แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 56 การประชันระหว่างคุณหนูตัวจริงและตัวปลอมกำลังจะเริ่มขึ้น
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 56 การประชันระหว่างคุณหนูตัวจริงและตัวปลอมกำลังจะเริ่มขึ้น
บทที่ 56 การประชันระหว่างคุณหนูตัวจริงและตัวปลอมกำลังจะเริ่มขึ้น
[พระจันทร์ไม่นอนฉันก็ไม่นอน : มีจริง ๆ นะ อยู่ที่บันไดนั่นแหละ!]
[พระจันทร์ไม่นอนฉันก็ไม่นอน : (สติ๊กเกอร์กระต่ายน้อยเหงื่อตก)]
[โจวเฉิงซื่อ : …]
โจวเฉิงซื่อมองดูหน้าจออย่างพินิจพิเคราะห์
แต่ก็ยังไม่เห็นผีผู้หญิงอะไรเลย
จี๋ไหลถาม “มีอะไรหรือเปล่า?”
โจวเฉิงซื่อก้มหน้าลง “ไม่มีอะ…”
หางตาของเขาเหลือบไปเห็นบางอย่างวูบผ่านไปบนบันไดในหน้าจอ
เป็นเงาผี
จี๋ไหลขมวดคิ้ว “ตกลงมีอะไรหรือเปล่า?”
โจวเฉิงซื่อชี้ไปที่หน้าจอ “คุณไม่เห็นเหรอ?”
จี๋ไหลยิ่งสงสัยหนัก “เห็นอะไรล่ะ? พวกเราก็กำลังดูไลฟ์สดกันอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
บนหน้าจอ
หนิงหนิงพิงอยู่ที่ราวบันได กระโปรงสีดำแกว่งไกวไปมา เงาก็พลิ้วไหวตามไปด้วย
โจวเฉิงซื่อหันไปถามเฉินมู่ “คุณก็ไม่เห็นเหรอ?”
เฉินมู่ฟังการประชาสัมพันธ์เรื่องการป้องกันการหลอกลวงอย่างตั้งใจ เขาเงยหน้าขึ้นมาด้วยความงุนงง “หา? อะไรนะ?”
พวกเขาไม่มีใครเห็นมันเลย
แม้แต่คนที่มีตาทิพย์ก็ยังมองไม่เห็นผีตนนี้
ช่างน่าแปลกจริง ๆ
ในห้องไลฟ์สตรีมยังคงเงียบสงบเหมือนเดิม
เว่ยฉือน้ำตาคลอ
รายการได้รับความนิยมในแง่บวกแล้ว!
พัฒนาการแบบนี้ ตอนที่วางคอนเซ็ปต์รายการครั้งแรกเขายังไม่กล้าคิดเลยด้วยซ้ำไม่ต้องพูดถึงสถานการณ์ที่วุ่นวายแบบนี้เลย
นี่มันความสุขที่มาหลังความทุกข์ชัด ๆ
นี่คือการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์เชิงบวกที่แท้จริง มันดีกว่าการติดเทรนด์ยอดนิยมตั้งร้อยครั้งเลย
ตอนนี้แนวคิดของรายการยกระดับขึ้นไปอีกหลายเท่าเมื่อเทียบกับรายการวาไรตี้อื่น ๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน
ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ
เว่ยฉือถึงกับมึนงงกับเรื่องน่ายินดีที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
ในขณะที่บางคนมีความสุข ก็ย่อมมีคนที่ทุกข์ใจเช่นกัน
เจียงฉือซิงที่กำลังแข่งรถอยู่ข้างนอก ระหว่างที่พักเพื่อนสนิทของเขาก็ส่งเทรนด์ยอดนิยมมาให้ดูถึงหน้า
เจียงฉือซิงอ่านคอมเมนต์แล้วรู้สึกโมโหมาก
[การกระทำของตระกูลเจียงมันช่างต่ำช้าเหลือเกิน!]
