แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 50 ถูกฝันร้ายเล่นงาน
บทที่ 50 ถูกฝันร้ายเล่นงาน
วาเซียตะโกนออกมาด้วยความหงุดหงิด “ไอ้งูเหม็น กินอะไรดูน่าเกลียดชะมัด!”
หลังจากกินเสร็จ มอร์ต้าก็เปลี่ยนกลับเป็นร่างมนุษย์เช็ดปากอย่างสง่างาม แล้วยังล้างจานให้เรียบร้อย
บนขอบหน้าต่างมีดอกกุหลาบที่เหลือจากเมื่อวาน บางดอกบังเอิญโดนแสงจันทร์ส่องจนบานแล้ว
หนิงหนิงถือดอกไม้ไว้ แล้วเดินออกไปเคาะประตูห้องของหนิงเหนียน
หนิงเหนียนเปิดประตู เขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จผมยังเปียกอยู่ เสื้อเปลี่ยนเป็นเชิ้ตสีขาวมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ติดตัว
หนิงหนิงยื่นช่อดอกกุหลาบที่ยังไม่บานให้กับเขา
หนิงเหนียนรับมันไปอย่างมึนงง
“นายมีแจกันไหม?” หนิงหนิงถาม
หนิงเหนียนส่ายหน้า เขายังคงดูมึนงงอยู่
“งั้นรอแป๊บนึง”
หนิงหนิงเดินลงบันไดไป เธอเดินไปขอแจกันดอกไม้จากทีมงานรายการอีกใบ
เว่ยฉือให้เธอเลือกได้ตามใจชอบ ในเรือนดอกไม้มีแจกันแบบนี้เยอะแยะ
หนิงหนิงเลือกแจกันสีขาวใบหนึ่ง เมื่อกลับมาหนิงเหนียนยังคงยืนอยู่ที่หน้าประตู ไม่ได้ขยับไปไหน
หนิงหนิงยื่นแจกันให้เขา “เอาดอกไม้ใส่ในแจกัน แล้ววางไว้ใต้แสงจันทร์”
จินซุ่ยที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยวเผ็ดพร้อมดูไลฟ์สตรีมอยู่ สะดุ้งเฮือกเล็กน้อย
ทำไมคำพูดนี้ถึงได้คุ้นหูจังนะ
“เข้าไปเถอะ”
หนิงหนิงโบกมือให้หนิงเหนียน แล้วเดินกลับเข้าห้องของตัวเอง
หนิงเหนียนอุ้มแจกันและดอกกุหลาบยืนอยู่ที่หน้าประตูสักครู่ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
เขาเติมน้ำในแจกัน ดอกไม้ถูกตัดแต่งมาแล้วเขาค่อย ๆ จัดดอกกุหลาบลงในแจกันทีละดอกแล้วนำไปวางไว้ที่ระเบียงให้แสงจันทร์สาดส่องลงในแจกัน
หนิงเหนียนเอื้อมมือไปแตะต้องดอกตูมเบา ๆ ภายในดอกตูมมีสีแดงโผล่ออกมาเล็กน้อย เมื่อบานคงจะสวยงามมากเหมือนกับช่อดอกไม้ที่หัวเตียงของหนิงหนิง
อีกอย่าง เมื่อกี้เขาลืมกล่าวขอบคุณ
หนิงเหนียนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เขาเปิดขึ้นมาแล้วเก็บกลับไปอีกครั้ง
เขาไม่มีช่องทางติดต่อของหนิงหนิง
หนิงเหนียนยืนอยู่ที่หน้าต่างสักพัก สายลมยามราตรีพัดผมของเขาจนแห้ง
ค่ำมืดแล้วหนิงเหนียนปิดกล้อง แล้วขึ้นเตียงนอน
เขาฝันถึงความทรงจำในวัยเด็กที่ผ่านมานานมากแล้ว
ความทรงจำเหล่านั้นที่เขาพยายามบังคับตัวเองให้ลืมมันไปทีละน้อย หลังจากที่ได้ออกจากบ้านที่เหมือนฝันร้ายหลังนั้นมา
ในความทรงจำแม่ของเขาเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนมาก เธอชอบดอกแมกโนเลียมาก
ในสวนที่บ้านปลูกดอกแมกโนเลียเต็มไปหมด กลิ่นของดอกแมกโนเลียหอมมาก
ตั้งแต่เด็กเขาโชคไม่ค่อยดี มักจะล้มลุกคลุกคลานและบาดเจ็บที่นั่นที่นี่อยู่เสมอ
เขามักจะป่วยเป็นไข้บ่อย ๆ ต้องไปโรงพยาบาลเป็นประจำ
เวลาที่ป่วยและรู้สึกไม่สบาย แม่จะร้อยพวงมาลัยและเด็ดดอกไม้มาให้เพื่อทำให้เขาอารมณ์ดี
ด้วยอิทธิพลจากแม่ เขาจึงชอบดอกไม้มาก
ตอนนั้นเขาอายุแปดขวบ
วันนั้นเป็นวันเกิดของแม่ เป็นฤดูใบไม้ผลิ ฤดูที่ดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง
