แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 504 คู่จิ้นที่กลายเป็นคู่จริง
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 504 คู่จิ้นที่กลายเป็นคู่จริง
ตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว แต่เทรนด์ยอดนิยมนี้ยังคงครองอันดับต่อเนื่องไปจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น
ช่วงกลางวัน มีคนเห็นมากขึ้น
[เกิดอะไรขึ้น ฟู่เซี่ยนหลี่กำลังพูดปกป้องเจียงเจินจริง ๆ เหรอ?]
[พวกเขาสองคนนี่ไม่ใช่แค่คนที่แฟน ๆ ชอบจับคู่กันหรือไง? มีอะไรกันจริง ๆ เหรอ?]
[เฮ้ย? ฟู่เซี่ยนหลี่หมายความว่ายังไงกันแน่?]
[ความหมายของเขาคือว่า เขารู้นิสัยของเจียงเจินตั้งแต่แรกแล้ว และรู้ด้วยว่าสาวใสซื่อเป็นภาพลักษณ์ของเจียงเจินแล้วเขายังเคยแนะนำเจียงเจินไม่ให้สร้างภาพลักษณ์สาวใสซื่ออีกด้วยเหรอ?]
[ใช่ ๆ ๆ ก็แบบนั้นแหละ!]
[ความเห็นของฉันตรงกับฟู่เซี่ยนหลี่ ภาพลักษณ์ผู้หญิงร้ายมันน่าดึงดูดกว่าตั้งเยอะ]
[จะเรียกว่าภาพลักษณ์ได้ยังไง เจินเจินของพวกเราเป็นผู้หญิงร้ายที่มีความทะเยอทะยานจริง ๆ นะ!]
[ฉันไม่เข้าใจคนบางคนเลย ภาพลักษณ์มันไม่ใช่เรื่องของเจินเจินคนเดียว บางทีถ้ามันเป็นข้อกำหนดจากบริษัทล่ะ ตอนเธอเพิ่งเข้าวงการ ก็แค่ดาราเล็ก ๆ คนนึง จะมีสิทธิ์มีเสียงอะไร]
[แต่ก่อนดาราทุกคนก็มีภาพลักษณ์แบบนี้ ช่วยไม่ได้ ก็เพราะคนดูชอบพวกพระอาทิตย์น้อย ๆ ภาพลักษณ์ที่สดใสและมีความคิดในแง่บวก ดาราเป็นคนที่ไม่สามารถมีความเห็นแก่ตัวได้เลย]
[ดีที่ช่วงหลังมานี้ นางร้ายใจร้ายได้ตื่นขึ้นมาแล้ว ตอนนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ทุกคนก็ชอบผู้หญิงที่มีเล่ห์เหลี่ยมเหมือนกันทั้งนั้นแหละ]
[ขำเกือบตาย ที่จริงเจินเจินนี่มันก็แค่ภาพลักษณ์นะ มองออกได้ง่าย ๆ เลยนี่ ถึงยังไงวงการบันเทิงก็เป็นที่ที่กินคน กระต่ายน้อยตัวขาว ๆ อยู่ไม่รอดหรอก]
…
แฟนคลับของเจียงเจินโดนด่ามาหลายวันแล้ว ครั้งนี้ฟู่เซี่ยนหลี่ออกมาพูดเพื่อเจียงเจิน ในที่สุดก็ทำให้พวกเขาได้ระบายความอัดอั้นตันใจออกมาอย่างสาสม
[เอ่อ จริง ๆ แล้วพวกคุณแฟนคลับพูดได้ทุกอย่างเลยนะ]
[จะบอกว่า ก่อนหน้านี้ที่ชมว่าเจียงเจินสวยและจิตใจดีงามก็คือพวกแฟนคลับอย่างพวกคุณนี่แหละ]
[เดี๋ยวก่อน ขอถามหน่อยนะแฟนคลับของเจียงเจิน คุณจะอธิบายเรื่องที่เจียงเจินมีนิสัยแย่มากในที่ลับหลังยังไง]
[ใช่แล้ว ถึงเจียงเจินจะไม่ได้เป็นสาวใสซื่อไร้พิษภัย ไม่ว่านิสัยที่แท้จริงของเธอจะเป็นยังไงก็ตาม นั่นก็เป็นเรื่องของเธอเอง แต่ถ้าเอาอารมณ์ไปลงกับคนนอก นั่นก็ไม่ถูกต้องแล้ว]
[นั่นเป็นแค่คำพูดฝ่ายเดียวของเหลียงชิงฮวน ใครจะรู้ว่ามันจริงหรือเปล่า เหลียงชิงฮวนมีความสามารถพอจะเอาหลักฐานมายืนยันไหมล่ะ]
[ตลกแทบตาย สถานการณ์เกือบตายอยู่แล้ว เหลียงชิงฮวนปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับพี่สาวคุณไป แล้วจะได้ประโยชน์อะไรเหรอ?]
