แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 524 อีกครั้งกับภาพมายา
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 524 อีกครั้งกับภาพมายา
หนิงหนิงทิ้งวาเซียไว้ “นายดูแลลู่เจียนซินอยู่ที่นี่เถอะ”
วาเซียไม่เต็มใจเลย “รู้แล้ว”
ก่อนปิดประตู หนิงหนิงตั้งใจมองหน้าวาเซียอีกครั้ง
วาเซียถอนหายใจเฮือกใหญ่
‘ฉันเข้าใจ ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะคอยจับตาดูเจ้าตัวเล็กนี่อย่างแน่นอน’
ทั้งสองเดินกลับตามเส้นทางเดิม ก้าวเข้าสู่ทางเดินเล็ก ๆ อันยาวเหยียดและเงียบสงัดอีกครั้ง หลังเดินไปได้สักพัก หนิงหนิงก็เงยหน้ามองท้องฟ้า
แสงจันทร์ที่เคยสวยงามตอนนี้ถูกเมฆบดบังไปแล้ว
รอบ ๆ มีเพียงแสงไฟสลัว
เดินไปได้สักพัก ลู่จีอันที่นำทางอยู่ข้างหน้าก็หยุดลง
“ทำไมถึงกลับมาที่นี่อีกล่ะ?” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย
ตรงหน้าเขาคือต้นแอปเปิลป่าต้นหนึ่ง ซึ่งหนิงหนิงจำได้ว่า ต้นแอปเปิลป่านี้อยู่ตรงทางเลี้ยวแรกหลังจากออกมาจากห้องของลู่เจียนซิน
ตอนนี้ ดูเหมือนพวกเขาเดินวนมาครบรอบและกลับมาที่เดิมอีกครั้ง
ลู่จีอันพิจารณาอย่างละเอียดแล้วยืนยันว่าพวกเขาได้กลับมาที่เดิมจริง ๆ
หนิงหนิง “เดินต่อ กลับไป”
เธอหันหลังกลับเดินทางกลับโดยทันที
หลังจากกลับไป กลับพบว่าบ้านที่เดิมทีเป็นที่พักอาศัยของลู่เจียนซินได้หายไปแล้ว สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าพวกเขา เป็นวัดโบราณที่ทรุดโทรมมาก ประตูส่งเสียงลั่นเอี๊ยดราวกับกำลังจะพังลงมา
หนิงหนิงไม่พูดอะไรสักคำ เดินเข้าไปจับลูกบิดประตูทันที ลู่จีอันยังไม่ทันได้ห้าม
แต่พอหนิงหนิงจะเปิดประตู กลับพบว่าไม่ว่าจะทำอย่างไรก็เปิดไม่ออก
หนิงหนิง “บ้านหลังนี้เป็นของปลอม”
ลู่จีอันมองไปรอบ ๆ พบทางเดินยาวเหยียด คฤหาสน์หรูหราที่เคยอยู่ตรงนี้หายไปหมดแล้ว แทนที่ด้วยกำแพงผุพังและลานบ้านที่ทรุดโทรม
รอบข้างเต็มไปด้วยพลังวิญญาณที่หนาวเย็น
ลู่จีอัน “พวกเราถูกขังอยู่ในภาพมายาอีกแล้วใช่ไหม?”
