แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 582 กินอาหารเช้า
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 582 กินอาหารเช้า
บทที่ 582 กินอาหารเช้า
สิบนาทีต่อมา หนิงหนิงได้รับโทรศัพท์จากจี๋เสี่ยวเสี่ยว
“คนที่คุณหามาให้ฉันคือลู่จีอันเหรอ?”
เธอตั้งใจลดระดับเสียงลงเป็นพิเศษ แต่ความตื่นเต้นในน้ำเสียงยังคงปิดบังไม่มิด
‘เป็นลู่จีอันเชียวเหรอ’
“มีอะไรหรือเปล่า? เขาสอนไม่ดีเหรอ?”
จี๋เสี่ยวเสี่ยว “ไม่ใช่ มันเจ๋งมากเลย”
แต่ลู่จีอันสอนเธอแบบนี้ถือว่าเสียของมาก ๆ
เพราะเขาไม่เหมือนกับฟู่เซี่ยนหลี่ ชื่อที่ปรากฏอยู่ในนิตยสารต่าง ๆ ตอนนี้กลับมาคุยกับเธอทางวีแชต
ทำให้จี๋เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกเหมือนไม่เป็นความจริง
เธอได้ยินว่าลู่จีอันข้ามชั้นเรียนตลอดทางจนถึงมหาวิทยาลัย หลังจากเรียนจบก็รับช่วงบริษัทของตระกูลลู่ต่อทันที
ตระกูลลู่ในตอนนี้ยังคงรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง นี่แสดงให้เห็นว่าลู่จีอันนั้นเก่งจริง ๆ
คนแบบนี้ เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะเลยนะ
สำหรับคนธรรมดา ทั้งชีวิตก็อาจไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดเขา
ตอนนี้เขาตั้งใจมาช่วยสอนเธอ จี๋เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะเชื่อไม่ได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ หนิงหนิงสามารถขอให้ลู่จีอันมาช่วยเธอได้
‘หนิงหนิงช่วยตระกูลลู่ได้มากขนาดไหนกันนะ ถึงได้มีหน้ามีตามากขนาดนี้ สามารถเรียกลู่จีอันมาช่วยได้’
หนิงหนิง “ถ้ามีอะไรที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับบริษัท ก็ถามลู่จีอันได้เลยนะ”
เธอได้ตกลงกับลู่จีอันไว้แล้ว
“การบริหารงานของกลุ่มบริษัทฟู่ซื่อกำลังประสบปัญหา ต่อจากนี้ ก็ดูว่าคุณจะทำอย่างไรแล้ว”
“ฉันเข้าใจแล้ว”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวตอบรับอย่างจริงจัง
โชคดีที่เธอเรียนสาขาการจัดการการเงินมา จึงไม่ได้เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย ไม่ต้องเริ่มต้นจากความไม่รู้อะไรเลย
และเมื่อมีลู่จีอันคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง ก็น่าจะช่วยลดความยากลำบากไปได้มาก
จี๋เสี่ยวเสี่ยวเต็มไปด้วยความมั่นใจ พร้อมที่จะแสดงฝีมือ
หลังจากวางสาย หนิงหนิงก็ส่งข้อความไปหาลู่จีอัน
แต่ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าลู่จีอันจะโทรมาหาตรง ๆ
“ยังไม่นอนอีกเหรอ?” เสียงของลู่จีอันแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“อืม เรื่องของจี๋เสี่ยวเสี่ยวก็ต้องรบกวนคุณแล้วนะ”
“ไม่รบกวนเลย ไม่รบกวนเลย”
‘นี่มันช่างสนุกจริง ๆ’ ลู่จีอันรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินหนิงหนิงพูดเรื่องนี้กับเขา เขาแปลกใจที่หนิงหนิงคิดไอเดียดี ๆ แบบนี้ได้
“ฟู่เซี่ยนหลี่ตอนนี้คงจะรู้สึกแย่ยิ่งกว่าตายเสียอีก”
ลู่จีอันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
ถึงแม้จะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันมากนัก แต่ฟู่เซี่ยนหลี่ก็นับเป็นคนรุ่นเดียวกันที่มักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับเขาบ่อย ๆ
ฟู่เซี่ยนหลี่มีแนวทางการทำงานที่ลู่จีอันพอรู้จักอยู่บ้าง
