แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 54 สุนัขที่อาศัยอำนาจนายข่มเหงผู้อื่น!
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 54 สุนัขที่อาศัยอำนาจนายข่มเหงผู้อื่น!
บทที่ 54 สุนัขที่อาศัยอำนาจนายข่มเหงผู้อื่น!
วันนี้หนิงเหนียนก็ยังคงทำอาหารสามอย่างเหมือนเคย
ทั้งหมดล้วนเป็นอาหารที่หนิงหนิงชอบทาน
ระหว่างทานข้าวหนิงเหนียนถามเธอว่า “เป็นอะไรไปหรือเปล่า?”
หลังจากใช้เวลาอยู่ด้วยกันมาหลายวัน เขาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของหนิงหนิง ที่จริงแล้วเธอเป็นคนที่อ่านง่ายไม่เคยปิดบังความรู้สึก
เวลาทานข้าวแล้วมีความสุขก็จะแสดงออกชัดเจน เวลาเจออาหารที่ไม่ชอบก็จะแสดงท่าทีรังเกียจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
แต่ตอนนี้เธอดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่
หนิงหนิงตอบ “ข้างล่างเสียงดังมาก”
ตอนนี้คนของบ้านตระกูลเจียงทานอาหารเสร็จและกลับไปพักผ่อนกันหมดแล้ว จึงทำให้วิลล่าเงียบลง
หนิงเหนียนกลับมาก็เห็นว่าห้องนั่งเล่นถูกตกแต่งไปครึ่งหนึ่งแล้ว ทุกที่ดูรกรุงรังไปหมด
[น่าจะเป็นเพราะแบบนี้นี่เองถึงได้ทำหน้าบึ้งมาตั้งแต่เช้า]
[ทำไมคนอื่นไม่เห็นรู้สึกว่าเสียงดัง มีแต่ของปลอมที่รู้สึกว่าเสียงดัง ลองพิจารณาตัวเองหน่อยเถอะ]
[ไม่ใช่เพราะว่าไม่มีใครเชิญเธอเหรอ?]
[ทำไมมันมีกลิ่นเปรี้ยว ๆ นะ พวกเธอได้กลิ่นกันไหม?]
[ก็เปรี้ยวอยู่นะ องุ่นที่กินไม่ได้ก็ต้องเปรี้ยวเป็นธรรมดาแหละ]
[ของปลอม ลองเดาซิว่าทำไมถึงไม่ได้รับเชิญ ฮิ ๆ]
[ที่เจินเจินไม่ตบเธอก็ถือว่าให้เกียรติแล้วนะ ยังจะอยากได้คำเชิญอีก แล้วคนที่ผลักเจินเจินตกน้ำในกองถ่ายเป็นใครล่ะ?]
[อิจฉาไปเถอะ อิจฉาต่อไปเลย ใครกันนะที่ไม่ได้รับเชิญแถมยังโดนกองถ่ายเตะทิ้ง ส่วนเจินเจินของพวกเราได้เป็นนางเอกสวย ๆ~]
กองถ่ายที่พูดถึงคือเรื่อง ‘ความรุ่งโรจน์’ นี่เป็นละครเรื่องแรกที่เจียงเจินแสดง กำกับโดยผู้กำกับชื่อดังจางเฟิงอิงที่เคยได้รับรางวัลระดับนานาชาติ โดยเจียงเจินรับบทนางเอก ส่วนหนิงหนิงรับบทเป็นนางรอง
ตอนนี้นางรองถูกเปลี่ยนตัวไปแล้ว คาดว่าคืนนี้คงจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ
[ในที่สุดเจียงเจินกับเจียงฉือซิงก็คืนดีกันแล้ว พวกแกถึงได้กล้าออกมาเห่าใช่ไหม?]
[อิจฉาทำไม หนิงหนิงบอกคุณหรือไงว่าเธออิจฉา มาจินตนาการเพ้อเจ้ออีกแล้วสินะ?]
