แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 74 หนิงหนิงออกมาแล้ว
บทที่ 74 หนิงหนิงออกมาแล้ว
พอประตูเปิดออก
สายตาหลายคู่ที่อยู่หน้าประตูจ้องมองมาที่หนิงหนิงพร้อมกัน
พวกเขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอยหลังกรูดด้วยท่าทางที่พร้อมเพรียงกันอย่างน่าประหลาด ใบหน้าทุกคนแสดงความระแวดระวัง
มีเพียงหนิงเหนียนที่วิ่งเข้ามาหาแล้วหยุดยืนตรงหน้าเธออย่างระมัดระวัง เขาสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นว่าไม่มีบาดแผลเขาก็โล่งใจ
“เธอกลับมาแล้ว” เสียงของหนิงเหนียนกลั้นอารมณ์เอาไว้
หนิงหนิงจ้องมองเขา ผีเสื้อนรกเปล่งประกายบนไหล่ แววตาของหนิงเหนียนใสกระจ่าง ดวงตาเต็มไปด้วยความยินดีที่ไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้
ครู่หนึ่งผ่านไป หนิงหนิงพยักหน้า
ทันใดนั้นหนิงเหนียนก็ถูกดึงถอยหลัง มีดาบไม้ยื่นออกมาจากด้านข้าง ชี้ตรงมาที่หว่างคิ้วของหนิงหนิง
“ผีร้าย อย่าได้ขยับ ไม่เช่นนั้นอย่าโทษว่าฉันไม่สุภาพ”
หนิงหนิงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จี๋หยวนชิงถอยหลังไปหนึ่งก้าว
หนิงหนิงยกมือขึ้น แล้วตบดาบไม้กระเด็นออกไปด้วยฝ่ามือ
จี๋หยวนชิงไม่ทันตั้งตัว ตกใจจนต้องถอยกรูดไปหลายก้าว
วาเซียกระโดดออกมา ตั้งใจจะแกล้งพวกเขา มันย่อตัวลงต่ำแล้วร้องเสียงดังลั่น
เสียงร้องโหยหวนของวาเซียที่ดังเสียดแก้วหูราวกับเสียงเด็กร้องไห้ แทรกซึมเข้าไปถึงกะโหลกของคนที่อยู่ในเหตุการณ์
ทุกคนต่างยกมือขึ้นปิดหูโดยสัญชาตญาณ
จี๋หยวนชิงเอามือปิดหู สีหน้าเปลี่ยนไปทันที “แย่แล้ว! ผีตนนี้เก่งเกินไป รีบหนีเร็ว!”
เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้งภายในห้อง
“อย่ามาหาฉัน ฉันไม่อยากเป็นตัวตายตัวแทน!”
“ฉันเคยด่าเธอ ฉันขอโทษนะ อย่ามาหาฉันเลย!”
“ไม่ใช่ว่าถ้าหาตัวตายตัวแทนเจอแล้วก็จะออกไปได้หรอกเหรอ? ทำไมถึงยังไม่ได้ล่ะ!”
