แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 75 พวกเรารีบออกไปกันเถอะ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 75 พวกเรารีบออกไปกันเถอะ
บทที่ 75 พวกเรารีบออกไปกันเถอะ
ผีเสื้อตัวนี้ เดิมทีไม่มีชื่อ
มันเป็นเพียงของเล่นชิ้นเล็ก ๆ ที่หนิงหนิงทำขึ้นมาเพื่อป้องกันไอแห่งความตาย
เธอเกิดมาในความมืด มักจะดึงดูดสิ่งต่าง ๆ จากในความมืดเข้ามาหา เช่นพวกวิญญาณอะไรพวกนี้ ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับตัวเธอ แต่จะส่งผลกระทบต่อยูริ
ผีเสื้อถูกทำขึ้นมาให้ยูริ เพราะยูริชอบผีเสื้อมาก
ผีเสื้อมีฟังก์ชันติดตามอัตโนมัติ บางครั้งเธอจะปล่อยผีเสื้อออกไปเพื่อนำทางให้ผู้คนที่หลงเข้าไปในพื้นที่อันตราย คนทั่วไปไม่รู้จักพวกมัน แต่รู้ว่าเป็นของแม่มดหนามดำจึงรู้สึกกลัวและเรียกผีเสื้อพวกนี้ว่าผีเสื้อนรก
เฉินมู่จ้องมองหินอาเกตสีแดงในมือเธอ เขาเข้าใจแล้ว “ดังนั้น จริง ๆ แล้วมันก็แค่หินธรรมดาใช่ไหมครับ?”
หนิงหนิงพยักหน้า
เฉินมู่ถามอีก “แล้วทำไมมันถึงบินไม่ได้แล้วล่ะ?”
หนิงหนิงยกหินอาเกตขึ้นส่องกับแสงจันทร์ หินอาเกตมีสีใสสวยงาม แสงจันทร์ส่องผ่านหินอาเกต วงเวทมนตร์สีทองเริ่มส่องสว่างขึ้น ดูดซับแสงจันทร์เอาไว้
ปัง!
หินอาเกตก็กลายร่างเป็นผีเสื้อสีแดงเพลิงที่สวยงามอีกครั้ง บนปีกของมันลุกไหม้ไปด้วยเปลวไฟ
เหมือนกับการแสดงมายากล
ทำเอาคนทั้งสี่และผีหนึ่งตัวที่ยืนดูอยู่ถึงกับตะลึง
ไม่ใช่สิ ตามที่หนิงหนิงบอกนี่น่าจะเป็นเวทมนตร์มากกว่า เปลวไฟลุกโชนอยู่ชั่วครู่ ผีเสื้อกระพือปีกแล้วก็กลับกลายเป็นหินอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
เปลวไฟของผีเสื้อบนตัวของหนิงเหนียนก็เริ่มเล็กลงเช่นกัน
หนิงหนิงกำก้อนหินไว้แน่น “พลังงานไม่พอ ไอแห่งความตายเข้มข้นเกินไป”
สถานที่แห่งนี้คือดินแดนแห่งความตาย ไอแห่งความตายหนาแน่นเกินไป เผาผลาญได้ไม่หมด
เธอสังเกตใบหน้าของทุกคน เห็นไอสีดำแผ่ซ่านอยู่ราง ๆ “ต้องรีบออกไปแล้ว พวกคุณทุกคนได้รับผลกระทบจากไอแห่งความตายแล้ว”
ไอแห่งความตาย?
