แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 79 คุณเป็นศิษย์ของใคร?
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 79 คุณเป็นศิษย์ของใคร?
บทที่ 79 คุณเป็นศิษย์ของใคร?
ที่ผีตายโหงถูกเรียกว่าวิญญาณผูกติดสถานที่
เพราะทุกสรรพสิ่งล้วนมีวิญญาณ
แผ่นดินใต้เท้านี้ก็มีเช่นกัน มันมีความเชื่อมโยงลึกซึ้งกับผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว มันตอบสนองต่อความอาลัยอาวรณ์ก่อนตายของผู้คน ก่อเกิดเป็นเขตคุ้มครอง ในขณะที่กักขังวิญญาณไว้ มันก็รับหน้าที่ปกป้องวิญญาณเหล่านั้นด้วย
ดังนั้นพลังของผีตายโหงจึงแข็งแกร่งกว่าผีทั่วไปมาก ก็เพราะวิญญาณได้ยืมพลังจากผืนแผ่นดินนี้
กฎเกณฑ์ที่ซ่อนเร้นเช่นนี้ไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยกฎเกณฑ์ของโลกปัจจุบัน
จริง ๆ แล้ว สิ่งที่จี๋ไหลพูดก็ไม่ผิด
ทีมงานรายการต่างหากที่เป็นผู้บุกรุกเข้ามาในดินแดนแห่งนี้
พวกเขานั่นแหละที่รบกวนวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในที่นี้
ผู้ชมต่างรู้สึกเห็นด้วย
[ผีตนนี้นิสัยดีจริง ๆ นะ…]
[ใช่แล้ว ผ่านไปตั้งหนึ่งสัปดาห์ มีแค่เจียงฉือซิงคนเดียวที่เกิดเรื่อง คนอื่นไม่เป็นไรเลย]
[ดูเหมือนว่าผีที่สิงสถิตอยู่ในวิลล่าหลังนั้นยังคงปรานีอยู่นะ กว่าจะโกรธก็ตอนที่วิลล่าถูกรื้อแล้ว]
[เจียงฉือซิงนั่นยังกล้าท้าทายผีผู้หญิงต่อหน้าอีก แถมเกือบจะทำของของเธอแตกอีก พระเจ้าเขาเบื่อชีวิตแล้วหรือไง]
[แค่ความหยิ่งผยองล้วน ๆ มีเงินมากขนาดนั้น จะเบื่อชีวิตง่าย ๆ ได้ยังไง]
[ว่าแต่ว่าจะรื้อวิลล่าไปทำไมดี ๆ ไม่ชอบ แค่ตกแต่งผนังก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องเจาะผนังด้วย งานฉลองมันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ อีกอย่าง ไม่ว่าจะมีผีสิงอยู่หรือไม่ ตระกูลเจียงก็ไม่ใช่เจ้าของวิลล่านะ]
[ที่งานฉลองคืนนี้เสียหาย ก็เป็นเพราะพี่น้องตระกูลเจียงก่อเรื่องเองทั้งนั้น]
[พี่น้องตระกูลเจียงนี่เจออะไรก็ไม่เคยคิดจะถามให้กระจ่างก่อน ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ชอบโยนความผิดใส่หนิงหนิงไว้ก่อน]
[ฉันมีความคิดหนึ่งนะ ถ้าหนิงหนิงไม่ได้เก็บภาพแขวนที่ถูกโยนทิ้งอยู่บนพื้นขึ้นมา คืนนี้อาจจะไม่มีงานฉลองนี้ด้วยซ้ำ]
[ไม่แปลกใจเลยที่ตอนที่ตำรวจให้ความรู้ทางกฎหมาย หนิงหนิงเอาแต่มองไปที่บันได ตอนนั้นผีก็ยืนอยู่บนบันไดใช่ไหม]
[อ๊าาา อย่าพูดต่อเลย น่ากลัวจัง!]