[ขนาดคนอื่นเขาซ่อมแซมบ้านยังต้องแจ้งคนทั้งตึกเลย นี่อยู่ห่างกันแค่บันไดขั้นเดียว เสียงดังแล้วยังไม่ให้คนอื่นเขาพูดอีก คิดว่าตัวเองมีเหตุผลมากนักเหรอ?]
[แฟนคลับของเจียงเจินมีคุณภาพแค่นี้เองเหรอ?]
[แนะนำให้นายท่านวาเซียกัดพวกนี้สักที]
[อย่าเลย เดี๋ยวปากนายท่านวาเซียจะสกปรกเอา]
…
ห้องไลฟ์ที่เพิ่งสงบได้ไม่กี่วัน ก็กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง
หลังจากกินข้าวเสร็จ หนิงเหนียนก็เก็บชามทั้งหมดตามปกติแล้วเอาไปใส่ในเครื่องล้างจาน
หนิงหนิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ขยับเขยื้อน
“เป็นอะไรหรือเปล่า?” หนิงเหนียนถาม
หนิงหนิงจ้องมองเขาแล้วถามว่า “นายมีอะไรหรือเปล่า?”
หนิงเหนียนรู้สึกกระอักกระอ่วน “ไม่มีอะไรหรอก”
หนิงหนิงไม่ถามอะไรอีก
หนิงเหนียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ตอนบ่าย คนของตระกูลเจียงก็มาอีกครั้งและยังคงยุ่งวุ่นวายต่อไป
เสียงยังคงดังอยู่
หนิงหนิงนั่งอยู่ที่ขอบเตียง กลีบดอกกุหลาบสั่นไหวเบา ๆ
เว่ยฉือเดินออกมาและเจรจากับพวกเขา “รบกวนพวกคุณช่วยเบาเสียงลงหน่อยได้ไหมครับ ข้างบนยังมีคนอยู่นะ”
เมิ่งซางหรือก็คือผู้จัดการบ้านตระกูลเจียง เหลือบมองชั้นบนอย่างไม่ตั้งใจแล้วยิ้มบาง ๆ
“ขอโทษด้วยครับ พวกเราอาจจะรีบเกินไปเวลามันกระชั้นชิดจริง ๆ เพื่อเป็นการขอโทษ พวกเราจะชดเชยให้ทุกคนในงานเลี้ยงคืนนี้”
เว่ยฉือ…
นี่ไม่ได้หมายความว่า เขารู้แล้วแต่เขาจะไม่แก้ไขงั้นเหรอ
ตอนนี้ชั้นบนมีแค่หนิงหนิงคนเดียว คนอื่น ๆ ออกไปกันหมดแล้ว ตอนที่คนอื่นออกไปก็ทักทายเขาทุกคน ในห้องไลฟ์ก็เห็นได้ชัดเขาไม่เชื่อหรอกว่าคนคนนี้จะไม่รู้
คนที่บ้านตระกูลเจียงตั้งแต่บนลงล่าง ล้วนเต็มไปด้วยความมุ่งร้ายต่อหนิงหนิง
ช่างน่ากลัวจริง ๆ
ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า เว่ยฉือสั่นเทาเล็กน้อยรู้สึกหนาวนิด ๆ
ก่อนจะจากไปหนิงเหนียนได้พูดถึงปัญหานี้กับเขาเป็นพิเศษ
เว่ยฉือพยายามพูดอ้อม ๆ หลายครั้ง เพื่อขอให้พวกเขาเบาเสียงลง
แต่อีกฝ่ายก็แค่หัวเราะแก้เก้อ เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการหลบเลี่ยง
เว่ยฉือยอมแพ้ในที่สุด
