แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 523 เหมาะสำหรับทำเรื่องใหญ่
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 523 เหมาะสำหรับทำเรื่องใหญ่
ทั้งคู่เป็นแมว แต่ความรู้สึกที่วาเซียมอบให้กับลู่จีอันนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
แมวลายเสือวิ่งมาข้าง ๆหนิงหนิง วาเซียส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ
ลู่จีอัน “นี่คืออะไร?”
หนิงหนิง “สัตว์รับใช้ของฉัน”
เมื่อเทียบกับตอนที่พบกันครั้งแรก ซึ่งมี่มี่กลัวเมื่อเห็นวาเซีย แต่ตอนนี้มี่มี่กล้าที่จะสบตากับวาเซียแล้ว
ลู่จีอันกำลังสังเกตแมวอยู่ ก็ได้ยินหนิงหนิงพูดว่า “แมวตัวนี้ มันมีพลังมาจากปีศาจร้าย”
ชายหนุ่มตกใจ “หมายความว่ายังไง นี่ไม่ใช่สัตว์รับใช้ของคุณหรอกเหรอ?”
หนิงหนิง “เรื่องอื่นคุณไม่ต้องสนใจหรอก คุณแค่ต้องรู้ว่า มันสามารถเรียกได้ว่าเป็นปีศาจร้ายก็พอแล้ว”
ลู่จีอันมองดูหนิงหนิง เงียบไปครู่หนึ่ง เขาพูดอย่างหมดทางเลือกว่า “คุณบ้ากว่าที่ผมจินตนาการไว้มากจริง ๆ”
‘กล้าให้ปีศาจร้ายมาทำงานให้ตัวเองเนี่ยนะ คงมีแค่หนิงหนิงเท่านั้นที่คิดออก’
หนิงหนิง “ให้น้องชายของคุณลงมาเถอะ”
ลู่จีอัน “คุณต้องการจะ?”
หนิงหนิง “คุณวางใจได้ ฉันอยู่ตรงนี้ ลู่เจียนซินจะไม่เป็นอะไร”
เมื่อมีหนิงหนิงอยู่ ลู่จีอันก็ไม่ค่อยเป็นกังวลจริง ๆ
เขาเพิ่งเรียกชื่อลู่เจียนซิน เด็กชายตัวน้อยก็ตอบรับพลางวิ่งลงมาจากชั้นบน
เขายังคงยิ้มเหมือนเมื่อครู่ ทว่าพอเดินมาถึงกลางบันได เขามองลงไปข้างล่างหนึ่งครั้ง ไม่รู้ว่าเห็นอะไรเข้า ร่างกายเขาชะงัก และหยุดเดินทันที
เขากำลังมองแมว แมวที่นั่งอยู่หลังหนิงหนิง ซึ่งก็คือมี่มี่
ฝ่ายมี่มี่ก็โก่งตัวขึ้น ส่งเสียงคำรามข่มขู่ใส่ลู่เจียนซิน
พวกเขาเผชิญหน้ากันอยู่อย่างนั้นสักพักหนึ่ง จู่ ๆ ลู่เจียนซินก็พุ่งเข้ามาเหมือนคนบ้าด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ ส่วนมี่มี่ลังเลอยู่ชั่วขณะ แล้วก็พุ่งเข้าไปเช่นกัน
“พอแค่นี้”
ในช่วงเวลาที่คนหนึ่งกับแมวตัวหนึ่งกำลังจะเผชิญหน้ากัน พวกเขาถูกหยุดนิ่งอยู่กับที่
ลู่จีอันรีบวิ่งขึ้นไปทันที ขวางหน้าลู่เจียนซินไว้
แม้ลู่เจียนซินจะเคลื่อนไหวไม่ได้ แต่ดวงตาของเขายังคงจ้องมองแมวตัวที่อยู่ข้างหน้าอย่างแน่วแน่ และแมวก็จ้องมองเขากลับเช่นเดียวกัน
ลู่จีอันรีบพาลู่เจียนซินกลับขึ้นไปบนชั้นบน
พอเขาลงมาจากชั้นบน มี่มี่ก็หายไปแล้ว
นับตั้งแต่ลู่จีอันเกิดมาจนถึงตอนนี้ เขารู้สึกสับสนเป็นครั้งที่สอง
ครั้งแรกคือตอนที่ได้ยินหนิงหนิงบอกว่าลู่เจียนซินอาจจะเป็นวิญญาณสองดวงในร่างเดียว ครั้งที่สองก็คือตอนนี้
ลู่จีอัน “ผมยังคงรู้สึกว่ามันไม่น่าจะเป็นปีศาจร้ายนะ”
สถานการณ์ของลู่เจียนซินนั้นซับซ้อนมาก
‘จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากมันเป็นเพียงปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดของส่วนที่ดีกันล่ะ’
‘ส่วนถ้าเรื่องเป็นอย่างที่หนิงหนิงคาดเดาไว้จริง ผลที่ตามมาคงเลวร้ายเกินกว่าจะคิด’
‘นี่มันเหมือนกับระเบิดเวลาลูกที่สองนอกเหนือจากโจวเฉิงซื่อเลยทีเดียว’
