แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 425 ผอม
บทที่ 425 ผอม
หนิงหนิงถามต่อว่า “กินอะไรเหรอ?”
เจียงซั่วอุทานเสียง “อ๊ะ” ไม่รู้ว่าทำไมเธอยังถามเรื่องนี้อีก เขาจึงตอบว่า “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปน่ะ”
เขาไม่มีเวลาได้กินข้าวดี ๆ เลย ต้องคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของแขกรับเชิญตลอดเวลา
ได้แต่มองแขกรับเชิญกินปลาย่างกับไก่ย่าง พวกเขาถึงกับน้ำลายไหลเลยทีเดียว
หนิงหนิงทำท่าครุ่นคิด
เจียงซั่ว : ?
แต่เดิมเจียงซั่วเตรียมให้กลุ่มของหนิงหนิงกลับไปพร้อมกับพวกเขา เพื่อจบรายการนี้ชั่วคราว
ไม่คิดว่าหนิงหนิงจะปฏิเสธ
เมื่อเธอปฏิเสธ หนิงเหนียนก็ต้องอยู่กับพี่สาวแน่นอน
ไม่คิดไม่ฝันว่า ซูเจาก็ปฏิเสธที่จะกลับเช่นกัน เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม “คนที่น่ารำคาญก็ไปแล้ว ฉันรู้สึกดีจัง อยู่เล่นต่อดีกว่า”
เจินกั่วทั้งหลายโกรธจนด่าออกมาเสียงดัง แต่ยิ่งพวกเขาด่ามากเท่าไหร่ ซูเจาก็ยิ่งดูมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น ราวกับเธอรู้อยู่แล้วว่าจะต้องโดนด่า
ทีมงานรายการเดินจากไปแล้ว สิ่งที่ต้องจัดการต่อไปก็คือเรื่องอาหารเช้า
[ฉันจำได้ว่าแต่ก่อนแขกรับเชิญมักจะไม่กินอาหารเช้ากัน]
[ใช่แล้ว ปกติวันแรกจะเหนื่อยมาก ตอนเช้าแทบจะลุกไม่ขึ้นเลย]
แต่พอหนิงหนิงและคนอื่น ๆ ตื่นขึ้นมาตอนเช้า กลับไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด
สดชื่นแจ่มใสและรู้สึกสบายตัว
[รายการนี้รู้สึกว่าแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมาจริง ๆ]
[ฮ่า ๆ ๆ ตอนเช้าจะกินปลาหรือไก่ดีนะ]
[นี่จะเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นแขกรับเชิญกินอาหารเช้าในรายการนี้]
[ไม่รู้ว่าพวกเขาจะไปหาของกินที่ไหนกัน]
[เมื่อคืนฝนตก ถนนคงเดินลำบาก การหาอาหารคงจะยากพอสมควร]
[ฮ่า ๆ ๆ ฉันชอบดูอะไรแบบนี้ที่สุดเลย เร็ว ๆ เข้า!]
[พวกคุณนี่จริง ๆ เลย ชอบดูเรื่องวุ่นวายของคนอื่นกันทั้งนั้นเลย ฮ่า ๆ ๆ ๆ!]
ผู้ชมทั้งหลายต่างสงสัยว่าหนิงหนิงและคนอื่น ๆ จะหาอาหารอันแสนอร่อยได้อย่างไรในป่าที่เต็มไปด้วยโคลนหลังฝนตก
หลังจากรอหนิงหนิงและคนอื่น ๆ ล้างหน้าล้างตาเสร็จ ก็เห็นหนิงหนิงกลับมานั่งบนก้อนหินที่หน้าถ้ำ แหงนหน้ามองท้องฟ้า
เมื่อคนอื่น ๆ เห็นหนิงหนิงนั่งลง พวกเขาก็นั่งพักตามกัน
ไม่มีทีท่าว่าจะกินอาหารเช้าเลย
[หืม???]
[พวกคุณไม่กินข้าวเหรอ?]
[ฮ่า ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นคนตื่นเช้ามาชมวิวนะ]
[คงจะไม่หิวหรอก เมื่อคืนก็กินมื้อดึกไปแล้วนี่]
[จริงด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นการเอาตัวรอดในป่าที่ดูหรูหราขนาดนี้]
[ยอมแล้ว ฉันอยากดูความสนุก แต่คงไม่มีโอกาสแล้วล่ะ]
[ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพวกเขาจะอยู่แต่ในถ้ำทั้งวันโดยไม่ออกไปไหน ไม่กินข้าวเหรอ?]
[ใช่ ฉันรอดูอยู่นะ]
[เอ๊ะ ซูเจาไม่ได้กินข้าวมาหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้วใช่ไหม?]