คนพวกนั้นเขาเป็นคนเรียกไปและการกระทำทั้งหมด ก็เกิดขึ้นโดยที่เขายอมให้เกิด
ตอนนี้การด่าคนพวกนั้นก็เท่ากับเป็นการด่าเขาด้วยเช่นกัน
ตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา เจียงฉือซิงไม่เคยถูกเรียกว่าต่ำช้ามาก่อนเลย
คนที่ยืนดูอยู่รอบ ๆ ต่างหัวเราะคิกคัก ดูท่าทางจะสะใจอยู่ไม่น้อย
ปกติพวกเขาก็เล่นกันแบบนี้อยู่แล้ว เจียงฉือซิงรู้ว่าพวกเขาแค่ล้อเล่นไม่ได้มีเจตนาร้าย
แต่วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร จู่ ๆ ความโกรธก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ กดข่มเท่าไหร่ก็ไม่อยู่
อาจเป็นเพราะช่วงนี้พักผ่อนไม่ค่อยได้ พอเข้านอนก็ฝันร้ายรู้สึกเหมือนมีคนยืนอยู่ข้างเตียงตลอดเวลา
การนอนไม่หลับที่เรื้อรังมานาน เริ่มส่งผลกระทบต่อช่วงกลางวันแล้ว
ตอนกลางวันเขามักเหม่อลอยบ่อย ๆ สภาพจิตใจแย่มาก อารมณ์ก็แปรปรวนไปด้วย
เมื่อกี้ตอนขับรถ จู่ ๆ เขาก็เหม่อลอยไปตอนที่กำลังจะเลี้ยวโค้งเกือบจะชนเข้ากับราวกั้น โชคดีที่ฝีมือเขาดีเลยหักรถกลับมาได้อย่างหวุดหวิด
อีกอย่างหนึ่งคือเขารู้สึกหนาวง่ายขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว เสื้อสเวตเตอร์ก็ถอดออกไปแล้ว แต่สองวันนี้เขากลับต้องหยิบมันกลับมาใส่ใหม่
วันนี้ยังโดนเพื่อน ๆ หัวเราะเยาะอีก
เจียงฉือซิงสังหรณ์ใจว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เขาพลันนึกถึงคำพูดของหนิงหนิงในวันที่ย้ายเข้าวิลล่าขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล
‘ห้องติดบันไดมีบางอย่างอยู่ข้างใน’
แต่ว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง?
หยกที่อยู่ตรงหน้าอกก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร บ่งบอกว่าทุกอย่างเป็นปกติดี
เขายังคงเชื่อว่านี่เป็นแผนการของหนิงหนิง
แม้จะคิดในใจแบบนั้น เขาก็ยังอดนึกถึงคำพูดของหนิงหนิงไม่ได้
ยิ่งคิดก็ยิ่งรำคาญ
สมกับที่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับหนิงหนิง ไม่เคยมีเรื่องดี ๆ เลยสักเรื่อง
แม่ของเขาพูดถูก หนิงหนิงเป็นดาวอัปมงคลจริง ๆ
เจียงฉือซิงเหวี่ยงขวดน้ำดื่มในมือใส่รถที่จอดอยู่ริมถนนเสียงดัง โครม!
ช่างภาพที่ติดตามถ่ายทำก็หันกล้องไปอีกทางอย่างรู้งาน มองไปยังแถวของรถหรูที่จอดเรียงราย
เจียงฉือซิงพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ขำมากเหรอ?”
ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา
คนที่คุ้นเคยกับเจียงฉือซิงต่างรู้ดีว่าเขากำลังโกรธ
พวกเขาไม่กล้าล้อเล่นอีกต่อไป
เจียงฉือซิงทำหน้าเรียบเฉย “คืนนี้ทุกคนต้องไปฉลองให้เจียงเจิน รู้ไหม?”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
ทุกคนต่างพากันตอบรับ
เจียงฉือซิงโกรธขนาดนี้ คืนนี้หนิงหนิงคนนั้นคงจะซวยแน่ ๆ
เรื่องสนุกแบบนี้ พวกเขาจะพลาดได้ยังไง?
