แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 500 คำอวยพร
มันยังคงไม่พูด หนิงหนิงจึงไม่ถามอีกต่อไป
เธอเอนตัวพิงร่างของหมาป่า ความรู้สึกนุ่มนวลทำให้รู้สึกสบายมาก
เปลือกตาของหนิงหนิงกระพริบอย่างควบคุมไม่ได้
‘แปลก ทำไมถึงง่วงนอนจัง’
งทั้งที่เธอไม่จำเป็นต้องนอนเลยนี่นาง
ในขณะที่หนิงหนิงสงสัยว่าบนภูเขานี้ยังมีดอกฮิกันบานะสีแดงหลงเหลืออยู่หรือไม่ เธอก็เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างไม่อาจควบคุมได้
ไม่มีความฝัน เป็นเพียงการหลับอย่างสบาย ๆ และผ่อนคลาย
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เวลาผ่านไปแล้วสองชั่วโมง
หนิงหนิงรู้สึกสดชื่นโปร่งสบาย
หมาป่ายังอยู่ที่เดิม เงียบสงบให้หนิงหนิงใช้เป็นหมอนพิงตลอดเวลา
หนิงหนิง “คุณทำให้ฉันหลับใช่ไหม?”
เมื่อเห็นหนิงหนิงตื่นขึ้นมา มันก็ค่อย ๆ ลุกขึ้น
หนิงหนิง “จะไปแล้วเหรอ?”
วิญญาณผู้พิทักษ์พยักหน้า
หนิงหนิง “งั้นรอเดี๋ยวนะ”
เธอมองดูแล้วลูบไปตามขาซ้ายของหมาป่า ซึ่งก็เป็นขาข้างนี้แหละที่บาดเจ็บมาตั้งแต่ตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่
สักครู่ต่อมา หนิงหนิงก็เลื่อนมือออก
หมาป่ารู้สึกถึงบางอย่าง มันยกอุ้งเท้าขึ้นแล้วแกว่งไปมา
หนิงหนิงมองดูแล้วรู้สึกขำนิด ๆ ‘ท่าทางแบบนี้ดูเหมือนหมาโง่ยังไงไม่รู้สิ’
เธอหันหน้าหนี พูดอย่างแปลก ๆ ว่า “ก็ถือซะว่านี่คือค่าตอบแทนสำหรับคำอวยพรที่นายให้ฉันก็แล้วกัน”
เงามืดทาบทับลงมาจากด้านบน หนิงหนิงรู้สึกถึงสัมผัสนุ่มฟูบนหน้าผากของเธอ
เวลาผ่านไปเต็มหนึ่งนาที สัมผัสนั้นก็หายไป
หนิงหนิงได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ จากด้านหลัง
เธอหันกลับไปมอง แต่เห็นเพียงเงาร่างของหมาป่าที่กำลังเดินจากไปเท่านั้น
ภาระงานของป่าครึ่งหนึ่งนี้ชัดเจนว่าไม่ใช่สิ่งที่สามารถชดเชยได้ด้วยการตรวจสอบและเติมเต็มช่องว่างในอีกครึ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ยิ่งกว่านั้น ในวันที่อากาศร้อนแบบนี้ การทำงานของทุกคนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ คนที่มาทำงานในป่านี้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ
คนจำนวนมากที่อยู่ห่างไกลกันคนละทิศละทาง รีบเร่งมารวมตัวกันและเข้าร่วมในกิจกรรมปลูกต้นไม้นี้
ความร้อนแรงของหัวข้อเกี่ยวกับป่าไม้บนอินเทอร์เน็ตยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์
ครึ่งหนึ่งของป่าได้เปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง
ภาพที่แห้งแล้งและเหี่ยวเฉาไม่มีอีกต่อไป แทนที่ด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่เพิ่งเกิดใหม่
เพียงรอให้ฝนตกสักครั้ง มันก็จะเติบโตอย่างเต็มที่
เชื่อว่าอีกไม่นาน ผืนป่าแห่งนี้จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ภาพมายาอีกต่อไป แต่เป็นความเขียวขจีที่แท้จริง
นี่คือการเกิดใหม่ของผืนป่าที่เกิดจากแรงงานของคนนับพันที่ทำงานหนักเป็นเวลาเต็มหนึ่งสัปดาห์
ในวันที่งานเสร็จสิ้น เสียงแห่งความยินดีก็ดังกระหึ่มทั่วทั้งภูเขา
หนิงหนิงยืนอยู่บนภูเขา มองต้นกล้าที่ยังอ่อนแอ พลางฟังเสียงหัวเราะ
ความสุขนี้ ได้แพร่ไปทั่วอินเทอร์เน็ตด้วย
[เยี่ยมมาก! ต่อไปนี้พวกสัตว์ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีที่อยู่แล้ว]
[ว้าว ดูความแตกต่างของป่าก่อนและหลังสิ ทุกคนเก่งมากเลย ขอบคุณสำหรับความพยายาม!]
