเอี้ยนจือตาย]
[นั่นก็หมายความว่า เรื่องที่เจียงเอี้ยนจือออกจากทีมไม่เกี่ยวกับหนิงเหนียน แต่มีคนอื่นอยู่เบื้องหลังใช่ไหม?]
[ก็บอกพวกคุณไปตั้งนานแล้วไง ถ้าหนิงเหนียนมีความสามารถขนาดนั้น เขาจะยอมให้เมิ่งจินรังแกเหรอ?]
[ไม่รู้ทำไมบางคนถึงคิดไม่ตก น่าหงุดหงิดจริง ๆ]
[แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่า คนที่อยู่เบื้องหลังนั้น จะต้องเป็นมนุษย์แน่ ๆ ล่ะ?]
[บีบให้เจียงเอี้ยนจือฆ่าตัวตายเพื่อกำจัดหลักฐาน พร้อมทั้งปลอมจดหมายลาตายที่เจียงเอี้ยนจือทิ้งไว้ แล้วก็จัดการหนิงเหนียน เป็นแผนร้ายที่แยบยลจริง ๆ]
[น่ารังเกียจชะมัด ช่างโหดร้ายจริง ๆ อย่าให้รู้นะว่าใครเป็นคนทำ]
[ใครกันนะที่โหดร้ายขนาดนี้?]
[ถ้าอยากรู้ว่าใครพยายามใส่ร้ายหนิงเหนียน ลองคิดดูว่าใครมีปัญหาขัดแย้งกับหนิงเหนียนมากที่สุด]
[พูดอีกแบบก็คือ ถ้าหนิงเหนียนล่มจม ใครจะได้ประโยชน์มากที่สุด]
[ฉันมีชื่อหนึ่งในหัวตอนนี้ แต่ไม่กล้าพูดออกมา]
[ฉันก็เหมือนกัน…]
[พวกคุณเป็นบ้าอะไรกันเนี่ย จี๋ซังชิงยังนอนอยู่ในโรงพยาบาลเลยนะ แล้วพวกคุณยังจะมาใส่ร้ายป้ายสีเขาอีก ไม่มีจิตสำนึกกันเลยหรือไง?]
[คิดดูสิว่า จี๋ซังชิงบาดเจ็บเพราะใคร ฉันโมโหจนแทบจะตายอยู่แล้ว ทั้งแฟนคลับและตัวศิลปินเองก็เนรคุณเหมือนกันหมด]
[ถึงแม้การถอนตัวออกจากวงของเจียงเอี้ยนจือจะไม่เกี่ยวกับหนิงเหนียน แต่การที่จี๋ซังชิงช่วยชีวิตหนิงเหนียนไว้มันก็เป็นความจริงไม่ใช่เหรอ? แฟนคลับของหนิงเหนียนจะใจดีกับจี๋ซังชิงบ้างไม่ได้เหรอ? พวกคุณด่าเขามามากพอแล้วไม่ใช่หรือไง?]
[ฉันยังไม่ได้พูดถึงใครเลย แต่คุณก็เอาตัวเข้าไปแทนเอง คุณก็รู้ดีใช่ไหมว่าความขัดแย้งระหว่างจี๋ซังชิงกับหนิงเหนียนมันใหญ่โตแค่ไหน? คุณเชื่อจริง ๆ เหรอว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะดีได้?]
[ฉันว่าเรื่องที่สนามบินมันก็ดูน่าสงสัยอยู่แล้วนะ]
[ก็มีทีมงานของซูเปอร์สตาร์ดวงใหม่มาเปิดเผยแล้วไง ว่าที่จริงได้ตัวแขกรับเชิญมาแล้ว แต่เมื่อคืนก่อน ทางสตาร์ไลท์ดันอยากจะเปลี่ยนคน แล้วตามที่ฉันรู้มา ข่าวที่ i.z.t จะไปร่วมรายการซูเปอร์สตาร์ดวงใหม่ก็แพร่สะพัดในกลุ่มแชทตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว ช่วงเวลามันก็ดูแปลก ๆ นะ?]
[ใช่ไหมล่ะ เหมือนตั้งใจปล่อยข่าวให้แฟนคลับได้ยิน จะได้ไปรอรับที่สนามบินล่วงหน้า]
[ใครจะรู้ล่ะว่าเป็นทีมงานจริง ๆ หรือเปล่า? พวกคุณยอมเชื่อข่าวที่คนมาแฉ ดีกว่าจะเชื่อสิ่งที่เห็นกับตาตัวเองใช่ไหม?]
[ยังไงซะ ฉันก็รบกวนคุณอย่าได้ป้ายสีใส่ร้ายจี๋ซังชิงเลย]
…
หลังจากถูกขังมาเป็นเวลานาน ความคิดของเจียงเอี้ยนจือก็เริ่มช้าลง
เขาใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะนึกออกว่าชื่อที่คุ้น ๆ นี้คือใคร
เขาเคยได้ยินไป๋ฮวนพูดถึงชื่อนี้มาก่อน เขาคือคนที่ถูกจี๋ซังชิงลากมาเป็นเกราะกำบัง เป็นคนโชคร้ายที่น่าสงสารมาก
เขามีพี่สาวที่เป็นแม่มดที่เก่งกาจมาก เธอสามารถทำให้ความปรารถนาของผู้อื่นเป็นจริงได้
ความปรารถนาสินะ
เจียงเอี้ยนจือคิดว่า นี่คงเป็นเรื่องที่ไป๋ฮวนแต่งขึ้นมาหลอกเขา
ที่แท้ หนิงเหนียนคนนี้ก็มีตัวตนจริง ๆ ไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะรีบร้อนอยากฆ่าเขาขนาดนี้
การให้เขาเขียนพินัยกรรมเนี่ย มันเป็นแผนที่เชยสุด ๆ
คาดว่าหนิงเหนียนคนนี้ คงไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย ๆ
ในส่วนลึกของจิตใจ ความหวังได้ผุดขึ้นมาอย่างเลือนราง
เจียงเอี้ยนจือถึงได้ตระหนักว่า ที่แท้ตัวเองก็ยังไม่ยอมแพ้
“ฉันไม่เขียน ต่อให้นายฆ่าฉัน ฉันก็จะไม่เขียน…”
เจียงเอี้ยนจือปฏิเสธ
ราวกับคาดเดาได้ว่าเขาจะปฏิเสธ เจียงเส่าจึงไม่โกรธ
เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ไม่เป็นไร ตอนที่นายยังมีชีวิตอยู่ ไม่เขียนก็ไม่เป็นไร รอให้นายตายไปก่อน ที่นี่ฉันมีร้อยวิธีที่จะทำให้นายเขียน”
เจียงเอี้ยนจืออึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้
จี๋ซังชิงเป็นลูกนอกสมรสของตระกูลจี๋ ความสามารถที่เขาถนัดที่สุดคือการจัดการกับวิญญาณ
เจียงเอี้ยนจือกัดฟันพูด “นายช่างไร้ยางอายจริง ๆ”
เจียงเส่า “ขอบคุณที่ชม”
ผู้ชมใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะเข้าใจความหมายของคำพูดเจียงเส่า
[แม่ง นี่มันหมายความว่าจะไม่ปล่อยให้เขารอดแม้จะตายไปแล้วสินะ]
[น่ารังเกียจจริง ๆ จะมีคนที่น่ารังเกียจขนาดนี้ได้ยังไงกัน]
[หนิงหนิง! ทำไมเธอถึงนั่งนิ่งอยู่ได้ล่ะ ฉันโมโหจนแทบบ้าแล้วนะ!]