[เหลียงชิงฮวนก็อิจฉาเจินเจินของพวกเราอยู่แล้ว จิตใจเธอเต็มไปด้วยอคติ ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เธอพูดออกมานั้นเกินจริงขนาดไหน]
[ใช่ ๆ ฉันว่าเหลียงชิงฮวนแค่พูดมั่ว]
[ทำไมทุกคนถึงด่าเจินเจินกันล่ะ พวกคุณลืมอีกคนไปแล้วหรือไง]
[ใช่ มีคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะหายตัวไปตลอด เจินเจินและเหลียงชิงฮวนถึงที่สุดแล้วก็แค่คนแปลกหน้า การที่เจินเจินเลือกรอดเอาตัวเองไว้ก็ไม่มีอะไรที่จะตำหนิได้ แต่มีคนที่เลือกให้น้องชายแท้ ๆ ตายโดยไม่ลังเลเลยนะ]
[จิ๊ อย่ากลัว พูดชื่อของเธอออกมาดัง ๆ สิ จี๋เสี่ยวเสี่ยว]
[ตลกมาก เกือบลืมเธอไปแล้ว ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเจินเจิน คงสบายใจดีใช่ไหม]
[เจินเจินคอยรับคำด่าให้เธอไปมากแค่ไหนแล้ว เธอต่างหากที่ควรโดนด่าที่สุด]
[ใจร้ายมาก ถึงกับไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียวที่จะปล่อยให้น้องชายตัวเองตายไปทั้งแบบนั้น]
[อย่าไปโจมตีเจินเจินอีกเลย ปฏิกิริยาและการตัดสินใจของเจินเจินถือว่าเป็นเรื่องปกติ จี๋เสี่ยวเสี่ยวต่างหากที่เป็นคนผิดปกติ]
[ใช่แล้ว ถ้าจะด่าก็ควรด่าจี๋เสี่ยวเสี่ยว]
…
ทันใดนั้น พื้นที่ความคิดเห็นทั้งหมดก็เต็มไปด้วยคำด่าที่มุ่งไปยังจี๋เสี่ยวเสี่ยว
ความโกรธที่มุ่งเน้นไปที่เจียงเจิน เพราะโพสต์เดียวของฟู่เซี่ยนหลี่ ก็ได้ถูกเปลี่ยนไปยังจี๋เสี่ยวเสี่ยวทั้งหมด
เมื่อเห็นแนวโน้มที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แฟนคลับของเจียงเจินก็รู้สึกโล่งอก
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ
หลังจากที่เจียงเจินมีเรื่องเกิดขึ้น ไม่มีดาราคนไหนที่มีความสัมพันธ์ดีกับเธอในวงการออกมาพูดแทนเธอเลยสักคน
ไม่คิดว่าคนแรกที่ออกมา จะกลายเป็นฟู่เซี่ยนหลี่
และน้ำเสียงที่คุ้นเคยของฟู่เซี่ยนหลี่ก็ทำให้คนอดคิดมากไม่ได้
[เลิกพูดกันได้แล้ว ประเด็นสำคัญตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ระหว่างฟู่เซี่ยนหลี่กับเจียงเจินนี่!]
[ใช่! จะทำยังไงล่ะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าทั้งสองคนนั้นไม่มีความสัมพันธ์อะไรกันเลย]
[ตระกูลเจียงและตระกูลฟู่ก็นับว่าเป็นครอบครัวที่รู้จักกันมานานแล้วนะ ฟู่เซี่ยนหลี่พูดแทนเจียงเจินดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ]
[ปกติบ้าอะไร ไม่ใช่แค่ตระกูลเจียงเท่านั้นที่มีความสัมพันธ์กับตระกูลฟู่ คุณเคยเห็นฟู่เซี่ยนหลี่สนใจคุณหนูคนอื่น ๆ บ้างไหม?]
[ฉันนึกได้ว่าก่อนหน้านี้เจียงฉือซิงก็ชอบล้อเลียนเจียงเจินด้วยฟู่เซี่ยนหลี่ไม่ใช่เหรอ จะไม่ใช่อย่างนั้นหรือ?]
[น้องชายแท้ ๆ ยังรู้ไม่เท่าพวกเราคนนอกอีก]
[ว้าย! คู่จิ้นของฉันเป็นจริงแล้ว!]
[แม่เจ้า หวานมากเลย ในขณะที่ทุกคนหลีกหนีเธอ มองเธอเหมือนเป็นสัตว์ร้าย มีแค่เขาเท่านั้นที่ออกมาพูดแทนเธอ]
[ฉันรู้แล้วว่าคู่จิ้นของฉันมันเป็นจริง!]
