แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 530 ไม่ใช่คนเลว
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 530 ไม่ใช่คนเลว
รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ดูน่าขนลุก
ทำให้คนรอบข้างพากันกรีดร้องด้วยความตกใจ
จ้าวฉี่หมิงพยายามอดกลั้นความกลัวภายในใจ แล้วปลอบประโลมทุกคนว่า “ทุกคนไม่ต้องกลัว ผมจะจัดการเอง!”
“โดนแทงที่กลางหัวใจแล้วยังลุกขึ้นมาได้ นายเป็นอะไรกันแน่!” จ้าวฉี่หมิงชี้มีดไปที่เขาอีกครั้ง
ภายนอกดูเหมือนเขาจะใจเย็น แต่ความจริงแล้วฝ่ามือเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ
โจวเฉิงซื่อกะพริบตาสองสามครั้ง แล้วยิ้มให้เขาอีกครั้ง
“นายยิ้มทำไม!” จ้าวฉี่หมิงรู้สึกหวั่นไหวอยู่บ้าง
เขากำดาบในมือแน่น รวบรวมความกล้า แล้วแทงไปที่โจวเฉิงซื่ออีกครั้ง
โจวเฉิงซื่อยังคงไม่ขยับเขยื้อน เขาได้แต่จ้องมองดูจ้าวฉี่หมิงถือดาบพุ่งเข้ามาแทงเขานิ่ง ๆ
ในตอนที่ดาบอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตร เขาก็ยกมือขึ้น แล้วจับปลายดาบที่พุ่งเข้ามาไว้
จ้าวฉี่หมิงตกใจ ยกมือขึ้นพยายามจะดึงดาบกลับมา
แต่ไม่ว่าเขาจะออกแรงแค่ไหน ดาบก็ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
โจวเฉิงซื่อจับดาบไว้แน่น แล้วออกแรงเพียงเล็กน้อย
ดาบส่งเสียงดังแกร๊ก อย่างชัดเจน และถูกหักออกเป็นสองท่อนอย่างง่ายดาย
โจวเฉิงซื่อโยนปลายดาบลงที่เท้าของจ้าวฉี่หมิงอย่างเบา ๆ
จ้าวฉี่หมิงมองดาบที่แตกหักอยู่ในมือด้วยความไม่อยากเชื่อ ใบหน้าของเขาซีดขาวในทันที
จ้าวฉี่หมิงไม่สามารถอธิบายความรู้สึกหวาดกลัวที่เกิดขึ้นในตอนนี้ได้
รู้สึกแค่ว่าหนังศีรษะชาไปหมด ทั้งตัวสั่นไม่หยุด
เคร้ง!
ดาบในมือร่วงลงบนพื้น
โจวเฉิงซื่อไม่สนใจว่าตอนนี้เขอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร เขาเดินตรงไปหาจ้าวฉี่หมิง
จ้าวฉี่หมิงหน้าซีดลงเรื่อย ๆ เขาถอยหลังไปหลายก้าว
“นายจะทำอะไร?”
เขาถอยหลังไม่หยุด ในใจสัญญาณเตือนภัยดังสนั่น
เขาล้วงกระเป๋า หยิบยันต์คาถาที่เหลืออยู่ออกมา ไม่สนใจว่ามันคืออะไร โยนใส่โจวเฉิงซื่อไปทันที
พวกยันต์คาถาตกลงบนร่างของโจวเฉิงซื่อแล้วก็ร่วงลงมา
น่าเสียดาย มันไม่มีผลอะไรเลยสักนิด
จ้าวฉี่หมิงขาอ่อนไปหมดแล้ว
ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่า เขาถูกมู่หยานหลอก
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยฉันที!”
ไม่มีใครกล้าที่จะพุ่งเข้าไปช่วยเขาในตอนนี้
แม้แต่คนโง่ก็รู้สึกได้ว่าโจวเฉิงซื่อในตอนนี้เป็นคนที่ไม่ควรยั่วโมโหอย่างมาก
ดูความอันตรายสูงมาก
จ้าวฉี่หมิงเกือบจะร้องไห้แล้ว ผู้คนรอบข้างไม่มีใครขยับตัวเลย พวกเขาได้แต่มองเขาเดินเข้าไปหาความตาย
ที่มุมหนึ่งของห้องรับแขก จินซุ่ยกำโทรศัพท์ไว้แน่นด้วยความกังวลใจอยู่บ้าง
“ยังโทรหาหนิงหนิงไม่ติดอีกแล้ว”
ถังถัง “แน่นอนว่าโทรไม่ติดอยู่แล้ว มีผีเยอะขนาดนี้ ถ้ามีสัญญาณได้ก็แปลกแล้ว”
จินซุ่ย “แต่นานขนาดนี้แล้ว ทำไมหนิงหนิงยังไม่มาอีก”
พวกเขาหลายคนหลบอยู่ตามมุม กระซิบกระซาบกัน
เจียงเอี้ยนจือ “หนิงหนิงเจออะไรลำบากหรือเปล่านะ?”
