แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 39 ในห้องมีบางอย่างอยู่ข้างใน
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 39 ในห้องมีบางอย่างอยู่ข้างใน
บทที่ 39 ในห้องมีบางอย่างอยู่ข้างใน
รายการพวกเราโตแล้วออกอากาศไม่ถึงครึ่งวัน พี่น้องที่ดูเหมือนจะไม่ลงรอยกันอย่างหนิงหนิงและหนิงเหนียนกลับทำคะแนนได้หนึ่งร้อยเเปดสิบคะแนนในการแข่งขันตอบคำถามพี่น้องและคว้าอันดับหนึ่งไปครอง
จี๋เสี่ยวเสี่ยวและจี๋ซางได้หนึ่งร้อยหกสิบคะแนนอยู่อันดับสอง ส่วนเจียงเจินและเจียงฉือซิงที่ผู้ชมคาดหวังมากที่สุดกลับได้แค่หนึ่งร้อยสี่สิบคะแนนตกไปอยู่อันดับสุดท้าย
ผลลัพธ์แบบนี้ ไม่ใช่แค่ผู้ชมที่คิดไม่ถึง
แม้แต่ทีมงานรายการเองก็ไม่คาดคิดมาก่อน
เจียงเจินเสียใจจนแทบจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกดวงตาแดงก่ำ
เจียงฉือซิงปลอบเธอ “ไม่เป็นไรหรอก มันก็แค่ครั้งเดียวเท่านั้นเอง มันไม่ใช่เรื่องจริงจังอะไร ปล่อยให้พวกเขาได้ชัยชนะครั้งนี้ไปก็แล้วกัน ครั้งหน้าพวกเราต้องได้ที่หนึ่งแน่นอน”
หนิงหนิงพูดว่า “เวลาแพ้ต้องหาสาเหตุจากตัวเองก่อน อย่าไประบายอารมณ์ใส่คนอื่น”
เจียงฉือซิงรู้สึกติดขัดอีกครั้งอารมณ์ก็ไม่ดีขึ้นเลย ทำไมวันนี้ถึงไม่มีอะไรราบรื่นเลยสักอย่าง
คิด ๆ ดูแล้ว ต้นเหตุของทุกอย่างดูเหมือนจะมาจากหนิงหนิงทั้งนั้น
ในชั่วพริบตา เจียงฉือซิงก็เข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง
นี่มันกลยุทธ์ปล่อยเพื่อจับนี่นา!
หนิงหนิงตั้งใจทำแบบนี้แน่ ๆ ตั้งใจยั่วโมโหเขาเพื่อดึงดูดความสนใจของเขา!
น่าโมโหจริง ๆ เขาติดกับดักของเธอเข้าให้แล้ว
วิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับกลยุทธ์แบบนี้คือการไม่สนใจ ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เจียงฉือซิงตัดสินใจว่าจะไม่มองหนิงหนิงอีกแม้แต่แวบเดียว
ช่วงถาม-ตอบจบลงแล้ว
ในสัปดาห์แรก ทางรายการไม่ได้จัดกิจกรรมพิเศษใด ๆ พี่สาวและน้องชายทั้งหลายทำอะไรในชีวิตประจำวัน ก็ให้ทำแบบนั้นในวิลล่าหลังนี้
เน้นความเป็นธรรมชาติเป็นหลัก
อันดับแรก ทีมที่ได้อันดับหนึ่งในช่วงถาม-ตอบ จะได้สิทธิ์เลือกชั้นที่จะพักอาศัยก่อน
เว่ยฉือพาแขกรับเชิญไปชมห้องชั้นบน
ชั้นที่สี่เป็นชั้นที่ดีที่สุด เป็นชั้นบนสุดไม่มีเสียงรบกวน มีห้องใต้หลังคาและมีสวนเล็ก ๆ บนดาดฟ้า