‘เรื่องนี้ จำเป็นต้องรายงานไปยังผู้บังคับบัญชา’
“สิ่งที่คุณพูดก็มีเหตุผล นี่เป็นเพียงการคาดเดาของฉัน จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ”
หนิงหนิงไม่ได้บอกว่า ครั้งที่แล้วมี่มี่เป็นแบบนี้ ก็เพราะได้พบกับโจวเฉิงซื่อเช่นกัน
ตอนไปส่งโคมไฟครั้งนั้น เมื่อได้เจอกับโจวเฉิงซื่อ หนิงหนิงก็สังเกตเห็นว่ามี่มี่ดูเหมือนจะมีอะไรผิดปกติไปสักหน่อย เธอรู้สึกว่ามี่มี่ดูเหมือนจะอยากพุ่งเข้าไปกัดคนมาก
มี่มี่มักจะบอกหนิงหนิงว่า ทุกครั้งที่มันเห็นโจวเฉิงซื่อ มันจะรู้สึกไม่พอใจจากก้นบึ้งของหัวใจ อยากจะพุ่งเข้าไปต่อยสักยก แต่มันก็ไม่ค่อยกล้า
สิ่งที่แปลกก็คือ ตอนที่มี่มี่เจอกับโจวเฉิงซื่อเป็นครั้งแรก มันดูเหมือนจะไม่มีความรู้สึกอะไรเป็นพิเศษเลยตอนมองเขา
ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนมอบพลังให้มัน แต่เมื่อมันเจอเขาอีกครั้ง กลับรู้สึกขัดหูขัดตา
ในขณะเดียวกัน มันก็รู้สึกกลัวอยู่บ้าง มันรู้สึกว่าพลังของมันจะถูกจำกัดและสูญเสียไป
หนิงหนิงคาดเดาในภายหลังว่า นี่น่าจะเป็นลักษณะเฉพาะของปีศาจร้าย
เห็นได้ชัดว่า พลังของมี่มี่นั้นสู้โจวเฉิงซื่อไม่ได้
การฆ่าอีกฝ่ายเป็นสัญชาตญาณ ส่วนความกลัวเมื่อพลังแตกต่างกันก็เป็นสัญชาตญาณเช่นกัน
แต่ถึงจะกลัว ก็ยังไม่อาจต้านทานสัญชาตญาณที่ต้องการฆ่าได้ ในที่สุดก็จะต้องต่อสู้กันถึงชีวิต ฝ่ายที่อ่อนแอกว่า สุดท้ายก็มีจุดจบเพียงแค่การสูญสลายเท่านั้น
ถ้าปล่อยให้พวกมันต่อสู้กันเอง สุดท้ายมี่มี่ก็จะกลายเป็นอาหารของปีศาจร้าย
นี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ปีศาจร้ายต้องการมอบพลังให้กับมี่มี่ตั้งแต่แรก
พูดตรง ๆ ก็คือเลี้ยงให้อ้วนก่อนฆ่า
ถ้าในร่างของลู่เจียนซินมีพลังปีศาจร้ายเหมือนกัน มี่มี่ก็จะกลายเป็นอาหารและหายไป
เมื่อสักครู่นี้เห็นได้ชัดว่า ลู่เจียนซินยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่
‘มี่มี่ยังคงอ่อนแอเกินไป’ หนิงหนิงรำพึง
‘ไม่รู้ว่าโจวเฉิงซื่อคิดอะไรอยู่’
เมื่อนึกอะไรออกมาได้ หนิงหนิงจึงพูดขึ้นมาลอย ๆ ว่า “ลู่จีอัน ฉันคิดว่าถ้าในร่างของลู่เจียนซินมีปีศาจร้ายอยู่จริง มันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนะ”
ลู่จีอัน “หมายความว่ายังไง?”
หนิงหนิงไม่ตอบ แต่กลับถามเขาว่า “ถ้าในร่างของลู่เจียนซินมีปีศาจร้ายอยู่จริง ตามธรรมชาติของปีศาจร้ายที่ชอบต่อสู้ สุดท้ายโจวเฉิงซื่อกับลู่เจียนซินจะมีแค่คนเดียวที่รอดชีวิตใช่ไหม?”
หนิงหนิงเงยหน้ามองตาลู่จีอัน ถามเขาอย่างจริงจัง ส่วนลู่จีอันถึงกับพูดไม่ออก
‘นี่จะให้เขาตอบอย่างไร’
‘ถ้าสิ่งที่หนิงหนิงคาดเดาเป็นความจริง จริง ๆ แล้วก็จะมีชีวิตรอดเพียงคนเดียวเท่านั้น’
‘แต่มีเงื่อนไขว่าทั้งสองคนต้องได้พบเจอกัน’
ทันใดนั้นลู่จีอันก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหันไปมองหนิงหนิงทันที
ในขณะเดียวกัน เขาได้ยินหนิงหนิงพูดว่า “แต่ว่าลู่จีอัน ลู่เจียนซินมีสองดวงวิญญาณ”
ลู่จีอันเข้าใจความหมายของหนิงหนิงในทันที
“ไม่ได้”
‘นั่นไม่ใช่แค่การฆ่ากันเองหรือไง?’
