แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 505 ฟู่เซี่ยนหลี่กลับประเทศ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 505 ฟู่เซี่ยนหลี่กลับประเทศ
หนิงหนิงได้กลิ่นอย่างหนึ่งที่ไม่น่าพึงใจลอยมาจากตัวเธอ
ส่วนวาเซียก็เอามือปิดจมูก ร้องเมี้ยว ๆ
“นี่มันกลิ่นอะไร เหมือนไข่เน่าเลย ช่างเหม็นเหลือเกิน”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวสวมชุดกระโปรงสีเหลือง ที่หลังตรงบริเวณไหล่มีคราบดำอยู่จุดหนึ่ง
หนิงหนิงจ้องมองเงาด้านหลังของจี๋เสี่ยวเสี่ยว ท่าทางครุ่นคิดอยู่ในใจ
‘ไม่ได้ ดูเหมือนยังไม่ถึงเวลา’
‘รอต่อไปอีกนิด’
คืนนั้น ทางทีมงานรายการก็ลงมาแจ้งว่า พรุ่งนี้จะกลับมาถ่ายทอดสดตามปกติ
หนิงหนิงรู้สึกโล่งอกในที่สุด
ทำงานต่อไป เพื่อที่จะได้รับเงินต่อไป
เหมือนกับตอนถ่ายทอดสดครั้งก่อน เช้าวันที่สองเวลาแปดโมงเช้า ห้องถ่ายทอดสดเปิดตรงเวลา
ผู้ชมจำนวนมากที่รออยู่ในห้องถ่ายทอดสดก็ทะลักเข้าสู่ห้องถ่ายทอดสดต่าง ๆ ทันที
ห้องถ่ายทอดสดของหนิงหนิง แน่นอนว่ายังคงเป็นห้องที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่ง
[เย่! การถ่ายทอดสดกลับมาแล้ว!]
[อ๊าาาาา หนิงหนิง ไม่ได้เจอกันนานมากเลย!]
[ได้เห็นสาวสวยอีกแล้ว (ส่งจูบ.gif)]
[อีกครั้งกับหนังสือและดอกไม้ที่คุ้นเคย หลังจากผ่านช่วงเวลาตื่นเต้นมากมาย ฉันยังรู้สึกว่าการได้เห็นชีวิตประจำวันแบบนี้ทำให้สบายใจที่สุด]
[ใช่ ๆ ๆ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ขอให้มีชีวิตประจำวันแบบนี้มาก ๆ เถอะ ไม่งั้นหัวใจฉันจะทนไม่ไหวจริง ๆ]
[ฮ่า ๆ ๆ ได้อ่านหนังสือไปพร้อมกับหนิงหนิงอีกแล้ว]
[พูดถึง ทำไมถึงกลับมาถ่ายทอดสดช้าขนาดนี้ล่ะ ฉันรออยู่นานมากแล้ว]
[ทำไมล่ะ กลัวว่าถ้ากลับมาเร็วเกินไป จะมีคนโดนด่าหรือไง]
[ฉันยอมแพ้แล้วจริง ๆ คงยังมีคนไม่รู้สินะว่าในบรรดาผู้ลงทุนของรายการมีตระกูลเจียงอยู่ด้วย]
[จริงเหรอ ฉันไม่รู้นะ]
[ตอนนี้คุณก็รู้แล้วไง เมื่อวานชื่อเสียงของเจียงเจินเพิ่งจะดีขึ้น วันนี้เขาก็รีบเปิดถ่ายทอดสดทันที จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับตระกูลเจียงฉันก็ไม่เชื่อหรอก]
[ตอนนี้เจียงเจินเริ่มสร้างภาพลักษณ์เป็นผู้หญิงเจ้าเล่ห์แล้ว ต่อไปคงมีเรื่องกระทบกระทั่งกับหนิงหนิงอีกแน่]
[คุณเรียกนี่ว่าตัวละครผู้หญิงที่เจ้าเล่ห์เหรอ? เจินเจินของพวกเรามีนิสัยแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วล
[แฟนคลับอย่างพวกคุณนี่เก่งจริง ๆ ถึงกับยอมรับคำพูดแบบนี้ได้ง่าย ๆ ฉันรู้สึกชื่นชมจริง ๆ]
…
หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน เจียงเจินก็ปรากฏตัวอีกครั้ง
จากสีหน้าของเธอ ไม่มีทางมองเห็นเลยว่าเรื่องในโลกออนไลน์ส่งผลกระทบต่อเธอแค่ไหน
เธอสวมใส่ชุดเดรสสีแดงสดที่โดดเด่นสะดุดตา ทั้งตัวเธอแผ่รังสีความเฉียบคมออกมา
การแต่งหน้าของเธอก็เป็นสไตล์ที่แตกต่างจากภาพลักษณ์หวาน ๆ แบบดอกไม้ขาวโดยสิ้นเชิง มีการเขียนอายไลน์ที่ทำให้ดูเฉี่ยวคม ใครเห็นก็รู้ว่าไม่ใช่คนที่จะมาวอแวด้วยได้ง่าย ๆ
นี่เป็นความรู้สึกใหม่ที่แตกต่างจากสไตล์เรียบง่ายที่เธอเคยมีมาก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ทำให้ผู้ชมต่างตาโตด้วยความประหลาดใจ
[ว้าว นั่นเจินเจินเหรอ?]