ชั้นที่สามเป็นห้องชุดมีอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงครบครัน มีห้องครัวในตัวและมีสองห้องนอน
ด้านในห้องชั้นสาม หนิงหนิงหยุดอยู่ที่หน้าประตูของห้องที่อยู่ติดกับบันได
มีควันสีดำบาง ๆ ลอดออกมาจากช่องประตู มีบางสิ่งอยู่หลังประตูแต่ไม่มีเจตนาร้าย
คนอื่น ๆ ทยอยเดินออกจากห้องและลงบันไดไปหมดแล้ว หนิงเหนียนจึงเรียกหนิงหนิง
“ไปกันเถอะ”
หนิงหนิงเดินลงบันได
ดูเหมือนคนอื่นจะไม่มีใครเห็น
ชั้นสามกับชั้นสองไม่ต่างกันมาก ทั้งสองชั้นเป็นห้องชุดเหมือนกัน
โดยรวมแล้วทุกชั้นก็ดูดี แต่ดูแล้วชั้นสี่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
“คนที่ได้อันดับหนึ่งได้เลือกก่อน คุณหนิงหนิงกับคุณหนิงเหนียนพวกคุณจะเลือกชั้นไหนครับ?” เว่ยฉือถาม
“ฉันอยากเลือกชั้นสอง นายล่ะ?” หนิงหนิงถามหนิงเหนียน
“ได้เลย ฉันไม่ติดอะไร งั้นชั้นสองก็ได้” หนิงเหนียนตอบ
จี๋เสี่ยวเสี่ยวคิดว่าชั้นดาดฟ้าต้องถูกเลือกไปแน่ ๆ
“ไม่เลือกชั้นบนสุดเหรอ มีสวนด้วยนะ”
ที่คฤหาสน์กุหลาบมีดอกกุหลาบเยอะขนาดนั้น หนิงหนิงต้องชอบดอกไม้แน่ ๆ
หนิงหนิงตอบ “ฉันไม่ชอบแสงแดด”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวเข้าใจผิด “คุณกลัวร้อนเหรอ?”
พวกเขาต้องถ่ายทำกันสามเดือน พอถึงเดือนพฤษภาคมอากาศก็จะร้อนขึ้น การอยู่ชั้นบนสุดคงจะลำบากหน่อย
จี๋เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกลังเล เธอเองก็อยากจะเลือกห้องชั้นบนสุดอยู่เหมือนกัน
จี๋ซางตะโกนขึ้น “ถ้าพวกคุณไม่เอา งั้นผมขอห้องชั้นบนสุดเอง”
เขาลากกระเป๋าเดินทางขึ้นไปข้างบนทันที จี๋เสี่ยวเสี่ยวตะโกนไปทางเขาว่า “นายไม่ปรึกษาฉันก่อนเลยเหรอ?”
“มีอะไรให้ต้องปรึกษาด้วยล่ะ” เสียงของจี๋ซางดังห่างออกไปเขาขึ้นไปแล้ว
จี๋เสี่ยวเสี่ยวยิ้มให้พวกเขา แล้วก็ลากกระเป๋าเดินทางจากไปเช่นกัน
เจียงฉือซิงถือกระเป๋าเดินทางของเขาและเจียงเจิน กำลังจะเดินออกไป
หนิงหนิงเรียกเขาไว้ “ชั้นสามอยู่ได้แค่ห้องเดียว ห้องด้านนอกที่อยู่ติดกับบันไดมีบางอย่างอยู่ข้างใน”
เจียงฉือซิงมองดูหยกที่หน้าอกของตัวเอง แล้วเงยหน้าขึ้นมองห้องที่อยู่ติดกับบันไดทางเดินแล้วก็มองมาที่เธอด้วยสีหน้ารังเกียจ
หนิงหนิง ?
[หึ ถึงว่าทำไมถึงยอมสละชั้นสี่ที่ดีขนาดนั้น แล้วมาเลือกชั้นสองแทน]
[อยากจะมาอยู่ชั้นเดียวกับซิงซิงเหรอ ฝันไปเถอะ!]
