แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 52 ทารุณกรรมงั้นเหรอ?
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 52 ทารุณกรรมงั้นเหรอ?
บทที่ 52 ทารุณกรรมงั้นเหรอ?
[หนิงหนิง : นายจะกลับมาเมื่อไหร่?]
[หนิงเหนียน : อีกครึ่งชั่วโมงเลิกแล้วเดี๋ยวจะไปซื้อของทำกับข้าว น่าจะประมาณหนึ่งชั่วโมง]
[หนิงหนิง : (กระต่ายน้อยพยักหน้า.gif)]
หนิงเหนียนยิ้มเมื่อเห็นสติกเกอร์รูปกระต่าย รูปโปรไฟล์ของหนิงหนิงก็เป็นรูปการ์ตูนกระต่ายสีขาวเหมือนกัน
ฉีอันโน้มตัวเข้ามาใกล้อีกครั้ง “ดูมีความสุขจังเลยนะ?”
หนิงเหนียนผลักเขาออกไป
ฉีอันแค่นเสียงหึในลำคอแล้วเดินจากไป
นายคงจะมีความสุขดีสินะ ฉันจะไปสั่งอาหารเดลิเวอรี่มากินละ
เขาดูห้องไลฟ์ของหนิงหนิงมาตลอดทั้งช่วงเช้า จนแทบจะหิวตาย
วันนี้หนิงหนิงไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ
จริง ๆ แล้วหนิงหนิงไม่จำเป็นต้องนอนหลับ เว้นแต่เธอจะใช้พลังงานจนหมดถึงจะต้องนอน
ที่เธอเลือกนอนตอนกลางวันก็เพราะแค่รู้สึกรำคาญแสงแดดเท่านั้น
แต่ตอนนี้มีมื้อเที่ยงให้กิน มีความคาดหวัง แม้แต่แสงแดดที่น่ารำคาญเธอก็ทนได้
หนิงหนิงแทบไม่เคยมีความคาดหวังอะไรเลย
โดยปกติแล้ว เธอมักจะเป็นฝ่ายที่คอยมอบความคาดหวังให้กับคนอื่นมากกว่า
ยูริหวังว่าเธอจะแก้แค้นแทนเขา หวังว่าเธอจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
ผู้คนที่สิ้นหวังยอมมอบวิญญาณของตัวเอง เพื่อหวังให้เธอช่วยทำให้ความปรารถนาของพวกเขาเป็นจริง
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนอื่นมอบความหวังให้เธอ ความรู้สึกแบบนี้มันช่างแปลกใหม่
หนิงหนิงยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่ แต่เธอรู้สึกว่ามันก็ไม่เลวเลย
ใกล้ถึงเวลาที่หนิงเหนียนจะกลับมาแล้ว หนิงหนิงจึงออกไปรอที่บันได
หนิงเหนียนกลับมาแล้ว ในมือถือถุงพลาสติกหลายใบที่มีผักอยู่ข้างใน เขายังซื้ออาหารเย็นมาอีกด้วย
“นายกลับมาแล้ว” เสียงของเด็กสาวใสกังวานไพเราะ
หนิงเหนียนที่กำลังก้มหน้าดูโทรศัพท์มือถืออยู่ก็เงยหน้าขึ้นทันที
หนิงหนิงยืนเงียบ ๆ อยู่ที่บันได จ้องมองตรงมาที่เขา
ดวงตาคู่นั้นที่เหมือนดอกท้อ ค่อย ๆ ซ้อนทับกับความทรงจำของอีกคนหนึ่ง
หนิงเหนียนพยักหน้า “กลับมาแล้ว”
หนิงหนิงมองถุงในมือของเขาอย่างสงสัย
หนิงเหนียนพูดว่า “รอสักครู่นะ ฉันจะไปทำอาหารให้”
หนิงหนิงพยักหน้า “ได้เลย”
เธอไปนั่งรอที่โซฟา
หนิงเหนียนผูกผ้ากันเปื้อน ล้างผัก หั่นผักและจุดไฟ
วาเซียวิ่งเข้ามาในครัว นั่งอยู่ข้าง ๆ มองหนิงเหนียนที่กำลังทำอาหาร
หนิงเหนียนรู้สึกเกร็งเมื่อถูกมันจ้องมอง
สี่สิบนาทีต่อมา หนิงเหนียนก็ยกอาหารขึ้นโต๊ะ กลิ่นหอมลอยอบอวลไปทั่วห้องนั่งเล่น
