แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 501 ถวิลหา
ตั้งแต่เล็กจนโต จ้าวฉี่หมิงมักได้ยินแต่คำชม
เขามองตัวเองว่าสูงส่ง ไม่เคยนับถือท่าทางการหลอกลวงต้มตุ๋นของจี๋หยวนชิงเลย
ตอนที่ตระกูลจี๋ล่มสลาย เขายังเยาะเย้ยจี๋หยวนชิงว่าสมควรแล้ว รู้แต่จะหลอกคน ไม่มีความสามารถจริง ๆ สักนิด สมควรแท้ ๆ
แต่แล้วในพริบตา เขากลับตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับจี๋หยวนชิง
หลังจากกลับมาจากป่า การปฏิบัติที่เขาได้รับที่บ้านก็เปลี่ยนไป
แม้ว่าฐานรากจะไม่มั่นคง แต่เขาจ้าวฉี่หมิงก็ยังเป็นหัวหน้าตระกูลจ้าวอย่างเป็นทางการ
จ้าวซือจินเมื่อเห็นเขาก็ด่าเขาทันทีโดยไม่มีการพูดจากันก่อน
ปากก็พูดไม่หยุดว่า “พินาศแล้ว พินาศแล้ว”
จ้าวฉี่หมิงกลับไม่สามารถโต้ตอบได้ ถึงอย่างไร ตำแหน่งหัวหน้าตระกูลของเขานี้ ก็อาศัยจ้าวซือจินค้ำจุนอยู่
ภายนอกดูเหมือนเขาเป็นผู้นำ แต่ความจริงแล้ว คนที่บริหารจัดการอยู่เบื้องหลัง ก็ยังคงเป็นจ้าวซือจินเช่นเดิม
จ้าวซือจินไม่มองหน้าเขาตรง ๆ มาเป็นเวลาหลายวันแล้ว
แม้แต่แม่ของเขาที่ปกติมักจะคอยดูแลเอาใจเขา ช่วงนี้พอเจอหน้าเขาก็ทำหน้าเย็นชา
ยิ่งไปกว่านั้น คนอื่น ๆ ในตระกูลที่ไท่ว่าจะมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือไม่ก็ตาม ต่างก็เยาะเย้ยเขาทั้งอย่างเปิดเผยและลับหลัง
เขาขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่กินข้าวทั้งวัน และไม่มีใครสังเกตเห็นเขาด้วยซ้ำ
แต่อย่างไรก็ตาม จ้าวฉี่หมิงไม่ได้สนใจพวกเขาเลย
สำหรับคนที่เติบโตในสำนักเซียน ความผูกพันทางสายเลือดเป็นสิ่งที่หรูหราฟุ่มเฟือย
ส่วนพวกคนโง่เหล่านั้น พวกเขาคิดว่าเมื่อตนล้มลงแล้ว พวกมันจะสามารถขึ้นมาแทนที่เขาได้งั้นหรือ
ช่างโง่เขลาเหลือเกิน
เมื่อเทียบกับสิ่งเหล่านี้ จ้าวฉี่หมิงกลับสนใจอีกเรื่องหนึ่งมากกว่า
“โจวเฉิงซื่อ” จ้าวฉี่หมิงเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างดุดัน
เขาจำชื่อนั้นได้เลือนลาง
เขารู้เพียงว่าโจวเฉิงซื่อเป็นหลานชายของโจวฉีอัน
ก่อนหน้านี้ เขาก็คิดว่าโจวเฉิงซื่อเข้ามาอยู่ในหน่วยสืบสวนพิเศษได้เพราะอาศัยเส้นสายของโจวฉีอัน
ตอนนั้นเขายังรู้สึกประหลาดใจที่โจวฉีอันซึ่งดูเหมือนเป็นคนซื่อตรง ก็ยังรู้จักวิธีใช้เส้นสายช่วยเหลือกันแบบนี้
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก
อย่างไรก็ตาม ในสายตาของเขา ทั้งหน่วยสืบสวนพิเศษก็ล้วนแต่เป็นไอ้พวกไร้ประโยชน์
‘ทำไมน่ะเหรอ? ลืมเรื่องหนิงหนิงไปเถอะ ตัวตนของเธอยังคงเป็นปริศนา’
‘แต่ทำไมโจวเฉิงซื่อถึงได้เก่งขนาดนี้?’
คนที่คุณไม่เคยชายตามองด้วยซ้ำ ทันใดนั้นก็ก้าวข้ามคุณไป
ส่วนคุณได้แต่มองอีกฝ่ายกำลังเพลิดเพลินกับคำชมและการยกย่องที่คุณเคยได้รับมาก่อน
มองดูตัวเองบนอินเทอร์เน็ต คำพูดของชาวเน็ตล้วนดูถูกดูหมิ่นว่าตนไร้ค่า
คนที่เคยเป็นถึงเด็กหนุ่มอัจฉริยะ ในชั่วข้ามคืนตกต่ำลงมาถึงขนาดนี้
ไม่มีอะไรที่น่าอับอายไปกว่านี้อีกแล้ว
จ้าวฉี่หมิงมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เห็นชาวเน็ตกำลังชื่นชมโจวเฉิงซื่อ
ในวินาทีถัดมา โทรศัพท์ก็ถูกขว้างไปที่ประตูห้อง แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ
“โมโหเหรอ?” ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนพิงกรอบประตู มองดูโทรศัพท์ที่พังแล้วยกคิ้วขึ้น
เมื่อเห็นชัดว่าใครมา จ้าวฉี่หมิงพลันขมวดคิ้ว “นายมาที่นี่ทำไม?”
