แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 503 ผู้หญิงที่มีความทะเยอทะยานนั้นมีเสน่ห์มากกว่า
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 503 ผู้หญิงที่มีความทะเยอทะยานนั้นมีเสน่ห์มากกว่า
หนิงหนิง “ไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะ แค่อยากดูว่ามันแข็งแกร่งแค่ไหนกันแน่”
โจวเฉิงซื่อมองเธอด้วยสายตาจริงจัง เขายังคงไม่เชื่อคำพูดของเธอ
หนิงหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วพูดว่า “ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมมนุษย์ต้องหวาดกลัว หวาดกลัวพลังที่มากเกินกว่าจะควบคุมได้ แต่ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องเลือกที่จะหลบหนีหรือละทิ้งพลังนั้น”
โจวเฉิงซื่อจ้องเธอตรง ๆ “คุณมีจุดประสงค์อะไรกันแน่?”
หนิงหนิงทำหน้าไร้เดียงสา “จุดประสงค์? มีจุดประสงค์อะไรหรือคะ? ฉันแค่คิดว่าถ้าเรามีพลังที่น่ากลัวขนาดนั้นได้ แต่กลับกลัวว่าจะถูกกลืนกิน สูญเสียสติสัมปชัญญะ จนต้องพันธนาการตัวเองไว้ อย่างนี้ไม่อึดอัดแย่หรือคะ?”
โจวเฉิงซื่อหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้น เขามองที่หนิงหนิงและพูดอย่างจริงจังว่า “คุณไม่เข้าใจหรอก นี่เป็นพลังของปีศาจร้าย”
พลังไม่มีขีดจำกัด มันจะเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะอารมณ์ของมนุษย์ก็ไม่มีขีดจำกัดเช่นกัน เหมือนกับห้วงเหวที่ไม่มีวันเห็นก้นบึ้ง
หนิงหนิง “คุณไม่ใช่ฉัน แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่เข้าใจ”
เธอเข้าใจดี ถึงได้รู้สึกว่าพลังนี้ ถ้าไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ มันน่าเสียดายจริง ๆ
โจวเฉิงซื่อ “ดังนั้น คุณจะไม่หยุดใช่ไหม?”
หนิงหนิง “สัญญาได้มีผลแล้ว เว้นแต่ฉันจะตาย”
เมื่อเห็นใบหน้าไร้เดียงสาและงุนงงของเธอ โจวเฉิงซื่อก็ได้แต่รู้สึกปวดหัวเท่านั้น
หนิงหนิงไม่เคยผ่านโศกนาฏกรรมในอดีต เธอจึงไม่รู้เลยว่าปีศาจนั้นน่ากลัวแค่ไหน
เป็นจริงดังคำกล่าวที่ว่า คนที่ไม่รู้ย่อมไร้ความกลัว
“คุณกำลังทำอะไรอยู่?” เขามองหนิงหนิงที่กำลังค้นหาอะไรบางอย่างตามตัว
หนิงหนิงค้น ๆ อยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากที่ไหนสักแห่ง ยัดใส่อ้อมอกโจวเฉิงซื่อ
“ถ้าเปลี่ยนใจแล้ว ก็ลงนามมันซะ”
เธอโบกมือแล้วหมุนตัวจะเดินจากไป แต่นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันกลับมาอีก “ประทับลายนิ้วมือก็ได้”
โจวเฉิงซื่อ “…?”
เขาพลิกเอกสารขึ้นมาดู
‘สัญญาว่าด้วยการเป็นสัตว์รับใช้ของหนิงหนิง’
โจวเฉิงซื่อ “…”
ในชั่วขณะหนึ่ง เขาไม่รู้จะตำหนิอย่างไรดี
‘ไม่ใช่สิ จะให้เขาทำอะไรกัน’
‘เขาเป็นคนนะ คนจะเป็นสัตว์รับใช้ได้ด้วยหรือ?’
