แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 68 จี๋หยวนชิงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 68 จี๋หยวนชิงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
บทที่ 68 จี๋หยวนชิงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
จี๋หยวนชิงส่งเสียงรับรู้
นับว่าพวกเขายังรู้กาลเทศะ
เฉินมู่ก็ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างใด เพียงแค่ถามจี๋หยวนชิงว่า “คุณชายจี๋เป็นนักพยากรณ์สินะครับ?”
จี๋หยวนชิงรีบโบกมือปฏิเสธอย่างถ่อมตัว “ไม่กล้ารับคำชมหรอกครับ ไม่กล้าจริง ๆ!”
เฉินมู่ครุ่นคิดก่อนพูด “นึกไม่ออกเลยว่าจะมีอะไรที่คุณชายจี๋ทำนายไม่ได้ด้วย”
สำนักเซียนได้รับอำนาจบังคับใช้กฎหมายจากหน่วยงานรัฐบาล
จริง ๆ แล้ว จี๋หยวนชิงสามารถนำผีไปจัดการได้จริง ๆ
เฉินมู่ก็ไม่ได้ขวาง
เขาหลีกทางให้โดยสมัครใจ
จี๋หยวนชิงยิ้มบางพลางพูดว่า “ขอบคุณสารวัตรเฉินที่เข้าใจครับ”
จี๋หยวนชิงลากนาน่าและเดินสวนกับเฉินมู่กับจี๋ไหล
เมื่อเดินผ่านไปแล้ว เฉินมู่ก็ตะโกนขึ้นมาทันที “คุณชายจี๋ เดี๋ยวเจอกันนะครับ”
จี๋หยวนชิงหันกลับมาด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าประโยคนั้นของเขาหมายความว่าอะไร
จี๋เซาระแวงขึ้นมาทันที “ทำไม เดี๋ยวพอไม่มีกล้องแล้ว คุณจะข่มขู่ให้เขามอบผีให้คุณเหรอ บอกไว้ก่อนนะ! สายตาของประชาชนนั้นแหลมคมนัก!”
“ใช่แล้ว พวกคุณอย่ามารังแกคนอื่นนะ!” คนอื่น ๆ ต่างพากันเห็นด้วย
หน่วยสืบสวนพิเศษรังแกสำนักเซียน นี่มันเรื่องตลกที่ใหญ่ที่สุดที่จี๋ไหลเคยได้ยินตั้งแต่เข้ามาอยู่ในหน่วยสืบสวนพิเศษเลย
เฉินมู่ยิ้มอย่างใจเย็น “พวกคุณเข้าใจผิดแล้วครับ พวกเรามาที่นี่เพื่อเรื่องอื่นต่างหาก”
จี๋เซา “ฉันรู้! งั้นพวกคุณก็รีบจับคนได้แล้ว!”
เธอพูดอย่างหงุดหงิดพลางชี้ไปที่หนิงหนิง “ก็คนนี้ไง ไม่รู้ไปเรียนวิชานอกรีตมาจากไหน เอาผีมาก่อกวน ไม่เพียงแค่ทำลายงานเลี้ยงฉลองของเจินเจิน แต่ผียังทำร้ายเจียงฉือซิงอีกด้วย!” หนิงหนิงเงยหน้าขึ้นมองอย่างเกียจคร้าน
เธอยังคงวางตัวเหมือนคนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราว แม้ว่าคนอื่นจะชี้มาที่เธอก็ตาม
เฉินมู่ยิ้มพลางถาม “อย่างนั้นเหรอครับ?”
เขาค่อย ๆ เดินเข้าไปหาหนิงหนิง
แล้วเดินผ่านไหล่ของหนิงหนิงไปอย่างจงใจ
จี๋เซาตะโกน “เฮ้!”
