แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 38 เขาน่าจะเคยเจอลู่จีอันมาก่อน
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 38 เขาน่าจะเคยเจอลู่จีอันมาก่อน
บทที่ 38 เขาน่าจะเคยเจอลู่จีอันมาก่อน
สำหรับเจียงฉือซิงแล้ว ลู่จีอันสามารถอธิบายได้ด้วยคำสองคำนั่นก็คือ ‘ฝันร้าย’
ในความทรงจำของเขา ลู่จีอันมักจะถูกพูดถึงจากปากของผู้ใหญ่บ่อยที่สุด
ลู่จีอันเป็นอัจฉริยะมาตั้งแต่เด็ก พอเริ่มเรียนหนังสือก็ข้ามชั้นมาตลอด
เจียงฉือซิงอายุน้อยกว่าลู่จีอันสองปี และเริ่มเข้าเรียนช้ากว่าเขา
พอเจียงฉือซิงเข้าเรียน พวกเขากลุ่มทายาทเศรษฐีรุ่นสองส่วนใหญ่ก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนเอกชนชั้นสูงเดียวกัน
ตอนกลางวันที่โรงเรียน พวกครูก็พูดถึงลู่จีอันทุกวัน ลู่จีอันสอบได้คะแนนเต็มวิชานั้น วิชานี้
ตอนกลางคืนกลับถึงบ้าน แม่ของเขาก็รับช่วงต่อฟังครูเล่าว่าลู่จีอันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
หูของเจียงฉือซิงแทบจะด้านชาไปหมดแล้ว
เขาและกลุ่มเพื่อนของเขา รวมตัวกันในตอนแรกก็เพราะลู่จีอัน
พวกเขาตั้งชื่อกลุ่มว่า ‘สหภาพผู้เสียหายจากลู่จีอัน’
ลู่จีอันเป็นเด็กในตระกูลผู้ดีที่ใคร ๆ ก็อิจฉา
ในที่สุดเมื่อลู่จีอันได้ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลกหูของเขาก็เริ่มได้พักผ่อนบ้าง
ตอนที่เจียงฉือซิงกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ลู่จีอันก็เรียนจบจากต่างประเทศและกลับมา พอกลับมาก็ได้สืบทอดกิจการของตระกูลลู่ทันที
ตอนนั้นลู่จีอันเพิ่งอายุยี่สิบปีเท่านั้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบริษัทของตระกูลลู่ภายใต้การบริหารของเขาก็พัฒนาไปได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
น่ากลัวจริง ๆ
เจียงฉือซิงนึกขึ้นมาแล้วอดสั่นไม่ได้ นี่ยังจะเรียกว่าเป็นมนุษย์อยู่อีกเหรอ
พวกเขาเหล่านี้ จริง ๆ แล้วไม่เคยเจอลู่จีอันเลย ลู่จีอันไม่เคยเข้าร่วมงานสังสรรค์
งานเลี้ยงที่ลู่จีอันเข้าร่วม พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ไป
หนิงหนิงนั้น แม้แต่งานสังสรรค์ทั่วไปเธอยังไปไม่ได้เลยแล้วเธอจะมีโอกาสได้เจอลู่จีอันได้ยังไง
เจียงฉือซิงไม่เชื่อ
“ฉันเจอเขาจริง ๆ ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามเขาได้นะ” หนิงหนิงพูดเสียงเรียบ ๆ
เจียงฉือซิงชะงักค้างไป
คิดว่าเขาไม่อยากถามเหรอ? คิดว่าเขามีช่องทางติดต่อหรือไง?
เจียงฉือซิงพูด “เธอควรจะเคยเห็นเขาจริง ๆ นะ”
ตระกูลลู่นั้นเก่งเรื่องการแก้ข่าวลือมาก
ในวงการบันเทิงก็มีคนพยายามอาศัยชื่อเสียงของตระกูลลู่อยู่บ่อย ๆ แต่ทุกครั้ง ก็ต้องพบกับความอับอาย
จี๋ซางถามด้วยความสงสัย “แล้วลู่จีอันหน้าตาเป็นยังไงเหรอครับ?”
หนิงหนิงคิดสักครู่ก่อนตอบตามตรง “มีจมูกหนึ่งอัน ตาสองข้าง ปากหนึ่งปาก ยังมีชีวิตอยู่ ดูเหมือนหลอดไฟค่ะ”
คนอื่น ๆ ได้แต่นิ่งอึ้งไป
[???]
[ภาษาของเธอนี่ ครูพละเป็นคนสอนหรือไง? นี่มันอะไรกัน]
[นี่คือเขาหน้าตาขี้เหร่จนคิดคำมาอธิบายไม่ออกเลยหรือไง? ยืนยันแล้วว่าลู่จีอันหน้าตาขี้เหร่]
[ขี้เหร่บ้าบออะไร นี่มันดูถูกลู่จีอันชัด ๆ เธอยังไม่เคยเจอลู่จีอันด้วยซ้ำพูดอะไรดี ๆ สักคำก็ไม่ได้]
[ฉันผิดไปแล้ว เมื่อกี้ฉันยังหวังว่าจะได้ยินอะไรดี ๆ จากปากของของปลอมคนนี้ซะอีก]
[ของปลอมบ้าไปแล้วหรือไง ตระกูลเจียงยังไม่พอยังกล้ามาอ้างตระกูลลู่อีก?]
