แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 529 ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 529 ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
ลู่จีอันขมวดคิ้วแน่น “ลู่เจียนซินจะถูกพาไปที่ไหน?”
หนิงหนิงตัดสินใจทันที “ไปกันเถอะ ไปห้องโถงด้านหน้า”
วาเซีย “ฉันจะไปด้วย!”
สองคนหนึ่งแมวรีบวิ่งไปยังห้องโถงด้านหน้าทันที
ระหว่างทาง หนิงหนิงถามลู่จีอัน “ยังจำลักษณะพิเศษของปีศาจร้ายที่ฉันเคยบอกคุณไว้ไหม?”
ลู่จีอัน “มีแค่หนึ่งคนเท่านั้นที่มีชีวิตรอดได้”
เขาเป็นคนที่ฉลาดมาก จึงเข้าใจความหมายของหนิงหนิงทันที
“คุณหมายความว่า อีกฝ่ายต้องการให้ปีศาจร้ายรวมร่างกันงั้นเหรอ?”
หนิงหนิง “คุณเชื่อแล้วสินะว่า ในร่างของลู่เจียนซินมีเศษซากของปีศาจร้าย?”
ลู่จีอัน “ไม่ว่าผมจะเชื่อหรือไม่ ผมก็ได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว”
ถ้าหากทั้งหมดนี้เป็นความจริง ก็ชัดเจนว่าฝ่ายตรงข้ามต้องการให้ลู่เจียนซินและโจวเฉิงซื่อต่อสู้กันจนถึงตาย
แต่อย่างไรก็ตาม หนิงหนิงรู้สึกสงสัย
‘ฝ่ายตรงข้ามรู้หรือไม่ว่าลู่เจียนซินมีร่างเดียวแต่สองวิญญาณ?’
‘ถ้าเขารู้เรื่องนี้ เขาก็ไม่กลัวหรอกหรือว่า หากในกรณีที่วิญญาณอีกครึ่งเป็นยมบาลที่จะตายพร้อมกับปีศาจร้าย นั่นก็เท่ากับว่าเขาปล่อยให้ยมบาลออกมาโดยตรงแล้ว’
‘หรือว่าเขาคิดว่า แม้จะให้ยมบาลกลับมา ก็ยังไม่สามารถเอาชนะปีศาจร้ายได้กันแน่’
‘แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะคิดอย่างไร ก็เป็นการหยิ่งยโสอย่างที่สุด’
หนิงหนิงแน่ใจว่านี่เป็นอีกครั้งที่อีกฝ่ายท้าทายแบบประชิดหน้า
ครั้งที่แล้วที่หงถีสุ่ยปล่อยให้คนหนีไปได้
ครั้งนี้จะไม่ปล่อยให้เขาไปได้ง่าย ๆ อีกแล้ว
…
ห้องโถงด้านหน้า สิบห้านาทีก่อนหน้านี้
โจวเฉิงซื่อถูกจ้าวฉี่หมิงแทงกลางอกด้วยดาบ ทั้งร่างล้มลง
เขานอนคว่ำอยู่บนพื้น ไม่ขยับเขยื้อน
เลือดที่ไหลออกมาจากร่างด้านล่าง ย้อมพื้นให้กลายเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป จนทำให้ผู้คนรอบข้างตกใจ ต่างปิดตาตัวเอง ไม่กล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
และคนแรกที่ตอบสนองได้ คือ ฮวาหยู
“คุณบ้าไปแล้ว!”
เธอพุ่งเข้ามา แต่ถูกจ้าวฉี่หมิงขวางไว้
“คุณนายลู่ ผมแนะนำว่าคุณไม่ควรเข้าใกล้เขา”
ดวงตาของฮวาหยูแดงก่ำ นี่เป็นเด็กที่เธอเฝ้าดูเขาเติบโตมากับมือ
“คุณทำอะไรลงไป คุณถึงกับฆ่าเขา คุณเป็นฆาตกร! คุณบ้าไปแล้ว!”
เสียงของเธอสั่นไปทั้งตัว
โจวเฉิงซื่อนอนอยู่บนพื้น ไม่ขยับเขยื้อน
จ้าวฉี่หมิงพูดอย่างเหยียดหยาม “ฆ่าคน คุณดูสิว่าเขาเป็นคนหรือเปล่า?”
เขาชี้ไปที่นอกหน้าต่างบานใหญ่
“คนปกติน่ะ ผีจะทำกับเขาแบบนี้เหรอ?”
ผีเหล่านั้น กำลังคุกเข่าโค้งคำนับไปทางโจวเฉิงซื่อ
“ผมบอกแล้วนี่ว่าเขาไม่ได้เรียนอะไรที่เป็นเรื่องปกติ สิ่งที่เขาเรียนคือคาถาอาคมนอกรีต พวกผีเหล่านี้ เขาก็เป็นคนเรียกมาเอง!”
