แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 570 คิดว่าตัวเองเป็นคนเก่งนักรึ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 570 คิดว่าตัวเองเป็นคนเก่งนักรึ
บทที่ 570 คิดว่าตัวเองเป็นคนเก่งนักรึ
เว่ยฉือมองดูข้อความที่เลื่อนผ่านไปมา ทั้งหมดเป็นคำว่า ‘เมียน้อย’
เห็นแล้วเขาก็เหงื่อแตกพลั่ก
‘พวกคนเหล่านี้ ไม่กลัวหนิงหนิงจะโกรธหรือไงนะ?’
หนิงหนิงเห็นความลังเลของเขาจึงพูดเพียงว่า “จับภาพไปเลย ไม่ต้องคิดมาก”
เมื่อหนิงหนิงพูดแบบนี้แล้ว เว่ยฉือก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
แม้ว่าเขาได้เตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อมองดูคำถามที่คัดมา เว่ยฉือก็ยังอดขมวดคิ้วไม่ได้ เขาแทบจะอ่านออกมาไม่ได้เลย
เขาเลือกดูไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจอคำถามหนึ่ง เว่ยฉือก็พลันรู้สึกตาสว่างขึ้นมา
คำถามนี้ดี เขาจึงอ่านออกมาทันที
“ผมอยากถามหนิงหนิงครับ ในอินเทอร์เน็ตมีข่าวลือว่าคุณชอบฟู่เซี่ยนหลี่ จริงหรือเปล่า?”
ถามได้ดีมาก เขาถามไปแล้ว ต่อจากนี้ก็แค่รอให้หนิงหนิงชี้แจงให้กระจ่างก็พอ
หนิงหนิงฟังแล้ว แต่ก็ไม่ตอบเป็นเวลานาน เว่ยฉือหันหลังให้กล้อง แล้วขยิบตาให้เธอ
‘ไม่เป็นไร พูดไปเถอะ’
สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ หนิงหนิงมองคำถามนั้นอีกครั้ง จากนั้นก็พยักหน้า
“มันเป็นความจริงนะ”
เว่ยฉือ “?”
หนิงเหนียน “?”
[เฮ้ย อะไรวะ?]
[นี่หนิงหนิงยอมรับแล้วเหรอ?]
[ฮ่า ๆ ๆ นี่หนิงหนิงยอมรับด้วยปากตัวเองนะ!]
[ตลกมาก พวกแฟนคลับของหนิงหนิงล้างผิดให้เธอต่อไปสิ นางเอกของคุณยอมรับไปแล้วนะ!]
[รายงาน! หนิงหนิงยอมรับแล้วว่าตัวเองเป็นมือที่สาม!]
[แบบนี้ฉันด่าได้ตามใจแล้วใช่ไหม!]
[ฉันขอเตือนหนิงหนิงเถอะว่าให้เลิกคิดไปซะ ความสัมพันธ์ระหว่างเจินเจินกับประธานฟู่ไม่ใช่ที่ที่เธอจะเข้าไปแทรกแซงได้นะ]
[ประธานฟู่ไม่เคยชอบเธอมาก่อน ตอนนี้มีเจินเจินแล้ว ยิ่งไม่มีทางชอบเธอ หวังว่าหนิงหนิงจะรู้จักสถานะของตัวเอง อย่าไปตามตื๊อประธานฟู่อีกเลย พฤติกรรมแบบนี้น่ารำคาญมาก]
ความคิดเห็นเต็มหน้าจอสื่อถึงความสนุกสนานร่าเริง ส่วนคนดูก็โจมตีด่าทอหนิงหนิงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ตอนนั้นหนิงหนิงก็พูดต่ออย่างเชื่องช้าว่า “ก่อนหน้านี้ฉันเคยชอบเขาจริง ๆ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
เว่ยฉือและหนิงเหนียน “…”
‘อย่าพูดแค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนั้นสิ มันน่ากลัวนะ’
[อย่าพูดตะกุกตะกักหรือหายใจติดขัด]
[ถ้าบอกว่าเคยชอบ นั่นก็แปลว่าตอนนี้ไม่ชอบแล้วสินะ]
[นั่นถึงจะถูก ฉันเกือบจะตกใจตายเพราะหนิงหนิงแล้ว]”
[ฮะ ๆ คุณคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ?]
[ทำไมไม่เชื่อล่ะ]
[หนิงหนิงบอกว่าไม่ชอบก็คือไม่ชอบเหริอ ฉันว่าเธอแค่ปากแข็งเท่านั้นแหละ!]