[ทุกคนเหนื่อยกันมากเลย! และยังมีเพื่อน ๆ อีกมากมายที่เดินทางมาจากที่อื่น ขอบคุณพวกคุณทุกคน!]
[อ๊าาา ช่วงนี้ฉันทำงานล่วงเวลา ไม่ได้ไปช่วย แต่พอรู้ว่างานเสร็จแล้ว ฉันก็ดีใจมาก]
[เย่! ทุกคนเก่งมาก!]
[ชอบบรรยากาศแบบนี้จังเลย ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน และไม่ทะเลาะกันด้วย]
[พูดถึง พวกเราอยู่บนภูเขามาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว มีใครเจอวิญญาณผู้พิทักษ์บ้างไหม?]
[ฉันจำได้ว่าตอนนั้นเขาถูกขงชิวทำร้ายจนบาดเจ็บ ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง]
[ฉันอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ไม่เห็นนะ ส่วนสัตว์เล็ก ๆ อื่น ๆ เห็นตั้งหลายตัว]
[ไม่มีใครเห็นเลยจริง ๆ เหรอ? แล้วทำยังไงดีล่ะ ฉันกังวลนิดหน่อย]
[คิดว่าพอปลูกต้นไม้เสร็จแล้ว หมาป่าก็จะไม่เป็นอะไร ดูเหมือนตอนนี้ยังไม่สามารถวางใจได้]
…
ทุกคนต่างรู้สึกกังวลเกี่ยวกับหมาป่า
ช่วงเวลาแห่งความกังวลไม่ได้ยาวนาน วันถัดมา มีรูปภาพหนึ่งรูปที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนอินเทอร์เน็ต
ในภาพถ่าย นั่นคือยามเช้าในป่า บนภูเขาเงียบสงัดไร้เสียงใด ๆ ทุกอย่างดูสงบและบริสุทธิ์
ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้น มีหมอกปกคลุมระหว่างป่า
ท่ามกลางความพร่ามัวนี้ มีร่างสีดำร่างหนึ่งปรากฏขึ้น
ดวงตาสีทอง แม้จะมองผ่านหมอก ก็ยังเปล่งประกายราวกับทองคำ
นั่นคือวิญญาณผู้พิทักษ์
กรมป่าไม้ท้องถิ่นเป็นคนแรกที่เผยแพร่ภาพถ่ายนี้ เมื่อช่วงเช้าที่พนักงานลาดตระเวนไปตรวจสอบบนภูเขา ก็ได้ถ่ายภาพนี้ในป่า
ทันทีที่ภาพถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้รับความสนใจอย่างมากในทันที
[ดวงตานี่! มันเป็นวิญญาณผู้พิทักษ์แน่นอน!]
[ดีมาก ถ้าวิญญาณผู้พิทักษ์ปรากฏตัว นั่นหมายความว่ามันปลอดภัยแล้ว!]
[ฮือ ๆ ๆ ยอดเยี่ยมมาก รู้สึกว่าทุกอย่างที่ทำมาคุ้มค่าจริง ๆ]
[ฟู่ว เยี่ยมาก สุดท้ายก็โล่งใจได้สักที]
…
ข่าวดีเกี่ยวกับความปลอดภัยของหมาป่าแพร่กระจายไปทั่วทุกมุมของอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว
ทุกคนที่ได้ยินข่าว ต่างก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
[ตอนนี้ดีแล้ว หมาป่าไม่เป็นอะไร สามารถปกป้องป่าต่อไปได้]
[ฉันรู้ว่าทุกคนตื่นเต้นและสงสัยเกี่ยวกับวิญญาณผู้พิทักษ์ แต่ถึงแม้จะสงสัย ก็อย่าเพิ่งวิ่งขึ้นไปบนเขานะ ปล่อยให้สัตว์ต่าง ๆ อยู่อย่างสงบในป่า อย่าไปรบกวนพวกมัน]
[ใช่ ๆ นอกจากนี้ในป่ายังอันตรายด้วย วิญญาณผู้พิทักษ์ก็ไม่ได้เก่งกาจไปทุกอย่าง อาจจะช่วยคุณไม่ได้]
[ใช่ ถ้าบังเอิญเจอคนบ้าแบบขงชิวอีกจะทำยังไง? ทุกคนอย่าไปเด็ดขาดนะ]
…
เมื่อพูดถึงขงชิว ก็เห็นได้ชัดว่าได้ผลมาก
ทำให้บางคนที่กำลังรอโอกาสอยู่ ได้ล้มเลิกความคิดนั้นไปเสียด้วย
[แต่ว่า ตั้งแต่ขงชิวถูกจับ ก็ไม่มีข่าวคราวอีกเลย ไม่รู้ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง]
[ที่จริงขงชิวเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงสามารถควบคุมดอกฮิกันบานะสีแดงได้ล่ะ ดูเก่งมากเลย]
[ใช่ ดอกฮิกันบานะสีแดงของเขามาจากไหนกันแน่ มันไม่ใช่ของจากปรโลกหรือ คิดแล้วก็รู้สึกว่ามันวิเศษมากจริง ๆ]
[เทียบกับเหยียนซางคนนั้นได้มั้ย? รู้สึกว่าก็ยังโอเคอยู่นะ]
[ฉันเองก็เริ่มชินแล้วละ ตั้งแต่หนิงหนิงไปออกรายการพวกเราโตแล้ว ตอนนี้ฉันมองอะไรก็รู้สึกใจเย็นไปหมด]
[ใช่ การสืบสวนคดีไม่ใช่เรื่องที่จะเสร็จในชั่วข้ามคืน ให้เวลาพวกเขาอีกหน่อยเถอะ!]