[ฉันไม่รู้ว่าจะมีงานฉลองหรือเปล่า รายการนี้อาจจะหายไปเลยก็ได้]
[…]
[คืนนี้ฉันขนลุกเป็นครั้งแรก]
[พูดถึงที่สุดแล้ว ก็เป็นความผิดของหนิงหนิงนั่นแหละ เธอจะเก็บของทำไม ปล่อยให้พวกเขาทำตัวเองไปสิ]
[มองในแง่นี้ ทีมงานรายการถือว่ารอดตายมาได้หวุดหวิดเลยใช่ไหม]
ถึงเขาจะไม่ได้ออกไปไหน แต่เมิ่งซางที่รออยู่ในครัวหลังก็ขวัญกระเจิงไปแล้ว
จู่ ๆ เขาก็นึกถึงอุณหภูมิที่ผิดปกติในห้องนั่งเล่นตลอดทั้งวันนี้
มันหนาวเกินไปสำหรับอากาศในฤดูใบไม้ผลิ ทั้ง ๆ ที่อากาศนอกวิลล่าอุ่นสบายมาก
แต่พอก้าวเข้ามาในวิลล่า ลมเย็นก็พัดวูบวาบ
วิญญาณที่ถูกผูกติดกับสถานที่แห่งนี้ คอยจ้องมองพวกเขาอยู่ข้างหลังตลอดเวลา
เขาเกือบตายแล้ว
หยดเหงื่อเย็นไหลผ่านหน้าผากของเมิ่งซาง
เว่ยฉือเองก็ตกใจจนเหงื่อเย็นไหลทั่วตัวเช่นกัน
ทีมงานรายการรู้อยู่แล้วว่า วิลล่าหลังนี้เคยมีคนตายมาก่อนตั้งแต่ก่อนเริ่มถ่ายทำ
แต่ในยุคนี้การเจอผีก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรอีกต่อไปแล้ว
ไม่ได้มีอะไรต้องกังวลมากนักหรอก
จุดสำคัญคือ วิลล่าหลังนี้อยู่ในทำเลที่ดี ค่าเช่าเองก็ถูกมาก แถมเจ้าของวิลล่ายังเป็นแฟนคลับของเจียงเจินอีกต่างหาก และยังให้ส่วนลดอีกด้วย
เว่ยฉือเลยตัดสินใจเช่ามันไว้
ก็เคยเชิญคนจากสำนักเซียนมาดูแล้ว ก็เห็นไม่มีปัญหาอะไรชัด ๆ
ใครจะไปรู้ล่ะว่าที่นี่มีวิญญาณร้ายที่ถูกผูกติดสถานที่อยู่ด้วย!
ทำไมสำนักเซียน ถึงไม่สังเกตเห็นเลยนะ!
พวกเขาอยู่ร่วมกับผีตายโหงมาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว
เจียงเจินและจี๋เสี่ยวเสี่ยว รวมถึงจี๋ซางที่ปกติแล้วมักจะทำตัวเป็นคนไม่สนใจอะไร ก็ยังหน้าซีดเผือดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นั่นมันผีตายโหงนะ คนอื่นเจอเขตที่มีวิญญาณผีตายโหงอยู่ยังต้องเดินอ้อมไปเลย
มีแต่พวกเขาเท่านั้นที่ไม่เพียงแค่เข้ามาพักอาศัยอย่างโจ่งแจ้ง แถมยังทำลายสถานที่ของเธออีก
เจียงเจินมองดูวอลล์เปเปอร์สีเหลืองบนผนัง รู้สึกขลาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
คำถามมากมายที่เตรียมไว้จะซักถาม ตอนนี้ไม่กล้าพูดออกมาสักคำ
เมื่อจี๋ไหลเตือนสติ
ทีมงานในรายการต่างรู้สึกตัวในภายหลังว่า พวกเขาเพิ่งเดินกลับมาจากเส้นขอบแห่งความตาย
มองดูนาน่าที่นั่งอย่างสง่างามบนโซฟา ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ดูมีออร่าชั่วร้ายไปหมด
เธอเป็นผีตายโหงตัวจริงไม่ผิดแน่
ทุกคนอดที่จะสั่นสะท้านไม่ได้
เมื่อสายตาเบนไปตรงกลางเล็กน้อย พวกเขาก็เห็นหนิงหนิงที่มีสีหน้าเรียบเฉย
ใช่แล้ว เป็นเธอนี่เอง เธอควบคุมผีตายโหงเอาไว้
โชคดีที่มีหนิงหนิงอยู่
มิฉะนั้นพวกเขาจะต้องแย่แน่!
หนิงหนิงช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้
ทีมงานมองดูหนิงหนิงด้วยสายตาที่เจือไปด้วยความชื่นชม
จุดสำคัญคือท่าทางการเอนตัวของหนิงหนิงนั้นดูเท่มาก ดูมีมาดของผู้ยิ่งใหญ่
ดูน่าเชื่อถือสุด ๆ
ความหวาดกลัวของทุกคนจึงหายไปในทันที
ส่วนหนิงหนิงที่เป็นตัวการสำคัญที่ปล่อยวิญญาณออกมา กลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
เมื่อคืนเธอดื่มแค่เครื่องดื่มอย่างเดียว ถึงแม้จะไม่รู้สึกหิว แต่ก็อดคิดที่จะหาอะไรอย่างอื่นกินไม่ได้
เธอกำลังเหม่อลอยอยู่
พอเงยหน้าขึ้นมา ทุกคนต่างจ้องมองมาที่เธอ
หนิงหนิง ??
เกิดอะไรขึ้นอีกแล้วนะ
หนิงหนิงถามหนิงเหนียนว่า “มีอะไรเหรอ”
หนิงเหนียนตอบว่า “ไม่มีอะไรหรอก”
เขาสังเกตเห็นว่า หนิงหนิงชอบเหม่อลอยจริง ๆ
เธอไม่อยากจะเสียพลังงานแม้แต่น้อยไปกับเรื่องที่เธอไม่สนใจ
การที่ต้องเสียหน้าให้กับเด็กสาวคนหนึ่ง ทำให้จี๋หยวนชิงรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก
หนิงหนิงคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไป และยังใช้วิชานอกรีตที่ไม่รู้ว่าไปเรียนมาจากที่ไหน
พวกนั้นตื่นเต้นบ้าอะไรกันนักหนา?