เฉินมู่เดินไปใกล้ ๆ เจียงฉือซิงแล้วก้มลงดู
ยันต์บนหน้าผากของเขาค่อย ๆ มีควันลอยขึ้นมา
เฉินมู่ลุกขึ้นยืนแล้วมองไปที่หนิงหนิง “คุณคือหนิงหนิงใช่ไหมครับ คุณรู้ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา”
หนิงหนิงตอบเรียบ ๆ “การอยู่ในพื้นที่แห่งความตายของวิญญาณมานาน ทำให้วิญญาณติดพลังแห่งความตาย เมื่อครู่ผีเสื้อนรกของฉันไปสัมผัสถูกตัวเขา ไอแห่งความตายในวิญญาณจึงถูกจุดและเผาไหม้ เขาทนไม่ไหวก็เลยหมดสติไป”
เฉินมู่ครุ่นคิดอย่างมีนัยสำคัญ “เป็นอย่างนั้นเหรอ?”
เจียงเจิน “พวกคุณกำลังพูดถึงอะไรกัน เจียงฉือซิงโดนผีผู้หญิงนั่นทำร้ายชัด ๆ จะมาพูดเรื่องวิญญาณกับพื้นที่แห่งความตายอะไรกัน พวกคุณไม่ได้มาจับตัวหนิงหนิงหรอกเหรอ!”
จี๋ไหลหันไปมองเจียงเจินแล้วพูดว่า “ใครบอกว่าพวกเรามาจับคน พวกเรามาสืบคดีต่างหาก”
เจียงเจิน “สืบคดี?”
จี๋ไหลพูดอย่างงุนงง “ไม่สืบคดีแล้วจะจับคนได้ยังไงล่ะ”
จี๋เซาทำหน้างง ๆ “มันก็เป็นเรื่องที่หนิงหนิงสั่งให้ผีผู้หญิงคนนั้นทำนี่นา ทำไมยังต้องสืบสวนอีกล่ะ?”
จี๋ไหล “คุณมีหลักฐานไหมล่ะ?”
จี๋เซาชี้ที่ตัวเองและคนอื่น ๆ “พวกเราเห็นกันหมดแล้วนี่!”
จี๋ไหลถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เห็นกับตาหรือได้ยินกับหูว่าเธอเป็นคนสั่งเหรอครับ?”
จี๋เซาเงียบไปทันที
เจียงเจินเริ่มร้อนใจ “แต่ที่นี่นอกจากหนิงหนิงแล้ว ใครจะมีแรงจูงใจอีกล่ะ เธอคือผู้ต้องสงสัยรายใหญ่ที่สุดนะ”
เฉินมู่ปลอบเธอ “คุณเจียงครับ อย่าเพิ่งร้อนใจไป สถานการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเราจำเป็นต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดและทำความเข้าใจก่อนถึงจะตัดสินได้ พวกเราจะให้ความเป็นธรรมกับคุณแน่นอน”
เจียงเจินขมวดคิ้ว เธอเริ่มหมดความอดทนแล้ว “ยังต้องดูกล้องวงจรปิดอีกเหรอ? ฉันเห็นมากับตา พวกเราทุกคนเห็น ผีผู้หญิงที่หนิงหนิงสั่งการ ผีผู้หญิงตนนั้นแตะตัวเจียงฉือซิง!”
จี๋ไหลอธิบาย “ถึงแม้จำเลยจะเป็นผี ก็ไม่สามารถตัดสินได้จากคำพูดเพียงอย่างเดียว ต้องมีหลักฐาน การตัดสินความผิดต้องมีหลักฐานที่เพียงพอนี่คือข้อกำหนดใน ‘กฎหมายว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยจากภูตผี’ เรื่องนี้ก็เหมือนกับมนุษย์ไม่สามารถใส่ร้ายผีได้”
จี๋เซาพูดอย่างหงุดหงิด “หลักฐานอะไรกัน ผีจะต้องมีหลักฐานอะไร ผีจะเหมือนคนได้ยังไง? พวกคุณคงไม่มีความสามารถอะไรเลยสินะ ถึงได้มาพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้ จับคนได้หรือเปล่า ถ้าจับไม่ได้ก็ไสหัวไปเลย!”
ผู้ชมเองก็เริ่มรู้สึกรำคาญ
[เป็นผีไปแล้ว ยังต้องมาสืบสวนคดีอีก พอสืบสวนออกมาแล้ว ผีจะยังอยู่รอดได้อีกเหรอ?]