เขาเลิกเรียนแล้วเดินอ้อมไปร้านดอกไม้ ใช้เงินที่เก็บสะสมมาซื้อดอกทานตะวันหนึ่งช่อ
เขากลับถึงบ้านช้าไปหน่อยเห็นแม่นอนอยู่บนเตียง แม่หลับไปแล้วบนใบหน้ามีรอยยิ้ม
เขารู้ว่าแม่เหนื่อยมากจึงไม่อยากปลุกแม่ เขาเลยวางดอกไม้ไว้ข้างหมอนแล้วนั่งรอ
รอแล้วรอเล่า รอจนกระทั่งตัวเองเผลอหลับไป เขาฝันไป…ฝันว่ามีพ่ออยู่ด้วย ทุกคนในครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากันเขามีความสุขมาก
เขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงร้องไห้ของพี่สาว
ต่อมา แม่ก็ถูกบรรจุลงในกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าใบหนึ่ง
ตอนนั้นเขายังเด็กมาก จึงไม่รู้ว่าความตายหมายความว่าอะไร
เขารู้แค่ว่า แม่หายไปแล้ว
ผู้ชายที่เคยเป็นพ่อเลี้ยง เปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน เขากลายเป็นคนดุร้าย
ต้นแมกโนเลียในบ้านถูกถอนทิ้งไปหมดแล้ว เพราะภรรยาใหม่ของพ่อเลี้ยงไม่ชอบดอกไม้
ทั้งสองคนทำร้ายเขา ไม่ให้อาหารเขา
เขาทั้งเจ็บปวดและหิวโหย
ทุกครั้งที่เป็นแบบนี้ เขาจะคิดถึงแม่
ถ้าวันนั้นเขากลับบ้านมาเร็วกว่านี้ก็คงจะดี
ไม่น่ามัวแต่ไปซื้อดอกไม้พวกนั้นมาเลย กลับบ้านเร็ว ๆ น่าจะดีกว่า
หนิงเหนียนถูกฝันร้ายเล่นงาน หน้าผากของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เขาไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้
ในความพร่าเลือน เขาเหมือนได้กลิ่นหอมของดอกกุหลาบ
ภาพในความฝันเริ่มเปลี่ยนไป
อาหารบนโต๊ะกำลังส่งไอร้อนออกมา ใบหน้าของเด็กสาวเลือนลางอยู่ในไอน้ำ
เธอมองเขาพลางยิ้ม แล้วพูดว่า “อร่อยจัง!”
เธอถือช่อกุหลาบไว้ในมือ “ให้นาย”
ภาพเปลี่ยนไปอีกครั้ง ย้อนกลับไปตอนที่ยังเด็ก
แม่ยังอยู่ แม่เป็นครู กลางวันแม่ยุ่งมากมีเวลากลับมาทำอาหารที่บ้านได้แค่ตอนกลางคืนเท่านั้น
เขาทำการบ้านเสร็จแล้วผลักหน้าต่างออก ได้กลิ่นหอมของดอกแมกโนเลีย
เมื่อผลักประตูห้องออกก็ได้กลิ่นหอมของอาหาร
โต๊ะเล็ก ๆ อาหารเรียบง่าย เขากินอย่างมีความสุข
ในตอนนั้น เขามีความสุขจริง ๆ
ลมหายใจของหนิงเหนียนค่อย ๆ สงบลง
บนขอบหน้าต่าง ดอกกุหลาบกำลังบานสะพรั่ง
ชั้นสาม
เจียงฉือซิงรู้สึกไม่สบายใจ เขานอนหลับอย่างไม่เป็นสุข
เขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจ้องมองอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ในฝันก็สลัดความรู้สึกน่าขนลุกนั้นไม่หลุด
แต่ทว่าเมื่อเขาสะดุ้งตื่นจากฝัน กลับไม่มีอะไรเลย
เขาเอื้อมมือไปสัมผัสหยกที่คอตามความเคยชิน ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แค่ตกใจไปเอง
เขาล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
พอเพิ่งจะหลับไป ความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองก็กลับมาอีกครั้ง
เจียงฉือซิงสะดุ้งตื่นจากฝันอีกครั้ง
คืนที่สองที่พักอยู่ในวิลล่า เจียงฉือซิงก็ยังคงต้องใช้เวลาไปกับการสะดุ้งตื่นและพยายามข่มตาหลับสลับกันไป
จนกระทั่งฟ้าสาง
เจียงฉือซิงลุกขึ้นนั่งบนเตียง เขารู้สึกง่วงกว่าเมื่อวานเสียอีกทั้งศีรษะก็หนักอึ้งอีกด้วย
การนอนไม่หลับติดต่อกันสองคืนทำให้อารมณ์ของเขาแย่มาก
