แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 478 อยู่ด้วยกันตลอดไป
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 478 อยู่ด้วยกันตลอดไป
เงามืดตกลงมาจากด้านบน หนิงหนิงชะงักฝีเท้า
“พี่สาว ทำไมถึงหยุดเดินล่ะ?”
น้ำเสียงของเด็กหนุ่มมีความอ่อนโยนที่เป็นเอกลักษณ์ มักทำให้คนรู้สึกเอ็นดูโดยไม่รู้ตัว
มือที่จับแขนของเธอกระชับแน่นขึ้น
“ทำไมพี่สาวถึงไม่หันมามองผมล่ะ?”
หนิงหนิงค่อย ๆ หันหน้าไป เด็กหนุ่มผมดำตาสีฟ้า สูงกว่าเธอหนึ่งช่วงศีรษะ กำลังเงยหน้าขึ้น บังแสงแดดให้เธอเกือบครึ่งหนึ่ง
ภายใต้แสงแดด ผิวของเด็กหนุ่มซีดขาวเกินไป ขาวจนแทบจะโปร่งใส
คิ้วและดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว มองเธอด้วยรอยยิ้มตาหยี
“ในที่สุดคุณก็ยอมมองผมเสียที”
แขนของเธอถูกจับจนเจ็บ ความเย็นเฉียบแทงทะลุถึงกระดูก
หนิงหนิงพูดอย่างใจเย็นว่า “ปล่อยฉัน”
เด็กหนุ่มไม่ปล่อย แต่กลับจับแน่นขึ้น
“ไม่ปล่อย” เด็กหนุ่มพูดอย่างดื้อรั้น
ดวงตาสีฟ้าใสของเขา ดูเหมือนจะดึงดูดคนให้จมลงไป
หนิงหนิงไม่ได้ลืมตา เธอออกแรงดึงมือของตัวเองกลับมา ข้อมือของเธอเป็นรอยช้ำสีม่วงแล้ว
เธอไม่ได้หยุดอยู่ที่นั่น แต่หันหลังเดินจากไปทันที
เธอรู้ว่านี่เป็นเพียงภาพลวงตา
ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน แสงแดดกำลังสาดส่องเต็มที่
เป็นไปไม่ได้ที่ยูริจะปรากฏตัวอยู่ที่นี่
ทว่าเพิ่งจะเดินไปได้สองก้าว ตรงหน้าก็ถูกขวางอีกแล้ว
ดวงตาที่ยิ้มแย้มของเด็กหนุ่มหายไป เขาจ้องมองหนิงหนิงเขม็ง
“ทำไมถึงทิ้งผมอีกล่ะ ไม่ใช่สัญญากันแล้วเหรอว่าจะอยู่เคียงข้างผมตลอดไป?”
น้ำเสียงของเด็กหนุ่มแฝงไปด้วยความสะอื้น
“ทำไมคุณถึงทิ้งผมไป?”
เขากุมไหล่ของหนิงหนิงแน่น พร้อมกับซักถามเธออย่างไม่หยุดหย่อน
หยดน้ำตาใสวาววับหยดหนึ่ง ไหลลงมาที่หางตาของหนิงหนิง
คนคนนี้ มีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่ยังอุ่น
“คุณคิดว่าวิ่งหนีไปอีกโลกหนึ่งแล้ว ผมจะหาคุณไม่เจอหรือ?”
ทันใดนั้น โลกก็หมุนคว้าง
เมื่อหนิงหนิงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทิวทัศน์รอบตัวได้เปลี่ยนไปแล้ว
สีแดงของดอกฮิกันบานะถูกแทนที่ด้วยดอกกุหลาบ
เมื่อมองออกไป ก็เห็นทุ่งกุหลาบที่แผ่ขยายไกลสุดลูกหูลูกตา
ตรงกลางทุ่งกุหลาบ หนิงหนิงถูกมัดติดอยู่กับไม้กางเขน
แสงอาทิตย์ที่จ้าจนแสบตาทำให้เธอต้องหรี่ตาลง
กลิ่นหอมของดอกกุหลาบทำให้รู้สึกฉุนจมูกอยู่บ้าง
หนิงหนิงชอบดอกกุหลาบ แต่เธอเกลียดดอกกุหลาบที่นี่
นี่คือสุสานที่ยูริเตรียมไว้ให้เธอ
เด็กหนุ่มในเสื้อคลุมสีดำหลวม ๆ ยืนอยู่หน้าไม้กางเขน มองเธอพร้อมรอยยิ้ม
เขาค่อย ๆ ก้าวเข้ามาทีละก้าว แล้วประคองใบหน้าของหนิงหนิง
“ยินดีต้อนรับกลับมา พี่สาวที่รัก”
เธอกลับมาที่นี่อีกครั้งแล้วสินะ
หลังจากที่ตระหนักได้ว่าตัวเองตกอยู่ในภาพมายาของดอกฮิกันบานะแล้ว หนิงหนิงก็คาดการณ์ไว้ว่า ตัวเองคงต้องกลับไปยังทุ่งดอกกุหลาบที่เหมือนฝันร้ายอีกครั้ง
ความวุ่นวายมากมายในโลกนี้ได้ครอบครองความคิดของเธอไปเสียส่วนใหญ่
เธอไม่ได้คิดถึงเรื่องในอดีตมานานมากแล้ว
ไม่คิดว่า สุดท้ายก็หนีไม่พ้น
การเหม่อลอยของเธอ ทำให้เด็กหนุ่มไม่พอใจ
มือที่บีบคางของหนิงหนิงกระชับแน่นขึ้น
“พี่สาวใกล้จะตายอยู่แล้ว ยังเหม่อลอยอีก ผมสงสัยจริง ๆ ว่ามีอะไรกันแน่ ที่จะทำให้คุณสนใจอย่างจริงจังได้?”
