แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 407 เทพสงครามกับที่ปรึกษาผู้ล้ำเลิศ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 407 เทพสงครามกับที่ปรึกษาผู้ล้ำเลิศ
บทที่ 407 เทพสงครามกับที่ปรึกษาผู้ล้ำเลิศ
[หืม!?]
[แนวเรื่องมันดูจะเริ่มแปลก ๆ แล้วนะ]
[ทำหน้าเสียใจแบบนั้นหมายความว่ายังไงกัน?]
[ซูเจา เธอจับประเด็นผิดไปแล้วนะ]
หนิงหนิงมองเธอแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “คุณทำไม่ได้หรอก กระโปรงของคุณสั้นเกินไป”
ซูเจาพยักหน้า “ที่พูดมาก็จริง”
[???]
[หนิงหนิงเธอเป็นอะไรอีกล่ะ? ทำไมยังห่วงซูเจาอยู่อีก?]
[เป็นอะไรไป ทำไมหนิงหนิงจะห่วงซูเจาไม่ได้ล่ะ พวกเธอมีเรื่องบาดหมางอะไรกันนี่?]
[ฮ่า ๆ สาว ๆ ยังไม่ทันทะเลาะกันเลย ดูพวกคุณตื่นเต้นกันใหญ่]
[บอกแล้วว่าอย่าเพิ่งรีบทายว่าพวกเธอจะทะเลาะกัน ตอนนี้พอใจหรือยัง]
ทางฝั่งนี้ ซูเจามองรถมอเตอร์ไซค์แล้วคิดสักครู่ “ตอนลงเขาก็ขี่มอเตอร์ไซค์ลงไปแบบนี้แหละ”
ชายหนุ่มที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาด้านหลังดูฉลาด เมื่อได้ยินว่าซูเจาก็สนใจ ก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาทันที
“มาครับพี่สาว ขอเบอร์ติดต่อไว้หน่อย ตอนลงเขาเรียกผมได้เลย ผมพร้อมบริการตลอด”
ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้อย่างรวดเร็วและแลกเบอร์ติดต่อกันไว้
ชายหนุ่มยังคงยิ้มแย้มพูดกับหนิงหนิงว่า “พี่สาวครับ ถ้าพวกคุณมาพร้อมกัน ผมให้ส่วนลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยนะ!”
หลังจากส่งคนขึ้นมาแล้ว พวกเขาก็เตรียมตัวจะกลับ
ก่อนจะไป พวกเขายังโบกมือลาอย่างกระตือรือร้นให้หนิงหนิง “พี่สาวครับ ถ้าตอนลงเขามีอะไรให้ช่วย เรียกพวกผมได้เลยนะครับ!”
[ให้เงินไปเท่าไหร่นะ ถึงได้ยิ้มแย้มกระตือรือร้นขนาดนี้]
[เห็นทีจะเป็นคนเก่งเรื่องทำธุรกิจนะเนี่ย]
[กลับไปเปิดทีมมอเตอร์ไซค์ รับ-ส่งเจ้าหญิงได้เลยนะ ต้องดูดีมีระดับแน่นอน]
[ฮ่า ๆ ๆ ตลกดีนะ ถ้าอย่างนั้นฉันต้องไปลองด้วยแน่ ๆ]
…
ในที่สุดทุกคนก็มาครบ แต่กลับไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ คนที่มาเข้าเส้นตายไม่ใช่ซูเจา แต่เป็นหนิงหนิงกับหนิงเหนียน
พวกเจินกั่วเตรียมใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการด่าซูเจาไว้แล้ว
ตอนนี้ได้แต่อดกลั้นเอาไว้ เพราะตามกฎระเบียบแล้ว หนิงหนิงและหนิงเหนียนก็ไม่ได้มาสาย
จะบอกว่ารุ่นพี่มาก่อนพวกเขางั้นเหรอ?
หนิงหนิงแสดงออกว่า นั่นใครเหรอ
และตอนนี้ พวกเขาก็ด่าแฟนคลับของหนิงหนิงไม่ได้แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีหนิงเหนียนอยู่ด้วย
พอถึงเวลานัดรวมพล เสียงอันทรงพลังของเจียงซั่วก็ดังออกมาจากลำโพงที่ผูกติดอยู่กับต้นไม้สูงใหญ่
“ทุกคนมากันครบแล้วใช่ไหม ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”
เสียงหัวเราะสุดโหดร้ายดังก้องกังวานไปทั่วป่าเขา
[อืมมม เดิมทีการทะเลาะกันตั้งแต่ต้นทำให้ฉันคิดว่าดูรายการกรีนวิลเดอร์เนสปลอม ๆ แต่ตอนนี้เห็นผู้กำกับยังคงบ้า ๆ บอ ๆ เหมือนเดิม ก็สบายใจแล้ว]
[ฮ่า ๆ ขำตาย ตั้งแต่เริ่มออกอากาศจนถึงตอนนี้ ในที่สุดก็ได้ความรู้สึกเหมือนตอนดูรายการเก่า ๆ แล้ว]
เหลียงชิงฮวนแขวะอย่างไร้ความปราณี “ผู้กำกับคะ ทำตัวปกติหน่อยสิคะ พวกเรากลัวแล้ว!”