[ใช่ ถ้าไม่ชอบ ทำไมยังตามติดฟู่เซี่ยนหลี่อยู่ล่ะ]
[แอบทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ตลอด อย่าคิดนะว่าพวกเราไม่รู้ทัน]
[ฉันยอมแพ้กับพวกคุณจริง ๆ แล้ว ชี้แจงไปก็ไม่ฟัง พวกคุณต้องการจะเหมารวมว่าหนิงหนิงเป็นมือที่สามอย่างนั้นใช่ไหม]
หนิงหนิง “ตอนที่ไม่ชี้แจง พวกคุณก็เร่งให้ฉันชี้แจง พอชี้แจงแล้วพวกคุณก็บอกว่าไม่เชื่อ แล้วพวกคุณจะให้ฉันทำยังไง?”
หนิงหนิงก็รู้สึกจนปัญญาเหมือนกัน
“สิ่งที่พวกคุณสนใจไม่ใช่ความจริงหรอก ผลลัพธ์ที่พวกคุณต้องการมีแค่ผลลัพธ์ที่พวกคุณอยากได้ ถ้าไม่ใช่ผลลัพธ์ที่พวกคุณต้องการ พวกคุณก็จะค้านอย่างบ้าคลั่ง สิ่งที่ชักจูงพวกคุณไม่ใช่เหตุผล แต่เป็นอารมณ์ พวกคุณไม่เคยคิดอะไรเลยจริง ๆ พวกคุณรู้ไหมว่า การที่พวกคุณทำแบบนี้ มันทำลายคนอื่นได้ง่ายมาก พวกคุณทุกคนคือฆาตกรที่มีศักยภาพ”
[??? คุณกำลังพูดอะไรเหลวไหลน่ะ?]
[บ้าเหรอ ฉันแค่โต้เถียงไม่กี่คำก็กลายเป็นฆาตกรแล้ว?]
[ถ้าล้างตัวเองให้ขาวไม่ได้ คุณก็ไม่ต้องพูดก็ได้นะ]
[หนิงหนิงพูดถูกแล้วนี่ พวกคุณไม่ฟังเธอเลย เธอพูดอะไร ตราบใดที่เธอไม่ยอมรับว่าแทรกกลาง พวกคุณก็จะไม่เชื่อเธออยู่ดี หาเหตุผลมาอ้างไปเรื่อย]
[เมื่อพวกคุณกลายเป็นดาบที่แทงคนที่คุณชอบเอง ตอนนั้นแหละ พวกคุณถึงจะรู้ว่ามันเจ็บแค่ไหน]
ข้อความในช่องคอมเมนต์เต็มไปด้วยคำด่าทอ เห็นได้ชัดว่า พวกเขาไม่ได้ฟังคำพูดของหนิงหนิงเลย
หนิงหนิงประกาศย้ำอีกครั้ง “ฉันไม่ได้ชอบฟู่เซี่ยนหลี่ในตอนนี้ และฉันก็ไม่ได้ตามติดฟู่เซี่ยนหลี่ด้วย ทุกอย่างที่ฉันพูด พวกคุณไม่มีใครเชื่อ งั้นพวกคุณก็ไปถามเขาเองสิ”
[ฮ่า ๆ นี่เธอกำลังข่มขู่พวกเราหรือไง?]
[จะถามก็ถาม คิดว่าพวกเราไม่กล้าถามเหรอ?]
หนิงหนิงยักไหล่
[งั้นพวกคุณก็ไปถามเองสิ]
เธอพยักพเยิดให้เว่ยฉือดำเนินกิจกรรมช่วงต่อไป
ข้อความบนจอยังคงไม่ยอมเลิกรา พวกเขายังคงถามคำถามหนิงหนิงต่อไปในเรื่องเดิมซ้ำ ๆ
หนิงหนิงชำเลืองมองแวบหนึ่ง แล้วถามหนิงเหนียนว่า “ฉันขอเลือกคำถามหนึ่งได้ไหม?”
การตอบคำถามนั้นจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อพวกเขาก็ไม่ฟังเหตุผลอยู่ดี
แต่เขาพยักหน้าเห็นด้วย
หนิงหนิง “ฉันจะเลือกเองนะ”
เว่ยฉือก็เห็นด้วย เขารู้สึกชื่นชมในความแข็งแกร่งทางจิตใจของหนิงหนิงอย่างมาก
หนิงหนิงมองที่หน้าจออย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วอ่านออกมาว่า “แล้วเมื่อกี้ที่คุณได้ฟังคำตอบของเจินเจินแล้วหัวเราะ มันหมายความว่ายังไงกันแน่?”
[ใช่แล้ว สรุปมันหมายความว่าอะไรกันแน่!]
[ฉันรู้สึกว่ารอยยิ้มของคุณนั่น ไม่ได้มีความหมายดี ๆ เลย]
[พูดมาเลย! คุณต้องการอะไรกันแน่!]
