แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 387 สีฟ้าคราม
บทที่ 387 สีฟ้าคราม
หนิงเหนียน : ?
เมื่อเจอของขวัญที่ได้มาอย่างกะทันหัน หนิงเหนียนรู้สึกงงงวยไปชั่วขณะ
เขาถือถุงของขวัญกลับเข้าห้อง แล้วนั่งลงที่โต๊ะ
เมื่อเปิดถุงของขวัญออก ข้างในมีกล่องสี่เหลี่ยมสีดำขนาดเล็ก ที่ผูกโบว์ไว้อย่างสวยงาม
หนิงเหนียนค่อย ๆ เปิดกล่องอย่างระมัดระวัง ข้างในมีภาพถ่ายอยู่มากมาย
เขาหยิบมันขึ้นมาดู แต่มันว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่เลย
ในขณะที่กำลังคิดว่าทำไมหนิงหนิงถึงส่งรูปถ่ายที่ว่างเปล่ามาให้ ตรงกลางของรูปถ่ายที่ว่างเปล่านั้นก็มีวงเวทสีทองวาบขึ้นมา แล้วภาพของคนก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมาบนรูปถ่าย
เมื่อภาพปรากฏชัดเจนขึ้น หนิงเหนียนก็จำได้ว่า นั่นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นจี๋ซังชิงนั่นเอง
แตกต่างจากจี๋ซังชิงที่เขาเคยพบเจอตามลำพังซึ่งมักจะทำตัวหยิ่งงผยอง
จี๋ซังชิงในรูปถ่ายเหล่านี้
เขากำลังอ้อนวอนขอความเมตตา และร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด
ทุกรูป แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส แต่ละรูปล้วนน่าเกลียดน่าชัง
มือของหนิงเหนียนชะงักค้าง
นี่มันเป็นของขวัญที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันอันดำมืดจริง ๆ
ในห้องข้าง ๆ หนิงหนิงเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอได้รับข้อความจากหนิงเหนียน
[หนิงเหนียน : ฉันรู้ว่าเธอหวังดีกับฉัน และฉันก็ได้ระบายความแค้นแล้ว ฉันดีใจมาก แต่ว่า เรื่องนี้มันผิดกฎหมาย ครั้งหน้าเราเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นได้ไหม ฉันไม่ได้ตำหนิเธอนะ แต่เรื่องนี้มันอันตราย เราน่าจะหาวิธีอื่นที่ปลอดภัยกว่านี้]
หนิงเหนียนส่งข้อความมายาวเหยียด
เมื่ออ่านบทสนทนาลงมาเรื่อย ๆ แล้วรู้สึกว่ามันแตกต่างจากรูปแบบการสนทนาแบบกระชับที่เคยเป็นมาก่อนหน้านี้
ระมัดระวังคำพูด พูดจาอ้อมค้อมไปมา
หนุ่มสุดเท่ถึงกับตกใจจนต้องรีบพิมพ์ตอบ
[หนิงหนิง : เข้าใจแล้ว คราวหน้าจะไม่ทำแบบนี้อีก]
ทางฝั่งหนิงเหนียนตอบกลับมาในทันที
[หนิงเหนียน : อืมๆ]
[หนิงเหนียน : (สติกเกอร์ลูกหมาหมุนตัว)]
เขาส่งสติกเกอร์ที่น่ารักมาให้ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังดีใจจริง ๆ
หนิงเหนียนรู้สึกดีใจมากจนนอนอยู่บนเตียงแล้วข่มตาไม่หลับ
สือเฉินตั้งใจมาคุยกับเขาก่อนจะโพสต์ข้อความในเว่ยป๋อ
เขามาขอโทษ และบอกว่าอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อเขา
แต่เรื่องแบบนี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของหนิงเหนียน
สือเฉินบอกว่า หนิงเหนียนมีสิทธิ์ตัดสินใจ
สุดท้ายหนิงเหนียนก็เห็นด้วยกับวิธีการของสือเฉิน
เขาตัดสินใจที่จะเปิดเผยบาดแผลของเขาต่อสาธารณชน
เมื่อบาดแผลถูกเปิดออก มันก็เจ็บปวดอย่างที่คาดไว้
ด้านที่อ่อนแอของเขาในอดีต ถูกผู้คนมากมายจ้องมอง สายตาเห็นอกเห็นใจมากมายที่ส่งมายังเขา
สิ่งเหล่านี้ทำให้คนที่เก็บตัวอยู่แล้วอย่างเขา รู้สึกเก้อเขินไม่รู้จะวางตัวอย่างไร
แต่หนิงเหนียนไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะเขารู้ว่าหนิงหนิงจะยืนอยู่เบื้องหลังเขาเสมอ
เขาไม่กลัว
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือ หนิงหนิงจะทำถึงขนาดนี้เพื่อเขา
เธอมักจะคอยพูดย้ำกับเขาเสมอว่า อย่าทำผิดกฎหมาย
แต่ตอนนี้ เธอกลับเป็นคนทำลายกฎเกณฑ์นั้นเสียเอง
หนิงเหนียนยิ้มเบา ๆ
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่สามารถทำให้หนิงหนิงออกจากบ้านได้ แต่วันนี้เธอกลับออกไปต่อยคนด้วยตัวเอง
ความดีใจมันมากจนทำให้นอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
วันต่อมา ตอนที่ฉีอันมารับหนิงเหนียน พอหนิงเหนียนขึ้นรถ เขาก็สังเกตเห็นรอยคล้ำจาง ๆ ใต้ดวงตาของเขา
ฉีอันถาม “นอนไม่หลับเหรอ?”