[มีบางอย่างเหรอ? จะมาเล่นบทปรมาจารย์เหรอ ขอเตือนว่าอย่าทำเกินไปนัก เส้นทางนี้ไม่ง่ายหรอกนะ ปรมาจารย์หลายคนก็ติดคุกกันอยู่]
[น่าขำจริง ๆ ที่ของปลอมคิดหาข้ออ้างแบบนี้ได้ แค่เวลาไม่นานก็ปิดบังความคิดไว้ไม่อยู่แล้ว น่าขยะแขยงจริง ๆ]
[แถมยังต่อหน้าองค์ชายอีก นี่มันการฆ่าคนด้วยคำพูดชัด ๆ]
…
เจียงฉือซิงเอ่ยอย่างเยาะเย้ย “แค่ไม่ได้เจอกันไม่นาน เธอก็กลายเป็นปรมาจารย์ด้านศาสตร์ลี้ลับไปแล้วเหรอ”
เขาพาเจียงเจินเดินจากไป
“พี่ เดี๋ยวผมอยู่ห้องที่ติดกับบันไดเอง พี่อยู่ห้องด้านในนะ”
เขาเสียงพูดดังขึ้น เพื่อตั้งใจให้หนิงหนิงได้ยิน
หนิงหนิง ?
เธอหันกลับไปหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมา หนิงเหนียนก็แย่งไปจากมือของเธอทันที
ท่าทางตอนที่เขายกกระเป๋าขึ้นชะงักไปเล็กน้อย
หนิงหนิง “ไม่ต้องหรอก มันหนัก”
หนิงเหนียนไม่สนใจเธอ ถือกระเป๋าเดินทางเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
หนิงหนิงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
โกรธแล้วสินะ
จิตใจของมนุษย์นี่ช่างเดาได้ยากจริง ๆ
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบน หนิงเหนียนวางกระเป๋าเดินทางไว้กลางห้อง
“นายจะเอาห้องไหน?” หนิงหนิงถาม
หนิงเหนียนก้มหน้ามองพื้น เท้าค่อย ๆ เตะพื้นเบา ๆ ไม่พูดอะไร
“ฉันอยู่ห้องด้านในแล้วกัน” หนิงหนิงบอก
เธอหยิบกระเป๋าเดินทางของตัวเองขึ้นมา วาเซียก็เดินตามหลังเธอไป
ประตูห้องด้านในปิดลง
หนิงเหนียนยืนอยู่ในห้องนั่งเล่นสักครู่ ก่อนจะหิ้วกระเป๋าเดินทางเข้าไปในห้อง
หลังจากผ่านไปสักพัก เขาจัดการห้องเรียบร้อยแล้วเดินออกมา
ที่ห้องนั่งเล่นและห้องครัวชั้นล่าง ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้ายกเว้นหนิงหนิง
พวกเขารวมตัวกันอยู่ในห้องครัว
จี๋เสี่ยวเสี่ยวสวมผ้ากันเปื้อนอยู่ มือถือมีดหั่นมะเขือเทศ ส่วนคนอื่นอีกสามคนยืนช่วยเธออยู่
จี๋เสี่ยวเสี่ยวตาไวเห็นเขาเข้าจึงเอ่ยว่า “หนิงเหนียน เดี๋ยวกินข้าวเที่ยงด้วยกันนะ ถึงยังไงก็วันแรก พวกเราฉลองกันหน่อย”
หนิงเหนียนตอบว่า “ไม่ต้องหรอก ฉันจะไปบริษัท”
เขาเลี้ยวเข้าไปในทางเดินหน้าบ้านแล้วหายไป
เจียงเจินพูดว่า “เขาดูเหมือนอารมณ์ไม่ค่อยดีนะ”
เจียงฉือซิงกลอกตาไปมา “ช่างเขาเถอะ”
หนิงเหนียนไม่อยู่ เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาก
ความเป็นศัตรูที่หนิงเหนียนมีต่อเขา คนอื่นอาจไม่รู้สึกแต่เขารับรู้ได้อย่างชัดเจน