เว่ยฉือตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
เฉินมู่กลับดูคุ้นเคยเป็นอย่างดี เขายิ้มแล้วพูดว่า “เป็นพลังงานหยินใช่ไหมครับ? ไม่เป็นไรหรอก ออกไปแล้วเผายันต์สักแผ่นก็พอแล้ว”
พวกเขาต่างคุ้นชินกับการต้องเผชิญหน้ากับผีแล้ว มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ร่างกายย่อมได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
บรรดาผู้อาวุโสของหน่วยสืบสวนพิเศษหลายคนที่เคยมีร่างกายแข็งแรง ต่างก็ได้รับผลกระทบจากพลังงานหยินจนกลายเป็นโรคประจำตัว ถึงแม้เวลาเผายันต์แล้วมันน่าเจ็บใจอยู่หน่อย ๆ ไม่ใช่แค่วาดยากเท่านั้น ราคาที่ทางสำนักเซียนตั้งไว้ก็สูงลิบลิ่วอีกด้วย
เฉินมู่ชำเลืองมองผีเสื้อบนไหล่ของหนิงเหนียนแล้วสบตากับหนิงหนิง
หนิงหนิงจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าล้วงหินจำนวนมากออกมาจากกระเป๋า
หินพวกนี้ไม่ได้มีแค่สีแดงเท่านั้น ยังมีสีดำและมีแม้กระทั่งผีเสื้อห้าสี
พอหินพวกนี้ถูกนำออกมา มันก็กลายร่างเป็นผีเสื้อโผบินไปหาผู้คนโดยอัตโนมัติ หนิงหนิงชี้นิ้วไปเพื่อสั่งการผีเสื้อ
ผีเสื้อทั้งหมดบินไปทางเฉินมู่และคนอื่น ๆ
ผีเสื้อห้าสีที่มีเปลวไฟสว่างจ้าตกลงบนไหล่ของเฉินมู่ ความหนาวเหน็บที่เกาะกินกระดูกนั้นค่อยๆ ถูกขับไล่ออกไป ร่างกายค่อยๆ อบอุ่นขึ้น
ผลลัพธ์เห็นได้ชัดทันที
เฉินมู่ลูบจมูกตัวเอง ใบหูแดงขึ้นมา เขาก็แค่คิดเล่น ๆ เท่านั้นแต่กลับถูกหนิงหนิงจับความคิดได้เลยรู้สึกอายเล็กน้อย
บางครั้งเธอก็ช่างสังเกตเกินไปหน่อย
นาน่ามองดูผีเสื้อที่บินกลับมาเกาะที่ชายกระโปรงของเธออีกครั้ง จึงรู้สึกดีใจ
หนิงหนิงเรียกวาเซีย “พอได้แล้ววาเซีย ออกไปกันเถอะ”
วาเซียก็เล่นสนุกพอแล้วเช่นกัน จึงหยุดทรมานจี๋หยวนชิงและคนอื่น ๆ แล้วเดินตามหนิงหนิงไป
วาเซียหยุดร้องแล้ว อาการปวดหัวของจี๋หยวนชิงก็หายไป
เขากำลังนวดศีรษะพลางลุกขึ้นนั่ง
อ้าวแปลกจัง ทำไมหัวของเขาถึงปวดขนาดนี้ เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่
ในตอนนั้นเอง เขาได้ยินเสียงผู้หญิงที่เรียบเฉยดังขึ้น “หลีกทางหน่อย”
เขาเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นหนิงหนิงยืนอยู่ตรงหน้าเขา
เขาตะโกนลั่น “ผี! รีบหนีเร็ว!” แล้วถอยหลังไป
กลุ่มคนก็รีบถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว
เจียงเจินตอนนี้ผมยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว เธอเห็นใบหน้าซีดขาวของหนิงหนิงภายใต้แสงไฟแต่กลับมีความงามที่ชวนให้ใจสั่นระรัว
หนิงหนิงนี่ตายไปแล้วจริง ๆ เหรอ?
หัวใจของเธอเต้นรัวแรงอย่างรุนแรง
หนิงหนิงเดินผ่านทางเล็ก ๆ ที่แยกออกมาจากฝูงชน หนิงเหนียนเดินตามเธอไปติด ๆ
ถัดมาคือเว่ยฉือแล้วตามด้วยจี๋ไหลและเฉินมู่
“เฮ้ พวกคุณจะทำอะไรน่ะ?” จี๋หยวนชิงถาม
“คุณชายจี๋ ที่แห่งนี้อยู่ไม่ได้นาน พวกเราขอตัวออกไปก่อนนะ” เฉินมู่บอก
จี๋หยวนชิงชี้ไปที่หนิงหนิง “ออกไป? แต่ว่า เธอ…”
ยังพูดไม่ทันจบเขาก็เห็นวิญญาณที่แต่งตัวด้วยชุดนอนลายหมีเดินตามหลังกลุ่มคนไป
จี๋หยวนชิง…
ไม่นานคนอื่น ๆ ก็เห็นผีผู้หญิงคนนั้นเช่นกัน
หนิงหนิงเปิดประตูออกอย่างง่ายดาย ทุกคนเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจคนอื่น ทิ้งให้คนในห้องยืนงงงันกันอยู่
ทุกคนหันไปมองที่จี๋หยวนชิงพร้อมกัน “ไม่ใช่ว่าหนิงหนิงต้องตายแน่ ๆ หรอกเหรอ?”
“แล้วเรื่องของนาน่าคนนี้มันยังไงกัน?”
จี๋หยวนชิง ??
เขาแกล้งทำเป็นครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ไม่น่าเชื่อว่าจะปล่อยให้หนิงหนิงออกมาแบบนี้ ดูเหมือนว่าผีตนนี้วิชายังตื้น คงเป็นผีใหม่แน่ ๆ”
ทุกคน ??
แล้วคนที่เมื่อกี้วิ่งหนีอย่างหัวซุกหัวซุนนั่นเป็นใครกัน
บรรดาลูกคนรวยเหล่านี้ เริ่มมีความสงสัยในความสามารถของสำนักเซียนเป็นครั้งแรก
จี๋หยวนชิงลุกขึ้นยืนพูดอย่างไม่เป็นธรรมชาติว่า “ที่แห่งนี้ไม่ควรอยู่นาน พวกเรารีบออกไปกันเถอะ”
เมื่อเขาเตือนแบบนั้น ทุกคนต่างพากันลุกขึ้นไม่สนใจแล้วว่าหนิงหนิงรอดชีวิตมาได้อย่างไร ตอนนี้เรื่องสำคัญคือต้องรีบออกไปก่อน!