หนิงหนิง “ใช่”
‘เป็นภาพมายาอีกครั้ง’
‘เธอเลี่ยงไม่พ้นภาพมายานี้แล้วใช่ไหม’
“ภาพมายานี้แปลกมาก” ลู่จีอันรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ตามหลักการแล้ว มันไม่ควรจะปรากฏขึ้น
ที่นี่คือคฤหาสน์ตระกูลลู่ ค่ายกลป้องกันภายในคฤหาสน์ก็เป็นฝีมือของโจวฉีอัน
สิบกว่าปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีปัญหาเกิดขึ้นอะไรเลย
ในโลกนี้คงมีไม่กี่คนที่สามารถทำลายอาคมป้องกันของโจวฉีอันได้
“ไม่มีอะไรแปลกหรอก นั่นเพียงแค่แสดงให้เห็นว่า คนที่อยู่เบื้องหลังและกำลังหาเรื่องอยู่ตอนนี้ เก่งกว่าโจวฉีอันเสียอีก”
ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้
หนิงหนิง “ในหนังสือก็เขียนไว้แล้ว ย่อมมีคนเก่งกว่าคนอื่น ย่อมมีภูเขาที่สูงกว่าภูเขาลูกอื่น”
ยิ่งไปกว่านั้น คู่ต่อสู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดคนนี้ เก่งมากในการคาดเดาจิตใจของคน
เสียดายที่วันนี้ภาพมายาดูเหมือนจะไม่มีภัยคุกคามอะไรสำหรับเธอเลย
“ดูนั่น”
หนิงหนิงถูกลู่จีอันขัดจังหวะความคิด เมื่อเห็นว่าตรงผนังด้านหน้าพวกเขา ทันใดนั้นก็ปรากฏประตูบานหนึ่งขึ้นมาจากความว่างเปล่า
ประตูส่งเสียงดังปัง! ขึ้น มันถูกผลักเปิดจากด้านใน มีบางสิ่งอยู่ภายในประตูนั้น เสียงหายใจหนัก ๆ ดังชัดเจนในความเงียบของค่ำคืน
แต่ภายในประตูกลับมืดสนิท มองไม่เห็นอะไรเลย
ทันใดนั้น ก็มีมือแห้งเหี่ยวคู่หนึ่งโผล่มาเกาะขอบประตู สิ่งนั้นคืบคลานออกมา
มันมีผมดำปกปิดใบหน้า ตัวเปียกโชกไปทั้งร่าง มันโค้งตัว ใช้ทั้งมือและเท้า ในท่าทางที่บิดเบี้ยวอย่างยิ่ง คลานออกมาจากประตู
หนิงหนิงสีหน้าเรียบเฉย “เป็นผี”
ลู่จีอัน “น่าจะเป็นคนที่จมน้ำตาย”
ผีน้ำที่คลานออกมาจากประตู เมื่อได้ยินเสียงพูด ก็หยุดลง เงยหน้าขึ้นมองหนิงหนิงแล้วหันไปมองลู่จีอัน ราวกับถูกทำให้ตกใจ มันร้องเสียงดังหนึ่งครั้ง แล้วถอยกลับเข้าไปในประตูเหมือนเดิม
ผีตนนี้ดูเหมือนจะกลัวพวกเขาทั้งสองคนอยู่มาก
ลู่จีอันลูบลูกประคำในมือ
“ดูเหมือนจะเป็นผีใหม่ที่เพิ่งตายไม่นาน”
ขณะที่ผีถอยกลับเข้าประตู ตอนที่ประตูกำลังจะปิดลง เสียงขลุ่ยก็ดังมาจากที่ไกล ๆ
ผีน้ำสะดุ้งโหยง ยืดตัวขึ้นทันที
ทันใดนั้น มันก็พุ่งตรงมาที่หนิงหนิงและลู่จีอันอย่างรวดเร็ว
ในจังหวะที่เกือบจะถึงตัวลู่จีอัน ก็มีเถาวัลย์สีเขียวหลายเส้นงอกออกมาจากใต้เท้าของเธอ มันรวดเร็วมาก พันรัดขาของผีน้ำเอาไว้
ผีน้ำร้องกรีดด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะถูกเถาวัลย์รัดร่างทั้งหมดอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
จากกลางเส้นผมสีดำ ดวงตาสีเลือดข้างหนึ่งโผล่ออกมา จ้องมองหนิงหนิงอย่างดุร้ายเหมือนถูกอำนาจมารครอบงำ
หนิงหนิง “ฉันฆ่ามันได้ไหม?”
ลู่จีอัน “ตามที่กฎหมายกำหนด คนธรรมดาไม่มีอำนาจในเรื่องนี้”
หนิงหนิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย “งั้นก็ได้”
ผีน้ำสบถด่า คำพูดสกปรกมากมายถูกพ่นออกมา หนิงหนิงจึงใช้เถาวัลย์ปิดปากเธอไว้ทันที
ยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะได้ผ่อนคลายสักไม่กี่วินาที
รอบ ๆ กำแพง ค่อย ๆ ปรากฏประตูมากมาย บางประตูถึงกับซ้อนทับกัน
ผีจากประตูพรวดพราดออดมาอย่างต่อเนื่อง พากันคลานออกมา
ในชั่วพริบตา หนิงหนิงและลู่จีอันก็ถูกล้อมโดยกลุ่มผีที่มืดมิดไปหมด
ในขณะเดียวกัน จากใต้ดิน ทะลุออกมาเป็นเถาวัลย์เส้นแล้วเส้นเล่า มัดผีเหล่านี้อย่างแน่นหนา
จำนวนของผียังคงเพิ่มขึ้นไม่หยุด
หนิงหนิงมองผีที่กำลังเอื้อมมือและร้องครวญครางใส่เธออย่างสงบ
เธอไม่กลัว แต่สิ่งที่เธอกังวลมากกว่า คือคนที่ยืนอยู่ข้างเธอ นั่นคือ ลู่จีอัน
ถ้าเป็นคนทั่วไป เมื่อเห็นผีมากมายเบียดเสียดกัน คงจะตกใจจนขาอ่อนไปแล้ว
แต่ลู่จีอันแม้แต่ตากระพริบยังไม่มี
เช่นเดียวกับเธอ ที่กำลังมองผีตรงหน้าอย่างสงบ
หนิงหนิง “คุณไม่กลัวเหรอ?”
