แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 78 ความรู้พื้นฐานที่ต้องอ่านเพิ่มเติม
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 78 ความรู้พื้นฐานที่ต้องอ่านเพิ่มเติม
บทที่ 78 ความรู้พื้นฐานที่ต้องอ่านเพิ่มเติม
หลังจากที่ทีมงานทำความสะอาดเสร็จ เว่ยฉือก็ปรากฏตัวขึ้น
เขายิ้มและพูดติดตลกว่า “มีคนเยอะมากเลยในห้องไลฟ์สดนี้ ผมเดาว่าคงมีหลายคนสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคืนนี้ใช่ไหมครับ?”
[ใช่ๆๆ!]
[ใช่!]
[ของปลอมยังไม่ตายเหรอ?]
“ดังนั้น เพื่อตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของทุกคน ทางรายการจึงตัดสินใจออกอากาศพิเศษแบบกะทันหัน ทุกคนก็มาอยู่ที่นี่พร้อมหน้าแล้ว เราจะมาช่วยกันไขปริศนาว่า คืนนี้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกันแน่”
เว่ยฉือถอยหลังเพื่อเผยให้เห็นแถวคนที่นั่งอยู่บนโซฟา
“งั้นเราจะเริ่มยังไงดีครับ?”
จี๋หยวนชิงเป็นจุดสนใจของผู้คนไม่ว่าจะไปที่ไหน เขาก็คุ้นเคยกับการควบคุมสถานการณ์แบบนี้เป็นอย่างดี เขากระแอมเบา ๆ แล้วกำลังจะอ้าปาก
เฉินมู่พูดตรง ๆ ว่า “งั้นเริ่มจากที่มาของผีสาว เช่น พวกเราค้นพบได้ยังไงว่าเธอเป็นผีตายโหงกันก่อนดีกว่า”
จี๋หยวนชิง ??
จงใจพูดถึงเรื่องที่ไม่ควรพูดชัด ๆ
เจียงเจินกลับคิดถึงเรื่องอื่น “ฉันอยากรู้ว่าทำไมหนิงหนิงดูเหมือนจะรู้มาตั้งนานแล้วว่าในห้องของเจียงฉือซิงมีผี ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก จนทำให้เจียงฉือซิงหมดสติอยู่แบบนี้”
หนิงหนิง “หา? มันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย?”
ทำไมเรื่องของเจียงฉือซิงถึงกลายเป็นความผิดของเธอไปได้
หนิงเหนียนมองไปที่เจียงเจิน
สายตาที่เย็นชาราวกับน้ำแข็ง ไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย
เขามองเธอราวกับมองศพ
เจียงเจินสะอึก คำพูดที่จะเอ่ยออกมาก็ติดอยู่ที่ลำคอ
เธอรู้สึกหวั่นกลัวสายตาแบบนั้นของหนิงเหนียน
ในอดีตที่ผ่านมาหนิงเหนียนมักจะใช้สายตาแบบเดียวกันนี้ นอนคว่ำอยู่บนพื้น มองเธอที่ถูกพ่อแม่บุญธรรมปกป้องอยู่ข้างหลัง
ความคิดสกปรกทั้งหมด ภายใต้สายตาแบบนี้ดูเหมือนจะไม่สามารถซ่อนเร้นได้เลย
ถูกจับได้แล้ว
เจียงเจินกัดริมฝีปากแน่น
หนิงเหนียนเข้าใจแจ่มแจ้งในใจ เอ่ยเสียงเย็นชา “จำเป็นต้องให้คนอื่นมาเตือนด้วยเหรอ? เจียงฉือซิงไม่ได้มีหยกคอยปกป้องอยู่หรอกเหรอ หรือว่าเธอกำลังสงสัยในประสิทธิภาพของหยก?”
จี๋หยวนชิงสีหน้าไม่ค่อยดีนัก
เจียงเจินส่ายหน้า “ไม่ใช่ ฉันไม่ได้สงสัยอะไรทั้งนั้น!”
หนิงเหนียนพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “เจียงฉือซิงไม่ใช่เพราะตัวเองทำตัวเองหรอกเหรอ? แต่กลับกลายเป็นว่าเพราะความหยิ่งผยองของพวกนาย จู่ ๆ ก็โยนความผิดให้เธอ แล้วตอนนี้ยังจะให้เธอต้องแบกรับมันอีก”
หนิงหนิงเงยหน้าขึ้นมองดูหนิงเหนียน
หนิงเหนียนหันไปพยักหน้าให้เฉินมู่ ท่าทางสุภาพขึ้นมาทันที “คุณสารวัตรเฉิน ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ ว่าคุณพบเบาะแสได้ยังไง เพราะทางฝั่งของสำนักเซียนก็เตือนไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครพบอะไร พวกเขาคงอธิบายได้ไม่ชัดเจน”
จี๋หยวนชิงสีหน้าดูแย่ลงกว่าเดิม
เฉินมู่พยักหน้า “ได้ครับ จริง ๆ มันก็ง่ายมาก จี๋ไหลนายเล่าเถอะ”
ใบหน้าของจี๋หยวนชิงดำมืดลงเรื่อย ๆ
จี๋ไหลตอบว่า “ง่ายมาก แค่ดูที่รอยแผล”
เมื่อเขาพูดจบ ทุกคนก็หันไปมองนาน่า
นาน่ารู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
ผีผู้หญิงตรงหน้าพันผ้าปิดมิดชิด จนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย
จี๋ไหลพูดว่า “ตอนที่เธอปรากฏตัวที่บันไดเมื่อเวลา หนึ่งทุ่มสิบห้านาทีตอนนั้นมีรอยแผลเป็นที่ข้อมือของเธอ”
เจ็ดนาฬิกาสิบห้านาที นับถอยหลังจากเวลานั้น
ช่วงเวลานั้นพอดีกับที่เจียงเจินกลับมาถึงบ้านพัก และงานฉลองเพิ่งจะเริ่มต้นได้ไม่นาน
ก็คือตอนที่เจียงเจินบอกให้เจียงฉือซิงไปเชิญหนิงหนิงที่ยืนอยู่ชั้นสองให้มาร่วมงานฉลอง
และในเวลานั้นเอง ผีผู้หญิงตนนี้ก็อยู่ที่นั่นจริง ๆ
สีหน้าของเจียงเจินซีดขาว
จี๋หยวนชิงขมวดคิ้วแน่น
เจ็ดโมงสิบห้านาที? มีผีอยู่บนบันได?
ทำไมเขาถึงไม่เห็น?
ทั้ง ๆ ที่เขาดูการไลฟ์สดอยู่ตลอดเวลา
เพราะในรายการนี้มีแมวตัวหนึ่งที่พิเศษมาก ทุกวันจะมีข้อความส่วนตัวมากมายส่งมาถามเขาเกี่ยวกับแมวตัวนี้
จี๋หยวนชิงรู้สึกสนใจมากเลยมาดู
แมวตัวนี้ช่างพิเศษจริง ๆ ถูกใจเขามาก
เขาตั้งใจว่าจะซื้อแมวตัวนั้นมาเลี้ยงเอง
แต่ดูเหมือนว่า แมวตัวนี้จะสนิทกับหนิงหนิงเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าหนิงหนิงจะยอมให้ไหม
จี๋หยวนชิงคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร อย่างมากก็แค่ต้องเอาใจหน่อย กับสถานการณ์ของหนิงหนิงในตอนนี้ คงไม่ปฏิเสธโอกาสที่จะได้สานสัมพันธ์กับตระกูลจี๋แค่เพราะแมวตัวเดียวเหรอ
ใครจะไปรู้ว่า มองไปมองมาก็ถึงเวลาที่รายการจะเริ่มแล้ว
เขาเห็นเพียงผีผู้หญิงเดินตามหนิงหนิงลงมาจากบันได แต่บนชั้นบนนั้นเขาไม่เคยเห็นเธอเลย
จี๋ไหลพูดต่อว่า “ตอนเวลาเจ็ดโมงสิบห้านาที บนข้อมือของเธอมีรอยแผลจากมีดห้ารอย เธอยืนอยู่บนบันไดเป็นเวลาสิบนาที หลังจากผ่านไปสิบนาที รอยแผลบนข้อมือเธอหายไปสองรอย”
“ง่าย ๆ แค่นั้นแหละครับ”
จี๋ไหลพูดจบ
จี๋หยวนชิงถึงบางอ้อ “อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง”
คอมเมนต์ในไลฟ์ก็พากันเข้าใจในทันที พวกเขาเริ่มทยอยส่งเข้ามามากมาย
[เป็นอย่างนี้นี่เอง!]
[ว้าว สังเกตละเอียดมากเลย]
จี๋หยวนชิงแสดงสีหน้าเสียใจ “ฉันนี่มันสะเพร่าจริง ๆ เป็นความผิดของฉันเอง”
[ฮ่า ๆ ๆ คุณชายจี๋ ตอนนั้นคงจะตื่นเต้นเกินไปเลยไม่ทันสังเกตสินะ]
[คราวหน้าก็อย่าได้สะเพร่าแบบนี้อีกนะคุณชายจี๋]
…
มีเพียงกลุ่มลูกคนรวยที่มองหน้ากันไปมาอย่างงุนงง
หา?
แค่นี้เองเหรอ?
เขาพูดอะไรกัน?
จี๋เซายิ่งสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ “พี่ชาย มันหมายความว่ายังไงอ่ะ?”
จี๋หยวนชิงกำลังจะอธิบาย
แต่หนิงหนิงดูสงสัยมากกว่าเธอเสียอีก “นี่ขนาดนี้แล้วยังไม่รู้อีกเหรอ?”
จี๋เซา “ทำไมฉันต้องรู้ด้วยล่ะ?”
หนิงหนิงเหลือบมองพวกเขาก่อนจะพูดว่า “ก็เพราะว่ามันเป็นความรู้พื้นฐานที่ต้องอ่านเพิ่มเติมตั้งแต่ชั้นประถม พวกคุณไม่เคยอ่านหนังสือกันเลยหรือไง?”