“ทำไมผมถึงมาไม่ได้ล่ะ?” เขายิ้มเดินเข้ามา
จ้าวฉี่หมิงพูดเย้ยหยัน “ตอนนี้นายควรไปประจบประแจงพ่อฉันไม่ใช่เหรอ? บางทีถ้าคุณปู่อารมณ์ดี นายอาจจะได้เป็นทายาทคนต่อไปของตระกูลจ้าวก็ได้”
คนที่เข้ามา ซึ่งก็คือมู่หยาน เป็นศิษย์ที่สอบได้ที่หนึ่งในการสอบเข้าเรียนของตระกูลจ้าวในปีนี้
จ้าวซือจินมักจะพูดถึงเขาต่อหน้าจ้าวฉี่หมิงเสมอ บอกว่าเขาคือศิษย์ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
จ้าวฉี่หมิงจึงรู้สึกไม่ชอบหน้ามู่หยานมาตลอด
และตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นเดิม
มู่หยานนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามเขา
“จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อหัวหน้าตระกูลของพวกเรากำลังอยู่ในช่วงรุ่งเรืองพอดี ไม่จำเป็นต้องมีคนอื่นเลย”
จ้าวฉี่หมิงกำลังหงุดหงิด ไม่อยากวกวนกับเขา “มู่หยาน ฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นเกมกับนาย รีบไปให้พ้นหน้าฉันซะ”
ถึงแม้จะไม่สุภาพแบบนี้ มู่หยานก็ไม่ได้รู้สึกโกรธ เขายิ้มตาหยี และถามกลับ “เป็นเพราะเรื่องของโจวเฉิงซื่อใช่ไหม?”
จ้าวฉี่หมิงอึ้งไป ไม่คิดว่าเขาจะเดาได้
ในเมื่อแม้แต่พ่อแม่ ก็ยังคิดว่าเขาหลบอยู่ในห้องเพราะทำเรื่องนี้พังไปแล้ว
จ้าวฉี่หมิงพินิจดูมู่หยาน
คนหนุ่มคนนี้ หน้าตาดีเหมือนกันนะ
เป็นที่ชื่นชอบของเด็กสาวหลายคนเลย
อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าตัวเองมีแฟนแล้ว
ตัวเขาเองชอบมาตระกูลจ้าวบ่อย ๆ แต่แฟนของเขาหน้าตาเป็นยังไง จ้าวฉี่หมิงก็ยังไม่เคยเห็นเลย
จ้าวฉี่หมิงพูดอย่างระมัดระวัง “เมื่อกี้นายเห็นข้อความในมือถือแล้วงั้นเหรอ? สายตาคมกริบเลยนี่”
มู่หยานยังคงมีรอยยิ้มจาง ๆ ติดอยู่บนใบหน้า
จ้าวฉี่หมิงมองแล้วรู้สึกหงุดหงิด “นายยิ้มอะไร?”
ก่อนที่จ้าวฉี่หมิงจะโกรธ มู่หยานก็เอ่ยขึ้นในที่สุด “อยากแก้แค้นไหม?”
จ้าวฉี่หมิง “นายพูดว่าอะไรนะ?”
มู่หยานลุกขึ้นยืน เดินไปข้าง ๆ เขา “ผมบอกว่า ผมมีวิธีที่จะช่วยคุณ ลากโจวเฉิงซื่อลงสู่ห้วงนรก”
จ้าวฉี่หมิงคิดว่าตัวเองได้ยินผิด จึงถามซ้ำอีกครั้ง “นายหมายความว่าอะไร?”
มู่หยานยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา
ไม่รู้ทำไม แต่จ้าวฉี่หมิงถึงได้สะดุ้งขึ้นมาทันที
มู่หยานถามอีก “ว่าไงล่ะ ต้องการความช่วยเหลือจากผมไหม?”
