แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 480 พรของวิญญาณผู้พิทักษ์
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 480 พรของวิญญาณผู้พิทักษ์
วิญญาณผู้พิทักษ์เดินมาทางพวกเขา
หนิงหนิงเห็นชัดว่ามันเหมือนกำลังเรียกพวกเขาอยู่
แต่จ้าวฉี่หมิงยังไม่สามารถปล่อยวางความระแวดระวังได้อย่างสิ้นเชิง “มันกำลังทำอะไรน่ะ?”
หนิงหนิงตอบด้วยความมั่นใจ “มันกำลังเรียกเราอยู่”
จ้าวฉี่หมิง “คุณรู้ได้ยังไง? อย่าบอกนะว่าคุณเข้าใจภาษาของมัน?”
เขาได้ชมการถ่ายทอดสด และเขาก็เริ่มรู้สึกสงสัยบ้างแล้ว
ตอนนี้หลังจากที่ได้เจอเรื่องของขงชิว เขายิ่งสงสัยมากขึ้น
หนิงหนิง “ฉันสามารถเข้าใจได้จริง ๆ”
เธอเดินไปหาหมาป่า
“ถ้าไม่เชื่อ คุณก็พาคนไปเองเถอะ”
‘ไปเองเหรอ?’
พวกเขาคิดว่า หากตนเองอยู่ห่างจากหมาป่าไปแค่ครึ่งก้าว พวกเขาก็จะถึงจุดจบแน่
ทางไหนก็ตายทั้งนั้น
จ้าวฉี่หมิงจึงกัดฟันตัดสินใจเดินตามหนิงหนิงไป
การอยู่ใกล้สัตว์ป่าที่ตัวใหญ่ขนาดนี้ ในใจก็ยังรู้สึกกลัวอยู่บ้าง
ซูเจาจับแขนของหนิงหนิงแน่น
ทว่าหนิงหนิงกลับดูสงบ เดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าของหมาป่า
เธอพยักหน้าให้หมาป่า
หมาป่าก้มหัวลง ทำเอาลูกศิษย์ของตระกูลจ้าวตกใจรีบหลบไปอยู่ข้างหลังหนิงหนิงกันเป็นแถว
แต่หมาป่าก็เพียงแค่มองพวกเขาแวบหนึ่ง จากนั้นมันก็เดินไปข้างหน้าต่อไป
จ้าวฉี่หมิงเพิ่งจะถอนหายใจอย่างโล่งอก
ซูเจาเยาะเย้ยอย่างไม่ปรานี “ถ้าใจคุณแคบก็จะมองทุกอย่างเล็กไปหมด”
จ้าวฉี่หมิงถูกเสียดสีจนพูดอะไรไม่ออกเลยสักคำ
หนิงหนิง “ตามมา”
ทุกคนจึงเดินตามวิญญาณผู้พิทักษ์ไป
ตลอดทางที่เดินมา มีดอกฮิกันบานะบานอยู่ทุกที่
ทั้ง ๆ ที่อากาศดีมาตลอด แต่ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้กลับมีเมฆดำบดบังดวงอาทิตย์จนมืดไปหมด
ป่าใหญ่ขนาดนี้ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรแม้แต่นิดเดียว ช่างน่าพิศวงอย่างยิ่ง
ดอกฮิกันบานะพวกนี้ แทนที่จะเรียกว่าดอกไม้ มันกลับเหมือนเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติสัมปชัญญะมากกว่า
เมื่อเห็นคน พวกมันก็พร้อมใจกันหันหัวไปทางเดียวกัน
แม้จะไม่มีดวงตา แต่ทุกคนรู้สึกว่าพวกมันกำลังมองพวกเขาอยู่
ช่างทำให้รู้สึกน่าขนลุกอย่างประหลาด
เมื่อเห็นคนเดินเข้ามา พวกมันถึงกับเข้ามาใกล้ พยายามที่จะปีนขึ้นร่างกายของคน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจอกับวิญญาณผู้พิทักษ์ กลับเป็นอีกสถานการณ์หนึ่ง
ดอกฮิกันบานะ เมื่อเห็นวิญญาณผู้พิทักษ์เข้า ก็เหมือนหนูเห็นแมว รีบหลบซ่อนตัวทันที
ตอนนี้ ไม่ว่าจะมีความแค้นหรือบุญคุณอะไรกันมาก่อนหน้านี้ ทุกคนต่างรีบร้อนเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ กับวิญญาณผู้พิทักษ์