อาจจะเป็นเพราะความโกรธ เขาจึงรู้สึกหนาวขึ้นเรื่อย ๆ
เขาขยับร่างกายหันกลับไปมองก็เห็นหนิงหนิงยืนอยู่กลางบันได ในมือกำลังถืออะไรบางอย่างอยู่
พอมองดูใกล้ ๆ ก็เห็นเป็นลูกแก้วคริสตัลที่ส่องประกายวับวาว
เว่ยฉือยกมือทักทายเธอ ปกติหนิงหนิงแทบจะไม่ขยับตัวออกมาจากห้องเลย
การที่ได้เห็นเธอในตอนนี้ ถือเป็นเรื่องแปลก
หนิงหนิงพยักหน้าแล้วมองไปยังทางขึ้นบันได ตรงนั้นมีผีตนหนึ่งยืนอยู่ ร่างกายอาบไปด้วยเลือด
ผมยาวสยายถึงไหล่ ปลายผมมีเลือดหยดติ๋ง ๆ
ผีตนนั้นจ้องมองคนงานที่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่ตลอด มองดูคนงานเจาะผนัง ปลดภาพแขวนผีเสื้อลงมาจากผนัง เล็บของเธอก็ยาวขึ้นด้วยความโกรธ
ขณะที่ฟังเมิ่งซางและเว่ยฉือคุยกันอยู่ ผมของผีตนนั้นถึงกับลอยขึ้นด้วยความโมโห
ดูเหมือนผีตนนั้นจะเกลียดมากที่มีคนมาวุ่นวายกับวิลล่าหลังนี้
ผีตนนั้นมองตามสายตาของเว่ยฉือ และสบตากับหนิงหนิงพอดี
ลูกแก้วคริสตัลส่องแสงเรืองรองออกมา ผีตนนั้นตกใจและหายวับไป
เมิ่งซางก็เห็นหนิงหนิงเช่นกัน “เป็นคุณหนูหนิงนี่เอง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ ตอนนั้นผมเป็นคนส่งคุณออกจากคฤหาสน์ตระกูลเจียงด้วยตัวเอง ผมคิดว่าคงไม่ได้เจอกันอีก ไม่คิดว่าจะมาเจอกันที่นี่”
หนิงหนิงจำเขาไม่ได้ เธอพูดช้า ๆ ว่า “คุณเป็นใครคะ?”
เมิ่งซางคิดว่าเธอแกล้งทำเป็นจำไม่ได้เพราะถูกแกะแผลเก่า
“ผมคือเมิ่งซาง ผู้จัดการบ้านตระกูลเจียงครับ”
“ตอนที่ฉันอยู่บ้านตระกูลเจียง ฉันสนิทกับคุณเหรอ?”
คำถามนี้ของหนิงหนิงช่างแปลกประหลาด
เมิ่งซางตอบ “ทำไมคุณหนูหนิงถึงถามแบบนี้ล่ะครับ?”
หนิงหนิงพูดตามตรง “น้ำเสียงที่คุณพูดมา ทำให้รู้สึกเหมือนสนิทกับฉันมาก แต่คุณก็แค่ผู้จัดการบ้านไม่ใช่เหรอคะ?”
ผู้จัดการบ้านไม่ใช่เหรอที่มีหน้าที่จัดการเรื่องความเป็นอยู่ของเจ้านาย แต่ทำไมคนคนนี้ถึงพูดจาราวกับว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้าน ถ้าไม่รู้มาก่อนคงนึกว่าเขาคือเจียงอันไซ่เสียอีก
เมิ่งซางเข้าใจแล้ว เธอกำลังด่าว่าเขาเป็นสุนัขที่อาศัยอำนาจนายข่มเหงผู้อื่น!
ตัวเธอถูกไล่ออกจากตระกูลเจียงจนชีวิตยังด้อยค่ากว่าหมาแล้วยังมีหน้ามาด่าเขาอีก?