[โอ้พระเจ้า ฉันแทบจำไม่ได้เลย]
[ภรรยาสวยมากเลย ผมถึงกับตาค้าง]
[ภรรยาอะไรของคุณกัน ระวังฟู่เซี่ยนหลี่จะต่อยคุณนะ!]
[ถูกต้องแล้ว กลับมาเป็นตัวของตัวเองนี่แหละ สวยที่สุด!]
[เจินเจิน : ในเมื่อพวกคุณรู้แล้ว ฉันก็ไม่ต้องแสร้งอีกต่อไป]
[ในละครโทรทัศน์ที่มีตัวละครกลายเป็นคนเลวต้องเขียนอายไลเนอร์ก็พอเข้าใจได้ แต่ทำไมในชีวิตจริง เวลากลายเป็นคนเลวก็ต้องเขียนอายไลเนอร์ด้วยล่ะ?]
[ชีวิตคือละคร และละครคือชีวิต]
[ใครไม่ชอบดูก็ไสหัวออกไป ไม่มีใครบังคับให้ดู]
[พวกเราชอบเจินเจินที่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้ ทำไมล่ะ โกรธจนแทบตายเลยสินะ โกรธจนแทบตายเลยละสิ!]
…
เจียงเจินสะพายกระเป๋าอยู่ในมือ ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะออกไปข้างนอก
เธอและหนิงหนิงบังเอิญเจอกันที่บันได
เจียงเจินเหลือบมองหนิงหนิงอย่างเย็นชา ไม่ได้ทักทายหนิงหนิง แต่เมินเฉยและเดินผ่านไป
ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะไม่แกล้งทำตัวเป็นมิตรอีกต่อไปแล้ว
[ฮ่า ๆ ๆ ถูกแล้ว แบบนี้แหละ ทำไมต้องทำหน้าดี ๆ ใส่หนิงหนิงด้วย]
[ในเมื่อหนิงหนิงไม่เคยแสดงสีหน้าดี ๆ กับเจินเจิน แต่เจินเจินยังคงยิ้มให้หนิงหนิงเสมอ ตอนนี้พวกเธอเท่ากันแล้ว]
[ฮ่า ๆ ๆ เจินเจินน่าจะทำอย่างนี้มานานแล้ว ทนยิ้มให้แก้มแข็งมานานขนาดนี้ เห็นหน้าตาเย็นชาของหนิงหนิงแล้วมันน่าหงุดหงิดจริง ๆ]
[ให้หนิงหนิงได้ลองรู้รสชาติของการโดนทำหน้าเย็นชาใส่บ้างแหละ ฮิฮิ]
[ขอชี้แจงหน่อยนะ นั่นไม่ใช่หน้าเย็นชาของหนิงหนิงหรอก เธอเป็นแบบนี้อยู่แล้ว เธอแค่ไม่สนใจอะไรเลยต่างหาก]
[นั่งจินตนาการอะไรของพวกคุณอยู่เนี่ย ดูสิ หนิงหนิงสนใจด้วยหรือเปล่า?ล
…
หนิงหนิงไม่ได้สนใจอยู่แล้ว เธอแค่มองดูเจียงเจินเพิ่มอีกหนึ่งครั้งเท่านั้น
ทั้งสองคนเดินสวนกันไป
ในห้องรับแขกที่เงียบโล่ง มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
เจียงเจินหยุดเดิน มองดูผู้ที่โทรมา แล้วก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
เธอหันกลับไปมองหนิงหนิง พบว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่บนบันไดชั้นสอง
เจียงเจินรับโทรศัพท์
“ฮัลโหล ฟู่เซี่ยนหลี่”
เสียงไม่ได้ดังหรือเบาจนเกินไป ทั้งห้องนั่งเล่นจึงได้ยินกันหมด
แน่นอนว่า ผู้ชมทั้งหลายก็ได้ยินด้วย
[เฮ้ย ๆ โทรศัพท์ของฟู่เซี่ยนหลี่เหรอ?]
[เพิ่งถ่ายทอดสดได้แค่ไม่กี่นาที คู่จิ้นของฉันก็จะแจกน้ำตาลแล้ว]
[มีคนโทรเข้ามาในรายการด้วย ฟู่เซี่ยนหลี่ตั้งใจใช่ไหม?]
