แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 49 ทำเป็นปล่อยไว้ก่อนแล้วค่อยจับ!
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 49 ทำเป็นปล่อยไว้ก่อนแล้วค่อยจับ!
บทที่ 49 ทำเป็นปล่อยไว้ก่อนแล้วค่อยจับ!
เจียงฉือซิงพูดอย่างหงุดหงิด “มีอะไร?”
ข้อความที่ส่งไปเมื่อคืน หนิงหนิงยังไม่ได้ตอบกลับมาเลย
เขายังมีชีวิตอยู่ สิ่งที่อยู่ในห้องของเขา คงไม่มีเจตนาร้ายจริง ๆ
“กินข้าวหรือยัง?” หนิงหนิงถาม
เจียงฉือซิงกอดอก มองความคิดของหนิงหนิงออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
เขารู้ว่าเธอยังไม่ได้กินข้าว แบบนี้ต้องตั้งใจแน่ ๆ
เธอกำลังรอให้เขาชวนก่อน หรือว่าเธอกำลังหาโอกาสชวนเขาไปกินข้าวด้วยกัน?
เขาจะไม่พูดในสิ่งที่เธออยากได้ยินเด็ดขาด
จะไม่ให้โอกาสหนิงหนิงเด็ดขาด
“กินแล้ว”
เธอจะกินหรือไม่กินก็เรื่องของเธอ เขาไม่ขอเล่นด้วยหรอก
หนิงหนิงพยักหน้า “ฉันก็กินแล้ว อาหารที่หนิงเหนียนทำอร่อยมาก”
เจียงฉือซิง ?
แล้วหนิงหนิงก็หมุนตัวเดินจากไป
เจียงฉือซิงยังงงไม่หาย
หนิงหนิงเดินออกไปรอบหนึ่งแล้วกลับมา
เห็นเจียงฉือซิงยังยืนอยู่ที่เดิม
หนิงหนิงมองเขา
เจียงฉือซิงพูดอย่างงง ๆ “ทำไมเธอกลับมาอีกล่ะ กำลังทำอะไรอยู่เนี่ย?”
หนิงหนิงตอบ “เดินย่อยอาหารน่ะ กินมากไปหน่อย”
เจียงฉือซิงพูดออกมาโดยไม่ทันคิด “เธอไม่ได้รอฉันเหรอ?”
“ทำไมฉันต้องรอคุณด้วย?”
แล้วหนิงหนิงก็เดินจากไปอีกครั้ง
เจียงฉือซิงเพิ่งรู้ตัว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
ตั้งใจแน่ ๆ เธอต้องตั้งใจแกล้งแน่นอน!
มาอีกแล้วกลยุทธ์ทำเป็นปล่อยไว้ก่อนแล้วค่อยจับ!*[1]
ถ้าเขายังจะสนใจหนิงหนิงอีก เขาก็คือคนบ้าชัด ๆ!
เจียงฉือซิงวิ่งขึ้นบันไดไปด้วยความโมโห
ในตอนเช้าเจียงเจินทะเลาะกับเจียงฉือซิง เจียงฉือซิงก็ออกไปข้างนอกและไม่กลับมาทั้งวัน
เจียงเจินรู้สึกเสียใจเล็กน้อย ช่วงที่อยู่บ้านพ่อแม่ทั้งตามใจและเอาใจเธอมาก
จนเธอเริ่มลืมตัวไปหน่อย ลืมไปว่าตัวเองเป็นดาราและตอนนี้ก็กำลังถ่ายรายการอยู่
ถ้าคนที่ไม่หวังดีจับภาพไปตัดต่อ บิดเบือนความจริงก็คงจะพูดว่าเธอเป็นคนคับแคบ
โชคดีที่ตอนเช้ามีคนดูไลฟ์ไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับตัวยงของเธอ จึงรอดพ้นวิกฤตไปได้
ตอนเย็นพ่อครัวมาทำอาหารให้แต่เธอไม่ได้กิน อาหารถูกจัดวางไว้บนโต๊ะ
ต้องรอให้เจียงฉือซิงกลับมาก่อน แล้วค่อยให้โอกาสเขาได้แก้ตัว
ก่อนหน้านี้ เจียงเจินเห็นจากในโทรศัพท์ว่าหนิงหนิงกลายเป็นกระแสในโซเชียลแล้ว เพราะเธออดอาหารมาสองวันเพื่อประชดประชันเจียงฉือซิง
น่ากลัวจริง ๆ บ้าไปแล้ว!