เมิ่งซางยิ้มเยาะ “ใช่ครับ ผมเป็นแค่ผู้จัดการบ้านมีหน้าที่หลักคือดูแลความเป็นอยู่ของคุณหนูเจียงเจินและคุณชายเจียงฉือซิง อีกไม่นานคุณหนูเจียงเจินของเราก็จะเข้ากองถ่ายแล้ว ตอนเย็นคุณชายจะจัดงานเลี้ยงฉลองให้เธออย่างดี พวกเราเลยต้องยุ่งกันทั้งวันอาจจะเสียงดังไปหน่อย ก็คงต้องขอให้คุณหนูหนิงทนเอาหน่อยนะครับ”
หนิงหนิงขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจ “ทำไมฉันต้องทนด้วย พวกคุณเสียงดังรบกวนฉัน”
เมิ่งซางยิ้มตอบ “ขอโทษจริง ๆ ครับ พวกเราคิดว่าดาราที่มาร่วมรายการเรียลลิตี้ทุกคนจะยุ่งเหมือนคุณหนูของเรา ไม่คิดว่าคุณหนูหนิงจะยังอยู่ในวิลล่า ถ้าคุณหนูหนิงรำคาญเสียงดังก็ออกไปเดินเล่นได้นะครับ ตอนเย็นเชิญมาร่วมงานเลี้ยงฉลองของคุณหนูเจียงเจินด้วยนะครับ”
รอยยิ้มของเขาดูสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ
หนิงหนิงหลับตาลง แสงแดดช่างแสบตาเหลือเกิน
เว่ยฉือรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ “หนิงหนิง คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
ผิวขาวจังเลย
หนิงหนิงไม่พูดอะไรเธอยืนอยู่กลางบันได แสงอาทิตย์สีทองที่ส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่โอบล้อมร่างของเธอไว้
ผิวของเธอขาวมากจริง ๆ ทำให้ริมฝีปากดูแดงเด่นชัดเป็นพิเศษ
เว่ยฉือรู้สึกว่าหนิงหนิงดูเหมือนแวมไพร์ในภาพยนตร์ที่ไม่เคยเจอแสงอาทิตย์
เมิ่งซางถึงกับตาพร่าไปชั่วขณะเมื่อเห็นรูปลักษณ์ภายนอกของเธอ
สวยกว่าเมื่อก่อนมากจริง ๆ
ทันใดนั้นหนิงหนิงก็ลืมตาขึ้น จ้องตรงไปที่เมิ่งซาง
เมิ่งซางสะดุ้งตกใจกับดวงตาของเธอ มันดำสนิทราวกับหลุมลึกไร้ก้นดูเหมือนจะดูดกลืนคนเข้าไปได้
ขณะที่เขากำลังรู้สึกขนลุกในใจ หนิงหนิงก็ก้าวเดินเข้ามาสองก้าวหยิบภาพผีเสื้อที่ถูกโยนทิ้งไว้บนพื้นแล้วหมุนตัวเดินจากไป
เมิ่งซางถอนหายใจอย่างโล่งอกโดยไม่รู้สาเหตุ
ตอนนี้ตัวเขากำลังกลัวอะไรกันแน่นะ?
หนิงหนิงตกอับจนต้องกลายเป็นพวกเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านแล้วจะมาทำอะไรเขาได้อีกล่ะ?
เขาหันหลังแล้วกลับมาเร่ง “มา พวกเราต้องรีบทำให้เร็วขึ้น พยายามจัดเตรียมทุกอย่างให้เสร็จก่อนที่คุณหนูจะกลับมา”
ผ่านไปสักพัก เขาก็เห็นหนิงหนิงออกมาอีกครั้ง เธออยู่ที่ชั้นสอง
คราวนี้ไม่ได้ถือลูกแก้วคริสตัลแต่ถือโทรศัพท์มือถือ ดูเหมือนกำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคนแล้วก็เดินกลับเข้าไปในไม่กี่นาที
เมิ่งซางไม่ได้สนใจ
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา มีคนมาเคาะประตูที่หน้าวิลล่าหลังใหญ่