[คนที่เคยแอบอ้างคนก่อนหน้านี้ก็จบไม่สวยไปแล้ว]
[@บริษัทลู่ซาง มีคนมาแอบอ้างชื่อประธานบริษัทของพวกคุณ แถมยังด่าว่าประธานของพวกคุณหน้าตาขี้เหร่อีก แนะนำให้ออกมาแก้ข่าวด้วยค่ะ]
[รอดูเถอะ ตระกูลลู่ต้องออกมาแถลงข่าวก่อนเที่ยงคืนวันนี้แน่นอน]
[ของปลอมนี่บ้าจริง ๆ ชอบโดนตบหน้าขนาดนี้เลยเหรอ?]
อีกด้านหนึ่ง ลู่จีอันเอียงคอพยายามคิดอย่างหนักแต่ก็ไม่เข้าใจ
หลอดไฟอะไรกัน?
อวี่ซิ่วซิ่วพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ
ลู่จีอันจู่ ๆ ก็ถามเธอขึ้นมา “เลขาอวี่ เธอหมายความว่ายังไงเหรอ?”
อวี่ซิ่วซิ่วกระแอมเบา ๆ “คุณลู่คะ สิ่งที่คุณหนิงหนิงต้องการจะบอกก็คือคุณลู่เป็นคนที่โดดเด่นมาก เหมือนกับหลอดไฟเลยค่ะ”
ลู่จีอันรู้สึกว่าสิ่งที่เธอพูดมานั้นมีเหตุผลมาก
“อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง”
ลู่จีอันเข้าใจแล้ว
[ลู่จีอันโดดเด่นมาก ๆ!]
อวี่ซิ่วซิ่วมองเขาพิมพ์ข้อความนี้แล้วส่งออกไป
ทำงานนี่มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ
ขอให้บริษัทล้มละลายไปซะเถอะ บริษัทห่วยแตกนี่
ห้องนั่งเล่นในวิลล่า
หลังจากฟังคำตอบของหนิงหนิงจบ จี๋ซางก็รู้สึกหมดหนทาง “พี่สาวครับ ภาษาของคุณไม่ค่อยดีใช่ไหม?”
หนิงหนิงกำลังจะพูดว่าวิชาภาษาของเธอไม่ค่อยดีนัก แต่หนิงเหนียนพูดเสียงเย็นชาขึ้นมาก่อน “เธอพูดชัดเจนแล้วนี่หรือว่านายมีตาสามข้างรึไง?”
จี๋ซาง “…ผมมีแค่ตาสองข้างเท่านั้น แต่ไม่ใช่ว่าเธอพูดเองว่า…”
หนิงเหนียนชี้ไปที่เจียงฉือซิงที่นั่งอยู่ตรงข้าม “ถ้านายคิดว่าภาษาของเธอไม่ดี ก็ลองถามเขาดูสิ เขาน่าจะเคยเจอมาก่อน”
เจียงฉือซิงที่กำลังหัวเราะเยาะหนิงหนิงอยู่ จู่ ๆ ก็โดนเตะเข้าให้หนึ่งที
จี๋ซางเพิ่งนึกขึ้นได้ เขาจึงหันไปถามเจียงฉือซิง “จริงด้วย คุณก็เป็นคนรวยเหมือนกัน แถมมีเส้นสายกว้างขวางต้องเคยเจอลู่จีอันแน่ ๆ!”
เจียงฉือซิงชะงักค้างไป
เขาไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยซ้ำ!
“ใช่และพี่เจินเจินด้วย คุณก็เหมือนกัน พวกคุณต้องเคยเห็นมาแล้วแน่ ๆ”
เจียงเจินนิ่งเงียบไป
เธอไม่เคยเห็นจริง ๆ
ฟู่เซี่ยนหลี่เคยพบกับลู่จีอันแค่สองครั้งในเรื่องธุรกิจเท่านั้น
เธอเคยถามเขา แต่ไม่รู้ว่าทำไมฟู่เซี่ยนหลี่ถึงไม่พอใจ
เธอก็เลยไม่ถามอีก
“ฉันไม่เก่งภาษา พอเถอะ รีบไปต่อกันเถอะ ช่วงนี้มันนานเกินไปแล้ว” เจียงฉือซิงพูด
“ผมไม่ได้ถามเรื่องนั้น…” จี๋ซางกล่าว
เห็นว่าเจียงฉือซิงต้องการเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เว่ยฉือจึงดึงความสนใจกลับมา
“ใช่ ๆ มาคุยเรื่องเดิมต่อกันดีกว่า”
หนิงหนิงแก้คำตอบแล้ว แต่คะแนนก็ยังเท่าเดิมคือแปดสิบคะแนน
ตอนนี้เหลือเพียงคำตอบของหนิงหนิงที่เขียนอยู่ในมือของหนิงเหนียน
เว่ยฉือเห็นคำตอบนั้นแล้ว จริง ๆ เขารู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
เขาแกล้งทำเป็นปิดบังไว้ก่อนแล้วถามหนิงหนิงว่า “คุณคิดว่าตัวเองจะได้คะแนนเท่าไหร่?”
