แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 569 ปล่อยให้พวกเขาถาม
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 569 ปล่อยให้พวกเขาถาม
บทที่ 569 ปล่อยให้พวกเขาถาม
[เรื่องได้คลี่คลายแล้ว การที่ครอบครัวนิยมลูกชายมากกว่าลูกสาว มันเป็นเพียงข้ออ้างที่จี๋เสี่ยวเสี่ยวสร้างขึ้นมาเพื่อล้างตัวเองเท่านั้นเอง]
[น่าโกรธจริง ๆ ฉันยังรู้สึกสงสารเธอด้วยซ้ำ!]
[ใช่ ฉันถึงกับด่าจี๋ซางแทนเธอด้วยความรู้สึกจริง ๆ ฉันมันช่างโง่เหลือเกิน!]
[มันช่างร้ายกาจจริง ๆ ทำไมถึงมีคนใจร้ายแบบนี้ได้]
[ขำเกือบตาย จี๋เสี่ยวเสี่ยวไม่ใช่เหรอที่ชอบเปรียบเทียบตัวเองกับเจินเจินตลอด แถมยังพยายามลากเจินเจินลงน้ำด้วย ตอนนี้ดูแล้วช่างใจร้ายจริง ๆ]
[คุณคิดว่าจี๋เสี่ยวเสี่ยวเทียบกับเจินเจินได้เหรอ? เจินเจินเคยโกหกเหมือนเธอไหม? เคยโยนความผิดให้คนไม่มีความผิดเหมือนเธอไหม?]
[ช่างไร้ยางอายจริง ๆ จี๋เสี่ยวเสี่ยวเทียบกับเล็บมือของเจินเจินยังไม่ได้เลย!]
[ช่างจิตใจชั่วร้ายจริง ๆ!]
[ตอนนี้ฉันสงสัยว่าที่จี๋เสี่ยวเสี่ยวเป็นลมก็แค่แสร้งทำ]
[คงเห็นว่าไม่มีใครเข้าข้างเธอ เล่นละครต่อไม่ได้แล้วมั้ง เลยต้องแกล้งทำเป็นเป็นลม]
[คิดว่าเป็นลมแล้วจะจบเรื่องงั้นเหรอ? ถ้าไม่แก้ปัญหา มันก็จะยังอยู่ตลอดไป!]
[จี๋เสี่ยวเสี่ยวขอโทษสิ! จี๋เสี่ยวเสี่ยวขอโทษเจินเจิน! ขอโทษน้องชายจี๋ซาง!]
[ไม่ต้องห่วง เธอหนีไม่พ้นหรอก สื่อกำลังรออยู่ข้างนอกโรงพยาบาลนั่นแหละ]
…
คนที่ถือกล้องวิดีโอล้อมโรงพยาบาลจนแน่นขนัดไม่มีช่องว่างให้น้ำไหลผ่านได้
หนิงหนิงละสายตาจากหน้าต่าง
สื่อต่าง ๆ กล้าแสดงออกมากกว่าที่คาด และมาถึงเร็วกว่าที่คbfไว้
เธอหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องผู้ป่วย
คนบนเตียงเพิ่งลืมตาขึ้นพอดี
จี๋เสี่ยวเสี่ยวกะพริบตาด้วยความงุนงง
“หมอบอกว่าคุณเครียดมากเกินไป แถมไม่ได้ทานอาหารให้ดี จนเลือดลมไม่ดี เลยเป็นลมไป ต้องพักผ่อนให้เพียงพอนะ”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวได้ยินเสียงของหนิงหนิง
เธอจึงพยายามลุกขึ้นมาด้วยความยากลำบาก และเห็นหนิงหนิงยืนอยู่ที่ขอบประตู
นอกจากเธอแล้ว ก็ไม่มีคนอื่นอยู่ที่นี่อีก
“ฉันให้พวกเขากลับไปหมดแล้ว”
เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะถามอะไร หนิงหนิงจึงตอบไปตรง ๆ
จี๋เสี่ยวเสี่ยวเพิ่งฟื้น ยังงง ๆ อยู่ ก็ได้ยินหนิงหนิงถามเธอว่า “คุณสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ผ่านเพราะมัวแต่มีความรักเหรอ?”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวมองเธออย่างงงงัน
“คุณพูดอะไรนะ?”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเพิ่งได้ยินเรื่องเหลวไหลอะไรสักอย่าง
“ฉันมีแฟนตั้งแต่เด็กเหรอ? ใครบอก?”
“เพื่อนร่วมชั้นเรียนของคุณกับคนที่เป็นแฟนวัยเด็กของคุณบอกมา”
หนิงหนิงยื่นโทรศัพท์ให้
จี๋เสี่ยวเสี่ยวรับโทรศัพท์มาด้วยความสงสัย
เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์อีกครั้ง ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำไปทั้งหมดแล้ว
“ไร้สาระ! ฉันไม่เคยมีแฟนตั้งแต่เด็กซักหน่อย!”