เหมือนกับว่าเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่จ้าวฉี่หมิงพูดเป็นความจริง
ผีเหล่านั้น ตั้งแต่ที่โจวเฉิงซื่อล้มลง ก็เริ่มกระสับกระส่ายขึ้นอีกครั้งอย่างเห็นได้ชัด
หน้าต่างถูกตีจนดังสนั่น
ทุกคนตื่นตกใจ เป็นอย่างที่จ้าวฉี่หมิงพูดไว้จริง ๆ
ฮวาหยู “แต่คุณก็ไม่ควรฆ่าคนโดยตรงนะ”
จ้าวฉี่หมิงตอบอย่างเป็นเรื่องธรรมดา “ถ้าผมไม่ฆ่าเขา จะให้รอให้เขาเอาคนในห้องนี้ไปเลี้ยงผีหมดเหรอ?”
ทันใดนั้นก็มีคนเห็นด้วย “ใช่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะคุณจ้าว พวกเราตอนนี้คงตายกันไปหมดแล้ว”
“ไอ้โจวเฉิงซื่อนี่ ก็คือคนที่วางแผนจะให้พวกเราไปตาย ตายแล้วก็สมควรแล้ว!”
“ไม่น่าแปลกใจที่เมื่อกี้ให้เขาไปจับผี แต่เขาไม่ยอมออกไป ที่แท้ก็เป็นพวกเดียวกันนี่เอง!”
“ใช่แล้ว ถึงตายก็สมควรแล้ว ใครใช้ให้เขาเรียนรู้แต่วิชานอกรีต ถึงจะถูกฆ่า ก็เป็นเพราะเขาหาเรื่องเองนั่นแหละ!”
“เรียนเองก็ว่าไปอย่าง แต่ทำไมต้องเอาชีวิตพวกเราคนบริสุทธิ์มาเสี่ยงด้วยล่ะ!”
“นึกถึงตอนที่ตัวเองเคยเลื่อมใสเขา ฉันก็รู้สึกขยะแขยงจริง ๆ เขาเป็นแค่คนเลวชัด ๆ”
“ขอบคุณคุณจ้าวที่ช่วยชีวิตพวกเรา ไม่เสียทีที่เป็นสำนักเซียนจริง ๆ”
“หน่วยสืบสวนพิเศษถึงกับให้คนที่เรียนวิชานอกรีตมาร่วมงานด้วย พวกเขาไม่รู้จริง ๆ หรือโดนหลอกกันแน่?”
“น่าจะรู้นะ โจวฉีอันก็คือปู่ของเขาไม่ใช่หรือ?”
…
มีคนเหล่ตาไปทางโจวเฉิงซื่อพร้อมแสดงท่าทางดูแคลน
“ฉันคิดว่านะ พวกเขาคงรู้แล้วถึงได้ให้เขาเข้ามา”
“ใช่เลย อย่างไรก็ตาม หน่วยสืบสวนพิเศษดูเหมือนจะไม่มีคนที่มีความสามารถแข็งแกร่งเท่าไร หลายปีมานี้ก็ถูกสำนักเซียนกดขี่ตลอดไม่ใช่เหรอ”
“ถ้าเป็นแบบนั้น นี่มันไม่ใช่การปกป้องคนผิดหรอกหรือไง?”
“เพื่อรักษาหน้า ก็ไม่สนใจชีวิตของประชาชนเลยงั้นหรือ?”
“พอฉันออกไปได้ ฉันต้องร้องเรียนอย่างหนักแน่นอน!”
“การสอนให้ไม่ไปช่วยคนที่กำลังเผชิญอันตราย จะเป็นหน่วยงานที่ดีได้อย่างไร เลิกทำไปเสียเลยจะดีกว่า”
…
เห็นทิศทางการสนทนาไหลไปตามที่ตัวเองต้องการอย่างราบรื่น
จ้าวฉี่หมิงก็พิจารณาดาบอย่างละเอียด รู้สึกพอใจมาก
“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก เมื่อผมพบเจอเรื่องนี้ ผมก็ต้องปกป้องทุกคนอยู่แล้ว นี่เป็นความรับผิดชอบของผม และยังเป็นความรับผิดชอบของสำนักเซียนด้วย ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผมควรทำ”
จ้าวฉี่หมิงโบกมือ แสดงความถ่อมตัวอย่างมาก
“แล้วพวกวิญญาณนอกห้องนี้จะทำยังไงล่ะ?”