ฟ้าเพิ่งจะสางเขาก็ลุกขึ้นแล้วเมื่อออกมาจากห้อง ฝั่งของเจียงเจินยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ
เขาลงบันไดไปชั้นล่าง พอถึงชั้นล่างก็เจอหนิงเหนียนเข้าพอดี
หนิงเหนียนเหลือบสายตาลงมองเจียงฉือซิงแวบหนึ่ง
ดวงตาคู่นี้ เจียงฉือซิงเคยเห็นบนใบหน้าของหนิงหนิงมาก่อน
หนิงเหนียนสวมชุดสีดำทั้งตัว
ตอนนี้หนิงหนิงก็ชอบใส่เสื้อผ้าสีดำเหมือนกัน
ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเธอไม่เคยชอบมันเลย
‘อาหารที่หนิงเหนียนทำอร่อยมาก’
เจียงฉือซิงนึกถึงประโยคนั้นขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
หนิงเหนียนจงใจจ้องมองรอยคล้ำใต้ตาของเจียงฉือซิง มุมปากของเขากระตุกขึ้น เป็นการเยาะเย้ยอย่างเงียบ ๆ
เจียงฉือซิงโมโหขึ้นมาทันที เขาเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อของหนิงเหนียน หนิงเหนียนมองเขาอย่างเย็นชา
เว่ยฉือเดินหาวออกมาพอดีก็เห็นทั้งสองคนนี้ยืนขวางอยู่ที่บันได ท่าทางเหมือนจะต่อยกัน เขาจึงรีบเข้าไปห้ามทันที
“เช้าตรู่แบบนี้ พวกคุณจะทำอะไรกันน่ะ”
กว่าจะพูดเกลี้ยกล่อมจนแยกทั้งสองคนออกจากกันได้
เจียงฉือซิงสะบัดมือของเว่ยฉือออก แล้วเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับ
หนิงเหนียนพยักหน้าให้เว่ยฉือ แล้วก็จากไปเช่นกัน
เว่ยฉือเช็ดเหงื่อ โชคดีที่ยังเป็นเวลาตีห้ากว่า ๆ ห้องไลฟ์สดยังไม่เปิดไม่อย่างนั้นนะรับรองว่าต้องเป็นข่าวดังติดเทรนด์แน่ ๆ
เกิดอะไรขึ้นกันนะ?
สองคนนี้จะมีเรื่องขัดแย้งอะไรกันได้
เว่ยฉือไม่เข้าใจเลย
หนิงเหนียนวิ่งรอบหมู่บ้านครบหนึ่งรอบ พอดีกับที่ร้านอาหารเช้าริมทางเปิด
หนิงเหนียนเดินไปต่อแถว
เขาสวมหมวกและหน้ากากอนามัย ด้วยรูปร่างที่สูง ไหล่กว้าง ขายาว ต่างหูที่หูซ้ายก็ส่องประกายแวววาว ยืนอยู่ในแถวดูโดดเด่นสะดุดตามาก
แฟนคลับที่อาศัยอยู่แถวนี้และตื่นเช้ามาทำงานจำเขาได้ เขาทำท่าบอกให้เงียบ
แฟนคลับตื่นเต้นมากถามเขาเสียงเบาว่า “เหนียนเหนียนมากินอาหารเช้าเหรอคะ?”
หนิงเหนียนตอบ “ซื้อกลับไปกินที่บ้านครับ”
แฟนคลับเข้าใจทันที “อ๋อ ๆ ซื้อกลับไปกินกับพี่สาวใช่ไหมคะ?”
หนิงเหนียนชะงักไปครู่หนึ่ง
“ใช่ครับ”
เมื่อใกล้จะถึงหกโมงครึ่ง หนิงเหนียนก็กลับมาพร้อมกับอาหารเช้าที่ซื้อกลับมาในมือ
หนิงหนิงยังไม่ตื่น เขาวางอาหารเช้าไว้บนโต๊ะแล้วกลับเข้าห้องไปอาบน้ำ
ตอนที่ยืนเช็ดผมอยู่ข้างหน้าต่าง เมื่อกี้ตอนตื่นนอนเขาไม่ทันสังเกต ดอกกุหลาบในแจกันบานเต็มที่แล้วสวยงามอย่างที่คิดไว้และยังส่งกลิ่นหอมด้วย
เขาวางแจกันไว้บนตู้ข้างหัวเตียง ตำแหน่งเดียวกับที่หนิงหนิงวางไว้
เขาออกมาอีกที หนิงหนิงก็ยังไม่ตื่น
เขาเดินไปเคาะประตู เคาะอยู่สักพักวาเซียก็มาเปิดประตู
หนิงเหนียนมองเห็นแล้วก็ไม่รู้สึกแปลกใจอะไร
วาเซียส่งเสียงเหมี๊ยวใส่เขา
มีอะไร?
หนิงเหนียนเข้าใจความหมายของมันได้อย่างน่าประหลาด
“ได้เวลากินข้าวเช้าแล้ว”
วาเซียเอียงคอ
มีของกินอีกแล้ว!
“หนิงหนิง! ตื่นได้แล้ว! มากินข้าวเช้ากัน!”
“รอเดี๋ยวนะ ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้” พอหนิงเหนียนได้ยินหนิงหนิงตอบกลับมาแบบนั้น
เขาจึงยืนพิงประตูรอเธอ
สิบนาทีต่อมา หนิงหนิงก็เดินออกมา