ส่วนวิญญาณผู้พิทักษ์ยังคงเป็นปกติเหมือนเดิมทุกอย่าง นำพาคนมากมายที่อยู่ด้านหลัง ค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า
หลังจากเดินไปได้ระยะหนึ่งอย่างปลอดภัย ด้านหน้าก็เริ่มมีเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ
ฝีเท้าของวิญญาณผู้พิทักษ์เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนพวกเขาต้องวิ่งเหยาะ ๆ ถึงจะตามมันทัน
ยิ่งเดินไปข้างหน้า เสียงนั้นก็ยิ่งดังมากขึ้นเรื่อย ๆ
เป็นเสียงร้องที่ไพเราะของเหล่าสัตว์ทั้งหลาย
ที่นี่คึกคักมาก มีสัตว์อยู่รวมกันหลากหลายชนิด
แม้พวกมันจะส่งเสียงดัง แต่ก็ว่านอนสอนง่าย รอคอยอยู่ในที่ของตัวเองอย่างเชื่อฟัง
รอบ ๆ ตัวพวกมันไม่มีดอกฮิกันบานะสีแดงเลย
ที่นี่เป็นสถานที่ที่ปลอดภัย
นี่เป็นครั้งที่สองในวันนี้แล้วที่หนิงหนิงและคนอื่น ๆ ได้เห็นสัตว์หลากหลายชนิดอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขและกลมเกลียว
การพบกันอีกครั้งเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มาก
แต่สำหรับจ้าวฉี่หมิงและคนอื่น ๆ กลับรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย
การที่วิญญาณผู้พิทักษ์ไม่ถือสาพวกเขา ไม่ได้หมายความว่าพวกสัตว์เหล่านี้จะไม่ถือสาเช่นกัน
สัตว์บางชนิดเป็นพวกจำความแค้นได้ดีทีเดียว
เมื่อเห็นพวกเขาเดินเข้ามา สัตว์บางตัวจึงได้เตรียมท่าป้องกันตัวเรียบร้อยแล้ว
เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ไม่ดี พวกมันกำลังจะพุ่งเข้ามา
ซูเจาพูดอย่างหงุดหงิด “เห็นไหม ถูกหมายหัวไว้แล้ว ทั้งหมดเป็นความผิดของพวกคุณนั่นแหละ”
พูดไปพลางก็เคลื่อนตัวไปซ่อนหลังหมาป่าไปพลาง
หมาป่าส่งเสียงร้องหนึ่งครั้ง เหล่าสัตว์ทั้งหลายก็ชะงักการเคลื่อนไหว แล้วก็ถอยกลับไปอย่างไม่เต็มใจ
พวกเขาได้รับการช่วยเหลือไว้อีกครั้ง
ในที่สุดจ้าวฉี่หมิงก็วางใจได้เสียที
ทุกคนเดินตามหลังหมาป่าเข้าไปในฝูงสัตว์
หมาป่าหยุดเดิน จากนั้นก็หันกลับมามองจ้องหนิงหนิงอยู่พักหนึ่ง
หนิงหนิงขมวดคิ้วแสดงความไม่เต็มใจอยู่เล็กน้อย
ครู่หนึ่งผ่านไป เธอพูดอย่างยอมจำนน “ก็ได้”
ซูเจาถาม “คุณกำลังคุยกับใครอยู่?”
หนิงหนิงถอนหายใจแล้วเดินไปหยุดลงตรงหน้าหมาป่า
หมาป่าก้มตัวลงเลียใบหน้าของหนิงหนิง
หลังจากนั้น มันก็จ้องมองไปหนิงหนิง
หนิงหนิงพยักหน้า “ฉันเข้าใจแล้ว”
เมื่อได้คำตอบจากหนิงหนิงแล้ว จากนั้นมันก็กระโดดข้ามสัตว์อื่น ๆ ไปอย่างว่องไวและคล่องแคล่ว มุ่งหน้ากลับไปในทิศทางที่พวกเขาเดินทางมา
ราวกับเป็นลำแสงสีทอง ในพริบตาเดียวก็หายลับไปไร้ร่องรอย
จ้าวฉี่หมิงตกใจ “ทำไมมันถึงไปแล้วล่ะ?”
มองดูสัตว์ทั้งหลายที่จ้องมองมาอย่างดุร้าย เขารู้สึกกลัวเล็กน้อย
หนิงหนิง “มันบอกให้พวกเราพาฝูงสัตว์เหล่านี้ไปก่อน”
ซูเจาตระหนักขึ้นมาทันที “นี่มันกำลังฝากสัตว์เหล่านี้ไว้กับคุณสินะ”
หนิงเหนียนมองไปยังทิศทางที่วิญญาณผู้พิทักษ์จากไป “แล้วมันล่ะ ไปทำอะไร?”