ตำรวจอยู่ที่วิลล่าหลังใหญ่เกือบหนึ่งชั่วโมงก่อนจะจากไป
ผู้คนต่างแยกย้ายกันไป
ก่อนขึ้นบันไดหนิงหนิงถามเว่ยฉือว่า “เจ้าของวิลล่าหลังนี้เป็นใครคะ พวกเขาได้รับอนุญาตจากเจ้าของวิลล่าในการดัดแปลงวิลล่าหลังนี้หรือเปล่าคะ”
เว่ยฉือตอบ “แน่นอนว่าบอกแล้วครับ เจ้าของวิลล่าก็คือนักเขียนนิยายรักชื่อดังในโลกออนไลน์ที่ใช้นามปากกาว่า ผีเสื้อเพลิง เธออนุญาตแล้ว”
“ทำไมอยู่ ๆ มันถึงหนาวขึ้นมาแบบนี้นะ” เว่ยฉือกอดแขนตัวเองจนขนลุกซู่ไปหมด
ที่ชั้นหนึ่ง มีร่างสีแดงยืนอยู่ตรงนั้น
หนิงหนิงถามขึ้นมาทันที “งานรวมตัวครั้งนี้เชิญใครมาบ้างคะ?”
“หา? ก็เพื่อนของเจียงฉือซิงกับเพื่อนของเจียงเจินมั้งครับ แล้วก็ทุกคนในวิลล่าด้วยน่ะ…”
“งั้นก็ดีแล้ว ถ้าเราไปรบกวนชีวิตที่สงบของคนอื่นไม่ว่าจะเป็นคนหรือผี เราก็ควรเชิญพวกเขามาด้วย ถือว่าเป็นการขอโทษไปในตัว”
เงาร่างสีแดงนั้นหายไปแล้ว
หนิงหนิงมองไปที่เว่ยฉือแล้วเดินขึ้นชั้นบนไป
เว่ยฉือรู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที
ทุกคนต่างรู้ดีว่าเจียงฉือซิงจะไม่มีทางเชิญหนิงหนิงอย่างเด็ดขาด
เขาไม่สามารถพูดต่อหน้าหนิงหนิงได้ว่า เจียงฉือซิงจะไม่เชิญเธอ
เขาพูดคลุมเครือแบบนี้ ถ้าหนิงหนิงเข้าใจผิดคิดว่าเจียงฉือซิงจะเชิญเธอจริง ๆ จะทำยังไงดี
บทสนทนาของพวกเขาทั้งสอง ผู้ชมในห้องไลฟ์ได้ยินกันอย่างชัดเจน
[ฮ่า ตอนนี้ก็เปิดเผยออกมาแล้วที่แท้จุดประสงค์ที่แจ้งตำรวจก็เพื่อเตือนเจียงฉือซิงว่าคืนนี้ต้องเชิญเธอ ไม่งั้นก็จะถือว่าเป็นการรบกวนการใช้ชีวิตของคนอื่น]
[ก็ถือว่าเป็นการขอโทษ แต่จะขอโทษใคร ขอโทษของปลอมอย่างเธอเหรอ?]
[ของปลอม รีบไปขอโทษเจียงเจินเดี๋ยวนี้!]
[พูดอ้อมค้อมทำไม น่าจะบอกไปตรง ๆ เลยว่าไม่มีใครเขาเชิญของปลอมหรอก]
[พวกเรามีงานปาร์ตี้คืนนี้ ทุกคนจะไปกันลองเดาซิว่าใครจะไม่ได้รับเชิญ ก็เธอไงล่ะ ของปลอม!]
[ใช่ เขาจะเชิญเธอแน่ ๆ ของปลอม เธอก็รอไปเถอะ รอให้คนอื่นเชิญ รอจนตายไปเลยก็ได้]
[ไม่ว่าจะเป็นคนหรือผี…ผี??? มีแค่ฉันคนเดียวหรือเปล่าที่รู้สึกว่าคำพูดของเธอดูแปลก ๆ?]