[พวกคุณสองคนนี่ ตอนนี้ไม่แคร์สายตาใครแล้วสินะ]
…
แฟนคลับคู่จิ้นพวกนี้ต่างตื่นเต้นจนเกือบตายกันแล้ว
“ขอโทษนะ ฉันเพิ่งออกจากบ้าน คุณถึงสนามบินแล้วเหรอ?”
อีกฝ่ายพูดอะไรสักอย่างที่ไม่ทราบ เจียงเจินยิ้มบาง ๆ
“ไม่ต้องห่วง ฉันสัญญาแล้วว่าจะไปรับคุณ แน่นอนว่าฉันต้องไป รอสักครู่นะ คุณชายใหญ่”
เจียงเจินพูดน้ำเสียงจำยอม เธอหยอกล้อกับอีกฝ่าย ดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะสนิทกันมาก
หลังจากวางสาย เจียงเจินดูอารมณ์ดีมาก
พอเงยหน้าขึ้น เธอก็เห็นหนิงหนิงยืนอยู่ชั้นสอง กำลังจ้องมองเธออยู่
“ลาก่อน” เธอเริ่มพูดกับหนิงหนิงก่อน
หนิงหนิงกำลังคิดอยู่พอดีว่าชื่อฟู่เซี่ยนหลี่นี่ดูคุ้น ๆ หู แล้วก็เห็นเจียงเจินยิ้มให้เธออย่างมีความหมายลึกซึ้ง
หนิงหนิง “???”
เมื่อเห็นหนิงหนิงมองเธออย่างงง ๆ เจียงเจินก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นกว่าเดิม จึงหันตัวโบกมือลาแล้วเดินจากไป
ในขณะนี้คอมเมนต์กำลังระเบิดเหมือนหม้อต้ม
[สนามบิน? ไปรับ? หมายความว่ายังไง?]
[เจียงเจินจะไปรับอะไรกัน เว้นแต่ว่าฟู่เซี่ยนหลี่กำลังจะกลับประเทศ]
[ฟู่เซี่ยนหลี่กลับประเทศเหรอ จริงหรือเปล่า?]
[ใช่แล้ว ทำไมฝั่งสื่อถึงไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยล่ะ?]
ก่อนหน้านี้ที่ฟู่เซี่ยนหลี่จะออกนอกประเทศ สื่อต่าง ๆ พากันแข่งกันรายงานข่าว
ตระกูลฟู่นับว่าเป็นตระกูลผู้ดีที่ค่อนข้างโดดเด่น ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาสื่อมักจะรายงานข่าวกันหมด
ถ้าฟู่เซี่ยนหลี่กลับประเทศ จะเป็นไปได้อย่างไรที่สื่อพวกนั้นจะไม่รู้
[ถ้านี่เป็นเรื่องจริง แสดงว่าฟู่เซี่ยนหลี่ตั้งใจปิดบังสื่อเหรอ?]
[ฟู่เซี่ยนหลี่ นายแอบกลับประเทศแล้วบอกแค่ภรรยาใช่ไหม?]
[แน่นอนสิ ถ้าภรรยามารับก็ไม่ต้องการให้คนอื่นมารับหรอก]
[น่าหงุดหงิด ทำไมทีมรายการไม่ถ่ายตรงนี้ล่ะ เจินเจินไปทำอะไรกันแน่ ฉันอยากดู]
[ฟู่เซี่ยนหลี่กลับมาจริง ๆ รึเปล่านะ ยังไม่กล้าเชื่อเลย กลัวจะผิดหวัง]
[ถ้าเป็นเรื่องจริง มันหวานมากเลยนะ]
…
ชาวแฟนคลับคู่จิ้นพวกนั้นใจร้อนมาก
บางทีอาจเป็นเพราะสวรรค์รับรู้ถึงความร้อนรนในใจของพวกเขา
หนึ่งชั่วโมงต่อมา จึงมีรูปถ่ายรูปหนึ่งปรากฏขึ้นบนอินเทอร์เน็ตและแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
ในภาพนั้น หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงกำลังเอนตัวพิงรถอย่างเกียจคร้าน สวมแว่นกันแดด ยิ้มมองชายที่กำลังเดินมาหาเธอ
ชายคนนั้นสวมชุดสูทสีดำ รูปร่างสูงโปร่ง บุคลิกสง่างาม ดูแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา
เจียงเจินในชุดแต่งกายแบบนี้ ผู้ชมทุกคนต่างเคยเห็นมาแล้ว
แม้ว่าเธอจะสวมแว่นตา แต่ผู้ชมจำนวนมากก็จำเธอได้ทันที
และผู้ชายที่เธอกำลังรอนั่น ไม่ใช่ฟู่เซี่ยนหลี่ที่ไม่ได้ปรากฏตัวในประเทศมาเป็นเวลาหนึ่งปีหรอกหรือ!
[เฮ้ย! ฟู่เซี่ยนหลี่กลับประเทศจริง ๆ ด้วย!]