ถ้าปล่อยให้พวกเขาสองคนเจอกันจริง ๆ
หากร่างกายของคนทั้งสองมีปีศาจร้ายอยู่ข้างใน ไม่ว่าฝ่ายไหนจะชนะ สำหรับมนุษย์แล้ว อาจจะต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมเมื่อสิบปีก่อนซ้ำอีกครั้ง
“อีกอย่าง ถึงแม้ว่าสุดท้ายโจวเฉิงซื่อจะชนะจริง พวกเราก็ไม่สามารถรู้แน่ชัดได้ว่า สิ่งที่จะหายไปจากร่างของลู่เจียนซินจะเป็นฝ่ายไหน”
วิญญาณสองดวงในร่างของลู่เจียนซิน ดั้งเดิมแล้วมีความสัมพันธ์ที่พึ่งพาและต่อต้านกันอยู่
ไม่ว่าจะฝ่ายไหน ก็ต้องการที่จะแทนที่อีกฝ่าย
เช่นเดียวกัน นั่นหมายความว่า ถึงแม้ว่าภายในร่างของเขาจะเป็นปีศาจร้ายจริง ทว่าปีศาจร้ายในร่างของโจวเฉิงซื่อก็มีอันตรายต่อปีศาจร้ายในร่างของลู่เจียนซินด้วย
หนิงหนิง “คุณคิดไม่ผิดเลย”
‘ความคิดนี้ ฟังแล้ว ก็ไม่ค่อยจะมีจริยธรรมจริง ๆ’
‘พูดตรง ๆ ก็เหมือนกับการนำสัตว์มาต่อสู้กัน’
คนทั้งคู่ภายใต้การควบคุมของปีศาจร้าย จะไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง และต่อสู้กันจนกว่าฝ่ายหนึ่งจะล้มลงและหมดแรง
ส่วนคนที่รอดชีวิตมา ก็จะกลายเป็นหายนะที่ไม่สามารถควบคุมได้
แต่ถ้าหากสามารถควบคุมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ สถานการณ์นี้ก็อาจจะเปลี่ยนไป
ลู่จีอันก็นึกถึงเรื่องนี้เหมือนกัน เขามองไปที่หนิงหนิง
“คุณคงไม่ได้คิดจะ…”
หนิงหนิง “ลองดูสักหน่อย”
“ลู่เจียนซินใช้ไม่ได้เหรอ?”
“เขาใช้ไม่ได้”
เขาไม่ได้ชั่วร้ายโดยสิ้นเชิง เขามีครึ่งหนึ่งที่ไม่ได้เป็นของความมืด
สัตว์รับใช้จะต้องเป็นความมืดโดยสิ้นเชิงเท่านั้น
“คุณไม่สงสัยหรอกหรือว่า วิญญาณทั้งสองส่วนในร่างของลู่เจียนซินคือใครกันแน่?”
ลู่จีอันแน่นอนว่าอยากรู้
ตามสมมติฐานของหนิงหนิง เขาได้คาดการณ์ถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งแล้ว
ถ้าแผนของหนิงหนิงสำเร็จ ยมโลกอาจจะได้ต้อนรับเจ้านายของมันกลับมาอีกครั้ง
สองคนคิดเหมือนกัน ซึ่งหนิงหนิงชอบคนฉลาด
แม้จะพูดแบบนี้ แต่ลู่จีอันยังคงคัดค้าน “ไม่ได้ มีปัจจัยที่ไม่แน่นอนมากเกินไป มันอันตรายเกินไป”
หนิงหนิงเงยหน้า มองท้องฟ้ายามค่ำคืนผ่านประตูที่เปิดอยู่
พระจันทร์ที่สว่างและใสสะอาด คืนนี้แสงจันทร์ช่างงดงามจริง ๆ
เหมาะสำหรับทำเรื่องใหญ่
ชัดเจนมากว่า ไม่ใช่เพียงเธอคนเดียวที่คิดแบบนี้
หนิงหนิงถามว่า “โจวเฉิงซื่อล่ะ? วันนี้เขามาหรือเปล่า?”
ลู่จีอันคิดสักครู่แล้วตอบว่า “คุณปู่ของผมกับอาจารย์เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อาจารย์ไม่สะดวกที่จะมา โจวเฉิงซื่อจะต้องมาแทนอาจารย์เพื่อมาอวยพรวันเกิดแน่นอน เขาน่าจะมาถึงแล้ว”
สิ่งที่หนิงหนิงต้องการทำ ไม่มีใครสามารถขัดขวางเธอได้
หนิงหนิง “ไปกันเถอะ ไปตามหาเขา”
ถึงเวลาแล้วที่เธอต้องการลูกน้องซึ่งแข็งแกร่งกว่านี้
คงจะเป็นคืนนี้แหละ