ทุกคนต่างวิ่งวุ่นไปมาเหมือนแมลงวันที่ไร้หัว
จี๋ซางคว้าตัวจี๋เสี่ยวเสี่ยวมาบังไว้ข้างหน้าตัวเอง
เจียงเจินรีบดึงตัวจี๋เซาที่วิ่งหนีไปไกลกลับมา
เว่ยฉือเอามือปิดหูแต่ก็ไม่ได้ผลเลย เสียงนั้นยังคงแทรกเข้ามาในหัวสมองของเขา สมองแทบจะถูกดึงออกมาอยู่แล้ว ปวดหัวจนแทบตาย บนตัวยังคงมีเหงื่อไหลไม่หยุด
แม้กระทั่งตอนนี้ เขาก็ยังคงคิดแบบนี้อยู่
โชคดีที่เมื่อครู่หลังจากหนิงหนิงเข้าไปแล้ว จี๋หยวนชิงบอกว่าเธอมีโอกาสรอดน้อยกว่าตาย
เขารู้สึกว่านี่ไม่ใช่แค่การไลฟ์สดธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังจะกลายเป็นคดีอาญา
ไม่มีใครรู้ว่าหนิงหนิงจะปรากฏตัวในสภาพแบบไหนต่อไป
เขาลุกขึ้นและปิดกล้องถ่ายทอดสดลงทันที พวกเขาถูกขังอยู่ตลอด โทรศัพท์มือถือก็ไม่มีสัญญาณ
คาดว่าตอนนี้ในเน็ตคงจะเกิดความวุ่นวายเกี่ยวกับการตายหรือมีชีวิตอยู่ของหนิงหนิงไปแล้ว
สิ่งที่เว่ยฉือคาดเดาไว้นั้นไม่ผิด
แฮชแท็ก #หนิงหนิงผีตายโหง ขึ้นอันดับหนึ่งในเทรนด์ยอดนิยมและกำลังระเบิดความนิยมอยู่
จี๋หยวนชิงบอกว่าเธอมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นตัวตายตัวแทนคนใหม่ของผีตายโหง เมื่อจี๋หยวนชิงพูดอะไรออกมาไม่มีใครที่ไม่เชื่อ
หลายคนรีบเข้ามาจุดเทียนในแฮชแท็กที่กำลังเป็นกระแส หวังให้หนิงหนิงไปสู่สุคติ ไม่รู้ว่าเป็นความจริงใจหรือเสแสร้ง
คนที่เสียใจก็มีเช่นกัน
กลุ่มหนึ่งคือแฟนคลับของหนิงเหนียน
พวกเธอสงสารหนิงเหนียน เขาเพิ่งจะได้พบญาติที่ยอมดีกับเขาสักคน
สิ่งที่พวกเธอเห็นในคืนนี้คือ หนิงหนิงคอยปกป้องหนิงเหนียนตลอด ผีตายโหงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อหนิงเหนียนเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเธอจะไม่อยู่แล้วแต่ผีเสื้อที่ทิ้งไว้ให้หนิงเหนียนก็ยังคงปกป้องหนิงเหนียนจนถึงตอนนี้
คนที่เศร้าโศกเสียใจให้กับหนิงหนิงอย่างแท้จริง มีเพียงกลุ่มแฟนคลับของหนิงหนิงอย่างเหล่าหนิงตังเท่านั้น
พวกเธอวางโทรศัพท์มือถือลง ไม่มีแม้แต่อารมณ์จะไปด่าใคร นอนไม่หลับทั้งคืน
ทุกคนต่างเชื่อมั่นในตัวของจี๋หยวนชิงอย่างไม่มีข้อสงสัย พวกเธอคิดว่าหนิงหนิงต้องตายอย่างแน่นอน
แต่ว่า…เว่ยฉือกัดฟันทนความเจ็บปวด เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวในชุดดำ
แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาราวกับสายน้ำ เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สอดรับกับแสงจันทร์บนพื้น เธอเปรียบดั่งดวงจันทร์อันเยือกเย็นบนฟากฟ้า
เธอยังคงเป็นเหมือนเช่นเคย เหมือนกับเป็นคนนอกที่ยืนชมความน่าเกลียดของผู้คนอย่างเงียบ ๆ
นี่มันผีจริง ๆ เหรอ เว่ยฉือรู้สึกว่าไม่เหมือนเลย
เขารู้สึกว่านี่ก็คือหนิงหนิงนั่นแหละ
มีคนวิ่งไปทางประตู
คิดจะไปเปิดประตูน่ะเหรอ ฝันไปเถอะ
วาเซียร้องขึ้นมาอีกครั้ง เสียงร้องครั้งนี้ยิ่งกว่าดาบอันแหลมคม ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ปวดหัวแล้วแต่ปวดหูด้วย
ครั้งนี้หนิงหนิงไม่ได้ห้ามวาเซีย
ท่ามกลางฝูงชนที่วุ่นวาย เธอเห็นเด็กหนุ่มในชุดดำถูกผลักไปมา ใบหน้าซีดขาว เดินโซเซมาทางเธอ