พวกเขาดูเหมือนจะอยากเข้ามาข้างใน และเริ่มพุ่งชนกำแพงอีกครั้งแล้ว
“ไม่เป็นไรครับ ฝากไว้กับผม ผมจะจัดการพวกมันเองทั้งหมด รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้พวกมันทำร้ายพวกคุณเด็ดขาด”
จ้าวฉี่หมิงให้คำมั่นกับทุกคน
‘ดาบเพียงเล่มเดียว ถ้าจัดการโจวเฉิงซื่อได้ แล้วจะไปกลัวอะไรกับพวกผีกระจอกพวกนั้นล่ะ’
จ้าวฉี่หมิงรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เขายกเท้าขึ้นแล้วเตะโจวเฉิงซื่อเบา ๆ
โจวเฉิงซื่อไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย
เขาส่งเสียง “จิ๊” ออกมาเบา ๆ แล้วถือดาบเดินออกไปที่ประตู เตรียมออกไปข้างนอกเพื่อจัดการพวกเผีกระจอกพวกนั้น
ทว่าเขาเพิ่งจะเดินมาถึงทางเดิน
ทันใดนั้น พวกผีที่กำลังอาละวาดอยู่ก็หยุดเคลื่อนไหวทันที ทุกตัวหันมามองเขาพร้อมกัน
ใบหน้าซีดขาวของพวกมันแสดงออกถึงความหวาดกลัวเหมือนกันหมด
ตึง! 97’+
พวกผีเหล่านั้นพากันคุกเข่าลงต่อหน้าเขา
ปัง! ปัง!
ปีศาจก้มศีรษะคำนับเขาไม่หยุด ดูเหมือนว่ามันจะกลัวมาก
จ้าวฉี่หมิงตกใจ
เขาพิจารณาดาบอีกครั้งอย่างละเอียด
‘ดาบไม้ท้อเล่มนี้ มีความน่าประหลาดใจอะไรกันแน่ ถึงขนาดทำให้ผีพวกนี้กลัวจนยอมคุกเข่าให้เขา’
จ้าวฉี่หมิงรู้สึกสะใจในใจเงียบ ๆ
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว พวกเขาก็ไม่ต้องกลัวพวกผีที่อยู่นอกประตูอีกต่อไป
‘ฮ่า ๆ เขาเป็นคนดีนี่นา’
‘เขาจะไม่ไปเรียนวิชานอกรีตและจะไม่อ่อนไหวกับสิ่งเหล่านี้เด็ดขาด’
‘รอดูเถอะ การฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ของตระกูลจ้าวขึ้นอยู่กับผลงานของเขาในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว’
จ้าวฉี่หมิงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
เขาใช้สายตาปลอบโยนคนอื่น ๆ
แต่กลับพบว่าคนเหล่านั้นก็มีสีหน้าตกใจเช่นเดียวกัน ขณะมองมาที่เขา
‘ไม่ถูก’ จ้าวฉี่หมิงถึงได้สังเกตเห็นความผิดปกติ
‘ทิศทางที่พวกนั้นมอง ไม่ใช่ที่เขา’
‘แต่เป็นข้างหลังเขา!’
จ้าวฉี่หมิงพลันหันกลับไป หลังจากมองเห็นชัดเจนแล้ว เขาก็เบิกตากว้าง
คนที่เดิมทีนอนคว่ำอยู่บนพื้นเหมือนคนตายไปแล้ว ตอนนี้กลับยืนอยู่ตรงนั้น
ทั้งตัวของเขาเหมือนเพิ่งปีนออกมาจากบ่อเลือดอย่างไรอย่างนั้น
โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก มีเลือดสด ๆ กระจายอยู่มากมาย
สองตาของเขาจ้องมองตรงไปที่จ้าวฉี่หมิง
ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีพลังงานสีดำแผ่ซ่านเหมือนก่อนหน้านี้ ดำขาวแยกกันชัดเจน
ไม่รู้เพราะอะไร จ้าวฉี่หมิงกลับรู้สึกหนาวสั่นในใจเมื่อถูกอีกฝ่ายมอง
‘น่ากลัวยิ่งกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก!’
นี่เป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยสัญชาตญาณจากส่วนลึกในใจ
หน้าคนตรงหน้าทำให้เขารู้สึกแปลกหน้าและs;kfกลัวมาก
‘เป็นไปได้ยังไง ทั้งที่เขาแทงเข้าที่หัวใจ เลือดออกมากขนาดนั้น ยังไงก็ต้องตายไปแล้วแน่ ๆ’
‘ทำไมถึงมีชีวิตอีกล่ะ’
‘นี่มันฟื้นคืนชีพหรือ?’
“แกเป็นคนหรือผี?” จ้าวฉี่หมิงร้องถามออกไปพลางกลั้นความกลัวในใจเอาไว้
คนที่อยู่ตรงข้าม เอียงศีรษะ ดูเหมือนจะสงสัยมาก
เขาคิดสักครู่ แล้วยิ้มกว้างให้กับจ้าวฉี่หมิงอย่างนุ่มนวล