ทำให้ผู้ชมหัวเราะลั่นอีกครั้ง
เจียงซั่วสงบอารมณ์ขำลงได้แล้วและพูดว่า “ทุกคนคงได้ดูขั้นตอนการถ่ายทำรายการนี้มาก่อนแล้วนะครับ ต่อไปแขกรับเชิญทุกท่านจะต้องเข้าไปในภูเขา เพื่อเริ่มการใช้ชีวิตกลางแจ้งเป็นเวลาสองวันสามคืน
ไม่มีผู้ช่วย ไม่มีทีมงานรายการ อาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดต้องพึ่งพาตัวเอง ถ้าใครทนไม่ไหวสามารถยอมแพ้ได้ตลอดเวลา แล้วทีมไหนจะเป็นผู้ชนะในตอนจบกันนะ?”
เจียงซั่วได้อธิบายรายละเอียดข้อควรระวังเพิ่มเติม เช่น ทางรายการได้แจกนาฬิกาที่มีระบบระบุตำแหน่งให้ทุกคน หากมีปัญหาสามารถโทรศัพท์ติดต่อได้ตลอดเวลา
ทีมงานรายการก็จะคอยสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของแขกรับเชิญอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา
ในยามจำเป็น พวกเขาจะลงมือดำเนินการเอง
สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ สัตว์ป่าในภูเขา ห้ามนำมาเป็นอาหาร
ทางทีมงานได้ปล่อยสัตว์เลี้ยงไว้ในภูเขาล่วงหน้าแล้ว เพื่อให้แขกรับเชิญทุกท่านสามารถจับมาเป็นอาหารได้
หลังจากพูดเรื่องเหล่านี้จบ เจียงซั่วก็เสริมว่า “เนื่องจากรายการของเราได้ร่วมมือกับรายการพวกเราโตแล้วอย่างกะทันหัน ดังนั้นกฎของรายการในครั้งนี้จึงไม่เข้มงวดเหมือนแต่ก่อน พวกเราจะจัดเตรียมอุปกรณ์เอาตัวรอดพื้นฐานให้ เช่น มีดทหารและเต็นท์ส่วนตัวพวกคุณเอง นอกจากของกิน ของดื่ม และโทรศัพท์มือถือแล้ว สามารถนำของติดตัวเข้าไปในป่าได้คนละสองอย่างครับ”
[พระแม่เจ้า! เงื่อนไขนี้เมื่อเทียบกับสามซีซั่นก่อนหน้า มันเหมือนสวรรค์ชัด ๆ!]
[โอ้โห เราสามารถเอาของส่วนตัวมาได้ด้วย! ฉันจะเอามาเยอะ ๆ เลย]
[ตลกจัง ถ้าแขกรับเชิญคนก่อน ๆ มาดูรายการนี้ คงจะร้องไห้แน่ ๆ ฮ่า ๆ ๆ]
…
จริง ๆ แล้ว นอกจากหนิงหนิงกับซูเจาที่นำกระเป๋าเดินทางมาหลายใบ คนอื่น ๆ ก็แค่สะพายกระเป๋าใบเล็ก ๆ ที่พกพาสะดวกเท่านั้น
ในช่วงส่งมอบสิ่งของ พวกเขาสามารถเก็บของส่วนตัวไว้ได้คนละสองอย่าง
หนิงหนิงไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่คนอื่นยังคงกำลังเลือกอยู่ เธอมองดูแล้วหยิบชุดเดรสสองชุดออกมาจากกระเป๋า เป็นอันเสร็จสิ้นการคัดเลือก
ผู้ชมที่เห็นเหตุการณ์นั้น
[อ๊ะ? เสร็จแล้วเหรอ?]
[ไม่สิ การที่แต่งตัวหรูหราตอนมาก็พอเข้าใจได้ แต่เข้าป่าแล้ว ยังคิดจะแต่งตัวสวยอีกเหรอ?]
[สวยแล้วกินได้เหรอ?]
[เอาแค่กระดาษชำระก็ยังดีกว่านี้เลยนะ]
[วางใจได้ หนิงเหนียนเอามาแล้ว]
[นั่นมันประเด็นสำคัญตรงไหน? ประเด็นคือ หนิงหนิงเสียตำแหน่งสำคัญไปตั้งสองที่ ไม่รู้เลยว่าเธอมาทำอะไรที่นี่]
หนิงหนิงก็ยังไม่แย่ที่สุด ซูเจาที่อยู่ข้าง ๆ ยังลังเลอยู่พักหนึ่ง
เธอเลือกอยู่นานระหว่างเสื้อผ้ากับครีมอาบน้ำ สุดท้ายก็จำใจเก็บชุดเดรสกลับเข้ากระเป๋าเดินทาง แล้วหยิบครีมอาบน้ำออกมาแทน พลางถอนหายใจไปด้วยขณะที่หยิบมัน
[หา? ทำไมต้องเอาครีมอาบน้ำมาด้วย ซูเจามาทำอะไรที่นี่กันแน่?]
