แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 455 วิญญาณผู้พิทักษ์
บทที่ 455 วิญญาณผู้พิทักษ์
จ้าวฉี่หมิงดูเหมือนจะคาดเดาได้ถึงสิ่งที่ทุกคนกำลังคิด เขาจึงอธิบายว่า “มันแค่ฟังดูน่ากลัวว่าเป็นปีศาจหมาป่า แต่จากการสืบสวนตลอดทั้งคืนของพวกเรา เราพบว่าปีศาจหมาป่าตัวนี้เพิ่งเริ่มฝึกวิชามาได้ไม่นานเท่านั้น พลังของมันจึงยังไม่แข็งแกร่งนัก มันเคยติดกับดักที่เราวางไว้ด้วย และเราเกือบจะจับมันได้แล้ว ทว่าเพราะตอนแรกเรายังไม่รู้พลังที่แท้จริงของมัน จึงไม่กล้าเข้าไปจัดการอย่างจริงจัง ไม่คาดคิดว่ามันจะหนีไปได้ อย่างไรก็ตาม หากแม้แต่กับดักธรรมดายังสามารถขังมันได้ เราจึงสันนิษฐานว่า พลังของมันคงไม่มั่นคง และไม่น่ากลัวอะไร”
ทุกอย่างที่จ้าวฉี่หมิงพูดล้วนเป็นความจริง
โดยพื้นฐานแล้วมันเป็นปีศาจ จึงอาจจะรับมือยากสักหน่อย
แต่นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการฟื้นฟูชื่อเสียงของสำนักเซียน แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่อยากพลาดโอกาสนี้
และก็ไม่คิดว่า กับดักล้อมธรรมดา ๆ จะสามารถขังมันไว้ได้จริง ๆ
ปีศาจที่ถูกขังด้วยกับดักธรรมดา จะมีอะไรให้น่ากลัวกันเล่า
จ้าวฉี่หมิงไม่กลัวเลยสักนิด เร่งวางกับดักเพิ่มเติมอีกมากมาย ล้อมป่าเอาไว้ทั้งหมด
ตอนนี้ก็แค่รอให้ปีศาจหมาป่าเข้ามาติดกับดักเท่านั้น
ครั้งนี้ เขาจะต้องแก้ไขปัญหาให้เสร็จก่อนที่หน่วยสืบสวนพิเศษจะมาถึง และฟื้นฟูเกียรติภูมิของสำนักเซียนให้ได้
เจียงเจินยังคงไม่ค่อยเชื่อ “แต่ว่า สัตว์ตัวเล็ก ๆ พวกนั้นกลัวปีศาจหมาป่ามากนะ จะไม่เป็นไรจริง ๆ หรือ?”
จ้าวฉี่หมิง “เป็นเรื่องปกติที่สัตว์เล็ก ๆ จะกลัว ถึงแม้ว่าปีศาจธรรมดาจะมีวิชาไม่มากพอ ไม่ได้เก่งกาจสำหรับมนุษย์ แต่สำหรับสัตว์ที่ไม่มีสติปัญญา พวกมันก็เป็นเหมือนยักษ์ใหญ่ ความกลัวเป็นเรื่องแน่นอน สัตว์มีกลไกเตือนภัยโดยธรรมชาติ พวกมันจะหลีกเลี่ยงสิ่งที่มันกลัว”
เจียงเจินเข้าใจแล้ว “อ๋อ เป็นอย่างนั้นนี่เอง ถ้าจับได้เร็วจริง ๆ ก็จะดีมากเลยนะคะ”
จ้าวฉี่หมิง “ผมไม่เคยพูดโกหก”
เขาดูเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ในฐานะทายาทของตระกูลจ้าวแห่งสำนักเซียน จ้าวฉี่หมิงก็มีแฟนคลับและผู้ติดตามจำนวนมากบนโลกออนไลน์เช่นเดียวกับจี๋หยวนชิง
หลังจากที่จี๋หยวนชิงพลาดท่า จ้าวฉี่หมิงก็มักถูกนำมาเปรียบเทียบกับจี๋หยวนชิงอยู่บ่อย ๆ
มีคนช่างสอดรู้สอดเห็นพยายามขุดเรื่องเสีย ๆ ของจ้าวฉี่หมิง แต่ผลลัพธ์คือไม่พบอะไรเลย
จ้าวฉี่หมิงต่างจากจี๋หยวนชิง แม้เขาจะได้รับความสนใจมาก แต่เขาก็ค่อนข้างเก็บตัว
สถานที่ที่เขาปรากฏตัวบ่อย ๆ มักจะเป็นการประชุมแลกเปลี่ยนระหว่างสำนักเซียนต่าง ๆ
แม้ว่าตอนนี้ชื่อเสียงของสำนักเซียนจะตกต่ำลงมาก แต่เขาก็ยังไม่มีเรื่องเสีย ๆ ให้ขุด และก็ยังคงมีแฟนคลับที่ซื่อสัตย์กลุ่มหนึ่ง
[ทั้งสองคนเป็นรุ่นใหม่ของสำนักเซียน ฉันรู้สึกว่าจ้าวฉี่หมิงดูน่าเชื่อถือกว่าจี๋หยวนชิงนะ]
[แน่นอนอยู่แล้ว เด็กเรียนตัวจริงกับนักพยากรณ์จอมปลอมจะเหมือนกันได้ยังไง?]