[ใช่แล้ว เป็นผีแล้ว ยังจะมาสืบสวนอะไรอีกล่ะ?]
[ฉันไม่เข้าใจมาตลอดเลย ทำไมต้องมีกฎหมายความปลอดภัยออกมาเพื่อคุ้มครองผีโดยเฉพาะ เป็นผีแล้วนะ มันทำร้ายคนได้รีบกำจัดทิ้งไปเลยสิ!]
[ก็แค่ข้ออ้างเพราะตัวเองไม่มีความสามารถนั่นแหละ ถึงได้สร้างเรื่องแบบนี้ขึ้นมาเพื่อถ่วงเวลา ดูอย่างสำนักเซียนสิจัดการเด็ดขาดกว่าเยอะ]
[เพราะอย่างนี้ไงถึงบอกว่าหน่วยสืบสวนพิเศษเป็นพวกไร้ประโยชน์ มีดีแต่จะถ่วงเวลาเท่านั้น]
…
หนิงหนิงมองใบหน้าที่แสดงความไม่พอใจของพวกเขา แล้วพูดอย่างจริงจัง “ไม่จริง คุณพูดผิดแล้ว ก็เพราะว่าเป็นผีนั่นแหละถึงยิ่งต้องมีกฎหมาย เพราะผีกับคนไม่เหมือนกันจริง ๆ เมื่อเทียบผีกับคนแล้ว คนอ่อนแอกว่า ‘กฎหมายว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยจากภูตผี’ ดูเหมือนจะเป็นการควบคุมผี แต่จริง ๆ แล้วเป็นการปกป้องมนุษย์ต่างหาก ถ้าไม่มีกฎหมายควบคุม ผีก็จะฆ่าคนโดยไม่ลังเล พวกคุณคงถูกนาน่าหักคอตายกันไปหมดแล้ว”
ทันใดนั้น ทั่วทั้งห้องนั่งเล่นก็เงียบกริบ ใบหน้าของจี๋เซาซีดขาวในทันที
พอคิดดูดี ๆ ผีตนนั้นดูน่ากลัวมาก แต่จริง ๆ แล้วก็แค่ขู่ให้พวกเขากลัวเท่านั้น ไม่ได้ลงมือทำร้ายพวกเขาเลย
[โอ้โห มันสมเหตุสมผลจริงนะ]
[ก็เพราะมันเป็นเหตุผลแบบนี้อยู่แล้ว]
[กฎหมายทุกข้อล้วนมุ่งเน้นผลประโยชน์ของมนุษย์เป็นหลัก ยิ่งเป็นเรื่องระหว่างคนกับผี ก็ยิ่งต้องเข้าข้างมนุษย์อยู่แล้ว]
[แย่แล้ว ฉันเคยคิดว่ากฎหมายความปลอดภัยนี่เป็นเรื่องตลกมาตลอดเลย]
[พอเลย เธอคิดว่าตายแล้วจะเป็นอิสระงั้นเหรอ? ไม่! เธอท่องกฎหมาย ‘กฎหมายว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยจากภูตผี’ จนขึ้นใจแล้วหรือยัง?]
[สวัสดีค่ะ สั่งซื้อไปแล้ว จะตั้งใจอ่านอย่างจริงจัง ป้องกันไม่ให้ตอนเป็นผีในอนาคตเผลอไปทำเรื่องไม่ดีแล้วโดนทำให้สลายเป็นผุยผง]
[โดนตัดสินให้สลายเป็นผุยผงแล้ว เธอยังจะเรียกว่าไม่ตั้งใจอีกเหรอ?]
[เฮ้ย! เห็นได้ชัดว่ากฎหมายมันจำเป็นจริง ๆ มันใช้ควบคุมคนแบบเธอนี่แหละ เอ๊ย ไม่ใช่! ผีแบบเธอต่างหาก!]