ลมหายใจของหนิงหนิงชะงักไป เธอโบกมือทีหนึ่ง
หนิงเหนียนรู้สึกว่าเสียงแมวที่แทงทะลุประสาทจนเจ็บปวดนั้นหายไปในทันที
ทางด้านข้าง จี๋ไหล เฉินมู่ และเว่ยฉือยกมือขึ้นลูบหู รู้สึกว่าความเจ็บปวดหายไปในพริบตา
ไม่เจ็บจริง ๆ
แต่เมื่อมองคนอื่น ๆ ก็ยังคงเห็นสีหน้าทรมานอยู่ หนิงหนิงเดินเข้าไปหาหนิงเหนียน เธอเดินฝ่าฝูงชนไปราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแล้วจับข้อมือของหนิงเหนียนไว้
มือของเธอเย็นเล็กน้อย แต่ก็ยังอุ่นอยู่บ้าง
หนิงเหนียนที่ถูกเธอจับมือไว้ คราวนี้ไม่มีใครชนเขาอีก
หนิงหนิงจูงมือหนิงเหนียนออกมาจากฝูงชน พาเขาเดินไปที่หน้าห้องน้ำ หนิงเหนียนเห็นนาน่ายืนอยู่ข้างประตู
หนิงหนิงแนะนำว่า “นี่คือนาน่า พี่เลี้ยงที่ฉันหามาให้นาย นายคิดว่ายังไงบ้าง?”
นาน่ากุมมือของตัวเองอย่างประหม่า
สองคนนี้หน้าตาคล้ายกันมาก และดูดีทั้งคู่
ใบหน้าของเธอแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
หนิงเหนียน ??
พอได้ฟังเป็นครั้งที่สองก็ยังรู้สึกว่ามันไร้สาระอยู่ดี
เขาพยักหน้า
หนิงหนิงยิ้ม “ดีแล้วล่ะ”
จี๋ไหลและเฉินมู่เดินเข้ามารวมกลุ่ม พวกเขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยที่เห็นนาน่าอยู่ในห้อง
เฉินมู่ชี้ไปที่กลุ่มคนที่กำลังกุมศีรษะตัวเอง
“คุณหนิง พวกเขา…” เขาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ แล้วก็หันไปมองวาเซียที่กำลังกระโดดโลดเต้นมันดูตื่นเต้นมาก
“วาเซียโกรธน่ะ ฉันก็ทำอะไรไม่ได้”
เฉินมู่ ??
เป็นแมวทำจริง ๆ ด้วย
เป็นฝีมือของแมวจริง ๆ ด้วยสินะ!
เฉินมู่และจี๋ไหลต่างก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เปิดเผยความสามารถออกมาง่าย ๆ แบบนี้ เธอไม่กลัวเลยเหรอ?
หนิงหนิงไม่กลัวจริง ๆ นั่นแหละ
แต่เดิมเธอยังมีความคาดหวังกับสำนักเซียนอยู่บ้าง คิดว่าอาจจะได้พบกับคู่ต่อสู้คนใหม่
เพราะทั่วทั้งโนซามานก็หาคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียมกับเธอไม่ได้แล้ว เธอผ่านนรกมาแล้ว เธอไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เพราะอย่างนั้นศาสตร์ลี้ลับที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนในโลกนี้ทำให้เธอรู้สึกสนใจ
แต่ว่าตั้งแต่เรื่องผีสองตนที่คฤหาสน์กุหลาบเป็นต้นมา ความรู้สึกโดยรวมของหนิงหนิงที่มีต่อสำนักเซียนก็ไม่ค่อยดีนัก
พฤติกรรมของจี๋หยวนชิงในวันนี้ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกที่ไม่ดีของเธอ
การจัดการคนที่น่ารังเกียจ เป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรม ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร
ทั้งจ้าวฉี่หมิงที่ผีสองตนนั้นพูดถึงและจี๋หยวนชิงในตอนนี้ ล้วนฟังดูเหมือนเป็นบุคคลสำคัญในสำนักเซียน
แล้วผลเป็นยังไงล่ะ พอได้เจอกันเข้าจริง ๆ โดยที่เธอไม่ต้องลงมือทำอะไร วาเซียก็สามารถทำให้พวกเขาหัวหมุนได้แล้ว
อะไรกัน นี่มันห่วยแตกเกินไปแล้ว
หนิงหนิงรู้สึกผิดหวังมาก “แค่เวทมนตร์โจมตีจิตใจขั้นพื้นฐานที่สุดยังรับมือไม่ได้เลย”
เว่ยฉือเพิ่งจะเดินเข้ามาก็ได้ยินประโยคนี้พอดี
เธอว่าอะไรนะ?