[ขอบอกให้รู้นิดนึงนะ จ้าวฉี่หมิงเป็นนักเรียนดีเด่นที่ผ่านการสอบจากสถาบันสำนักเซียนที่เป็นทางการ จี๋หยวนชิงจะไปเทียบได้ยังไง และเขาก็ตั้งใจทำงานวิชาการ วิจัยวิชาเซียนอย่างจริงจัง ไม่มีเวลาไปทำการตลาดโชว์ตัวบนโลกออนไลน์หรอก]
[แนะนำให้ไปดูที่เว็บไซต์ของสมาคมสำนักเซียน สามารถหาวิทยานิพนธ์ของจ้าวฉี่หมิงได้ ทฤษฎีของเขาได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้จริงด้วยนะ]
[โอ้โฮ ที่แท้เขาก็เป็นอัจฉริยะในมหาวิทยาลัยนี่เอง ดูมีความน่าเชื่อถือพอสมควร]
[ถ้าเขาพูดแบบนี้ แสดงว่าปีศาจหมาป่านี่คงจะถูกจับได้เร็ว ๆ นี้สินะ?ล
[โอ้แม่เจ้า ฉันตื่นเต้นมาก จะทำยังไงดี!]
[พูดถึงแล้ว ฉันก็ตื่นเต้นมากเหมือนกัน เยี่ยมไปเลย ถ้าเป็นแบบนั้น พวกสัตว์ตัวเล็กก็ไม่ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวอีกต่อไป]
[ฉันเคยคิดว่าสำนักเซียนเป็นพวกจอมปลอมที่รู้แต่จะหาเงินผิดกฎหมายเท่านั้น ที่แท้ก็มีคนมีความสามารถจริง ๆ นี่นา ต้องเริ่มมองใหม่แล้วนะ]
แขกรับเชิญต่างก็ตื่นเต้น
หากกำจัดปีศาจหมาป่าได้ ไม่ใช่แค่สัตว์ตัวเล็กที่จะได้ประโยชน์ แต่ยังรวมถึงพวกเขาด้วย
จะได้ไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะเจอกับอันตรายอีกต่อไป
เจียงเจิน “เยี่ยมมาก งั้นฝากไว้กับพวกคุณนะ”
จ้าวฉี่หมิงพยักหน้า “พวกคุณไม่ต้องกังวล ปีศาจหมาป่าตัวนี้อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบของเรา ในป่านี้เต็มไปด้วยกับดักเวทมนตร์ที่เราวางไว้ มันไม่มีทางหนีรอดไปได้หรอก”
หนิงหนิงที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ มาตลอดโดยไม่พูดอะไร จู่ ๆ ก็ถามขึ้น “คุณจะกำจัดหมาป่าตัวนั้นเร็วขนาดนี้ แล้วคุณแน่ใจได้ยังไงว่าหมาป่าตัวนั้นเป็นปีศาจ?”
จ้าวฉี่หมิงราวกับได้ยินอะไรตลก ๆ “ยังมีข้อสงสัยอะไรอีกเหรอ? มันเข้าใจภาษามนุษย์ แสดงว่ามันมีสติปัญญา มีพลังบางอย่าง ทำให้คนกลัว แสดงว่ามันกำลังบำเพ็ญตบะ นี่คือลักษณะของปีศาจชัด ๆ ไม่ใช่เหรอ?”