หนิงหนิงตอบ “คะแนนเต็ม”
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ คะแนนเต็มในฝันของเธอสินะ?]
[ฉันมันพวกต่อต้าน ฉันจะพนันว่าของปลอมตอบถูกแค่ข้อเดียว ถ้าไม่จริงฉันจะตีลังกากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเลย!]
[เพื่อนคนนี้นี่โหดจริง ๆ!]
…
เป็นไปตามคาด ในช่องแสดงความคิดเห็นเต็มไปด้วยเสียงเยาะเย้ย
เว่ยฉือยิ้มแล้วถามหนิงเหนียนว่า “คุณคิดว่าเธอรู้จักคุณดีแค่ไหนครับ”
หนิงเหนียนไม่ได้พูดอะไร เขาแค่ชูกระดานคำตอบขึ้นมา
เครื่องหมายถูกสีแดงห้าข้อปรากฏชัดเจน
ถูกต้องทั้งหมด
[ถูกทั้งหมดเลยเหรอ???]
[เป็นไปได้ยังไง?]
ทุกคนรีบดูข้อสุดท้ายเป็นอันดับแรก
คำถาม [ตั้งแต่เดบิวต์จนถึงปัจจุบัน หนิงเหนียนเปลี่ยนชุดในมิวสิกวิดีโออัลบั้มทั้งหมดไปแล้วกี่ชุด?]
หนิงหนิงให้คำตอบที่ถูกต้องประกอบด้วย วิดีโอทีเซอร์เดบิวต์ สามชุด ซิงเกิลเดบิวต์ (I) ห้าชุด ซิงเกิลอัลบั้มที่สอง (พวกเธอ) เจ็ดชุด ซิงเกิลอัลบั้มที่สาม (เขา) เก้าชุด อัลบั้มเต็มชุดแรก (พวกเรา) มีสองเพลง คือ (ฉันคือ) เก้าชุด และ (พวกเรา) สิบเอ็ดชุด
[เป็นคำตอบที่ละเอียดมาก…]
[คำถามที่ละเอียดขนาดนี้ยังตอบถูกอีกเหรอ!?]
[นับรวมทีเซอร์ด้วย พระเจ้า…]
[นอกจากแฟนคลับตัวจริงแล้วใครจะจำได้ละเอียดขนาดนี้?]
[ขนาดฉันเป็นเหนียนเกา ฉันยังตอบไม่ได้เลย]
เหล่าเหนียนเกาต่างตกตะลึง
พวกเธอจริง ๆ แล้วไม่ได้ชอบหนิงหนิงเลยสักนิด รู้ว่าเธอมาร่วมรายการด้วยจุดประสงค์อื่นและไม่อยากให้หนิงเหนียนเข้าไปพัวพันกับเธอ
ไม่ใช่แค่พวกเธอเท่านั้น แม้แต่ตัวหนิงเหนียนเองก็ประหลาดใจ
จี๋ซาง “พี่สาวเก่งจังเลยครับ คำถามแบบนี้ก็ยังตอบได้”
หนิงหนิงพูดเสียงเรียบ ๆ “จำง่ายออก”
เธอได้ดูผ่านความทรงจำของเจียงชูเหมยมาแล้วหนึ่งรอบ จึงจำได้หมด
[เดี๋ยวสิ ถ้าเป็นแบบนี้องค์ชายกับของปลอมก็จะได้ที่หนึ่งน่ะสิ!]
[โอ้โห เป็นม้ามืดที่น่าตกใจมากเลยนะ!]
[มันจะเป็นไปได้ยังไง กองถ่ายรับเงินจากของปลอมหรือเปล่าเนี่ย?]
[ยอมรับการเดิมพันซะ…]
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ รายการนี้มันสนุกมากเลยนะ ตอนแรกแค่อยากดูเล่น ๆ แต่ตอนนี้ฉันตัดสินใจจะติดตามต่อแล้วล่ะ]
[คนที่บอกว่าจะตีลังกากินบะหมี่อยู่ไหน หายไปไหนแล้ว ฉันรอดูการแสดงของคุณอยู่นะ~]
[…..]
[จะไลฟ์เมื่อไหร่เหรอ? ถึงตอนนั้นฉันจะไปให้กำลังใจแน่นอน ฮ่า ๆ ๆ ๆ]