ถังถัง “ปัญหาอะไรกันที่สามารถขัดขวางหนิงหนิงได้?”
ยกเว้นหนิงเหนียน คนอื่น ๆ ก็ดูเหมือนจะกลัวกันทั้งนั้น
ขณะที่ฟังเสียงโหยหวนเหมือนหมาป่าร้องไห้ของจ้าวฉี่หมิงที่กลางห้องโถง เจียงเอี้ยนจือเอ่ยถามหนิงเหนียนอย่างไม่แน่ใจ “พวกเราไม่ต้องไปห้ามจริง ๆ เหรอ?”
เมื่อสักครู่ตอนที่จ้าวฉี่หมิงจะฆ่าโจวเฉิงซื่อ หนิงเหนียนได้ขัดขวางพวกเขาไว้ ไม่ให้พวกเขาเข้าไป
หนิงเหนียนส่ายหัว แล้วยืนยันอีกครั้ง “ไม่ต้องไป”
ถังถังยังคงไม่วางใจ “หนิงหนิงบอกนายยังไงกันแน่ โจวเฉิงซื่อดูแปลก ๆ มากเลยนะ!”
คนอื่นอีกสองคนพยักหน้าตาม
เจียงเอี้ยนจือเป็นห่วงมาก “จะไม่มีใครตายจริง ๆ ใช่ไหม?”
หนิงเหนียน “เมื่อกี้ โจวเฉิงซื่อเกือบถูกฆ่าไปแล้ว พวกนายก็พูดแบบนี้เหมือนกัน”
‘จริงด้วย โจวเฉิงซื่อก็ไม่ได้ตาย’
หนิงเหนียน “ดูต่อไป รอให้หนิงหนิงมา”
ถึงจะไม่อยากรอก็ไม่ได้มีทางเลือกอื่น ทุกคนจึงต้องหุบปากและอดทนรอให้หนิงหนิงมาถึง
ในห้องโถง จ้าวฉี่หมิงได้ถอยไปจนชิดโต๊ะแล้ว ไม่มีที่ให้ถอยอีกต่อไป
เมื่อเห็นโจวเฉิงซื่อเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ เขากลัวจนยืนไม่มั่น ล้มลงไปกับพื้นทันที
พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง โจวเฉิงซื่อก็ยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
ชายหนุ่มก้มลงมองเขา ที่มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แต่กลับทำให้จ้าวฉี่หมิงรู้สึกหนาวสั่น
“นาย นายต้องการจะทำอะไรกันแน่?” จ้าวฉี่หมิงเริ่มพูดติดอ่าง
โจวเฉิงซื่อก้มตัวลง ทำให้จ้าวฉี่หมิงตกใจจนกรีดร้องออกมาทันที
ทว่าโจวเฉิงซื่อเพียงแค่หยิบดาบที่หักอยู่บนพื้น แล้วนำมาชั่งน้ำหนักในมือ
ห้องโถงเงียบสงัดไร้เสียงใด ๆ
จ้าวฉี่หมิงจ้องมองดาบหักในมือของโจวเฉิงซื่ออย่างเขม็ง กลืนน้ำลายด้วยความตื่นตระหนก
ทันใดนั้น โจวเฉิงซื่อก็พลิกคมดาบ หันมาชี้ที่จ้าวฉี่หมิง
“พูด”
เขาพูดเพียงคำเดียว น้ำเสียงแหบพร่าอย่างรุนแรง
จ้าวฉี่หมิงขดตัวเป็นก้อน ร่างกายสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่
“พูดอะไร…”
“พูด”
โจวเฉิงซื่อพูดซ้ำอีกครั้ง พลางพุ่งมีดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วหยุดตรงหน้าจ้าวฉี่หมิงพอดี ห่างจากปลายจมูกเพียงหนึ่งเซนติเมตรเท่านั้น
จ้าวฉี่หมิงตกใจจนฉี่ราด น้ำตาไหลออกมา
“ฉันพูด ฉันพูดแล้ว มันเป็นความผิดของผมทั้งหมด ฉันประเมินตัวเองสูงเกินไปถึงคิดจะฆ่านาย!”
ดาบไม่ได้เคลื่อนไหว แต่จ้าวฉี่หมิงเหงื่อแตกพลั่ก
“และอีกอย่าง มันเป็นความผิดของฉันเอง พวกผีที่อยู่ข้างนอกทั้งหมดนั่น ล้วนเป็นฉันที่ปล่อยให้พวกมันเข้ามา!”