หนิงหนิง “ไม่รู้”
เรื่องนี้เขาไม่ได้บอก
ซูเจา “แน่นอนว่ามันต้องไปตามขงชิวแน่ ๆ เขาคือตัวการที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้”
จ้าวฉี่หมิงคิดอย่างใคร่ครวญ “ขงชิวคนนี้พยายามชี้นำให้พวกเราเป็นศัตรูกับวิญญาณผู้พิทักษ์ตลอดเวลา ทั้งยังพยายามให้พวกเรากำจัดวิญญาณผู้พิทักษ์ลงให้ได้ ดูเหมือนว่าเขาจะยังระแวงวิญญาณผู้พิทักษ์มากอยู่ ถ้าวิญญาณผู้พิทักษ์ลงมือ โอกาสชนะก็น่าจะมีค่อนข้างสูง”
ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเขาน่าจะออกไปจากที่นี่ได้ในเร็ว ๆ นี้
ตอนนี้ซูเจามองอะไรในจ้าวฉี่หมิงก็ไม่มีอะไรถูกใจเลย มองเห็นสีหน้าเฉยเมยของเขาแล้วก็รู้สึกโมโห
“แม้แต่คนโง่ยังมองออกว่าขงชิวคนนี้ไม่ปกติ มีคนบางประเภทที่เชื่อทุกอย่างที่คนอื่นพูด เกือบถูกใช้เป็นเครื่องมือแล้ว ช่างโง่จริง ๆ”
จ้าวฉี่หมิง ‘อดทนไว้ อดทนเอาไว้’
เขาไม่สามารถโต้แย้งได้ เพราะทุกสิ่งที่ซูเจาพูดเป็นความจริง
อย่างไรก็ตาม หนิงหนิงมีความเห็นตรงข้ามกับจ้าวฉี่หมิง “ฉันกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด”
ขงชิวคนนี้ ชัดเจนว่าเขามีจุดประสงค์บางอย่าง
มิเช่นนั้น เขาคงไม่ยอมทุ่มเทความพยายามขนาดนี้ เพียงเพื่อจะพาเจียงเจินกับคนอื่น ๆ ไปด้วย
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับวิญญาณผู้พิทักษ์ก็ไม่ปกติ ทั้งสองฝ่ายต่างรักษาสมดุลที่แปลกประหลาดระหว่างกัน
หนิงหนิงกล้ารับรองว่า ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีความสามารถพอที่จะกำจัดอีกฝ่ายได้ ฝ่ายนั้นจะไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
ชัดเจนว่าพวกเขาเป็นศัตรูคู่อาฆาต แต่ตอนนี้ กลับอยู่ร่วมกันอย่างสงบชั่วคราว
นั่นก็คือ ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถเอาชนะกันได้ จึงต้องรักษาสถานการณ์ไว้แบบนี้
ไม่รู้ว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้พวกเขาคงความสมดุลไว้ได้
แต่ว่า เธอมีความรู้สึกบางอย่าง
ในไม่ช้า ความสมดุลนี้ก็จะถูกทำลายลง
ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนกันที่จะเป็นผู้ชนะ
หนิงหนิงพลันเหม่อลอยไปอีกครั้ง
หนิงเหนียนถามขึ้นด้วยความสงสัย “มีอะไรหรือ?”
หนิงหนิง “ไม่มีอะไร”
ตอนนี้ภารกิจของพวกเขาคือการออกไปให้เร็วที่สุด
จ้าวฉี่หมิงมีความสงสัยอยู่บ้าง “คุณสามารถพาพวกเราออกไปได้เหรอ?”
ข้างหน้านี้มีดอกฮิกันบานะสีแดงนับไม่ถ้วนกำลังรอพวกเขาอยู่
ซูเจา “จะได้หรือไม่ได้ก็ช่างเถอะ มันมาถึงจุดนี้แล้ว ยังจะมาเลือกนั่นเลือกนี่อีก ไม่เห็นหรือว่าหมาป่าอวยพรให้หนิงหนิงแล้วไง”
หนิงหนิง “…”
ถ้าจะนับว่าการที่มันเลียหน้าเธอเมื่อสักครู่นี้คือการอวยพรละก็ ก็คงจะใช่
หนิงหนิง “ไปกันเถอะ”
เธอเป็นผู้นำทางเดินไปข้างหน้า
นับตั้งแต่ที่พวกเขาเข้ามา สัตว์เหล่านี้ก็จ้องมองพวกเขาอย่างดุร้าย ไม่เป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย
นอกจากหนิงเหนียนและซูเจาที่ตามมา คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนเลย
หนิงหนิงเดินไปอยู่ตรงหน้าสัตว์เหล่านั้น เมื่อไร้การควบคุมของวิญญาณผู้พิทักษ์ สัตว์เหล่านี้ก็เริ่มแยกเขี้ยว และคำรามต่ำ ๆ ใส่หนิงหนิง
หญิงสาวแกล้งทำเป็นไม่สนใจ เดินต่อไปข้างหน้า
เห็นได้ชัดว่าพวกสัตว์กำลังจะพุ่งเข้าใส่เธอ แม้แต่จ้าวฉี่หมิงก็ยังเหงื่อตกให้กับหนิงหนิง
ในวินาถัดมา สัตว์ที่พุ่งเข้ามาได้หยุดลงตรงหน้าหนิงหนิง
พวกมันเอียงหัวมองดูหนิงหนิงแล้วใช้จมูกดมกลิ่นเล็กน้อย ดูเหมือนจะงุนงงเล็กน้อย
แต่หลังจากผ่านไปไม่นาน พวกมันทั้งหมดก็ล่าถอยไป