ลู่จีอัน “ผมเป็นคนที่มีชะตาชีวิตพิเศษ ผีทั่วไปเข้าใกล้ตัวผมไม่ได้”
‘ชะตาชีวิตพิเศษ หมายถึงแสงสีทองที่ห่อหุ้มร่างของเขาใช่ไหม?’
‘นั่นมันพิเศษจริง ๆ’
ลู่จีอัน “ยิ่งกว่านั้น ผมกลับเป็นห่วงคนอื่นมากกว่า ลู่เจียนซินมีวาเซียอยู่ด้วย เขาน่าจะไม่เป็นไร แต่ค่ายกลที่หลังคฤหาสน์ถูกทำลายแล้ว ไม่รู้ว่าสถานการณ์ที่ห้องโถงด้านหน้าจะเป็นยังไง”
หนิงหนิงมองผีที่ปรากฏขึ้นไม่ขาดสาย “คุณรู้สึกไหมว่าภาพมายานี้มีขึ้นเพื่อกักพวกเราไว้”
ลู่จีอัน “จริงด้วย ฝ่ายตรงข้ามแน่นอนว่ารู้ดีว่า ผีสำหรับคุณแล้วไม่น่ากลัวเลย การนำผีมามากมายขนาดนี้ คงเพื่อเอาชนะด้วยจำนวน จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อฆ่าพวกเรา แต่ดูเหมือนจะเป็นการถ่วงเวลามากกว่า”
หนิงหนิง “ห้องโถงด้านหน้าต้องเกิดเรื่องแล้วแน่ ๆ พวกเราต้องรีบไปที่นั่นโดยด่วน”
พูดจบหนิงหนิงก็คว้าแขนเสื้อของลู่จีอันแล้วพุ่งทะลุฝูงผีที่แน่นขนัดนั่น ราวกับเป็นลำแสงสายหนึ่ง
ผีพวกนั้น แม้แต่เสื้อผ้าของพวกเขาก็ยังแตะไม่ได้สักครั้ง
‘สุดยอดมาก’
ลู่จีอันอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว
หนิงหนิงดึงเขาเดิน ภาพมายารอบตัวพวกเขาไม่เปลี่ยน ทว่าหนิงหนิงเพียงเดินต่อไปข้างหน้า
พอเลี้ยวโค้ง คราวนี้ ตรงหน้าพวกเขา ก็มีประตูบานหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า
ประตูทั้งสี่บานปรากฏขึ้นทีละน้อย ล้อมสองคนไว้อย่างแน่นหนา
ประตูด้านหน้าเปิดออกจากด้านใน พร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าด
มือซีดเผือดข้างหนึ่งยื่นออกมาจากด้านใน
วิญญาณอาฆาตในชุดสีแดงพุ่งออกมาจากประตู กรงเล็บพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของลู่จีอันอย่างรวดเร็ว
ด้านหลังคือประตู ลู่จีอันไม่มีที่ให้ถอยหนีอีกแล้ว
ก่อนที่จะทันได้ตั้งตัว จู่ ๆ ร่างทั้งร่างของเขาก็ถูกอุ้มขึ้น ลอยขึ้นสู่อากาศ
หนิงหนิงอุ้มเขาและบินขึ้นไปแล้ว
ภายใต้แสงจันทร์ ลู่จีอันเงยหน้ามอง เห็นคางที่เรียวงดงามของเธอ
ที่ปลายจมูกของเขา มีกลิ่นหอมเบาบางจาง ๆ
แขนเรียวบางของหญิงสาวโอบรอบเอวของเขาแน่น
หัวใจของลู่จีอันเริ่มเต้นเร็วขึ้น
หนิงหนิงพาเขาขึ้นไปบนชายคาบ้าน แล้ววางเขาลง
เมื่อทั้งสองคนแยกจากกัน ไม่รู้ว่าทำไม ลู่จีอันถึงมีความรู้สึกอ้างว้างเหมือนได้สูญเสียบางสิ่งไป
เมื่อเห็นลู่จีอันมองเธออย่างเหม่อลอย หนิงหนิงจึงยื่นมือมาโบกไปมาตรงหน้าเขา “ตกใจจนโง่ไปแล้วเหรอ?”