ไม่นานทุกคนก็ออกไปกันหมด และกลับมารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น
หนิงหนิงและพวกพ้องได้นั่งลงในห้องนั่งเล่นก่อนแล้ว ตอนนี้ก็เกือบจะห้าทุ่มแล้ว
เจียงเจินนั่งลงบนโซฟา เธอขยับถอยไปข้าง ๆ เพื่อเว้นที่ว่าง แล้วตบเบา ๆ เป็นสัญญาณเชิญจี๋เซาให้มานั่งข้าง ๆ
แต่จี๋เซากลับมองเธอด้วยหางตาแล้วยิ้มเยาะ ก่อนจะเดินผ่านหน้าเธอไป ตรงไปนั่งที่โซฟาตัวที่อยู่ไกลจากเธอที่สุด
เจียงเจินเก็บมือกลับอย่างเก้อเขิน
หลังจากจี๋เสี่ยวเสี่ยวนั่งลง เธอก็ลูบแขนของตัวเอง บนแขนมีรอยข่วนที่ชัดเจน เป็นรอยที่เกิดจากเล็บของจี๋ซางตอนที่เขาฉุดกระชากเธอเมื่อครู่นี้ เล็บมือของเขาไม่ได้ยาวแต่กลับทิ้งรอยข่วนลึกขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าเมื่อครู่เขาใช้แรงมากแค่ไหน
ตอนนี้จี๋ซางกำลังใช้ผ้าห่มบนโซฟาห่มตัวเอง ริมฝีปากซีดม่วงจากความหนาว
จี๋เสี่ยวเสี่ยวกอดแขนตัวเองแน่น ก้มหน้าลงต่ำ
คนอื่น ๆ ก็นั่งลงตาม ๆ กัน
เดิมทีพวกเขาอยากจะกลับบ้านแต่ก็ดึกมากแล้ว
ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ลี้ลับได้ง่ายที่สุด
ตอนนี้มีคนน้อยมากที่ยังอยู่นอกบ้านในช่วงเวลานี้
ทางการก็ไม่สนับสนุนให้ใครออกไปเดินเตร่ในยามดึกโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน
เครื่องรางป้องกันตัวของพวกเขาแตกอยู่ในห้อง การออกไปข้างนอกไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง
เห็นจี๋หยวนชิงยังอยู่ที่นี่ ทุกคนจึงนั่งลงอย่างอดทน อยู่ที่นี่ยังปลอดภัยกว่าออกไปข้างนอก ผีสาวเปลี่ยนกลับมาสวมชุดกระโปรงยาวสีดำตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้และดูลึกลับน่าขนลุกอีกครั้ง
ตอนนี้ทุกคนต่างรู้แล้วว่านาน่ากับผีสาวตายโหงเป็นคนเดียวกัน
หลังจากที่พวกเขาได้ประสบกับความตายในภาพมายา พวกเขาก็ได้รู้ถึงความน่ากลัวของนาน่าและไม่กล้าดูถูกเธออีกต่อไป
นาน่านั่งอยู่ข้าง ๆ หนิงหนิง ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้
พวกเขาจงใจถอยห่างออกมาเล็กน้อย
คนสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งนำโดยหนิงหนิง อีกกลุ่มหนึ่งนำโดยจี๋หยวนชิง
แบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน
บรรดาลูกคนรวยต่างได้รับผลกระทบ มีพลังงานหยินติดตัวอยู่บ้าง
ได้รับผลกระทบจากพลังงานหยิน แม้จะเป็นเดือนเมษายนที่อบอุ่นแต่พวกเขาที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกกลับรู้สึกหนาวเย็น
จี๋หยวนชิงหยิบยันต์ออกมาแผ่นหนึ่งแปะไว้ที่หน้าผาก ควันดำในร่างกายถูกเผาผลาญจนหมดสิ้นอย่างรวดเร็ว เขาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก บรรดาลูกคนรวยที่อยู่ข้าง ๆ เห็นเข้าก็พากันควักเงินมาซื้อกันใหญ่ ไม่นานนักยันต์ในมือของจี๋หยวนชิงก็ขายหมดเกลี้ยง แผ่นละพันหยวนสิบนาทีได้เงินมาห้าหมื่นหยวน
จี๋ซางกับจี๋เสี่ยวเสี่ยวรวบรวมเงินช้าไปหน่อย เลยแย่งได้แค่แผ่นเดียว
จี๋ซางไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้ายันต์มาแปะที่หน้าผากของตัวเองทันที