…
เมืองหนิงเฉิง หน่วยสืบสวนพิเศษ
พวกหน่วยสืบสวนพิเศษก็ยุ่งอยู่บนเขาหลายวันเช่นกัน
“ดีทีเดียว ถือว่าเป็นตอนจบที่สวยงามนะ” จี๋ไหลถอนหายใจอย่างรู้สึกตื้นตัน
เหมียวถานยกมือประคองหน้า ทำสีหน้าขมขื่น “แต่น่าสงสารพวกดวงวิญญาณเหล่านี้จัง”
เธอกำลังพูดถึงดวงวิญญาณที่ถูกกักขังอยู่ในโคมไฟกลืนวิญญาณ
“หน่วยสืบสวนพิเศษทางนี้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว มีดวงวิญญาณบางส่วนที่ถูกกลั่นสลายไปแล้ว” แม้ตอนนี้จะปล่อยออกมา ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
แม้แต่การเวียนว่ายตายเกิดก็ยังทำไม่ได้
“หนิงหนิง คุณมีวิธีไหม?” เหมียวถานถาม
หนิงหนิงส่ายหน้า
เหมียวถานดูห่อเหี่ยวลงกว่าเดิม
เฉินมู่ถอนหายใจ “ท่านโจวติดต่อกับทางปรโลกแล้ว ทำได้แค่ให้ทางปรโลกพากลับไปเท่านั้น”
เมื่อได้ยินคำว่าปรโลก หนิงหนิงก็นึกถึงโรล่าทันที
ไม่คาดคิดว่า ในวินาทีถัดมา ประตูก็ถูกเคาะขึ้น
โจวเฉิงซื่อที่พิงอยู่ข้างประตูจึงเปิดประตูออก
พอประตูเปิดออก จี๋ไหลก็อุทานว่า “เวรเอ๊ย”
เห็นเพียงฝูงผีไหลทะลักเข้ามาแบบพร้อมกับเสียงดังวุ่นวาย
จี๋ไหลตะโกน “แหกคุกแล้ว!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงของหญิงสาวที่ใสชัดตวาดขึ้นว่า “หุบปาก อย่าส่งเสียงดัง”
โรล่าค่อย ๆ เดินมาจากด้านหลัง เธอถือโซ่อยู่ในมือ
พวกเขาเพิ่งมองเห็นว่าวิญญาณเหล่านี้ต่างถูกล่ามโซ่เอาไว้ทั้งหมด
หนิงหนิงรู้สึกคุ้นเคยกับภาพเหตุการณ์นี้อย่างประหลาด
หนิงหนิง “คุณเหรอ?”
โรล่าสะบัดผมเบา ๆ “ฉันได้เลื่อนตำแหน่งแล้วละ”
เธอดูมีความสุขมาก
หนิงหนิง “…”
เธอมองสายยาวเหยียดของวิญญาณพวกนั้น ‘แน่ใจนะว่านี่ไม่ใช่เพราะเฮยไป๋อู๋ฉางขี้เกียจ?’
โรล่าฟังสิ่งที่เฉินมู่พูดจบแล้ว แสดงสีหน้าจริงจัง “ฉันเข้าใจแล้ว นี่เป็นความบกพร่องของปรโลกด้วย และมีสาเหตุมาจากทางพวกเราด้วย ฉันจะกลับไปคุยกับยมบาลให้ดี ๆ”
เธอถือโคมไฟ และโบกมือลาหนิงหนิง “ฉันไปแล้วนะ”
พูดจบแล้วก็พาวิญญาณทั้งหมดเดินจากไป อย่างรีบเร่งและกระฉับกระเฉง
จี๋ไหล “จุ๊ ๆ ดูเหมือนงานในปรโลกนี่แบบ 996*[1] เลยนะ”
หนิงหนิงคิดในใจ ‘ไม่ใช่แค่ 996 หรอก มันเป็น 007*[2] ไปแล้ว’
เฮยไป๋อู๋ฉางทำงานไม่แยกกลางวันกลางคืนแล้ว
แต่ว่า เมื่อดูจากท่าทางของโรล่าแล้ว เธอดูสนุกกับงานนี้มาก
เธอในตอนนี้แตกต่างจากเมื่อก่อนที่เธอเป็นไอแห่งความตายที่ดูหดหู่อยู่ตลอดเวลาราวกับเป็นคนละคน
‘ถึงคนทำงานหนักที่ยังไม่โดนงานรุมกระทืบ จงสู้ต่อไป!’
เหมียวถานถอนหายใจ “นี่ก็ไม่ใช่ทางออกนะ ปรโลกขาดคนถึงขั้นนี้แล้วเหรอ? ยมบาลยังไม่กลับมาอีกเหรอ?”
ตามหลักแล้ว ในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ ยมบาลคนใหม่ควรจะถือกำเนิดมานานแล้ว
ปรโลกไม่มีผู้นำมานานแบบนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องดีเลย
เฉินมู่พยักหน้าเห็นด้วย “นั่นมันแปลกจริง ๆ นะ”
หนิงหนิงคิดดูสักครู่ เธอพูดว่า “มีความเป็นไปได้ไหมว่ายมบาลอาจจะยังไม่ได้ตายเลย”
เฉินมู่ เหมียวถาน และจี๋ไหล “…??”
[1] 996 หมายถึง ตารางการทำงานที่บริษัทบางแห่งในประเทศจีนใช้อย่างผิดกฎหมาย ชื่อนี้ได้มาจากข้อกำหนดให้พนักงานทำงานตั้งแต่ 9:00 น. ถึง 21:00 น. จำนวน 6 วันต่อสัปดาห์
[2] 007 หมายถึง รูปแบบหนึ่งของระบบชั่วโมงทำงาน 996 แทนเวลา 0:00 น. (เที่ยงคืน) ถึง 0:00 น. จำนวน 7 วันต่อสัปดาห์