ครอบครัวเธอโชคร้ายจริง ๆ ที่ต้องมาพัวพันกับคนบ้าแบบนี้
รอให้เจียงฉือซิงกลับมาก่อน แล้วค่อยให้เขาโทรเรียกหนิงหนิงมากินข้าว
ไม่ใช่เพราะความใจดีหรอก เธอจะมีความรู้สึกดี ๆ กับคนที่แย่งชิงชีวิตของเธอไปได้ยังไง
แค่คิดว่าถ้าหนิงหนิงเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจริง ๆ สุดท้ายชาวเน็ตก็ต้องโทษมาที่เธอแน่นอน
พวกชาวเน็ตมองแค่ผลลัพธ์ ไม่สนใจกระบวนการหรอก
ตอนนี้เจียงเจินคาดว่า เจียงฉือซิงน่าจะกลับมาแล้วและก็จริงอย่างที่คิด เธอได้ยินเสียงจากห้องนั่งเล่นขณะที่อยู่ในห้อง
เธอเปิดประตูแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็เห็นเจียงฉือซิงพรวดพราดเข้าไปในห้องด้วยความโกรธ แล้วปิดประตูดังปัง
เจียงเจินรออยู่สักพัก แต่เจียงฉือซิงก็ยังไม่ออกมา
เขาไม่เห็นอาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะหรือไง?
เธอรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จึงต้องไปเคาะประตูห้องของเจียงฉือซิงเอง
ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นคนให้โอกาสกับเจียงฉือซิง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเธอที่ต้องลดตัวลงมาเอง
เจียงฉือซิงตะโกนถามจากในห้องว่า “มีอะไร?”
“นายกินข้าวหรือยัง ถ้ายังไม่ได้กิน มากินด้วยกันไหม”
พอพูดถึงเรื่องอาหาร เจียงฉือซิงก็โมโหขึ้นมาทันที
“ผมไม่กิน!” เขาตะโกนเสียงดัง
เจียงเจินตกใจกับท่าทางของเขา
“ไม่กินก็ไม่กิน!” เจียงเจินโกรธจนไม่อยากกินเหมือนกัน เธอเดินกลับห้องไปทันที พร้อมกับปิดประตูดังปัง
วันที่สองของการออกอากาศรายการพวกเราโตแล้ว สองพี่น้องตระกูลเจียงทะเลาะกัน
[…ทั้งสองคนทะเลาะกันเหรอ?]
[จริง ๆ แล้วพวกเขาทะเลาะกันมาทั้งวันแล้ว]
[เจียงฉือซิงทำอะไรของเขา กลับมาก็อารมณ์เสียใส่เจินเจินทันที]
[ใช่ เจินเจินตั้งใจชวนเขาด้วยความหวังดี แต่เขากลับทำหน้าบึ้งใส่ใครกันแน่]
[ซิงซิงก็ยังเป็นเด็กอยู่นะ เจียงเจินในฐานะที่เป็นพี่สาวควรจะยอมน้องหน่อยไม่ใช่เหรอ?]
[ใช่ไหมล่ะ รู้สึกว่าเจียงเจินยังมีนิสัยเจ้าหญิงอยู่เลย พูดอะไรไม่ได้สักอย่าง]
บรรยากาศที่เป็นกันเองและอบอุ่นของพี่น้องในห้องไลฟ์สด พลันพลิกผันในทันที
แฮชแท็ก #เจียงเจินทะเลาะกับเจียงฉือซิง ขึ้นเทรนด์ยอดนิยมอย่างรวดเร็ว
หลังจากวันแรกของการออกอากาศ หนิงเหนียนและหนิงหนิงคว้าอันดับหนึ่งในการเล่นเกมตอบคำถามไปแล้ว วันที่สองของการถ่ายทำรายการพวกเราโตแล้ว ก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอีก ก่อนเริ่มออกอากาศเจียงเจินและเจียงฉือซิงที่เคยถูกมองว่าเป็นพี่น้องต้นแบบกลับทะเลาะกัน
แต่ยังมีเรื่องที่ดราม่ากว่านี้อีก
นั่นก็คือแฮชแท็กที่ติดเทรนด์อันดับหนึ่ง #หนิงหนิงกินข้าว
ผู้ชมจำนวนมากที่ไม่ได้ดูไลฟ์สดต่างงงงวย เมื่อคลิกเข้ามาดู
หนิงเหนียนทำอาหารให้หนิงหนิง พวกเขายังนั่งกินข้าวด้วยกัน หนิงหนิงกินจนหมดชามใหญ่ แล้วเธอยังชมฝีมือหนิงเหนียนอีกด้วย
นี่มันดูไม่เหมือนกับที่พูดกันในโลกออนไลน์ก่อนหน้านี้เลยนี่นา
หลายคนที่เห็นข่าวก็พากันเข้ามาในห้องไลฟ์สดด้วยความงุนงง
หนิงเหนียนกำลังล้างสตรอว์เบอร์รี่อยู่ในครัว เขาไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากด้านนอก
เขาวางสตรอว์เบอร์รี่ลงบนโต๊ะแล้วเรียกหนิงหนิง “มากินสตรอว์เบอร์รี่หน่อย”
สตรอว์เบอร์รี่สีแดงลูกใหญ่ถูกจัดวางอยู่ในจาน
หนิงหนิงหยิบลูกหนึ่งขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด
หนิงเหนียนคิดว่าเธอกลัวรสเปรี้ยว “ไม่เปรี้ยวหรอก”
เธอไม่เคยกินสตรอว์เบอร์รี่มาก่อน
หยิบขึ้นมาลูกหนึ่ง ชิมดูคำหนึ่ง
เย็น ๆ หวานฉ่ำ รสชาติหอมหวานมาก
อร่อยจัง!