โจวเฉิงซื่อถือสัญญาพลางเหม่อลอย คิดถึงคำพูดของหญิงสาว ‘นายต้องรู้ว่า ความมืดสามารถโอบอุ้มทุกสิ่ง ลองพิจารณาดูนะ’
หนิงหนิงจากไปแล้ว ปีศาจถึงกล้าปรากฏตัวออกมา
‘ฮึ เด็กน้อย ช่างไม่รู้จักประมาณตัวเลย!’
‘นายกำลังเหม่ออะไรอยู่? นายคงไม่ได้คิดจริง ๆ ใช่ไหมว่าเธอจะสามารถช่วยนายได้?’
เขาเริ่มพูดจาประชดประชันอีกแล้ว
โจวเฉิงซื่อพับสัญญาเก็บใส่กระเป๋า
หนิงหนิงเพิ่งก้าวเข้าสู่วิลล่า ก็เห็นสัมภาระต่าง ๆ ที่วางอยู่ในห้องนั่งเล่น
ในนั้น อาหารเสริมที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์หลากหลายรูปแบบครอบครองพื้นที่ครึ่งหนึ่งของห้องนั่งเล่น
บอดีการ์ดที่สวมชุดสูทกำลังขนของขึ้นไปชั้นบน
จากสภาพการณ์นี้ หนิงหนิงรู้สึกเหมือนกำลังเห็นกษัตริย์ในอดีตที่กำลังออกจากวัง
หนิงหนิงกลับขึ้นไปชั้นบน หลังจากได้ฟังสิ่งที่วาเซียบอก เธอจึงรู้ว่าเจียงเจินออกจากโรงพยาบาลและกลับมาแล้ววันนี้
ส่วนคนอื่น ๆ ก็กลับมากันหมดแล้วเหมือนกัน
เมื่อทุกคนกลับมาครบแล้ว หนิงหนิงคิดในใจว่า น่าจะกลับมาถ่ายทอดสดได้เร็ว ๆ นี้แล้วสินะ
แต่ก็มีเรื่องที่ลู่จีอันบอกว่าอยากชวนเธอไปกินข้าว แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไร
ขณะที่กำลังคิดเรื่องนี้อยู่ ผลปรากฏว่าอีกสามวันต่อมา ทางทีมงานรายการก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร ไม่มีการแจ้งข่าวคราวใด ๆ เลย
หนิงหนิงและหนิงเหนียนทั้งสองคน ทานอาหารด้วยกันทุกวัน
หนิงเหนียนเซ็นสัญญากับบริษัทใหม่ มีงานพรีเซ็นเตอร์ค่อนข้างเยอะ พอกินเสร็จเขาก็ออกไปรีบไปทำงานทันที
ส่วนหนิงหนิงก็อยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่
ไม่ว่าจะมีผู้ชมหรือไม่ หนิงหนิงก็ยังทำสิ่งเดิม ๆ
อ่านหนังสือและปลูกดอกไม้
แต่ว่า ยังคงมีความแตกต่างอยู่บ้าง
นั่นก็คือ มันเงียบเกินไป ทั้งวิลล่าหลังนี้มันเงียบเกินไปมาก
ถ้าจะบอกว่ามีแค่เธอคนเดียว ความเงียบก็คงไม่แปลก
แต่ชั้นบนยังมีเจียงเจินและเจียงฉือซิง ส่วนชั้นที่อยู่ถัดไปอีกก็ยังมีจี๋เสี่ยวเสี่ยวและจี๋ซาง
และเจียงเจินและจี๋ซางก็อยู่วิลล่าในวันนี้
แต่พวกเขาทั้งสองกลับไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เลย
แบบนี้เหมือนจะไม่ปกติ
ก่อนหน้านี้เวลาเจียงเจินอยู่ในบ้านหลังใหญ่ เธอไม่ได้เป็นแบบนี้เลย
ผู้หญิงคนนั้นมักไม่ชอบอยู่ชั้นบนด้วย เธอจะวิ่งลงมาที่ห้องนั่งเล่นเป็นระยะ ๆ
หนิงหนิงมักได้ยินเธอคุยโทรศัพท์กับคนของตระกูลเจียงและคุยกับเพื่อน ๆ คนอื่น
หัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข
เสียงดังมาก หนิงหนิงอยู่ชั้นบนรู้สึกรำคาญเพราะเสียงนั้น
และยังมีจี๋ซางด้วย ทุกครั้งที่เขาอยู่ที่วิลล่า เขามักจะคุยกับพี่น้องตระกูลเจียงที่ชั้นล่าง ดูเหมือนว่าเขากับเจียงเจินจะมีหัวข้อสนทนาร่วมกันเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เลย
ส่วนเจียงฉือซิงและจี๋เสี่ยวเสี่ยวทั้งสองคนออกไปตั้งแต่ฟ้าสางและกลับมาเมื่อฟ้ามืดเท่านั้น
เหมือนกับหนิงเหนียน
‘เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?’