ตะปูจมเข้าไปในร่างกาย ความเจ็บปวดรวดร้าวทะลุถึงหัวใจ หนิงหนิงเหงื่อแตกพลั่ก
เด็กหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ ในมือของเขากำลังถือตะปูซึ่งมีเลือดไหลหยดลงมา
เขามองเห็นภาพตัวเองในดวงตาของหนิงหนิงและดูเหมือนจะพอใจมาก “ในดวงตาของพี่สาวมีแต่ผม ผมมีความสุขมากเลย”
เขายิ้ม ดูมีความสุขจริง ๆ
“ตอนนี้พี่สาวคงเกลียดผมมากใช่ไหม? ความรู้สึกที่ถูกคนที่ไว้ใจทรยศเป็นยังไงบ้าง?”
“เกลียดผมเหรอ? พี่สาวจะเกลียดผมเหรอ?” เด็กหนุ่มดูสงสัย
“คนที่มองความเป็นความตายอย่างไม่แยแสเหมือนพี่สาว จะไปเกลียดใครได้หรือเปล่า?”
ทันใดนั้น เขาก็ราวกับถูกสิง พุ่งเข้ามาคว้าตัวหนิงหนิงไว้ บังคับให้หนิงหนิงมองตาเขาตรง ๆ
“งั้นก็เกลียดผมเถอะ เกลียดผมตลอดไป จดจำผมไว้ตลอดไป และไม่มีวันลืมผม”
นิสัยเขาก็เป็นแบบนี้แหละ อารมณ์แปรปรวนไม่แน่นอน หนิงหนิงชินกับมันแล้ว
“ทำไมกัน ทำไมคุณต้องเป็นลูกสาวของคนคนนั้น ในตัวคุณมีเลือดที่สกปรกที่สุดไหลเวียนอยู่ ผมเกลียดคุณจริง ๆ”
“ในเมื่อนายเกลียดฉัน ตอนนี้นายก็สามารถแก้แค้นได้แล้ว แล้วทำไมนายถึงร้องไห้ล่ะ?”
หนิงหนิงมองน้ำตาที่เต็มใบหน้าของเขา แล้วถามเขาอย่างงุนงง
ทั้งที่ใช้เธอเพื่อให้ได้ทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว และกำลังจะฆ่าเธอ
‘ทำไมจึงต้องร้องไห้ด้วย?’
หนิงหนิงไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของยูริมาโดยตลอด
คนอย่างเขา เข้าใจยากกว่าหนิงเหนียนมาก
หนิงเหนียนแม้จะเป็นคนพูดน้อยและเก็บตัว แต่เขากลับเป็นคนที่เข้าใจง่าย
ไม่ว่าจะโกรธหรือมีความสุข การแสดงความรู้สึกของเขาล้วนตรงไปตรงมา
แต่ยูรินั้นแตกต่างออกไป เวลาอยู่ต่อหน้าเธอเขามักจะยิ้มเสมอ ชอบทำตัวออดอ้อน และชอบอยู่ใกล้ชิดเธอ
แค่เธอออกไปจากยูริเกินหนึ่งวัน เขาก็จะโมโห
เขาเกลียดวาเซียและมอร์ต้า เพราะเขาบอกว่า หนิงหนิงเอาแต่สนใจพวกเขา ทำให้เขาถูกทอดทิ้ง
เขาไม่ชอบที่หนิงหนิงพบเจอคนแปลกหน้าและคุยกับพวกนั้นอยู่ตลอด เพราะเขากลัวว่าหนิงหนิงจะไปกับคนแปลกหน้าเหล่านั้น และทิ้งเขาไป
เขายังจัดเตรียมวังให้เธอโดยเฉพาะ เป็นที่ที่ให้เธออาศัยอยู่คนเดียวเท่านั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะหนิงหนิงเป็นคนไม่ชอบความวุ่นวายมาแต่กำเนิดและไม่อยากพบปะผู้คน
ใครก็ตามที่อยู่ในพระราชวังนั้น ก็คงเป็นบ้าไปแล้ว
จนกระทั่งเขาวางแผนจะฆ่าเธอ
หนิงหนิงถึงได้รู้ว่า ที่แท้ยูริเกลียดเธอมาตลอด
เกลียดที่เธอเป็นลูกสาวของกษัตริย์ เป็นลูกสาวของคนที่ฆ่าพ่อฆ่าแม่ของเขา
เขาเข้ามาใกล้ชิดเธอตั้งแต่แรกก็เพื่อแก้แค้นเท่านั้น
‘แผนการกำลังจะสำเร็จแล้ว ควรจะดีใจไม่ใช่หรือ?’