เขาจ้องหนิงหนิงพิจารณาสักครู่ “ผมเห็นว่าคุณหนิงว่างเมื่อไรก็ชอบอ่านหนังสือ ถือว่าเป็นคนรอบรู้เลยนะ คำถามพื้นฐานแบบนี้ ทำไมต้องให้คนอื่นตอบด้วยล่ะ มันไม่ควรเป็นแบบนั้นนะ หรือว่าในหนังสือไม่ได้บอกคุณเหรอว่าจะแยกแยะปีศาจยังไง หรือว่าคุณหนิงไม่เคยเห็น คงไม่ใช่นะ นี่เป็นเรื่องพื้นฐานมาก หนังสือเล่มไหน ๆ ก็เขียนไว้ทั้งนั้น คุณหนิงอ่านหนังสือตั้งเยอะแยะทุกวัน ไม่น่าจะไม่เข้าใจหลักการง่าย ๆ แค่นี้นะ”
จ้าวฉี่หมิงกำลังเหน็บแนมหนิงหนิงว่าแกล้งอ่านหนังสือ สร้างภาพหลอกคนอื่น
ซึ่งหลายคนก็ฟังออกแล้ว
เหลียงชิงฮวนเอามือปิดปาก แทบจะหลุดหัวเราะออกมา
หนิงหนิง “ฉันอ่านมาแน่นอน และฉันยังอ่านพบอีกว่า ไม่ใช่แค่ปีศาจเท่านั้นที่มีลักษณะตามที่คุณบอก แต่เทพก็มีลักษณะแบบที่คุณบอกเหมือนกัน”
พอพูดถึงเทพ หนิงหนิงก็นึกถึงผีเสื้อวิญญาณดินที่ทำสัญญากับหลี่เฉียวอี้ มันเกิดมาจากดิน โดยรวบรวมพลังวิญญาณของสถานที่แห่งหนึ่ง และเป็นผู้พิทักษ์ มันยังถูกเรียกว่าวิญญาณพิทักษ์อีกด้วย
เทพสามารถเกิดจากพลังวิญญาณดินที่แปรเปลี่ยนออกมาได้
หรืออาจเป็นคนหรือวัตถุที่ได้รับการยอมรับจากผืนดินแห่งหนึ่ง
‘สรรพสิ่งล้วนมีวิญญาณ’ ก็มีความหมายแบบนี้
จ้าวฉี่หมิง “คุณหมายความว่า หมาป่าตัวนั้นเป็นเทพงั้นเหรอ?”
เขาหัวเราะเบา ๆ ดูเหมือนกำลังเยาะเย้ย
ครู่หนึ่งผ่านไป เขาถามกลับ “แล้วคุณเคยเห็นไหม ดินแดนไหนที่มีเทพปกป้องแล้วสิ่งมีชีวิตต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายแบบนี้?”
แน่นอน เมื่อมีวิญญาณผู้พิทักษ์คอยปกป้องพื้นที่ใด ย่อมต้องมีพลังวิญญาณเต็มเปี่ยม สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในนั้นก็จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย อิสระเสรี
สภาพของป่าแห่งนี้ ดูชัดเจนว่าไม่เข้าเกณฑ์แบบนั้น
วิญญาณผู้พิทักษ์ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ
หนิงหนิง “ฉันแค่เสนอสมมติฐานหนึ่ง มันก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ ใช่ไหม?”
จ้าวฉี่หมิง “ไม่ มันเป็นไปไม่ได้”
เขาแทบไม่ต้องคิดเลย จากนั้นก็ปฏิเสธสมมติฐานของหนิงหนิงอย่างมีเหตุผลเพียงพอ “ถ้ามันเป็นวิญญาณผู้พิทักษ์ แล้วคุณอธิบายได้ไหมว่าทำไมสัตว์ทั้งหลายถึงกลัวมัน?”
วิญญาณผู้พิทักษ์แห่งผืนดิน ย่อมมีความผูกพันกับสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ สัตว์ทั้งหลายจะรู้สึกสนิทสนมกับมันโดยไม่รู้ตัว
แต่หมาป่าตัวนี้ อย่างน้อยจากที่เห็นภายนอก ก็ดูเหมือนสัตว์ทั้งหลายล้วนกลัวมัน
“แถมมันยังอ่อนแอเกินไป”
ป่าใหญ่ขนาดนี้ หล่อเลี้ยงชีวิตมากมาย ถ้าเกิดวิญญาณผู้พิทักษ์ขึ้นมาจริง คงยากจะจินตนาการว่าวิญญาณนั้นจะแข็งแกร่งแค่ไหน
คำอธิบายของจ้าวฉี่หมิงก็ฟังดูมีน้ำหนักทีเดียว
อย่างไรก็ตาม หนิงหนิงยังคงไม่หวั่นไหว “ก็เพราะมีความเห็นต่าง เราถึงควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนลงมือ ไม่ใช่เหรอ?”
เธอยังคงจำภาพหมาป่าที่เต็มไปด้วยแสงสีทองได้
แต่ปัญหาที่จ้าวฉี่หมิงยกขึ้นมาก็มีเหตุผล
ถ้าเป็นวิญญาณผู้พิทักษ์ หมาป่าตัวนี้ก็ดูอ่อนแอเกินไป
ยิ่งไปกว่านั้น ป่าแห่งนี้ในสายตาของหนิงหนิง ก็ดูแปลกประหลาดยิ่งนัก
หลายอย่างเหมือนมีม่านหมอกปกคลุมอยู่ตลอดเวลา
“พวกคุณหิวไหม?” จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ หนิงหนิงถามขึ้นทันที