[ช่วงหลายวันนี้หน่วยสืบสวนพิเศษก็อยู่บนเขา คอยปกป้องความปลอดภัยของทุกคน พวกเขายุ่งมาตลอด รอดูอีกสักหน่อยเถอะ]
[แต่ครั้งนี้หน่วยสืบสวนพิเศษทำคะแนนได้เยี่ยมจริง ๆ]
[ใช่ ๆ ๆ ตอนนี้พอนึกถึงน้องชายคนนั้นที่ใส่หน้ากากแล้วใช้มือเดียวจัดการขงชิวได้ ฉันก็ยังอยากจะกรี๊ดออกมาอีกสักรอบ เขาเท่มากจริง ๆ!]
[ตอนที่ฉันเจอผี ฉันอยากจะโทรหาหน่วยสืบสวนพิเศษจัง ถ้าโชคดี หนุ่มน้อยคนนั้นอาจจะมาตรวจที่เกิดเหตุก็ได้นะ]
[โอ้ แบบนั้นก็ไม่จำเป็นหรอก ชีวิตของเธอสำคัญกว่านะเพื่อน]
[ฮ่า ๆ ๆ ล้อเล่นน่า แต่เขาหล่อมากจริง ๆ ลืมไม่ลงเลย ลืมไม่ได้จริง ๆ!]
[ฉันประทับใจหน่วยสืบสวนพิเศษมากแค่ไหน ฉันก็ผิดหวังในสำนักเซียนมากเท่านั้น]
[จ้าวฉี่หมิงเกือบจะกำจัดวิญญาณผู้พิทักษ์ไปแล้ว โอ้พระเจ้า ไม่กล้าคิดเลยว่าถ้าหนิงหนิงไม่อยู่ที่นั่น จะเกิดอะไรขึ้น]
[จริง ๆ แล้วโชคดีมากเลยที่ตอนนี้หมาป่าไม่เป็นอะไร]
[ฉันรู้สึกว่าตระกูลจ้าวกับตระกูลจี๋ก็เหมือนกันนะ ต่างก็เป็นพวกที่มองไม่เห็นคนอื่นในสายตา ให้ความรู้สึกหยิ่งผยองมาก]
[พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ตระกูลจ้าวกับตระกูลจี๋เมื่อก่อนมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกันค่อนข้างใกล้ชิดนะ รู้สึกว่าตระกูลจ้าวก็ไม่ใช่พวกที่ดีอะไรเหมือนกัน]
…
เมื่อเรื่องสำคัญได้รับการแก้ไขแล้ว ชาวเน็ตก็นึกถึงเรื่องอื่น ๆ อีก
แรกเริ่มเขาโจมตีขงชิวไปรอบหนึ่ง จากนั้นก็เป็นเรื่องที่แทบจะทำร้ายจ้าวฉี่หมิง
คราวนี้ ไม่ว่าตระกูลจ้าวจะปล่อยกองทัพน้ำมากี่คนก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ข้อเท็จจริงที่อยู่ตรงหน้านี้ ทุกคนต่างเห็นแล้ว
บนอินเทอร์เน็ตจึงเต็มไปด้วยคำด่า
ชาวเน็ตต่างก็ผิดหวังกับตระกูลจ้าวมากเช่นกัน
…
จ้าวฉี่หมิงมองความเกลียดชังออนไลน์ที่พุ่งเข้าใส่ด้วยความโกรธ จนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ
ตั้งแต่เด็กจนโต เขาก็ถือว่าเป็นหนึ่งในคนที่มีความสามารถโดดเด่นในสำนักเซียนมาตลอด จะเคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ได้อย่างไร