“ใช่แล้ว ทำไมผมต้องร้องไห้ด้วย ผมควรจะเกลียดคุณ”
ยูริก็รู้สึกสับสนอยู่บ้าง
“ผมควรจะเกลียดคุณ แต่ผมกลับพบว่า ผมไม่กล้าฆ่าคุณ และผมก็รักคุณ”
เขาสงบลง การเคลื่อนไหวของเขาดูอ่อนโยนขณะที่ลูบใบหน้าของหนิงหนิง
“พี่ครับ คุณเป็นคนเดียวในโลกนี้ที่ผมแคร์ ผมเกลียดคุณ แต่ก็รักคุณ ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน”
ยูริถอนหายใจ
“ผมไม่ใช่คนที่มีคุณธรรมสูงส่งอะไรหรอกนะ เพียงแค่เพราะผมชอบคุณ ผมก็เลยไม่อยากฆ่าคุณ”
เขาหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“คุณไม่ตาย ผมไม่สิ้น เราสามารถอยู่ด้วยกันชั่วนิรันดร์ ภพแล้วภพเล่า นั่นมันจะดีแค่ไหนกัน”
หนิงหนิงสงสัย “แล้วตอนนี้นายกำลังทำอะไรอยู่?”
“นี่มันก็เป็นความผิดของพี่สาวทั้งนั้น” ยูริโกรธขึ้นมาทันที
“ผมมีพี่สาวแค่คนเดียวเท่านั้น แต่พี่สาว คุณดูเหมือนจะไม่ได้มีผมแค่คนเดียว”
“ฉันก็คือฉัน ฉันเป็นตัวของฉันเอง ทำไมฉันต้องเป็นของนายคนเดียวด้วย?” หนิงหนิงถามกลับ
“คุณหุบปากซะ” เขาจับคางของหนิงหนิง
“ผมกังวลมาตลอด ถึงแม้ว่าคนพวกนั้นจะทำกับคุณแบบนั้น แต่ทำไมคุณถึงช่วยพวกเขา คุณชอบพวกเขาขนาดนั้นเลยเหรอ? การมีผมคนเดียวมันยังไม่พอสำหรับคุณหรือไง? ผมเชื่อฟังขนาดไหน ผมไม่ได้ดีกว่าพวกเขาเป็นหมื่นเท่าหรือไงกัน?”
เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย
“ดังนั้น ผมก็เลยคิดวิธีที่ยอดเยี่ยมมากออกมา นั่นก็คือ—”
เขายิ้มอย่างมีความสุขแล้วจับมือหนิงหนิง
“พี่สาว เราตายไปพร้อมกันกันเถอะ ตายด้วยกัน แบบนั้นพี่ก็จะไม่เห็นคนอื่นแล้ว พี่ก็จะมีแค่ผมคนเดียว”
“นี่คือเหตุผลที่นายจะฆ่าฉันเหรอ”
ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งหนิงหนิงก็ยังรู้สึกว่าเหตุผลนี้ช่างเหลวไหลเหลือเกิน
ยูริพยักหน้า เขาไม่รู้สึกว่ามันผิดอะไรเลย ตรงกันข้าม กลับรู้สึกตื่นเต้นมากกับความคิดนี้
“ถ้าพี่สาวตายไปแล้ว ก็จะไม่สามารถหายเงียบออกไปโดยไม่บอกกล่าว ทำให้ผมต้องตามหาตั้งนาน พี่ไม่รู้หรอกว่าทุกครั้งที่พี่ออกไป ผมรู้สึกไม่สบายใจมากแค่ไหน ผมกลัวว่าพี่จะออกไปแล้วไม่กลับมาอีก ถึงอย่างไรพี่สาวก็เป็นแม่มดหนาม เป็นคนโปรดที่ถูกเลือกโดยเทพธิดาจันทรา หากพี่ต้องการไป ผมก็ไม่สามารถกักขังพี่ไว้ได้”