“หา? นายปล่อยให้มันเข้ามา? นายเป็นบ้าหรือไง?” จินซุ่ยโกรธจนทนไม่ไหว โดยไม่ทันได้คิด เธอก็ลุกขึ้นยืนเท้าสะเอว เกือบจะชี้นิ้วด่าจ้าวฉี่หมิงไปที่จมูกเลยทีเดียว
แต่ทันใดนั้น เธอก็ถูกถังถังดึงกลับไป
ไม่กล้าเชื่อ โกรธแค้น ตำหนิ สายตาหลากหลายแบบต่างก็จับจ้องอยู่บนจ้าวฉี่หมิง
ฮวาหยูโกรธจนมือสั่น “คุณกล้าปล่อยผีเข้ามา คุณต้องการจะทำอะไรกันแน่!”
พวกเขาทั้งครอบครัวเลือกวันดีมานานมากแล้ว ในที่สุดก็หาวันดีได้สักที ใครจะรู้ว่า จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
“เขาอิจฉา” หนิงเหนียนพูดขึ้นอย่างกระทันหัน
ถ้าไม่ใช่เพราะหนิงหนิงส่งข้อความมาให้เขาระวังโจวเฉิงซื่อ
เขาก็จะไม่สังเกตเห็นว่าจ้าวฉี่หมิงมองเขม็งโจวเฉิงซื่อด้วยสายตาที่ดูเหมือนอยากจะกินคน
นอกจากความอิจฉาแล้ว หนิงเหนียนก็คิดไม่ออกว่ามันจะเป็นอะไรได้อีก
จินซุ่ยตบศีรษะตัวเองแล้วแกล้งพูดว่า “ฉันรู้แล้ว นายกำลังปล่อยข่าวลือส่งเดชสินะ! เจ้าหน้าที่โจวไม่ได้เป็นคนไม่ดีอย่างที่นายพูดหรอก!”
ถังถังขยิบตาใส่เธอเป็นพัลวัน
‘ฉันรู้ว่าเธออยากจะพูดดี ๆ ให้โจวเฉิงซื่อ’
‘แต่ในสถานการณ์ของโจวเฉิงซื่อตอนนี้ แม้จะพูดไป ก็คงไม่มีใครเชื่อหรอก’
‘โอเค แม้แต่ตัวถังถังเอง ก็ไม่ค่อยเชื่อเหมือนกัน’
‘โจวเฉิงซื่อน่ากลัวมากจริง ๆ!’
คนอื่นยังกลัวขนาดนี้ ไม่ต้องถามถึงจ้าวฉี่หมิง เขายิ่งกลัวใหญ่ เขาวิงวอนซ้ำ ๆ “ผมรู้แล้วว่าผมผิด! ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วย!”
โจวเฉิงซื่อฟังเสียงวิงวอนขอชีวิตแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย
เขาทำทุกอย่างอย่างใจเย็น ค่อย ๆ ดันดาบเข้าไปอีกเล็กน้อย จ้าวฉี่หมิงก็ร้องโหยหวนราวกับผีร้องไห้กับหมาป่าหอน
โจวเฉิงซื่อรู้สึกรำคาญใจเมื่อได้ยินเสียงนั้น เขายกดาบขึ้นแล้วแทงลงไปที่ตัวจ้าวฉี่หมิงอย่างแรง
“อย่าใจร้อน!” ฮวาหยูตะโกน
คิดจะไปห้ามก็สายเกินไปแล้ว ดาบได้แทงลงไปเรียบร้อย
ในขณะที่กำลังจะแทงจ้าวฉี่หมิง เขาก็หยุดลงอย่างกะทันหัน
โจวเฉิงซื่อกุมบ่าของตัวเอง หลับตาลง สีหน้าดูเจ็บปวดมาก
สถานการณ์คงค้างอยู่อย่างนั้นประมาณหนึ่งนาที
โจวเฉิงซื่อลืมตาขึ้น บนหน้าผากมีเม็ดเหงื่อผุดออกมาแล้ว ดูเหมือนจะโกรธอยู่บ้าง
เขาแค่นเสียงเย็นชา แล้วโยนดาบทิ้งไปอย่างขุ่นเคือง
เขาหันไปมองในฝั่งตรงข้ามจ้าวฉี่หมิง แล้วเดินออกไปทางประตูด้านนอก ร่างเงาของเขาหายไปที่ทางเข้าประตู
ถังถัง “เขาจะไปไห”
จินซุ่ย “ไม่ได้นะ หนิงหนิงสั่งให้พวกเราคอยดูเขาไว้”
เธอลุกขึ้นทันที กวักเรียกหนิงเหนียนและคนอื่น ๆ ด้วยนิ้วมือ แล้วเดินตามไปอย่างระมัดระวัง