หลังจากที่สือเฉินโพสต์เว่ยป๋อ ข้อความในนั้นก็สื่อออกมาอย่างชัดเจนว่า หนิงเหนียนกับค่ายสตาร์ไลท์มีปัญหาขัดแย้งกัน
บริษัทจัดหาศิลปินจำนวนมากก็เริ่มเคลื่อนไหว ภายในวันเดียว ฉีอันได้รับข้อเสนอจากบริษัทมากมาย
วันนี้ เขาจะพาหนิงเหนียนไปดูบริษัทแห่งหนึ่งที่เคยสนใจมาก่อน ไม่ว่ายังไง หนิงเหนียนจะไปที่ไหนก็เป็นที่ต้องการทั้งนั้น
มีแต่สตาร์ไลท์เท่านั้นที่โง่เหมือนคนบ้า ผลักไสหนิงเหนียนออกไป
หนิงเหนียนยังง่วงนิดหน่อย จึงส่งเสียงงึมงำตอบรับอย่างงัวเงีย
ฉีอัน “นายก็เป็นแบบนี้ตลอด ชอบคิดวนไปวนมาอยู่ในหัว นายวางใจเถอะ พวกเราต้องออกจากสตาร์ไลท์ได้แน่นอน แล้วก็จะหาที่ที่ดีกว่านี้”
หนิงเหนียน “ไม่ใช่”
ฉีอัน “หา?”
หนิงเหนียน “ฉันไม่ได้คิดเรื่องนั้น”
ฉีอัน “แล้วทำไมนอนไม่หลับล่ะ?”
เขารู้สึกว่าหนิงเหนียนวันนี้แปลก ๆ ดูเหมือนจะ…เขินอายยังไงก็ไม่รู้?
หนิงเหนียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เมื่อคืนหนิงหนิงส่งของขวัญมาให้ฉัน”
ฉีอัน : …
เอาเถอะ เป็นห่วงไปเปล่า ๆ
เห็นท่าทางของเขาแบบนั้น ฉีอันก็อดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้
เขาชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือบนข้อมือของหนิงเหนียนแล้วถามว่า “เธอให้อะไรนายอีกล่ะ?”