[เดี๋ยวก่อน ฉันรู้สึกว่าฉันพบจุดบอดอะไรบางอย่าง ฟู่เซี่ยนหลี่ออกไปต่างประเทศเมื่อปีที่แล้ว ส่วนเจินเจินเพิ่งกลับมาที่ตระกูลเจียงเมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากเจินเจินกลับมาตระกูลเจีย งพวกเขาน่าจะยังไม่เคยเจอกันเลย แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาตอนนี้ดูไม่เหมือนเพิ่งรู้จักกันเลย]
[เฮ้ย? เจ๋งมาก ทำไมฉันไม่สังเกตเห็นล่ะ]
[พูดอย่างนี้ แสดงว่าฟู่เซี่ยนหลี่รู้จักเจินเจินก่อนที่เธอจะกลับไปที่ตระกูลเจียงเสียอีก!]
[นี่มันบทละครแนวไอดอลชัด ๆ เลยนี่หว่า เจ้าพ่อธุรกิจพบสาวน้อยดอกไม้ขาวบริสุทธิ์ แต่กลับพบว่าดอกไม้ขาวบริสุทธิ์นั้นแท้จริงเป็นดอกไม้กินคนในตัว เจ้าพ่อธุรกิจเริ่มสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ…]
[ตามการพัฒนาเรื่องแบบปกติ ต่อไปเจ้าพ่อธุรกิจก็จะหลงเข้าไปลึกเรื่อย ๆ!]
[ไม่ต้องให้นายพูดก็รู้แล้ว ดูสิว่าฟู่เซี่ยนหลี่ตอนนี้ปกป้องเธอขนาดไหน เขาตกหลุมรักแล้วละ]
[อ๊าาา ยิ่งเจาะลึกยิ่งน่าสนใจ!]
[ฮ่า ๆ ๆ อย่าพูดต่อเลย ถ้าพูดต่อไปอีกพวกสาว ๆ ที่ฝันอยากเป็นแฟนฟู่เซี่ยนหลี่จะโกรธจนตายกันพอดี]
[สมควรแล้ว ก่อนหน้านี้พวกเธอด่าเจินเจินไม่หยุด ตอนนี้มีความกล้าที่จะด่าอีกไหมล่ะ!]
[ฮ่า ๆ ๆ ถ้าด่าอีกคงเป็นฟู่เซี่ยนหลี่คนแรกที่แบนพวกเธอแน่]
[ทำไมไม่เห็นพวกสาว ๆ ที่ฝันอยากเป็นแฟนฟู่เซี่ยนหลี่เลยล่ะ พวกเธอคงพังใจไปเป็นแถบแล้วสินะ น่าขำจริง เจินเจินเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ของแท้ ไม่รู้ว่าพวกเธอหน้าหนาขนาดไหนถึงกล้าเอาตัวเองไปเปรียบกับเจินเจิน]
[ฉันไม่รู้ว่าพวกสาว ๆ ที่ฝันอยากเป็นแฟนจะพังใจหรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ หนิงหนิงต้องใจพังแน่นอน]
[เอ๊ะ? หมายความว่ายังไง มีข่าวซุบซิบเหรอ เล่ารายละเอียดหน่อย!]
[อ้าว อย่าพูดเป็นปริศนาสิ พูดให้ชัดเจนหน่อย!]
…
ภายในหนึ่งวัน ‘คู่จริง’ ก็โด่งดังไปทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วที่ไม่ทันให้ตั้งตัว
ประเด็นการพูดคุยของชาวเน็ตเกี่ยวกับเจียงเจินได้เปลี่ยนจากการพังทลายของภาพลักษณ์ กลายเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฟู่เซี่ยนหลี่
บนอินเทอร์เน็ตไม่สามารถหาข่าวด้านลบเกี่ยวกับเจียงเจินได้อีกต่อไป
ในทางกลับกัน การด่าทอต่อจี๋เสี่ยวเสี่ยวนั้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
…
ตอนเย็น หลังจากหนิงหนิงกินข้าวเสร็จ ขณะที่กำลังเตรียมตัวลงไปเดินเล่นที่ชั้นล่าง เธอก็บังเอิญเจอกับจี๋เสี่ยวเสี่ยวที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอก
นี่เป็นครั้งแรกในหลาย ๆ วันที่หนิงหนิงได้พบกับจี๋เสี่ยวเสี่ยวเร็วขนาดนี้
ปกติแล้วเธอจะกลับมาจากข้างนอกเกือบสี่ทุ่มแล้ว
โดยทั่วไปเมื่อจี๋เสี่ยวเสี่ยวเห็นหนิงหนิง ก็มักจะทักทายเธอก่อน
ทว่าตอนนี้เธอก้มหน้า เดินขึ้นบันไดทีละขั้น
หนิงหนิงยืนอยู่ในโถงบันไดมองเธอ ดูเธอค่อย ๆ เดินขึ้นไปทีละก้าว
การเคลื่อนไหวของเธอช้ามาก ท่าเดินดูแข็งทื่อไปบ้าง
แต่ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจ เมื่อเดินผ่านหนิงหนิงไป เธอก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ แค่เดินผ่านไปทั้งอย่างนั้นเลย