เธอโกรธจนมือสั่น
“ฉันเรียนภาษาอังกฤษกับเจียงเหยาจริง แต่พวกเราแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างเท่าเทียม”
เธอสอนคณิตศาสตร์ให้เจียงเหยา และเจียงเหยาสอนภาษาอังกฤษให้เธอ
เจียงเหยาเป็นฝ่ายเสนอเอง และไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าเจียงเหยามีใจให้เธอ
แต่เพื่อที่จะเรียนภาษาอังกฤษให้ดีขึ้น เธอจึงตกลงยอมรับเงื่อนไขที่เจียงเหยากำหนด
ถ้าไม่ทำแบบนี้ เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นเลยที่จะได้เรียนพิเศษภาษาอังกฤษ
พ่อแม่มักพูดเสมอว่าการฝึกของจี๋ซางค่อนข้างเหนื่อย จำเป็นต้องซื้ออาหารบำรุงเพิ่มให้เขา ทำให้ค่าใช้จ่ายในบ้านสูง ไม่มีเงินเหลือให้เธอเรียนพิเศษ
จี๋เสี่ยวเสี่ยวเชื่อทุกอย่างที่พูด และยังใส่ใจมากจนไม่เคยพูดอะไรเพิ่มเติม เมื่อเจอปัญหาก็มักแก้ไขด้วยตัวเอง
นี่คือความจริงของเรื่องนี้
ตอนนั้นในห้องเรียนมีข่าวลือว่าเธอกับเจียงเหยาคบกันก่อนวัยอันควร ครูก็เคยเรียกเธอไปคุย เธอจึงได้บอกความจริงทั้งหมดกับครู
ครูก็ยอมรับพฤติกรรมการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของเธอกับเจียงเหยา และยังช่วยชี้แจงในห้องเรียนด้วย ถึงขนาดจัดตั้งกิจกรรมกลุ่มเรียนรู้แบบช่วยเหลือซึ่งกันและกันขึ้นมาโดยเฉพาะ
แล้วทำไมตอนนี้ ในอินเทอร์เน็ตถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้
เมื่อมองดูชื่อของคนที่เปิดเผยข่าวคนแรก ก็เป็นครูประจำชั้นมัธยมปลายปีที่สามนี่เอง
จี๋เสี่ยวเสี่ยวทั้งตัวสั่นไม่หยุด
‘ทำไม เขาไม่ใช่คนที่รู้เรื่องนี้ชัดเจนที่สุดหรือ?’
‘แล้วพวกเพื่อนร่วมชั้นเหล่านี้ โผล่มาจากที่ไหนกันแน่’
“แล้วเรื่องที่สอบภาษาอังกฤษได้ไม่ดีในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยล่ะ เกิดอะไรขึ้น?” หนิงหนิงถาม
จี๋เสี่ยวเสี่ยวส่ายหัว
“ไม่รู้สิ วันนั้นฉันรู้สึกไม่สบายมาก หัวเวียนไปหมด เลยทำได้ไม่ดี”
ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างที่พูดกันบนอินเทอร์เน็ตเลย
เจียงเหยามาหาเธอจริง แต่เขามาเพียงเพื่อบอกลาเท่านั้น
เจียงเหยากำลังโกหก
“พูดแบบนี้ เรื่องที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องเท็จทั้งหมดเหรอ?”
“เป็นเรื่องเท็จทั้งหมด!” จี๋เสี่ยวเสี่ยวตอบอย่างมั่นใจ
ตัวเธอเองเพิ่งจะหมดสติไปแค่เพียงครู่เดียว แต่บนอินเทอร์เน็ตกลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เต็มไปด้วยข่าวฉาวของเธอแล้ว
“บ้านของเจียงเหยาคงมีฐานะดีใช่มั้ย?”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวมองไปที่หนิงหนิงหนึ่งที เธอเข้าใจความหมายของหนิงหนิง
กระแสวิจารณ์แบบนี้ไม่ปกติเลย
จะเป็นไปได้ยังไงที่จู่ ๆ จะมีเพื่อนร่วมชั้นเก่าที่รู้จักเธอโผล่ออกมามากมายขนาดนี้
ต้องมีคนบางคนอยู่เบื้องหลังแน่นอน
และยังไม่ใช่คนธรรมดาด้วย
เพราะบ้านเจียงเหยาไม่ได้ขาดเงิน
เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นการทำเพื่อแก้ต่างให้กับจี๋ซางก็จริง แต่เมื่อดูในคอมเมนต์แล้ว พบว่ามีความคิดเห็นที่เข้าข้างเจียงเจินอยู่มาก
จี๋เสี่ยวเสี่ยวเข้าใจแล้ว ผู้ที่ได้รับประโยชน์สุดท้ายคือเจียงเจิน
เธอไม่เคยรู้สึกได้อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาขนาดนี้มาก่อนว่า ภายใต้การบงการของกระแสความคิดเห็น คนธรรมดาช่างไร้พลังเหลือเกิน
จี๋เสี่ยวเสี่ยวกำมือแน่น เล็บแทบจะจมลงไปในเนื้อแล้ว แต่เธอกลับเหมือนไม่รู้สึกตัว จ้องมองความเห็นต่าง ๆ ในเทรนด์ยอดนิยมอย่างเอาเป็นเอาตาย
[ผู้หญิงใจร้ายขนาดนี้ ไม่สมควรมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ จี๋เสี่ยวเสี่ยวไปตายซะ!]