ตั้งแต่ก้าวเข้าประตูมาเขาก็ไม่ได้ปิดบังอะไร
แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ถึงจะเกลียดเขาแค่ไหน
เจียงเจินตอนนี้ก็เป็นพี่สาวของเขาแล้ว
คนอื่น ๆ ไม่ได้สนใจอะไร มีแค่จี๋เสี่ยวเสี่ยวที่รู้สึกเศร้าใจอยู่บ้าง
การที่มีคนนั่งรวมกันมาก ๆ ถึงจะครึกครื้นสนุกสนาน
หนิงหนิงจัดห้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอยืนอยู่หน้าหน้าต่าง
ในสวนด้านล่างมีต้นดอกไห่ถังต้นหนึ่ง มันสูงมากกิ่งก้านยื่นเข้ามาในหน้าต่าง ที่ปลายกิ่งมีดอกตูมเล็ก ๆ
ดอกไม้ยังไม่บาน
วาเซียนั่งยอง ๆ อยู่บนขอบหน้าต่าง มันอ้าปากกัดตูมดอกไม้
หนิงหนิงดึงปากมันกลับมา
ผู้ชมรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องรอ พวกเขารอให้หนิงหนิงลงไปข้างล่างเพื่อทำอาหารกับคนทั้งสี่ มันต้องเป็นฉากวุ่นวายที่น่าตื่นเต้นแน่นอน
แต่รอแล้วรอเล่า หนิงหนิงก็ยังยืนอยู่ที่หน้าหน้าต่างเกือบยี่สิบนาทีแล้ว
ยังดีที่แมวดำตัวน้อยยังขยับตัวอยู่ ไม่งั้นคงนึกว่าเป็นวอลเปเปอร์ไปแล้ว
[ด้านล่างมีเสียงดังวุ่นวายขนาดนั้น เธอไม่ไปช่วยเหรอ?]
[คงไม่ใช่ว่าตั้งใจจะกินฟรีหรอกนะ?]
[ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำถามหรอก เธอเป็นแบบนั้นแหละ]
[ทำให้ฉันโมโหจริง ๆ เดี๋ยวทำเสร็จอย่าเรียกเธอมากินเชียว จะได้ไม่เคยชิน]
[วันนี้มันเป็นกรณีพิเศษ ถึงจะปล่อยให้เธอมาขออาหารกินก็เถอะ แต่ครั้งหน้าจะมีใครทำอาหารให้เธอกินอีกล่ะ?]
[อดตายไปซะเถอะ ยังคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูอยู่อีกเหรอ]
[เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ฉันกำลังดูแมวน้อยอยู่นะ]
[???]
[แมวน้อยน่ารักจังเลย ป้าอยากจะหอมแก้มจังเลย~]
[ให้ป้าจูบก่อนนะ จุ๊บๆ~]
[ดูคนสิ รายการนี้ให้พวกคุณดูแมวหรือไง?]
[ฉันมาดูแมวโดยเฉพาะนะ มีปัญหาอะไรไหม?]
[ใช่ไหมล่ะ มีกฎห้ามดูแมวด้วยหรือไง?]
คนที่มาดูแมวต่างทยอยออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก พวกแอนตี้แฟนได้แต่มองดูด้วยความหงุดหงิด เพราะคนพวกนี้มีจำนวนไม่น้อยเลย
ไม่หรอก แมวตัวเดียวจะมีอะไรน่าดูนักหนา?
คนพวกนี้ประเมินความกระตือรือร้นของเหล่าทาสแมวต่ำเกินไป
พวกเขาไม่รู้ว่าวาเซียติดเทรนด์แล้ว
#แมวดำที่สมบูรณ์แบบ #หนิงหนิงหนิงเหนียนอันดับหนึ่งแห่งปี และ #หนิงหนิงลู่จีอัน กระแสก็ร้อนแรงพอสมควรอยู่อันดับที่สาม