เขาทำหน้าเย็นชา
เฉินมู่ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยเขาไปง่าย ๆ “คุณชายจี๋ ต้องขอบคุณคุณหนิงที่ยับยั้งผีตายโหงเอาไว้ได้ ไม่อย่างนั้น หากดูจากการกระทำที่ไร้มารยาทของคุณตั้งแต่ก้าวเข้ามา ถ้าทำให้ผีตายโหงโกรธขึ้นมา แม้คุณชายจี๋จะมีความสามารถสูงและตัวคุณเองคงไม่เป็นไร แต่คนที่อยู่ที่นี่ ถึงไม่ตายก็คงได้รับบาดเจ็บกันไม่มากก็น้อย ครั้งนี้ต้องขอบคุณคุณหนิงจริง ๆ นะครับ ว่าไหม?”
เขาโจมตีอีกฝ่ายอย่างกะทันหัน
จี๋หยวนชิงกัดฟันในใจ
คำพูดของเฉินมู่นั้นเต็มไปด้วยกับดัก
“ใช่ครับ ต้องขอบคุณคุณหนิงจริง ๆ” เขาพูดอย่างไม่เต็มใจ ได้แต่ยิ้มแหย ๆ
จี๋ไหลเลิกคิ้วขึ้น เขากล้าหาญเหมือนลูกวัวที่ไม่กลัวเสือ และพูดอย่างไม่เกรงใจ “คุณชายจี๋ ทำไมคุณถึงยิ้มฝืดเฝื่อนแบบนั้นล่ะครับ รู้สึกคับแค้นใจงั้นเหรอ ผมยังพูดไม่จบนะ คุณไม่ใช่แค่มาจับผีเท่านั้นแต่คุณยังจะมาจับคนด้วย”
“พวกคุณที่สำนักเซียนมักจะไม่ใส่ใจเรื่องภูตผีอยู่แล้ว เรื่องภูตผีก็ช่างเถอะ แต่เรื่องคนล่ะ คุณไม่มีหลักฐานอะไรเลยสักอย่าง ใครให้สิทธิ์คุณพาคุณหนิงกลับไป ใครให้สิทธิ์คุณสอบสวนคุณหนิงแล้วใครให้สิทธิ์คุณตัดสินความผิดคุณหนิง? แค่เพราะคำพูดเลื่อนลอยที่เต็มไปด้วยอคติของคนอื่นเท่านั้นเองเหรอ?”
คำพูดนั้น เหมือนบูมเมอแรงที่พุ่งเข้าใส่ตัวจี๋หยวนชิง
จี๋หยวนชิงถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่มีเหตุผลจริง ๆ ไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้
จี๋ไหลอัดอั้นความโกรธนี้มาสักพักใหญ่แล้ว
“คุณชายจี๋ คุณต้องจำไว้ว่าเบื้องบนให้อำนาจสำนักเซียนจัดการกับวิญญาณ แต่ไม่ได้ให้อำนาจพวกคุณจัดการกับคน”
จี๋หยวนชิงตอบว่า “ผมจำได้แน่นอน ไม่ต้องมาบอก”
จี๋ไหลกล่าวว่า “คุณอยู่เหนือกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง เพิกเฉยต่อกฎหมายและข้อบังคับ พยายามก้าวข้ามรัฐบาลเพื่อแทนที่กฎหมาย ผมเคยเตือนคุณแล้วนะ คุณจี๋หยวนชิง คุณรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำผิดกฎหมาย”
จี๋ไหลใช้คำพูดที่รุนแรงมาก
สีหน้าของจี๋หยวนชิงเปลี่ยนไปในทันที
เฉินมู่ก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมาเช่นกัน
หนิงหนิงสงสัย “เขาทำผิดกฎหมายแล้วจะจับเขาไหมคะ?”
เฉินมู่พยักหน้า “จับครับ”
หนิงหนิงพยักหน้าตอบ “งั้นก็ดีค่ะ”
เธอกำลังคิดจะจ้างทนายฟ้องเพื่อฟ้องจี๋หยวนชิง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นแล้ว
จี๋หยวนชิงหัวเราะเสียงดัง “ผมทำผิดกฎหมายงั้นเหรอ?”
“ผมยอมรับว่าผมใจร้อนไปหน่อย แต่คุณจะบอกว่าผมทำผิดกฎหมายนั้น ผมไม่ยอมรับหรอกนะ เพราะเงื่อนไขที่ผมจะทำผิดกฎหมายได้ก็ต่อเมื่อเธอเป็นคนดี”
จี๋หยวนชิงจ้องมองหนิงหนิงอย่างเย็นชา “ถึงคราวที่ผมจะถามบ้างแล้ว คุณหนิง ผมสังเกตมาแล้ว ความสามารถของคุณไม่ธรรมดา ผมอยากรู้คุณพอจะบอกได้ไหมว่าคุณเป็นศิษย์ของใคร?”