ไม่แปลกใจเลยที่มีอาหารรสสตรอเบอร์รี่เยอะขนาดนี้
เธอกัดอีกคำ
วาเซียก็เดินเข้ามาฉวยจังหวะที่ทั้งสองคนไม่ทันระวัง ใช้อุ้งเท้าตะปบสตรอเบอร์รี่ไปหนึ่งลูกแล้ววิ่งหนี ก่อนจะไปนั่งที่โต๊ะกลางแล้วอุ้มสตรอเบอร์รี่แทะกิน
หนิงเหนียนถอนหายใจ
ดูออกเลยว่าแมวตัวนี้ไม่เลือกกินจริง ๆ
หนิงหนิงหยิบสตรอเบอร์รี่ขึ้นมาลูกหนึ่งแล้วยัดใส่มือเขา “หวานมากเลย นายก็กินสิ”
หนิงเหนียนกัดคำหนึ่ง รสชาติหวานมาก หวานกว่าสตรอเบอร์รี่ที่เคยกินมาทั้งหมด
หนิงหนิงกินไปห้าลูกติดต่อกัน เหลืออีกนิดหน่อย
หนิงเหนียนก็ไม่กินแล้วเหมือนกัน
หนิงหนิงถาม “ฉันเอาพวกนี้กลับห้องได้ไหม?”
“เธอกินเยอะเกินไปแล้วนะ”
แม้จะพูดแบบนั้น หนิงเหนียนก็ยังไปล้างผลไม้ให้เธอเพิ่มอีกพร้อมกับกำชับว่า
“ในตู้เย็นยังมีอีกเยอะทางกองถ่ายเตรียมไว้ให้ ถ้าอยากกินก็หยิบเองได้นะ แต่อย่ากินเยอะเกินไปเดี๋ยวจะปวดท้อง”
หนิงหนิงตอบว่า “รู้แล้วค่ะ”
หนิงหนิงถือจานสตรอเบอร์รี่กลับเข้าห้อง เธอนั่งลงบนเตียงมองไปที่กล้องวงจรปิด
เธอลุกขึ้น เดินไปที่ข้างหน้าต่าง
ในภาพจากกล้อง ผู้ชมมองเห็นว่าหนิงหนิงยังคงนั่งอยู่บนเตียง
ตอนนี้มองเห็นพระจันทร์แล้ว
หนิงหนิงวางสตรอว์เบอร์รี่ไว้บนโต๊ะริมหน้าต่าง วาเซียวิ่งเข้ามา หนิงหนิงผลักวาเซียออกแล้วหยิบสตรอว์เบอร์รี่ให้วาเซียหนึ่งลูก
“ที่เหลือนี่สำหรับมอร์ต้านะ”
วาเซียส่งเสียงฮึมฮัมแล้วก้มหน้าแทะสตรอว์เบอร์รี่ของมันต่อไป
กำไลส่องแสงจ้าแล้วหายไป เด็กสาวปรากฏตัวขึ้นข้าง ๆ เธอ
“กินสิ สตรอว์เบอร์รี่” หนิงหนิงยิ้มพลางยื่นสตรอว์เบอร์รี่ให้มอร์ต้า
มอร์ต้ามองดูและดมกลิ่น ดมแล้วก็ไม่มีกลิ่นมันจะอร่อยได้ยังไง?
หนิงหนิงอยู่กับวาเซียมานาน คงติดนิสัยเกินจริงมาจากวาเซียแล้วล่ะมั้ง อะไร ๆ ก็ดูเว่อร์ไปหมด
“อร่อยมากเลยนะ” หนิงหนิงให้กำลังใจเธอ
มอร์ต้าทำท่าลังเล เธอไม่ได้กินอะไรมาเกือบร้อยปีแล้ว
แม้แต่การหยิบสตรอว์เบอร์รี่ก็ยังดูลังเลไม่อยากจะรับ แต่สุดท้ายก็ยอมหยิบใส่ปาก
นี่เป็นของที่หนิงหนิงให้เธอ มอร์ต้าจึงไม่อาจปฏิเสธได้
ขนตาสีขาวของเธอกระพริบเบา ๆ
“อร่อยใช่ไหม?” หนิงหนิงถาม
มอร์ต้าพยักหน้า
ก็ดีนะ อร่อยดี
วาเซียกินส่วนของตัวเองหมดแล้ว ร้องตะโกนว่า “ฉันอยากกินอีก!”
เด็กสาวกลายร่างเป็นงูสีเงินตัวหนึ่ง คาบจานไว้สตรอว์เบอร์รี่ก็กลิ้งเข้าไปในปากหมดเกลี้ยง
[1] 欲擒故纵 เป็นสำนวนจีน หมายถึง กลยุทธ์ที่จงใจแสดงออกว่าไม่สนใจหรือแกล้งปล่อยอีกฝ่ายไปก่อน แต่ความจริงแล้วกำลังรวบรวมข้อมูลหรือรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อควบคุมและใกล้ชิดทีหลัง