หนิงเหนียนยิ้มอย่างผิดวิสัย
“ความลับ”
ฉีอัน : …
ฉีอันอยากตบหัวเขาจริง ๆ
น่าเสียดายที่เขาไม่กล้า เพราะเขากลัวหนิงหนิง
เขานึกถึงจุดประสงค์ของวันนี้
“อ้อใช่ เมื่อคืนบริษัทเว่ยหลานเอนเตอร์เทนเมนต์ส่งคำเชิญมาถึงนายด้วย”
เว่ยหลานเอนเตอร์เทนเมนต์ เป็นบริษัทบันเทิงที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อเดือนที่แล้ว
แม้จะยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่แฟนคลับ แต่ในวงการบันเทิงกลับสร้างกระแสใหญ่โต
เพราะเบื้องหลังของเว่ยหลาน คือตระกูลลู่
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตระกูลลู่ได้กระจายการลงทุนเป็นวงกว้าง ทั้งภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และรายการวาไรตี้ หลายรายการที่ได้รับความนิยม
ในวงการต่างก็คาดเดากันมานานแล้วว่า ตระกูลลู่กำลังเตรียมตัวบุกวงการบันเทิ แต่ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
หลายคนต่างรู้สึกตื่นเต้น การได้มีตระกูลลู่มาหนุนหลัง นั่นหมายถึงอะไร ไม่มีใครไม่รู้
แม้บริษัทยังไม่ได้ก่อตั้ง แต่ก็มีโครงการมากมายที่ทำให้ผู้คนมากมายมีงานทำ
ถ้าตระกูลลู่ตั้งบริษัทดูแลศิลปินขึ้นมาจริง ๆ ก็สามารถจินตนาการได้เลยว่า ศิลปินในสังกัดจะมีความสุขมากขนาดไหน
ถึงจะเป็นดาราระดับล่างสุด ก็คงใช้ทรัพยากรยัดเยียดจนดังได้
ทุกคนเฝ้ารอคอยมาเนิ่นนาน แต่ทางฝั่งตระกูลลู่ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
ผลสุดท้าย ในตอนที่ทุกคนไม่ทันสังเกต ไม่เคยได้ยินข่าวลือใด ๆ บริษัทนี้ก็ผุดขึ้นมาในชั่วข้ามคืน
เรื่องนี้ทำให้วงการเดือดพล่านขึ้นมาทันที
แค่เท่าที่ฉีอันรู้มา มีนักแสดงหญิงระดับแถวหน้าเตรียมย้ายค่ายแล้วถึงสองคน
แต่ฝั่งบริษัทเว่ยหลานนั้น หลังจากก่อตั้งบริษัทแล้วก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย
จนถึงตอนนี้ คนอื่นก็มองไม่ออกเหมือนกัน
ฉีอันก็มองไม่ออกเช่นกัน บริษัทเพิ่งก่อตั้ง ไม่ควรจะต้องฉวยโอกาสช่วงนี้ตีเหล็กตอนร้อน รับคนเพิ่มหรอกเหรอ ในเมื่อมีดาราแถวหน้ารอเข้าบริษัทอยู่
อาจจะเป็นรสนิยมของมหาเศรษฐีก็ได้ เขามีเงิน เขาก็ชอบทำแบบนี้
ฉีอันก็เคยคิดเหมือนกันว่าจะพาหนิงเหนียนย้ายไปอยู่เว่ยหลาน
ถ้าเป็นเว่ยหลานที่ต้องการพาหนิงเหนียนไป สตาร์ไลท์จะกล้าไม่ปล่อยตัวเหรอ?
แต่ฉีอันก็แค่คิดเล่น ๆ เท่านั้นแหละ
ขนาดนักแสดงแนวหน้าไป เว่ยหลานยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
หนิงเหนียนไป ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่
ฉีอันรู้ดีว่า สถานะของไอดอลนั้นต่ำมาก
เมื่อวานตอนที่ได้รับโทรศัพท์จากเว่ยหลาน ฉีอันยังคิดว่าเป็นแก๊งต้มตุ๋นจึงตัดสายไป
แต่ทางนั้นยังโทรมาอีกหลายครั้ง จนกระทั่งติดต่อเขาได้ผ่านช่องทางอื่น
ฉีอันรู้สึกเหมือนไม่ใช่ความจริง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงจะตื่นเต้นมาก
แต่เพราะมีบทเรียนจากไห่ซางมาก่อน ตอนนี้ฉีอันจึงรู้สึกหวาดกลัวบริษัทที่มีตระกูลร่ำรวยเป็นผู้ลงทุนแบบนี้อยู่บ้าง
แม้จะเป็นแบบนั้น ฉีอันก็ยังรู้สึกตื่นเต้น “ถ้านายไป นายก็จะเป็นพนักงานคนแรกของเว่ยหลานนะ”
หนิงเหนียนขมวดคิ้ว “เว่ยหลาน? บริษัทที่ตระกูลลู่เป็นคนเปิดใช่ไหม?”
ฉีอัน “ใช่แล้ว เพิ่งเปิดเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง”
หนิงเหนียน “เดือนที่แล้ว?”
พอนึกดู ก็เป็นช่วงที่หนิงหนิงและเมิ่งซีมีปัญหาขัดแย้งกันจนระเบิดออกมา และมีข่าวว่าไห่ซางเลือกปฏิบัติกับหนิงหนิง ปฏิบัติต่อหนิงหนิงไม่ดีพอดี
บริษัทนี้มาได้จังหวะพอดีจริง ๆ