[ฉันบอกคุณนะ อย่าคิดจะทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเจินเจินกับประธาน ฟู่!]
หนิงหนิง “ไม่มีอะไรหรอก แค่รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่ทำให้อารมณ์ดีจริง ๆ”
[???]
หนิงหนิง “ฉันนึกว่าเจียงเจินกับฟู่เซี่ยนหลี่เป็นคู่รักเสียอีก ที่แท้ก็แค่เพื่อนกันนี่เอง”
[อ๊ะ?]
[เธอหมายความว่าอะไรน่ะ?]
[เธอไม่ได้บอกเหรอว่าตอนนี้เธอไม่ชอบฟู่เซี่ยนหลี่แล้ว แล้วทำไมเธอถึงดูอารมณ์ดีล่ะ?]
[นี่เธอกำลังสะใจหรือไงเนี่ย?]
[ไม่ใช่นะ ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น เจินเจินกับซีอีโอฟู่เป็นแฟนกันนะ!]
[ไม่ใช่คู่รักนะ เจียงเจินปฏิเสธไปแล้ว]
[พวกคุณไม่เคยมีความรักกันหรือไม่รู้จักความอายยังไง?]
[ไม่รู้สิ ฉันแค่ได้ยินเจียงเจินปฏิเสธไปแล้ว]
[ไม่ใช่คู่รักนะ ฟู่เซี่ยนหลี่กับเจียงเจินสองคนนั้นไม่เคยประกาศอะไรอย่างเป็นทางการเลย]
[ใช่ แล้วใครบอกคุณว่าคนที่ไม่ได้ประกาศอะไรอย่างเป็นทางการสองคนเป็นคู่รักกัน?]
[ไม่ใช่เหรอ? ทั้งสองคนแสดงออกชัดเจนขนาดนี้แล้ว คนตาไม่บอดก็น่าจะเห็นได้นะ]
[พวกคุณก็ไม่ได้เพิ่งเข้าวงการบันเทิงวันแรกนี่ คนในวงการบันเทิงที่ปั่นกระแสคู่จิ้นมีตั้งเยอะแยะ พวกคุณไม่เคยเห็นหรือไง?]
[อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปหน่อยเลย จิ้นคู่กันไปเรื่อย ๆ ก็พอแล้ว อย่าไปเชื่อจริง ๆ สิ]
[ขำแตก บางคนบ้าคลั่งเรื่องคู่จิ้นจนเกินไป ถึงขนาดวิ่งมาด่าหนิงหนิงว่าเป็นมือที่สาม]
ทันใดนั้นก็มีคนจำนวนมากปรากฏตัวในช่องแสดงความคิดเห็น โดยทั้งหมดต่างเข้าข้างหนิงหนิง
การกระทำนี้เป็นการปกปิดความคิดเห็นที่เดิมทีวิพากษ์วิจารณ์หนิงหนิง
หนิงเหนียนและเว่ยฉือสบตากัน
‘นี่มันไม่ปกติเลย’
ความเห็นยังคงล้อเลียนแฟนคลับคู่จิ้นต่อไป
‘การที่ฟู่เซี่ยนหลี่และเจียงเจินสร้างกระแสคู่จิ้นเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน เจียงเจินได้รับความนิยม ส่วนราคาหุ้นของกลุ่มบริษัทฟู่ก็เพิ่มขึ้น นี่มันเห็นชัด ๆ ว่าเป็นการร่วมมือกันไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงมีคนเชื่อจริง ๆ ล่ะ?’
‘ใช่แล้ว พวกเธอก็แค่ตัวหมากเท่านั้น คิดว่าตัวเองเป็นอาหารจานเด็ดหรือไง?’
…
ความคิดเห็นแบบนี้มีมากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้แต่แฟนคลับคู่จิ้นก็เริ่มสงสัยว่า พวกเขาอาจจะฝันหวานไปกับคู่ที่ไม่มีอยู่จริงก็ได้
ในขณะที่พวกเขากำลังสงสัย หนิงหนิงก็พูดขึ้นมาราวกับยอมประนีประนอมว่า “ถ้าเป็นอย่างที่พวกคุณพูดจริง ๆ ว่าพวกเขาเป็นแฟนกัน งั้นถ้ามัวแต่ปฏิเสธตลอดเวลา หากมีใครมาชิงไปก่อน ตอนนั้นก็อย่าร้องไห้ละ”
นี่มัน เต็มไปด้วยความเจตนาร้ายอย่างแท้จริง
การพูดตรง ๆ แบบนี้ผ่านกล้องถ่ายทอดสด สำหรับหนิงหนิงแล้ว นี่เป็นครั้งแรกในตั้งแต่ไลฟ์มานานขนาดนี้เลยทีเดียว