ไม่ต้องเรียก หนิงหนิงก็เดินมาเอง
เห็นหนิงเหนียนกำลังตักข้าวอยู่
“ฉันทำเองดีกว่า”
วันนี้เธอเข้าเน็ตดูคลิปวิดีโอ และได้เห็นคอมเมนต์ด่าเธอด้วย
พวกเขาบอกว่าเธอทำตัวเหมือนเจ้าหญิง แค่กินข้าวยังต้องให้หนิงเหนียนคอยรับใช้
หนิงหนิงรู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาพูดมาทั้งถูกและไม่ถูก ตอนนี้เธอไม่ใช่เจ้าหญิงอีกต่อไป ที่นี่คือสังคมสมัยใหม่หนิงเหนียนก็ไม่จำเป็นต้องคอยรับใช้เธอ
เพียงแต่ว่าความเข้าใจที่พวกเขามีต่อเจ้าหญิงดูเหมือนจะไม่รอบด้านเท่าไหร่ ตอนที่เธอเป็นเจ้าหญิงก็ไม่เคยมีใครคอยรับใช้เธอ
หนิงเหนียนกันหนิงหนิงไว้ “ไม่ต้องหรอก เธอไปนั่งดี ๆ เถอะ”
หนิงหนิงสวยมาก เสื้อผ้าที่ใส่ก็สวยมากเหมือนกับเจ้าหญิง
เจ้าหญิงไม่จำเป็นต้องทำอะไร เขาจะทำให้เธอเอง
หนิงเหนียนจัดชามและตะเกียบสามชุด แล้วตักอาหารให้วาเซียแยกต่างหาก
หนิงหนิงรีบลองชิมทันที
เนื้อในเมนูเนื้อต้มพริกเสฉวนนั้นนุ่มลื่น ทั้งเผ็ดและหอมอร่อย
กุ้งผัดน้ำมันนั้นเนื้อกุ้งเด้งดึ๋ง อาหารทั้งสองจานสมบูรณ์แบบมาก
หนิงหนิงเคยคิดว่าโลกใบนี้มีวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์ ดังนั้นอาหารทุกอย่างจึงอร่อย
แต่ตอนเช้าที่เธอดูคลิปวิดีโอ พบว่าในโลกนี้มีอาหารสยองขวัญมากมายเหมือนกัน
จากลักษณะภายนอกของอาหาร และสีหน้าของคนที่กินคงจะรสชาติแย่มาก
ประเทศที่เธออาศัยอยู่ตอนนี้ บังเอิญเป็นประเทศที่มีอาหารอร่อยมากมาย
มีอาหารหลากหลายประเภท กินไปหลายปีก็ยังไม่ซ้ำ
และถึงแม้จะเป็นประเทศที่มีอาหารอร่อย ก็ยังมีคนอีกมากที่ทำอาหารไม่เป็น แต่หนิงเหนียนเป็นคนที่ทำอาหารเก่งพอสมควร
“เธอยิ้มอะไร?”
หนิงเหนียนเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเธอกำลังยิ้ม
หนิงหนิงตอบ “ฉันดูคลิปวิดีโอตอนเช้าเห็นอาหารสยองขวัญเยอะมาก ดูแล้วน่าจะรสชาติแย่ ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจังที่ได้กินอาหารอร่อย ๆ แบบนี้”
หนิงเหนียนตอบรับอย่างไม่ชัดเจน แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวไปหลายคำ
[โอ้โห~ ดูท่าว่าเจ้าเหนียนเหนียนจะเขินแล้วสิ~]
[ค่อย ๆ กินหน่อยนะ เดี๋ยวหน้าจะจมลงไปในจานข้าวหมด]
[แม่ ๆ อย่างฉันดูแล้วปลื้มใจจัง]
[ดูไปแล้วสามรอบก็ยังรู้สึกว่าแมวที่กินข้าวเหมือนคนมันช่างน่าทึ่งจริง ๆ]
ขณะที่คนสองคนกับแมวอีกหนึ่งตัวกำลังกินข้าวกันได้ครึ่งทาง เว่ยฉือก็มาถึง
เว่ยฉือชำเลืองมองวาเซียที่กำลังกินข้าวอยู่ วาเซียกำลังก้มหน้าจ่อชามข้าว กินสลับกันไปมาทั้งกับข้าว ข้าว และซดน้ำแกง
ดูเป็นแมวที่พิถีพิถันอยู่นะ แต่มองยังไงก็ดูแปลก ๆ
เขากระแอมเบา ๆ “เอ่อ กินข้าวกันอยู่เหรอครับ?”
หนิงหนิงเงยหน้าขึ้นถาม “มีอะไรหรือเปล่า?”