หนิงหนิงกลับเข้าห้องเช็ดทำความสะอาดภาพผีเสื้อแล้วนำไปวางไว้ด้านข้าง
หลังจากที่ถูกตำรวจตำหนิ เสียงจากชั้นล่างก็เบาลงไปบ้าง
แต่สำหรับหนิงหนิงแล้ว มันก็ยังคงดังรบกวนอยู่ดี
เธออ่านหนังสือไปได้สักพักใหญ่ เสียงจากชั้นล่างค่อย ๆ เบาลงเรื่อย ๆ คงจะจัดการตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ห้องนั่งเล่นเงียบสงัดแต่เสียงดังโครมครามกลับดังมาจากห้องครัว
หนิงหนิงมองเวลาและก็เป็นอย่างที่คิด ตอนนี้หกโมงแล้ว
เวลานี้หนิงเหนียนน่าจะกลับมาแล้ว
เธอเพิ่งเห็นว่าครึ่งชั่วโมงก่อน หนิงเหนียนส่งข้อความมาให้
[หนิงเหนียน : คืนนี้มีธุระ จะกลับช้าหน่อย เธอกินผลไม้ประทังท้องไปก่อนนะ]
[หนิงหนิง : ได้]
ที่โรงพยาบาล
ฉีอันเห็นข้อความตอบกลับของหนิงหนิงพอดี
“นายไม่ได้บอกเธอเหรอว่าแขนบาดเจ็บเลยต้องมาหาหมอน่ะ?”
หนิงเหนียนสวมหน้ากากอนามัยอยู่ เขาพูดเสียงเบา
“ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรสักหน่อย”
ฉีอันถาม “แขนของนายบวมขนาดนั้นแล้ว ยังจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกเหรอ?”
เขาทำให้ฉีอันทั้งโมโหทั้งขำจริง ๆ
“นายคงไม่ได้วางแผนจะกลับไปทำอาหารให้หนิงหนิงหรอกนะ?”
หนิงเหนียนไม่พูดอะไร
ฉีอันยังคงถามต่อ “นายเตรียมตัวแบบนี้จริง ๆ เหรอ?”
หนิงเหนียนใช้ความเงียบแทนการตอบรับ
ฉีอัน…
วันนี้ตอนซ้อมเต้น หนิงเหนียนได้รับบาดเจ็บที่แขนโดยไม่ได้ตั้งใจ
ช่วงเช้าเขาไม่ทันสังเกตเห็น ไอ้หมอนี่ก็ไม่ยอมบอก แถมตอนเที่ยงยังอุตส่าห์วิ่งกลับไปทำอาหารให้หนิงหนิงอีก
พอตอนบ่ายครูสอนเต้นมาเห็นเข้า แขนก็บวมขึ้นมาแล้ว
ฉีอันโกรธมากเขารีบพาหนิงเหนียนมาโรงพยาบาลทันที
แฟนคลับทั้งหลายกำลังร้อนใจกันแทบตาย ตอนนี้คงกำลังติดเทรนด์ยอดนิยมอยู่แน่ ๆ
พูดไปก็แปลกดี
เรื่องที่แฟนคลับรู้กันทั่วแต่หนิงหนิงกลับยังไม่รู้เลย เพราะหนิงเหนียนยังปิดบังเธออยู่
“พวกนายสองคนเป็นพี่น้องแท้ ๆ กันนะ”
ฉีอันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย
หนิงหนิงก็เป็นคนที่แปลกประหลาดคนหนึ่ง
หนิงเหนียนไม่พูดอะไร เธอก็ไม่ถาม ปกติแล้วควรจะถามสักคำไม่ใช่เหรอ
อย่างน้อยเขาก็ทำอาหารให้เธอกินมาหลายวันแล้วนะ
แน่นอนว่าเธอคงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก หรือไม่ก็ยังคงมีความรู้สึกบางอย่างกับตระกูลเจียงอยู่
เรื่องที่แจ้งความวันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน
ภาพลักษณ์ที่ดูสงบเสงี่ยมของเธอ พอเป็นเรื่องของตระกูลเจียงก็พังทลายทันที
เพียงแค่เจอข้อผิดพลาดนิดหน่อยก็ต้องเอาเรื่อง ถึงขั้นเรียกตำรวจมา
คนทั่วไปคงไม่คิดจะแจ้งความหรอก แฟนคลับของเจียงเจินในโลกออนไลน์ต่างก็คิดว่าหนิงหนิงอิจฉาจริง ๆ และพยายามขัดขวางการจัดงานฉลองของเจียงเจิน
ฉีอันรู้สึกว่าสิ่งที่พวกเธอพูดมานั้นมีเหตุผลอยู่ไม่น้อย
คืนนี้การประชันระหว่างคุณหนูตัวจริงและตัวปลอมที่ผู้ชมรอคอยมานาน จะได้เริ่มขึ้นจริง ๆ เสียที