แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 541 พยายามสร้างความสัมพันธ์
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 541 พยายามสร้างความสัมพันธ์
หลังจากทักทายลู่จีอันแล้ว รถก็ออกเดินทางไปทันที
ลู่จีอันมองตามรถที่รีบร้อนออกไป แล้วถามขึ้น
“สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?”
หนิงหนิง “ตอนนี้ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว”
ทั้งสองเดินเคียงข้างกันเข้าไปในห้องรับแขก
หนิงหนิงเพิ่งเตรียมจะถามเกี่ยวกับสภาพของลู่เจียนซิน ฮวาหยูก็เดินเข้ามาหา
“หนิงหนิง คุณกลับมาแล้ว”
เธอดูร้อนใจมาก ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น คว้ามือของหนิงหนิงเอาไว้ แล้วเกือบจะร้องไห้ออกมา
“ลู่เจียนซิน เขายังไม่ตื่นเลย จะทำยังไงดี?”
มือของเธอสั่น
ลู่จีอันดึงตัวฮวาหยูเข้ามาปลอบประโลม “แม่ ใจเย็น ๆ นะ”
หนิงหนิง “ลู่เจียนซินยังไม่ตื่นเหรอ?”
ลู่จีอันพยักหน้า
ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ เขาหลับมาจนถึงตอนนี้
ฮวาหยู “เราให้แพทย์ประจำบ้านมาดูแล้ว ร่างกายไม่มีปัญหาอะไรเลย ทั้งหมดเป็นความผิดฉันเอง เมื่อคืนเราปล่อยให้เขาอยู่ในห้องคนเดียว ต้องเป็นเพราะได้รับผลกระทบจากพลังงานหยินแน่ ๆ”
หนิงหนิงเหลือบมองไปที่ลู่จีอัน และลู่จีอันก็ส่ายหัวให้เธอ
ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้บอกเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ครอบครัวรู้
หนิงหนิง “ฉันจะไปดูหน่อย”
“ได้ ได้”
ฮวาหยูรีบพาหนิงหนิงขึ้นไปชั้นบนทันที
ลู่เจียนซินถูกจัดให้นอนในห้องที่อยู่ลึกที่สุดด้านใน
เมื่อเปิดประตูห้อง คุณปู่ลู่และลู่เจียฝูก็อยู่ในห้องด้วย
ทั้งสองคนดูทรุดโทรมลงไปมาก
คุณปู่ลู่เห็นหนิงหนิงเข้ามา ก็ลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้นทันที
“หนิงหนิง เร็วเข้า มาดูหน่อย ทำไมลู่เจียนซินถึงไม่ยอมตื่นล่ะ”
หนิงหนิงเดินไปที่ขอบเตียง วาเซียกระโดดลงมาจากเตียงทันที มันมีน้ำลายเต็มปาก แล้วเอาตัวมาถูไถหนิงหนิง
“หนิงหนิง หอมจังเลย ไม่สามารถกัดสักคำได้เลยจริง ๆ เหรอ?”
หนิงหนิง “…” เธอถอยหลังอย่างรังเกียจเล็กน้อย
เธอผิดเอง เธอไม่ควรทิ้งวาเซียไว้ให้เฝ้าคนเลย
แต่เมื่อเธอมองดูลู่เจียนซินแวบเดียว ก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมวาเซียถึงได้น้ำลายไหลยืดขนาดนี้
ลู่เจียนซินคนนี้ เหมือนกับหลอดไฟขนาด 80 วัตต์เลยทีเดียว
มองเพียงแวบเดียว แทบจะถูกแสงแยงตาจนตาบอด
เดิมทีมีแค่ครึ่งเดียว เป็นแสงสีทองจาง ๆ แต่หลังจากผ่านไปหนึ่งคืน มันก็เปลี่ยนเป็นหนาและเข้มขึ้น
แบบนี้ เมื่อเทียบกันแล้วก็ยิ่งเห็นความแตกต่างชัดเจน
หนิงหนิงได้พบความแตกต่างที่เธอไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน
สีทองนี้น่าจะมีอยู่สองชั้น
เมื่อมองดูทั่วทั้งร่างกายแล้ว เธอสามารถเห็นได้ว่าตรงส่วนกลางของสีทองนั้น ยังมีอีกชั้นหนึ่งที่เป็นสีทองอ่อน ๆ
ซึ่งกลมกลืนเข้ากับส่วนที่เป็นสีทองด้านนอกพอดี
สีเหมือนกัน แต่ถ้าสังเกตให้ดี มันคือสองส่วนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
หนึ่งร่างสามวิญญาณ
นอกจากวิญญาณสองดวงที่ถูกค้นพบแล้ว วิญญาณที่เหลืออีกหนึ่งดวงดูเหมือนจะไม่ใช่วิญญาณที่สมบูรณ์
‘นี่จะเป็นวิญญาณของลู่เจียนซินเองหรือไม่?’