เขาถือตัวและหยิ่งผยองเกินไป มองคนที่ต่ำกว่าชนชั้นของตัวเองอย่างเท่าเทียมกัน นั่นคือ ดูถูกเหยียดหยามเหมือนกันหมด
ตระกูลลู่กับตระกูลฟู่เคยมีการแข่งขันกันสองสามครั้ง แต่สุดท้ายแล้วตระกูลฟู่ก็มักจะแพ้
สาเหตุของความพ่ายแพ้ล้วนมาจากทัศนคติของฟู่เซี่ยนหลี่ เพราะแม้แต่กับคู่ค้า เขาก็ยังวางท่าเหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว
ราวกับว่าแค่เขานั่งอยู่ตรงนี้ก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้ว และธุรกิจนี้ก็จะต้องเจรจาสำเร็จอย่างแน่นอน
ทัศนคติแบบนี้ใช้ไม่ได้
กลุ่มบริษัทฟู่กำลังเผชิญกับภาวะถดถอยโดยรวม ฟู่เซี่ยนหลี่ต้องรับผิดชอบครึ่งหนึ่งของความล้มเหลวนี้
หนิงหนิง “จริง ๆ นะ ฉันรับไม่ไหวแล้ว”
เพราะมื้อเย็นคืนนี้ ก็ทำให้เธอรับไม่ไหวไปแล้วรอบหนึ่ง
หากปราศจากตำแหน่งทายาทตระกูลฟู่ แม้แต่จะเป็นคนธรรมดาที่มีคุณภาพ เขาก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์
“ต่อไป ปัญหาที่เขาต้องแก้ไขเป็นอันดับแรกคือเรื่องการกินอาหาร”
ลู่จีอันถูกเธอทำให้หัวเราะ
เรื่องนี้มันช่างตลกจริง ๆ
ต่อไป คงจะมีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว
คนรักความสนุกอย่างลู่จีอันรู้สึกตื่นเต้นมาก
ตามที่หนิงหนิงกล่าวไว้ การกินข้าวกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของฟู่เซี่ยนหลี่
ฟู่เซี่ยนหลี่ตื่นขึ้นเพราะความหิวตอนหกโมงเช้าของวันถัดมา
เมื่อคืนเขากินอาหารน้อยเกินไป ทำให้เช้านี้ตื่นขึ้นแต่เช้าตรู่
ความรู้สึกหิวที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง
ฟู่เซี่ยนหลี่อดทนต่อความรู้สึกนี้แล้วไปล้างหน้าแปรงฟัน
เมื่อคืนเขาคิดถึงเรื่องอื่น จึงไม่ได้สังเกต
บนอ่างล้างมือมีขวดเครื่องสำอางวางอยู่เพียงไม่กี่ขวด
ครีมบำรุงและโลชั่นยี่ห้อที่ไม่รู้จัก เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่เขาเคยเจอมา มันน้อยอย่างน่าสงสาร
เมื่อล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วออกมา ตอนนี้ก็เป็นเวลาแปดโมงแล้ว
ตอนเธอออกจากห้อง ดูเหมือนจี๋ซางยังไม่ตื่น
หลังจากค้นหาในตู้เย็นอยู่นาน ฟู่เซียนหลี่ก็ตัดสินใจว่าเขาไม่อยากกินไข่อีกต่อไปแล้วและก็เลยเลิกค้นหา
ในตอนเช้า ฟู่เซี่ยนหลี่มีนิสัยชอบดื่มกาแฟ และยังต้องเป็นกาแฟที่ชงสด ๆ ด้วย
เมื่อก่อนตอนเช้า ที่บ้าน พ่อบ้านจะเตรียมกาแฟและอาหารเช้าหลากหลายไว้ให้ก่อนที่เขาจะตื่นนอน
ที่บริษัท เลขาฯ ก็จะจัดการทุกอย่างไว้อย่างเรียบร้อย ไม่เคยต้องให้ฟู่เซี่ยนหลี่กังวลเลย
ตอนนี้ทุกอย่างต้องทำเอง ฟู่เซี่ยนหลี่ค้นพบว่า แม้แต่การกินข้าวก็กลายเป็นปัญหาไม่เล็กไปเสียแล้ว
ที่นี่ไม่มีแม้แต่กาแฟคั่วบดสด แม้แต่กาแฟสำเร็จรูปก็ไม่มี
ฟู่เซี่ยนหลี่เตรียมตัวลงไปข้างล่างเพื่อถามดู
ข้างล่างเขาเจอพนักงานคนหนึ่ง เขาถามตรง ๆ ว่า “แถวนี้มีร้านกาแฟไหม?”
พนักงานส่ายหน้า
ที่นี่เป็นเขตวิลล่า จะมีร้านกาแฟเปิดอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
จู่ ๆ ฟู่เซี่ยนหลี่ก็ได้กลิ่นหอมอย่างหนึ่ง มันโชยมาจากของที่อยู่ในมือพนักงาน
เขาก้มมองลงไป เห็นพนักงานถือถุงซาลาเปาอยู่
เขาอดกลืนน้ำลายไม่ได้
แต่ด้วยความเกรงใจจึงไม่ได้เอ่ยปาก
จังหวะนั้นพนักงานก็ยื่นมือไปทางด้านหลังเพื่อทักทาย เขาหันไปมอง เห็นหนิงหนิงกับหนิงเหนียนเดินลงมาจากชั้นบนเคียงข้างกัน
“จะออกไปกินอาหารเช้ากันหรือ?”