[หนิงหนิงกับซูเจาสองคนนี่มันคู่หูสุดป่วนจริง ๆ ฉันยอมแล้ว]
[พวกเธอมาปิกนิกกันหรือไง?]
[ดูมาสามซีซั่น เพิ่งเคยเจอแขกรับเชิญแบบนี้ ขอยอมรับจริง ๆ!]
…
คนดูทั้งหมดถึงกับพูดอะไรไม่ออก
เหลียงชิงฮวนอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “พวกเธอจะเอาแค่นี้เหรอ?”
หนิงหนิง “มีอะไรเหรอ?”
ซูเจาตอบอย่างเป็นเรื่องปกติว่า “ไม่อาบน้ำ ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า เธอไม่รู้สึกอึดอัดเหรอ?”
เหลียงชิงฮวน : …
ไร้สาระ แน่นอนว่าเธอรู้ว่ามันทรมาน
แต่นี่มันรายการนะ พวกเธอคิดว่ามาปิกนิกเที่ยวเล่นหรือไง?
พูดแบบนี้ เหมือนกับว่าเธอไม่รักความสะอาดอย่างนั้นแหละ
ช่างน่าโมโหจริง ๆ
เหลียงชิงฮวนยิ้มอย่างจงใจพลางพูดว่า “คนที่ไม่รู้เรื่อง คงคิดว่าพวกเธอสองคนมาปิกนิกกันแน่ ๆ”
ซูเจาแสดงสีหน้างุนงง “ไม่ใช่เหรอ?”
เหลียงชิงฮวน “หา?”
ซูเจา “วิวสวยขนาดนี้ ถ้าถ่ายทำเพียงเพื่อรายการทีวีมันก็น่าเสียดายเกินไปหน่อย”
เธอมองไปยังขุนเขาที่อยู่ไกลออกไปด้วยความกระตือรือร้น
ผู้ชม : …
เหลียงชิงฮวน : …
อืม… เข้าใจแล้ว ดูท่าว่าพวกเธอคงมาเที่ยวจริง ๆ นั่นแหละ
ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องของเธอสักหน่อย อยากจะเอาอะไรมาก็เอาไปเถอะ เดี๋ยวก็ได้ร้องไห้กันแล้ว
อ่อนไหวขนาดนี้ คงอยู่ไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ
ถ้าถูกคัดออกไป ก็ยิ่งดีกับเธอใหญ่เลย
เหลียงชิงฮวนยิ้มพร้อมพูดว่า “ขอให้เที่ยวให้สนุกนะ”
การเลือกของเสร็จสิ้นลง นอกจากหนิงหนิงและซูเจา คนอื่น ๆ ต่างก็เลือกของได้ค่อนข้างปกติ
ทุกคนต่างนำกระดาษทิชชู่หรือน้ำดื่มซึ่งเป็นสิ่งของจำเป็นมาด้วย
[อืม พวกเธอดูหนิงหนิงกับซูเจาสิ ทั้งสองคนนี้ดูแปลกแยกจากคนอื่น ๆ เลยนะ]
[ของที่พวกเธอเลือกมาก็ดูแปลกแยกจากของคนอื่นทั้งหมดด้วย]
[จะเอาอะไรไปด้วยก็เอาไป แต่อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วทำให้คนอื่นลำบากก็พอ]
[นักแสดงสาวนี่น่ากลัวจริง ๆ ถึงเวลาแบบนี้ยังจะมาคิดเรื่องดูดีไม่ดูดีอีก]
[อย่าไปลากคนอื่นจมน้ำตายด้วยสิ เจินเจินกับชิงฮวนเธอเป็นคนปกตินะ]
[แขกรับเชิญผู้หญิงที่เคยมาก่อนหน้านี้ ก็ไม่เห็นจะเป็นแบบพวกเธอเลยนี่]
[หนิงหนิงทำแบบนั้นฉันยังพอเข้าใจได้ เพราะเธอมีความสามารถขนาดนั้น แต่ซูเจาฉันไม่เข้าใจจริง ๆ]
[ซูเจารีบอธิษฐานให้ได้อยู่กลุ่มเดียวกับหนิงหนิง ถ้าไม่มีหนิงหนิงก็คงไม่มีใครจะดูแลเธอได้ อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนคุย]
[ช่างน่าขำจริง ๆ ถ้าพวกเธอทั้งสองคนอยู่กลุ่มเดียวกัน คนที่ซวยก็คือหนิงเหนียนนั่นแหละ ที่ต้องมาคอยรับใช้คุณหนูทั้งสองคน]