[โห เธอไม่เป็นลมเหรอ?]
[นี่คือนักแสดงสาวเหรอ? น่ากลัวจัง!]
ตอนนี้ ซูเจานั่งอยู่ในที่มืดบริเวณปากถ้ำ เห็นหนิงหนิงจ้องมองขึ้นไปด้านบนอยู่ตลอด เมื่อมองตามสายตาของเธอ ก็พบว่าปลายสุดคือเรือนยอดของต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านหนาทึบ
ซูเจามองดูอยู่ครู่หนึ่ง ไม่เห็นว่าต้นไม้นี้จะมีอะไรพิเศษ จึงถามว่า “ต้นไม้นั่นมีอะไรน่าดูเหรอ”
หนิงหนิงเงยหน้าขึ้น แล้วพูดว่า “ฉันกำลังนับใบไม้อยู่”
ซูเจา : ?
ใบไม้พวกนี้มีอะไรให้นับ
ซูเจา: “นับเสร็จแล้วเหรอ?”
หนิงหนิงส่งเสียงรับในลำคอ “เมื่อวานมีใบไม้หนึ่งแสนสามใบ วันนี้ก็มีหนึ่งแสนสามใบเหมือนกัน”
ซูเจา : ???
เธอบอกตัวเลขออกมาจริงๆ
แต่…
ซูเจา “คุณนับผิดแล้วละ เมื่อคืนฝนตก ใบไม้ไม่มีทางเหมือนเดิมหรอก แม้แต่ตอนที่ฝนไม่ตก แต่มีลม มีนก ใบไม้บนต้นนี้ไม่มีทางมีจำนวนเท่าเดิมได้”
หนิงหนิงพยักหน้า “คุณพูดถูก”
ซูเจา : …
เธอหันหน้าไปอีกทาง ไม่อยากคุยกับหนิงหนิง
ทั้งสามคนนั่งเงียบกันอยู่ที่ปากถ้ำเช่นนั้น
ผู้ชมยังคงจับตามองอยู่ รอดูว่าเมื่อไหร่พวกเขาจะเดินออกมาจากถ้ำนี้
หลังจากดูอยู่สักพัก ผู้ชมบางคนก็เริ่มสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ
[เอ๊ะ หมาป่าหายไปตัวสองตัวหรือเปล่านะ]
[ใช่ มีแค่สามตัวตลอดเลย]
ในหน้าจอ ที่ข้าง ๆ หนิงหนิงมีหมาป่าสามตัวนอนอยู่
ตั้งแต่เริ่มออกอากาศจนถึงตอนนี้ มีหมาป่าแค่สามตัวเท่านั้น
[อดีตราชาหมาป่าเมื่อวานไม่อยู่ ฉันจำได้ว่ามันมีแผลเป็นที่ตา]
[จะเป็นไปได้ไหมว่า อาจจะอยู่นอกมุมกล้องที่ถ่ายไม่ถึง?]
[ก็เป็นไปได้นะ]
ในขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น หมาป่าตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นในกล้อง
มันวิ่งเข้ามา ด้วยท่าทางร่าเริงมาก
เกือบจะในเวลาเดียวกับที่มันวิ่งเข้ามา หมาป่าสามตัวที่นอนอยู่ข้าง ๆ หนิงหนิงก็ลุกขึ้นยืนและวิ่งออกไปต้อนรับมัน
หมาป่าตัวนั้นวิ่งตรงมาที่หนิงหนิงแล้วกระดิกหางให้เธอ
ตอนนั้นทุกคนถึงได้เห็นชัดว่า ในปากของมันคาบกระต่ายตัวหนึ่งมา
มันดูตื่นเต้นดีใจ พยายามอวดกระต่ายในปากให้หนิงหนิงดู
หนิงหนิงมองดูแล้วพูดว่า “ทำได้ดีมาก”
ไม่นาน หมาป่าตัวอื่น ๆ ที่แยกย้ายกันไปก็กลับมากันหมด แต่ละตัวคาบกระต่ายหรือไม่ก็ไก่มาด้วย
หนิงหนิงรับกระต่ายตัวหนึ่งมา ส่วนที่เหลือทั้งหมดถูกแบ่งให้ฝูงหมาป่าไป
ส่วนกระต่ายที่เหลืออีกหนึ่งตัว เธอยื่นให้หนิงเหนียน
“ไม่อยากออกไปข้างนอกแล้ว ทนกินไปก่อนนะ”
หนิงเหนียนแสดงท่าทีว่าเข้าใจแล้ว เขารีบถือกระต่ายไปจัดการอยู่อีกด้านหนึ่งทันที
[???]
[แบบนี้ก็ได้เหรอ???]