เวทมนตร์เหรอ?
หนิงเหนียนและอีกสองคนก็มองหน้ากันไปมา
เวทมนตร์เหรอ?
ใช่เวทมนตร์แบบในละครรึเปล่า?
ยังไม่ทันที่เฉินมู่จะได้ถามอย่างละเอียด
หนิงหนิงยื่นมือออกไป คว้าสิ่งของที่ร่วงจากตัวหนิงเหนียนไว้แน่น
เมื่อกางฝ่ามือออก มันคือหินอาเกตสีแดงรูปผีเสื้อ บนปีกมีวงเวททรงกลมสีทองอยู่
จี๋ไหลพูดว่า “อันนี้ผมจำได้มันเรียกว่าผีเสื้อนรกใช่ไหมครับ?”
หนิงหนิงตอบ “ใช่ค่ะ”
เฉินมู่สังเกตมานานแล้ว เขาสนใจผีเสื้อตัวนี้มาก “มันมีฟังก์ชันเหมือนกับยันต์ฟื้นฟูหรือเปล่าครับ?”
หนิงหนิงพยักหน้ารับ
เหมือนกับที่เขาคิดไว้ เฉินมู่อดที่จะทึ่งไม่ได้
ยันต์ฟื้นฟูสามารถขจัดพลังงานหยินที่แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายทั้งภายในและภายนอกได้
มียันต์อัคคีที่มีความสามารถคล้ายกัน แต่ยันต์อัคคีสามารถขับไล่พลังงานหยินในสภาพแวดล้อมได้เท่านั้น ไม่สามารถใช้กับร่างกายมนุษย์ได้
อันนี้ของหนิงหนิงกลับสามารถกดทับพลังงานหยินบนร่างผีได้โดยตรง นี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว
รุ่นพี่ในอดีตก็สามารถวาดยันต์ฟื้นฟูที่สามารถระงับพลังวิญญาณร้ายได้โดยตรง
แต่ตอนนี้พวกเขาทำไม่ได้แล้ว
ยันต์ฟื้นฟูในปัจจุบันมีประสิทธิภาพลดลงครึ่งหนึ่ง แต่ถูกสำนักเซียนปั่นราคาขึ้นไป
แม้แต่หน่วยสืบสวนพิเศษก็ยังต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ครึ่งหนึ่งให้กับสำนักเซียน
คนทั่วไปไม่มีทางซื้อยันต์ที่แพงยิ่งกว่าทองคำนี้ได้หรอก
ผีเสื้อนรกของหนิงหนิงดูดีทุกอย่าง แต่ชื่อนี่น่ากลัวไปหน่อยและไม่ว่าจะมองยังไงมันก็เป็นแค่หิน
เฉินมู่เชื่อใจท่านโจวมากและเชื่อมั่นในผลการทำนายของท่านโจวอย่างไม่มีข้อสงสัย
สมแล้วที่เป็นคนที่สามารถต่อกรกับปีศาจได้ด้วยตัวคนเดียว
เฉินมู่ก็ยังอดถามออกมาไม่ได้ “ทำไมถึงเรียกชื่อนี้ล่ะครับ?”
หนิงหนิงตอบ “คนอื่นเรียกกันแบบนี้ค่ะ”