วิญญาณสีทองโอบล้อมอย่างเงียบสงบ ราวกับกำลังซ่อมแซมและบำรุงเลี้ยงส่วนที่ขาดหายไปของวิญญาณนี้
ลู่เจียนซินใบหน้าเปล่งปลั่งสีชมพู หายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ร่างกายไม่ได้แปดเปื้อนพลังงานหยิน นอกจากไม่ฟื้น ทุกอย่างล้วนป็นปกติ
หนิงหนิง “เขาไม่เป็นไร เขาจะฟื้นขึ้นมา”
ฮวาหยูถามอย่างร้อนใจ “เมื่อไรถึงจะฟื้นเหรอ?”
“ถ้าเขาจำเป็นต้องฟื้น เขาจะฟื้นได้ทุกเมื่อ”
แต่ทว่า คนที่ฟื้นขึ้นมา จะเป็นลู่เจียนซินหรือไม่ ก็ไม่อาจรู้ได้
เธอพูดแบบที่ทำให้คนฟังไม่ค่อยเข้าใจ
‘หมายความว่ายังไงที่บอกว่า ถ้าเขาจำเป็นต้องตื่น เขาก็จะตื่น?’
อย่างไรก็ตาม เมื่อหนิงหนิงพูดแบบนั้น ก็ทำให้จิตใจของฮวาหยูรู้สึกสงบลงได้บ้าง
“คุณยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม อยากไปกินอะไรหน่อยไหม?” ลู่จีอันถาม
ถ้าเขาไม่พูดขึ้น หนิงหนิงก็นึกไม่ออกเลย
‘เมื่อวานฉันมาที่นี่ก็เพื่อจะกิน แต่ผลสุดท้ายตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่ได้กินแม้แต่คำเดียว’
“กิน แน่นอนว่าต้องกินสิ”
‘มาแล้ว ก็มาเพื่อกินนั่นแหละ’
ฮวาหยู “ดูฉันสิ ลืมไปเลย เพื่อนของคุณตอนนี้น่าจะอยู่ที่ห้องอาหารแล้ว”
ลู่จีอันพาหนิงหนิงมาที่ห้องอาหาร เพิ่งเข้าไป จินซุ่ยก็เห็นเธอแล้ว
“หนิงหนิง!”
ทันใดนั้น เธอก็ถูกล้อมโดยคนหลายคนทันที
จินซุ่ย “หนิงหนิง คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
ถังถัง “ฮือ ๆ ๆ หนิงหนิง เมื่อคืนน่ากลัวมากนะ ดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
เจียงเอี้ยนจือ “เจ้านาย พวกผีเหล่านี้มาจากที่ไหนกันแน่?”
เสียงเจี๊ยวจ๊าวดังอยู่แถวหูเต็มไปหมด
หนิงหนิง “…”
“หยุด”
ทุกคนเงียบกริบทันที
“ฉันไม่เป็นอะไร แค่หิว ฉันอยากกินข้าว”
หนิงเหนียนถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาดึงเก้าอี้ให้หนิงหนิง “นั่งตรงนี้สิ”
หลังจากหนิงหนิงนั่งลงแล้ว เธอถึงได้พบว่ายังมีคนอีกสองคนนั่งอยู่ที่โต๊ะ
คือเจียงเจินและฟู่เซี่ยนหลี่
สองคนนั้นจ้องมองเธอตั้งแต่เธอเข้ามา
หนิงหนิงทำเป็นมองไม่เห็น
ฟู่เซี่ยนหลี่หัวเราะเยาะเบา ๆ
‘เสแสร้ง ยังเสแสร้งอีก’
‘เขาอยากรู้นักว่า หนิงหนิงจะแกล้งทำไปถึงเมื่อไร’
ฮวาหยูก็เข้ามาด้วย เธอนำจานผลไม้มาส่งให้หนิงหนิงด้วยตัวเอง
เจียงเจินเห็นภรรยาท่านลู่นำของกินมาให้หนิงหนิงด้วยตัวเอง มือที่จับช้อนของเธอก็กระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
แล้วเธอก็ได้ยินฮวาหยูพูดอย่างซาบซึ้งว่า “เมื่อคืนต้องขอบคุณคุณมาก พวกเราทุกคนถึงปลอดภัยกันหมด ลู่เจียนซินยังไม่ตื่น ต้องรบกวนคุณช่วยดูแลด้วย”
ของกินที่ส่งมาให้ หนิงหนิงรับไว้ทั้งหมด
เธอกินไปพลางพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจไปพลาง
“คุณนายลู่ ลูกชายคนเล็กของคุณยังไม่ตื่นเหรอคะ?”