[นี่ยังเรียกว่าทนกินไปก่อนอีกเหรอ?]
[นึกว่าหมาป่าหายไปไหน ที่แท้ก็ออกไปหาอาหารนี่เอง]
[พระเจ้า เธอทำยังไงให้หมาป่าเชื่อฟังได้ขนาดนี้นะ]
[ง่ายมาก! ก็แค่เป็นราชาหมาป่าไง!]
[มันไม่ง่ายเลยนะ…]
[หนิงหนิงเป็นราชาหมาป่าที่ดีนะ อย่างน้อยหมาป่าที่ตามเธอก็ไม่อดตาย ฮ่า ๆ ๆ]
[แน่นอนอยู่แล้ว ดูหางของพวกมันสิ กระดิกจนแทบจะเห็นเป็นดอกไม้อยู่แล้ว]
[ใช่เลย หางกระดิกเร็วมาก จนเห็นเป็นเงาซ้อนกันไปหมด]
[กระต่ายตัวนี้ก็น่าจะเป็นตัวที่ทางรายการจัดเตรียมมาใช่ไหม]
[แน่นอนอยู่แล้ว]
[กระต่ายไม่ใช่สัตว์ที่จับง่าย ๆ นะ ทีมงานรายการปล่อยกระต่ายออกมา ชัดเจนว่าไม่ได้ตั้งใจจะให้แขกรับเชิญได้กิน แค่ต้องการแกล้งพวกเขาเท่านั้น]
[ฮ่า ๆ ๆ ทีมงานอาจจะไม่ได้คิดว่าคู่ต่อสู้ของพวกเขาจะไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นหมาป่าก็ได้]
[แจ้งความด่วน! ที่นี่มีคนให้ฝูงหมาป่าทำงานผิดกฎหมาย]
[อย่าพูดเหลวไหลสิ พวกหมาป่าก็กินกันอย่างมีความสุขดี จะมาว่าเขาทำงานผิดกฎหมายได้ยังไง]
หมาป่ากินอย่างรวดเร็ว มันฉีกกระต่ายตัวหนึ่งเป็นชิ้น ๆ และกินจนหมดในไม่กี่คำ
เมื่อวานมืดมากเลยมองไม่ค่อยเห็น
วันนี้ทุกคนได้สังเกตหมาป่าเหล่านี้อย่างละเอียด
[ผอมจังเลย ทำไมถึงผอมขนาดนี้]
[ใช่จริง ๆ ด้วย พวกมันคงไม่ได้กินอะไรอิ่มท้องมานานแล้ว]
[ดูน่าสงสารจังเลย…]
[อยากจะบอกว่าเป็นความผิดของหมาป่าจ่าฝูง แต่จ่าฝูงก็ดูผอมแห้งไม่ต่างกัน]
[ป่าใหญ่ขนาดนี้ ทำไมถึงหาอาหารกินไม่ได้ จนผอมขนาดนี้นะ?]
[มีปัญหาเรื่องวิธีล่าเหยื่อหรือเปล่า หรือว่าสัตว์ป่าจับยากกว่าสัตว์เลี้ยงกันนะ?]
[แต่พวกมันเป็นหมาป่านะ และมีกันหลายตัว แค่กระต่ายตัวเดียวจะจับไม่ได้เลยเหรอ?]
[อ๊ะ! จะเป็นพวกลักลอบล่าสัตว์หรือเปล่านะ!]
[อาจจะเป็นได้นะ]
[เดี๋ยวนี้ยังมีคนลักลอบล่าสัตว์อีกเหรอ กล้าดีจริง ๆ]
…
ทุกคนต่างคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา แต่ก็ไม่สามารถหาข้อสรุปได้
นี่เป็นเรื่องที่แปลกจริง ๆ
พวกหมาป่ากินเสร็จแล้ว และกลับมานอนขดตัวอยู่แถวเท้าของหนิงหนิง พวกมันกำลังส่ายหางอย่างสบายอกสบายใจ
หนิงหนิงและซูเจานั่งเงียบ ๆ อยู่ในถ้ำ มองวิวทิวทัศน์นอกถ้ำ ส่วนหนิงเหนียนกำลังทำอาหารเช้าอยู่ข้าง ๆ
ภาพที่เห็นตรงหน้านี้ ไม่ว่าจะมองยังไงก็ดูสงบสุขเหลือเกิน
เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่อพวกเขาเลยสักนิด
เจียงฉือซิงพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะมองหาร่องรอยความใส่ใจบนใบหน้าของหนิงหนิง
แต่ไม่มีเลย ไม่มีแม้แต่น้อย
แม้แต่จะถามสักคำ เธอก็ไม่เคยถามเลยด้วยซ้ำ