ทว่าหนิงหนิงก็แค่นึกถึงเรื่องนี้เป็นครั้งคราวเท่านั้น แล้วก็รีบโยนเรื่องนี้ออกจากหัวไปอย่างรวดเร็ว
เธอไม่สนใจอยู่แล้ว
เงียบแบบนี้ก็ดี จะได้ไม่ต้องถูกรบกวน
ตอนกินข้าวเย็น เว่ยฉือก็อยู่ด้วยพอดี เธอจึงถามขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจว่า “ทำไมถึงไม่ได้ไถ่ายทอดสดต่อล่ะ?”
เธอคิดว่า ถ้าไม่ได้ไลฟ์ แสดงว่ารายการอาจจะมีปัญหาหรือเปล่า
‘แล้วถ้ามีปัญหา เงินของเธอจะได้รับตามปกติหรือเปล่า?’
เว่ยฉือได้ยินคำพูดของเธอแล้ว จึงพูดอย่างคลุมเครือว่า “ยังเตรียมตัวไม่พร้อมน่ะ รอสักพักก่อนนะ”
แต่ในใจกลับมีความคิดอีกอย่างหนึ่ง ‘ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากถ่ายทดสดต่อ แต่เขาไม่กล้าต่างหาก’
เนื่องจากทางตระกูลเจียงสั่งห้ามเอาไว้
ถึงอย่างไร ตอนนี้ถ้ามีการถ่ายทอดสด
ไม่ต้องเดาเลย แค่เปิดห้องมา เจียงเจินก็จะต้องถูกด่ายับจนเละเทะแน่นอน
แน่นอนว่าตระกูลเจียงไม่อยากให้เจียงเจินถูกด่า
ก่อนหน้านี้ชาวเน็ตต่างห่วงใยหมาป่า จึงไม่มีเวลามาสนใจทางเจียงเจิน
แต่ตอนนี้หมาป่าไม่มีปัญหาแล้ว ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าต้องมาชำระบัญชีกัน
สำนักเซียนก็ด่าไปแล้ว ทีนี้ก็ถึงคิวแขกรับเชิญกันบ้าง
ซึ่งเจียงเจินก็ตกเป็นเป้าหมายแรกและถูกด่าอย่างหนัก
ในช่วงไม่กี่วันมานี้ การถูกด่าของเธอติดอยู่ในเทรนด์ยอดนิยมอย่างต่อเนื่อง กระแสก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย
คราวนี้เรื่องของเจียงเจินร้ายแรงมาก ภาพลักษณ์พระอาทิตย์น้อยที่สร้างมาตลอดพังทลายไปหมดแล้ว
เธอไม่ใช่พระอาทิตย์น้อยอะไรเลย ไม่ลังเลที่จะให้เหลียงชิงฮวนตาย ยิ่งเผยให้เห็นถึงธาตุแท้ที่เย็นชาไร้ความปรานีของเธอ
ชาวเน็ตที่ถูกการตลาดของเธอหลอกมานานขนาดนี้ จะปล่อยเธอไปได้อย่างไร?