“ใช่” หนิงหนิงตอบ
“งั้นพวกคุณต้องรีบหน่อยนะ วันนี้มีเกี๊ยวหมูน้ำสามรส ถ้าไปช้า คงขายหมดอีกแล้วละ”
“ขอบคุณค่ะ”
หนิงหนิงกล่าวขอบคุณ แล้วจูงมือหนิงเหนียนรีบเดินออกไป
เธอชอบกินเกี๊ยวน้ำขนาดเล็ก โดยเฉพาะเกี๊ยวน้ำจากร้านอาหารเช้าแถวบ้าน
ปัญหาเดียวคือ เจ้าของร้านค่อนข้างเอาแต่ใจและไม่ค่อยขายของเป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม ของทุกอย่างอร่อยมาก
หลังจากเดินไปได้สักพัก หนิงหนิงก็หยุดฝีเท้าลง
เธอหันหลังกลับ แล้วก็เห็นจี๋เสี่ยวเสี่ยว ไม่สิ ฟู่เซี่ยนหลี่กำลังตามพวกเขามา
“เธอตามพวกเราทำไม?” หนิงหนิงถาม
“ใครตามคุณกัน?”
ฟู่เซี่ยนหลี่รู้สึกร้อนวูบที่ใบหู พูดแทบจะตะกุกตะกัก
“ฉันจะไปซื้ออาหารเช้าต่างหาก อย่ามาคิดไปเองนะ”
หนิงหนิงรู้ทันแต่ไม่พูดเปิดโปง จูงมือหนิงเหนียนเดินต่อไป
ฟู่เซี่ยนหลี่เดินตามพวกเขามาตลอดทาง
หนิงเหนียนอดไม่ไหวที่จะหันไปมองฟู่เซี่ยนหลี่หลายครั้ง
เขารู้ว่าตอนนี้ที่อยู่ในร่างของจี๋เสี่ยวเสี่ยวคือฟู่เซี่ยนหลี่
มันให้ความรู้สึกแปลกมาก ภายนอกเหมือนกัน แต่ท่าทางการเคลื่อนไหว กลายเป็นคนละคน
ความรู้สึกที่ให้กับคนอื่นก็เปลี่ยนไป ไม่มีความเครียดและระมัดระวังตัวเหมือนที่จี๋เสี่ยวเสี่ยวเป็นก่อนหน้านี้เลย
หนิงเหนียนไม่ประหลาดใจเลยที่หนิงหนิงจะคิดวิธีการแบบนี้ออกมา
เขารู้สึกแค่ว่าฟู่เซี่ยนหลี่สมควรแล้ว
หนิงเหนียนไม่ได้มีความประทับใจอะไรดี ๆ กับฟู่เซี่ยนหลี่เลย
เดินไปสักพัก พวกเขาก็มาถึงร้านอาหารเช้าที่พวกเขาไปบ่อย ๆ ในร้านมีคนอยู่ไม่น้อย
หนิงหนิงและหนิงเหนียนมักจะมากินอาหารเช้าที่นี่เป็นประจำ พวกเขาจึงรู้จักกับเจ้าของร้านด้วย
แม้จะเป็นดารา แต่ลูกค้าที่เห็นพวกเขาบ่อย ๆ ก็เริ่มชินแล้ว เมื่อเห็นทั้งสองคนเดินเข้ามา บางคนที่มีนิสัยร่าเริงก็โบกมือทักทาย แล้วก็กลับไปกินอาหารเช้าต่อ ไม่ได้สนใจอะไรอีก
แต่เมื่อพวกเขาเห็นจี๋เสี่ยวเสี่ยวที่เดินตามทั้งสองคนนั้นเข้ามา ก็เริ่มไม่สงบแล้ว
เรื่องราวของเธอกับจี๋ซางกำลังเป็นที่ฮือฮากันอย่างมากในช่วงนี้ คนที่ดูรายการมีหรือจะไม่รู้จัก
ที่นี่ทุกคนรู้จักหนิงหนิง ไม่มีเหตุผลที่จะไม่รู้จักจี๋เสี่ยวเสี่ยว
ในชั่วขณะนั้น ฟู่เซี่ยนหลี่รู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากสายตาที่มองมา
สายตานับไม่ถ้วนรอบข้าง ต่างจ้องมองมาที่เขา
สายตาเหล่านี้ ไม่มีความปรารถนาดีเลยสักนิด
ฟู่เซี่ยนหลี่มองเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามของพวกเขา ไม่มีการปกปิดแม้แต่น้อย
เขาได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของพวกเขา แม้จะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ฟู่เซี่ยนหลี่รู้ดีว่า พวกเขากำลังพูดถึงจี๋เสี่ยวเสี่ยวอย่างแน่นอน