จี๋เซาและบรรดาลูกคนรวยคนอื่น ๆ ??
หนิงหนิงหันไปพูดกับน้องชายว่า “หนิงเหนียนนายช่วยอธิบายให้พวกเขาฟังหน่อยว่าเรื่องมันเป็นยังไง”
หนิงเหนียนพยักหน้ารับ
หนิงเหนียนเอ่ยราวกับท่องหนังสือ “โดยปกติเวลาคนเราตายแล้วกลายเป็นวิญญาณ รูปลักษณ์ภายนอกจะคงอยู่ในสภาพวินาทีสุดท้ายก่อนตาย มีเพียงผีตายโหงเท่านั้นที่ถูกขังอยู่ในห้วงเวลาสุดท้ายก่อนตาย ดังนั้น สภาพร่างกายของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามช่วงเวลาสุดท้ายก่อนตาย”
“เนื้อหาข้างต้นมาจากหนังสืออ่านเสริมความรู้พื้นฐานภาคบังคับชั้นประถมศึกษาปีที่ห้า ‘ความรู้พื้นฐานเบื้องต้นของสำนักเซียนฉบับสมบูรณ์’ บทที่สี่หัวข้อที่ สองว่าด้วยเรื่องผีตายโหงในหมวดผีประเภทพิเศษ”
หนิงเหนียนกวาดสายตามองกลุ่มคนที่นั่งอยู่อีกฟากหนึ่ง
บรรดาลูกคนรวย…
คนทั้งกลุ่มรู้สึกอับอายขายหน้า อยากจะเอาหัวมุดลงไปในรอยแยกของพื้นดิน
[ฮ่า ๆ ๆ นี่แหละที่เรียกว่าการดูถูกโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้คำหยาบสักคำ!]
[ก็บอกแล้วว่าคนพวกนี้ไม่เคยอ่านหนังสือกันเลย]
[เรื่องแค่นี้ยังต้องอ่านหนังสืออีกเหรอ นี่มันความรู้ทั่วไปชัด ๆ]
เฉินมู่พยักหน้า “ใช่ครับ ผมขอเสริมอีกนิดว่าเวลาของการเวียนว่ายตายเกิดนั้นจะเดินถอยหลัง ดังนั้นบาดแผลของเธอจะค่อย ๆ จางลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งบาดแผลบนข้อมือหายไปทั้งหมด เธอก็จะกลับเข้าสู่วินาทีสุดท้ายก่อนตาย ที่เป็นช่วงเวลาที่บาดแผลลึกและเจ็บปวดที่สุดอีกครั้ง แล้วก็จะเริ่มวงจรการเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้ง”
ช่างโหดร้ายเหลือเกิน
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหันไปมองนาน่า
เธอสวมชุดกระโปรงที่หรูหรา มือซ้ายถือภาพวาด มือขวากำชายกระโปรงแน่น
ที่ชายกระโปรงมีผีเสื้อนรกกำลังกระพือปีกอยู่
เธอนั่งอยู่อย่างเงียบ ๆ ราวกับเป็นหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง
หากไม่มีใครพูดออกมา ใครจะรู้ล่ะว่าเธอเป็นผี
แขนเสื้อที่ยาวปิดบังรอยแผลที่ข้อมือของเธอเอาไว้
แต่ตอนนี้ควรจะเป็นช่วงที่รอยแผลของเธอหนักที่สุดและเจ็บปวดที่สุด
แต่เธอกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ราวกับว่าชินชาไปแล้ว
ช่างโหดร้ายจริง ๆ
เมื่อความเจ็บปวดบรรเทาลงในที่สุด มันกลับไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นการเริ่มต้นของนรกแห่งใหม่
เมื่อคิดดูแล้ว มันช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน
จี๋เสี่ยวเสี่ยวสะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดกลัว
ผู้ชมจำนวนมากที่อยู่ที่หน้าจอต่างแสดงสีหน้าทนดูไม่ได้
จี๋หยวนชิงพูดว่า “แต่ก็ยังไม่แม่นยำอยู่ดีนี่ครับ ผีสามารถใช้วิชามายาลวงตาได้นะ แล้วคุณจะรู้ได้ยังไง ว่านี่คือรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเธอ?”
ตอนนี้วิญญาณตนนี้อาจจะใช้วิชามายาลวงตาเพื่อซ่อนร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของเธอไว้
เฉินมู่ตอบ “เราไม่แน่ใจครับ ดังนั้นเราถึงมาที่นี่เพื่อยืนยันว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ ตอนนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่า เธอเป็นผีตายโหงจริง ๆ”
จี๋ไหลพูดอย่างหงุดหงิด “จี๋หยวนชิงเรื่องนี้น่าจะถามคุณมากกว่านะ ไม่มีหลักฐานอะไรเลยก็จะมาจับผีซะแล้ว พูดให้ถูกนะ บ้านหลังนี้มันเป็นเขตของวิญญาณผีตายโหง พวกเราต่างหากที่เป็นผู้บุกรุก”
คำพูดนี้ปลุกคนที่กำลังฝันให้ตื่นขึ้น