นั่นไม่ใช่ว่าด่าให้แรงแค่ไหนก็ได้
คราวนี้ การควบคุมคอมเมนต์ไม่ได้ผลแล้ว แฟนคลับก็เถียงสู้คนทั่วไปไม่ได้
นับว่าสร้างความโกรธเคืองให้คนจำนวนมากจริง ๆ
จี๋เสี่ยวเสี่ยวก็โดนด่าไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีเจียงเจินยืนอยู่ด้านหน้า คนที่จะด่าเธอจึงลดลง
เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้ ตอนนี้เจียงเจินถูกด่าต่อเนื่องมาเกือบหนึ่งสัปดาห์เต็ม
ภายใต้กระแสการถูกด่าที่ดูเหมือนจะดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ได้มีคนที่ไม่คาดคิดคนหนึ่งโพสต์ในบล็อกขึ้นมา
คืนธรรมดา ๆ คืนหนึ่ง ขณะที่นกฮูกกลางคืนหลายคนยังไม่เข้านอน
หลายคนเริ่มชินกับการที่พวกเขาโจมตีเจียงเจินด้วยคำพูดไม่กี่ประโยคทุกวัน
และในช่วงเวลานั้นเอง โทรศัพท์มือถือของพวกเขาแสดงการแจ้งเตือนพิเศษขึ้นมา
[คุณได้รับการแจ้งเตือนว่า ฟู่เซี่ยนหลี่โพสต์แล้ว]
‘ฟู่เซี่ยนหลี่?’
พวกเขายังคิดไม่ทันว่าฟู่เซี่ยนหลี่คือใคร
หลังจากที่ฟู่เซี่ยนหลี่ไปพัฒนาธุรกิจที่บริษัทในต่างประเทศเมื่อครึ่งปีที่แล้ว เขาก็แทบไม่ปรากฏตัวในข่าวในประเทศอีกเลย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาจะไม่ปรากฏตัว แต่ในวงการนี้ก็ยังมีตำนานของเขาอยู่
ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อพูดถึงเจ้าสัวที่มีการศึกษาสูง หน้าตาดี และร่ำรวย เมื่อมองไปทั่วประเทศ ก็ดูเหมือนจะมีแค่คนนี้เท่านั้น
บัญชีไมโครบล็อกของฟู่เซี่ยนหลี่ ตามปกติแล้ว นอกจากการแนะนำตัวครั้งแรกตอนลงทะเบียน ก็ไม่เคยมีโพสต์อื่นใดอีกเลย
หน้าแรกว่างเปล่า
ชาวเน็ตที่เข้ามาดูอย่างร้อนรน พบว่าหน้าหลักของเขามีเนื้อหาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งรายการ
[@ฟู่เซี่ยนหลี่v : @เจียงเจิน ผมเคยบอกแล้วนี่ เมื่อเทียบกับสาวหวานใสไร้เดียงสา ผู้หญิงที่มีความทะเยอทะยานจะมีเสน่ห์กว่า]
[เฮ้ย!!! สามี คุณจำรหัสผ่านเวยป๋อได้แล้วสินะ!]
[อย่าเรียกสามีเลย คุณดูว่าเขาโพสต์อะไรก่อนสิ]
[โอ้พระเจ้า???]
[เดี๋ยวนะ ฟู่เซี่ยนหลี่นี่กำลังพูดกับเจียงเจินเหรอ?]
[แม่เจ้าโว้ย!]
ไม่ถึงสิบนาที คำค้นหาที่เกี่ยวกับฟู่เซี่ยนหลี่และเจียงเจินก็ขึ้นไปครองตำแหน่งอันดับหนึ่งของเทรนด์ยอดนิยมในเวยป๋อ