สีหน้าของเว่ยฉือบ่งบอกชัดเจนว่ามีเรื่องจะพูด
การรบกวนคนอื่นตอนกินข้าว เว่ยฉือรู้สึกลำบากใจมากแต่ก็จำเป็นต้องพูดว่า
“คือว่า…เรื่องมันเป็นแบบนี้นะ”
ช่วงเช้าทางรายการได้รับโทรศัพท์เข้ามามากมาย ไม่ใช่เรื่องอื่นหรอก
เป็นเรื่องที่วาเซียกินข้าวนั่นแหละ
คนที่ร้องเรียนถามหนิงหนิงว่า ทำไมถึงให้แมวกินแต่อาหารคน
นี่มันเป็นการทำร้ายแมวนะ
ผู้ชมในห้องไลฟ์ก็ได้ยินคำพูดนี้เช่นกัน
[มีคนร้องเรียนจริง ๆ ด้วย น่าเบื่อจังเลยนะ]
[พระเจ้า แมวอยากกินอะไรก็ให้กินไป มันเรื่องอะไรของคุณล่ะ]
[ทำไมจะไม่เกี่ยวกับพวกเรา ถ้ากินแล้วเกิดเรื่องแมวก็ต้องทุกข์ทรมานนะ]
หนิงหนิงพูด “เรื่องที่วาเซียจะกินอะไร เขาตัดสินใจเอง ฉันไม่สามารถตัดสินใจแทนวาเซียได้”
วาเซียก็ได้ยินเช่นกัน มันโกรธมากจนไม่ยอมกินข้าว
ดวงตาสีเขียวจ้องเขม็งไปที่เว่ยฉือ
เว่ยฉือรู้สึกขนลุกเมื่อถูกมันจ้องมอง เขาโบกมือ “ไม่ใช่ว่าฉันไม่ให้นายกินนะ แต่เป็นคุณลุงคุณป้าที่ดูรายการอยู่ เขารู้สึกว่านายกินน้ำมันกับเกลือเยอะเกินไป มันไม่ดีต่อสุขภาพ พวกเขาก็หวังดีกับนายนะ”
จริง ๆ แล้วเหตุผลในการร้องเรียนนี้ช่างไร้สาระและดูเลื่อนลอยมาก
เรื่องที่ว่าสัตว์เลี้ยงควรกินอะไรนั้น มันเป็นประเด็นถกเถียงจริง ๆ แต่ก็ไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น แค่เป็นความคิดเห็นที่แตกต่างกันเท่านั้นเอง
พวกคนที่ร้องเรียนเข้ามานั้นดูเหมือนจะมีการวางแผนมาอย่างดี เห็นได้ชัดว่ามีการจัดตั้งอย่างเป็นระบบ
ไม่แปลกที่เว่ยฉือจะคิดในแง่ร้าย
มันช่างบังเอิญเกินไป ตอนเช้าในโลกออนไลน์ก็มีแต่เรื่องทะเลาะกันระหว่างเจียงเจินกับเจียงฉือซิง เพราะทั้งคู่ยังไม่ได้คืนดีกัน
วันนี้เจียงฉือซิงก็ออกไปข้างนอกอีกแล้ว ทิ้งให้เจียงเจินอยู่ในวิลล่าหลังใหญ่คนเดียว
ละครที่เจียงเจินกำลังถ่ายทำอยู่ก็คือเรื่องเดียวกับที่ถ่ายทำร่วมกับหนิงหนิง แต่หนิงหนิงโดนถอดออกจากบทเพราะเรื่องผลักคนตกน้ำ จนถึงตอนนี้ยังหานักแสดงคนใหม่ไม่ได้ และด้วยเหตุผลอื่น ๆ จึงต้องหยุดการถ่ายทำไปก่อน
เธอไม่มีอะไรทำ อีกทั้งอารมณ์ก็ไม่ดีเลยอยู่แต่ในวิลล่า
ดูแล้วน่าสงสารอยู่หน่อย ๆ ก็เลยติดเทรนด์ยอดนิยมไป
หลังจากอยู่บนเทรนด์ยอดนิยมได้สักพัก ก็มีเทรนด์เกี่ยวกับวาเซียกินข้าวขึ้นมา
ตอนแรกการพูดคุยก็ดำเนินไปด้วยดี ทุกคนชมว่าน่ารัก
ทันใดนั้นก็มีกลุ่มพิทักษ์สัตว์ผุดขึ้นมา พยายามปั่นกระแสไปในทางที่ว่าเป็นการให้อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพและเป็นการทารุณกรรม
หลังจากนั้นทางรายการก็ได้รับเรื่องร้องเรียนมากมาย
หากเว่ยฉือเดาไม่ผิด ตอนไลฟ์สดพวกนั้นยังมีแผนสำรองอยู่อีกแน่
เว่ยฉือคิดไม่ผิด ตอนนี้คอมเมนต์สดบนจอแทบจะดูไม่ทันแล้ว
ทันใดนั้นก็มีบัญชีผู้ใช้จำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรและเริ่มด่าทอเลย
[ได้ยินว่าที่นี่มีคนทารุณแมว ฉันมาดูหน้าฆาตกรที่แฝงตัวอยู่หน่อย]
[เป็นของปลอมนี่นา งั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว]
[ของปลอมก็เป็นฆาตกรอยู่แล้ว แค่ทารุณแมวก็เรื่องเล็กน้อยไม่ใช่เหรอ?]
[พวกคุณบ้าไปแล้วเหรอ? แค่นี้ก็บอกว่าทารุณแมวแล้วเหรอ?]
[อย่าคิดว่าสวมหน้ากากคนรักสัตว์แล้วฉันจะไม่รู้ว่าเป็นแอนตี้แฟนนะ]
[ดูออกแล้วล่ะ พวกเธอก็แค่ตั้งใจอยากจะด่าหนิงหนิงเท่านั้นแหละ]