เฉินมู่พยักหน้า “ขอบคุณที่เข้าใจครับ”
หนิงหนิงพยักหน้าตอบ “เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ พวกคุณนี่ช่างโง่จริง ๆ”
สีหน้าที่แสดงความรังเกียจของเธอชัดเจนมาก
จี๋ไหลก้มหน้า เม้มริมฝีปากแน่น
จี๋เซาและคนอื่น ๆ…
ผู้ชม…
[โง่จนทำให้เธอเดือดร้อน ขอโทษจริงๆ นะ]
[แต่ว่าการมีกฎหมายเป็นเรื่องที่ดีนะ แต่ถ้าคนบังคับใช้กฎหมายไม่มีความสามารถก็เปล่าประโยชน์ไม่ใช่เหรอ?]
เจียงเจินพูดอะไรไม่ออก สุดท้ายจึงถามเฉินมู่และจี๋ไหลว่า “พวกหลักฐานทั้งหมด ฉันก็ให้พวกคุณไปแล้ว พวกคุณจะจับคนหรือไม่จับกันแน่?”
เฉินมู่ยังคงส่ายหน้า “นี่มันเป็นแค่คำพูดฝ่ายเดียวของพวกคุณ ไม่ถือว่าเป็นหลักฐาน”
เจียงเจินโกรธจัดเธอก็ไม่ได้หวังอะไรจากหน่วยสืบสวนพิเศษอยู่แล้ว “ก็ได้ ถ้าหน่วยสืบสวนพิเศษไม่จับ งั้นก็ให้สำนักเซียนมาจัดการ ให้สำนักเซียนมาเรียกร้องความยุติธรรมให้พวกเราแทน!”
หนิงหนิงเข้าใจแล้ว “เธอจะให้จี๋หยวนชิงมาจับฉันเหรอ?”
จี๋เซาแค่นเสียงเย็นชา “พี่ชายฉันไปไกลแล้ว จะจับเธอจำเป็นต้องให้เขามาด้วยเหรอ? รอดูเอาละกัน”
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
เธอรู้จักคนในสำนักเซียนตั้งเยอะ
หนิงหนิง “ไม่ พี่ชายของคุณไม่ได้ไปไหน เขากำลังจะเข้ามาแล้ว”
จี๋เซา ???
“นี่เธอกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไรอยู่ เธอเป็นหมอดูหรือว่าพี่ชายฉันเป็นหมอดูกันแน่? เธอติดการสร้างภาพลักษณ์แล้วสินะ คราวนี้อยากจะสร้างภาพว่าเป็นหมอดูด้วยงั้นเหรอ?”
“ไม่รู้ไปเรียนวิชาตื้น ๆ แบบนี้มาจากที่ไหน แล้วยังคิดว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้วย พอเจอพี่ชายของฉันเข้าไปก็โดนกดดันจนไม่กล้าพูดอะไรสักคำไม่ใช่เหรอ ให้ทำอะไรก็ทำ หึ!”
จี๋เซากลอกตาอย่างเหยียดหยัน เธอโบกมือให้กับเพื่อน ๆ ที่ชูนิ้วโป้งให้เธอ
“ไม่ต้องชมกันขนาดนั้นหรอก”
เธอแค่ใจดี ชอบด่าคนที่ไม่รู้จักอายเพื่อให้ทุกคนได้สบายใจขึ้น
เจียงเจินตื่นเต้นจนหน้าแดงไปหมด ยังไงก็ต้องเป็นเซาเซาที่ด่าเก่ง เธอน่ะพูดไม่ทันมักจะโดนหนิงหนิงย้อนกลับตลอด
หนิงเหนียนกำมือแน่น
หนิงหนิงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “อย่าใจร้อน นายเป็นบุคคลสาธารณะ มันจะส่งผลไม่ดี”
หนิงเหนียนถอยกลับมาอย่างว่าง่าย ด้วยท่าทางน้อยใจ
ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะ หนิงหนิงมองไปที่ทางเข้าอย่างเงียบ ๆ
มีคนเดินเลี้ยวเข้ามาจากทางเข้า
จี๋หยวนชิงที่จากไปนานแล้ว ปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าอีกครั้ง