ฮวาหยูได้ยินเสียงคนพูดแทรกขึ้นมา เธอจึงหันไปมอง แล้วก็พบว่าเป็นเจียงเจิน
ไม่นึกว่าเธอกับฟู่เซี่ยนหลี่ยังไม่ได้กลับไป
เมื่อคืน แขกที่พ้นช่วงอันตรายแล้ว ช่วงเช้าก็ทยอยกลับกันไปหมดแล้ว
เหลือไว้แค่ไม่กี่คน ซึ่งล้วนเป็นเพื่อนของหนิงหนิง
เธอเป็นห่วงลู่เจียนซิน จึงไม่ได้สังเกตเห็น แต่ไม่คิดว่าเจียงเจินและฟู่เซี่ยนหลี่จะยังอยู่
ตามความเป็นจริง พวกเขาสองคนน่าจะเป็นพวกที่อยู่ไม่นานที่สุด
เพราะก่อนที่จะเข้าประตูมา พวกเขาได้ทำเรื่องน่าอายไว้
แต่ฮวาหยูไม่รู้ว่า ตอนนี้ในความคิดของพวกเขาสองคน พวกเขาได้ตกลงใจแล้วว่า การกระทำทั้งหมดของหนิงหนิงในตอนนี้ ล้วนเป็นไปเพื่อดึงดูดความสนใจของฟู่เซี่ยนหลี่
แม้แต่เมื่อคืนที่ตั้งใจหาคนมาปกป้องก็เพื่อปกป้องฟู่เซี่ยนหลี่
ในเมื่อหนิงหนิงเป็นคนตัดสินใจเองที่จะปกป้องพวกเขา แล้วทำไมถึงต้องจากไป
ฮวาหยูรักไปถึงสิ่งของของคนที่เธอรัก เธอชอบหนิงหนิงและมีความรู้สึกดีกับเพื่อนของหนิงหนิงด้วย
ในทำนองเดียวกัน เธอก็เกลียดไปถึงสิ่งของของคนที่เธอเกลียดเช่นกัน เธอจึงไม่ค่อยมีความรู้สึกดี ๆ กับคนที่หนิงหนิงไม่ชอบ
แต่ด้วยมารยาท เธอก็ยิ้มและพูดว่า “ใช่ ยังไม่ตื่น แต่หนิงหนิงเพิ่งตรวจดูเสร็จ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว”
เจียงเจินเข้าใจแล้ว ‘ไม่แปลกที่หนิงหนิงและตระกูลลู่จะสนิทกันมาก คงอาศัยความสามารถที่ไม่รู้ที่มาที่ไปพวกนี้หลอกลวงคนอื่นสินะ’
‘ใครบอกว่าหนิงหนิงไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกกันล่ะ นี่ก็เลือกคนเก่งไม่ใช่หรือ’
เธอยิ้มและแสร้งทำเป็นห่วงใย “ถ้ายังไม่ฟื้นอีก ลองหาคนอื่นมาดูไหมคะ?”
ฮวาหยูปฏิเสธอย่างสุภาพ “ไม่ต้องหรอก หนิงหนิงบอกว่าไม่เป็นอะไร รอให้เขาตื่นก็พอ”
เจียงเจิน “ถ้าไม่เป็นอะไรก็ต้องตื่นแล้วสิ ถ้ายังไม่ตื่นก็แปลว่ามีปัญหาแน่ ๆ คุณลองหาคนอื่นมาดูสักหน่อยเถอะค่ะ ฉันรู้จักคนที่เชี่ยวชาญเรื่องโรคแปลก ๆ ที่หมอทั่วไปรักษาไม่ได้ เก่งมากเลยนะคะ”
‘หนิงหนิงทำได้ เธอก็ย่อมทำได้เหมือนกัน’
‘เครือข่ายคนรู้จักของเธอกว้างกว่าหนิงหนิงมากนัก’
‘และถ้าหากสามารถสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลลู่ได้…’
ขณะกำลังคิดอยู่นั้น ฮวาหยูก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“ไม่ต้องหรอก หนิงหนิงตรวจดูแล้ว” ฮวาหยูปฏิเสธอีกครั้ง และสีหน้าของเธอดูไม่ค่อยพอใจนัก
เจียงเจินเอ่ยต่อทันที “คุณนายลู่ ฉันไม่ได้มีเจตนาอื่นใด ฉันก็แค่เป็นห่วงลูกชายของคุณ ถ้าฉันเดาไม่ผิด เมื่อวานหนิงหนิงก็ได้ตรวจดูแล้วใช่ไหม แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น ฉันเป็นห่วงว่าหนิงหนิงอาจจะไม่ถนัดเรื่องการรักษา เพราะแต่ละคนก็มีความเชี่ยวชาญไม่เหมือนกัน เธออาจจะถนัดเรื่องการพยากรณ์มากกว่า”
นี่เป็นการเสียดสีว่าหนิงหนิงมีเทคนิคไม่เพียงพอ แต่ดันมารักษาคนมั่ว หลอกลวงตระกูลลู่
แน่นอนว่าถังถังฟังออก เธอกลั้นไม่อยู่ถึงกับกลอกตาใส่เจียงเจิน