[ไปตายซะ ๆ! ไม่อยากเห็นหน้าเธออีกแล้ว!]
[ไปตายซะ!]
มือถือในมือถูกดึงไปอย่างฉับพลัน
“คุณจำสิ่งที่ฉันเคยพูดกับคุณได้ไหม?”
หนิงหนิงชำเลืองมองข้อความในวีแชตแล้วเก็บโทรศัพท์ไว้
“ฉันจะกลับมาอีกครั้งตอนกลางคืน คุณยังมีเวลาพิจารณาเป็นครั้งสุดท้าย”
หนิงหนิงหมุนตัวออกจากห้องผู้ป่วย
โทรกลับหาเว่ยฉือ
“เข้าใจแล้ว กำลังกลับไปเดี๋ยวนี้”
ในชั่วพริบตา เพียงไม่กี่นาที เธอก็กลับมาที่บ้านพัก ทำเอาเว่ยฉือที่รออยู่ตกใจสุดขีด
“เมื่อวานการถ่ายทอดสดถูกยกเลิกกะทันหัน แฟนคลับทุกคนต่างก็เรียกร้องอยากเห็นเธอ”
ทีมงานรายการจึงตัดสินใจจัดเวทีถาม-ตอบกับผู้ชมให้กับหนิงหนิงและหนิงเหนียนเป็นกรณีพิเศษ
หนิงเหนียนหัวเราะเยาะออกมา
“คุณแน่ใจเหรอว่านี่เป็นสิ่งที่แฟน ๆ อยากดู?”
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าจะมีคำถามอะไรบ้าง
เว่ยฉือ “…”
แน่นอน เขารู้
“ถ้าคุณไม่อยากเปิดถ่ายทอดสด ก็ไม่ต้องเปิด”
เว่ยฉือถามหนิงหนิง
มีแค่เขาที่รู้ว่าหนิงหนิงเป็นคนเสนอแนวคิดเรื่องการถ่ายทอดสด และดูเหมือนจะเป็นเพื่อจี๋เสี่ยวเสี่ยว
ทว่าสำหรับสถานการณ์ของจี๋เสี่ยวเสี่ยวตอนนี้ เว่ยฉือยิ่งไม่เข้าใจว่าหนิงหนิงกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่
หนิงหนิง “ทำไมไม่ถ่ายทอดสดล่ะ ปล่อยให้พวกเขาถามสิ”
‘ถ้าพวกเขาไม่ถาม แล้วฟู่เซียนหลี่จะตอบว่าอย่างไร?’
หนิงหนิงและหนิงเหนียนเตรียมพร้อมแล้ว การถาม-ตอบในคอมเมนต์ที่ขาดหายไปก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
สิ่งที่เว่ยฉือพูดก็ไม่ผิด ในห้องถ่ายทอดสดมีคนเยอะมากจริง ๆ
เพิ่งเริ่มไลฟ์ คอมเมนต์ก็ปกคลุมทั้งหน้าจอแล้ว
[อ่า ๆ ๆ ในที่สุดก็เริ่มออกอากาศแล้ว ฉันคิดว่าหนิงหนิงจะหนีไปซะแล้ว!]
[เหมือนกันเลย ฉันก็คิดแบบนั้น ฉันเตรียมคำด่าไว้พร้อมหมดแล้ว แต่ถ่ายทอดสดดันหยุดไป โชคดีที่กลับมา]
[ฉันยังด่าไม่พอเลย!]
[ทีมรายการใจดีจริง ๆ จัดเวทีพิเศษให้หนิงหนิงมารับคำด่าโดยเฉพาะ!]
[ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้จี๋เสี่ยวเสี่ยวกับหนิงหนิงมีความสัมพันธ์ดีมากนะ สุดท้ายก็พวกเดียวกันนั่นแหละ]
[โคตรประสาท เรื่องของจี๋เสี่ยวเสี่ยวแล้วมันเกี่ยวอะไรกับหนิงหนิงกันล่ะ?]
[หนิงหนิง! เตรียมตัวรับคำท้าได้เลย!]
เว่ยฉือมองจนหางตากระตุกไม่หยุด “ทุกคนมีคำถามอะไรที่อยากถามหนิงหนิงและหนิงเหนียนโปรดถามได้เลย”
หนิงเหนียนมองคอมเมนต์ที่วิ่งผ่านไปบนหน้าจอแล้วทำหน้าเย็นชา พูดขึ้นมาก่อนว่า “ถามฉันก่อนก็ได้”
“ขอถามฉันก่อนดีกว่า” หนิงหนิงพูดช้า ๆ อย่างไม่เร่งรีบ
‘ดูสิว่าพวกเขาตื่นตระหนกกันขนาดไหน’