แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 82 ฉันจะสอนคุณเอง
บทที่ 82 ฉันจะสอนคุณเอง
หนิงหนิงไม่ได้พูดอะไร
เธอมองสำรวจจี๋หยวนชิงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่แสดงความรังเกียจ
พวกสำนักเซียนนี่ไร้ซึ่งคนที่มีความสามารถจริง ๆ เสียแล้ว
เหลือแต่พวกที่ไร้ความสามารถ มีแต่หน้าตา พวกไร้ประโยชน์
แม้แต่ยันต์ฟื้นฟูที่สมบูรณ์ก็ยังวาดไม่ได้ เธอเคยเห็นชื่อของอัจฉริยะมากมายในหนังสือ
สิบปีก่อนสำนักเซียนมีคนเก่ง ๆ มากมายออกมา
พวกเขาฉลาดมาก เจิดจรัสมาก
มีความสามารถที่เหนือธรรมชาติจริง ๆ เป็นบุตรแห่งสวรรค์ตัวจริง
การเผาผลาญพลังหยินด้วยยันต์ฟื้นฟู สำหรับพวกเขาแล้วเป็นเรื่องง่ายดายมาก
แต่ทว่าพวกเขาทั้งหมดกลับเสียชีวิตในวันเดียวกัน
วันนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอลองค้นหาข้อมูลทุกอย่างแล้วก็ยังไม่พบการบันทึกที่แน่ชัดเลย
จี๋หยวนชิงรู้สึกหงุดหงิดกับสายตาประหลาด ๆ ของเธอที่มองมา “มองอะไร รู้สึกผิดแล้วสินะ?”
หนิงหนิงพุดเสียงเรียบ ๆ “ที่คุณทำไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะทำไม่ได้”
จี๋หยวนชิงหัวเราะด้วยความโมโห “งั้นคุณแสดงให้ดูต่อหน้ากล้องได้ไหมว่าคุณทำได้ยังไง?”
ผีเสื้อนรก
ชื่อนี้ช่างไม่เป็นมงคลเอาเสียเลย
ดูแล้วไม่เหมือนจะเป็นอะไรที่ดีสักเท่าไหร่
หนิงหนิงรู้สึกรำคาญใจ “ช่างมันเถอะ”
เธอโบกมือไล่ที่ชายกระโปรงของนาน่า ผีเสื้อพวกนั้นกระพือปีกบินออกไปจากชายกระโปรง นาน่ารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
เมื่อพวกมันบินออกห่างจากนาน่า เปลวไฟบนตัวก็หรี่เล็กลงทันที
พวกมันบินไปมาในอากาศ เปลวไฟบนปีกวาดเส้นประกายไฟที่หายไปในพริบตา
เมื่อมองผ่านเปลวไฟจะเห็นปีกสีแดงเพลิง บนปีกมีลวดลายทรงกลมสีทองคล้ายทองคำ
สวยงามจริง ๆ ผีเสื้อที่มีชื่อน่ากลัวพวกนี้ กลับสวยงามเหลือเกิน
หลังจากที่บินออกจากนาน่าไป เปลวไฟบนปีกของมันก็เล็กกว่าเมื่อครู่เล็กน้อย พวกมันกระพือปีกอย่างเชื่องช้าและเกาะบนโซฟา
ในเวลาเดียวกัน ทุกคนในห้องนั่งเล่นต่างรู้สึกถึงความเย็นยะเยือก จนต้องกอดแขนตัวเองไว้
หนาวจัง
ทำไมอยู่ ๆ ถึงหนาวขนาดนี้ สัญญาณการไลฟ์สดเริ่มมีปัญหาขัดข้อง หน้าจอเริ่มมีสัญญาณรบกวนแทรกเข้ามา
เฉินมู่สังเกตเห็นว่าเปลวไฟรูปผีเสื้อบนร่างของพวกเขาลุกโชนแรงขึ้นกว่าเมื่อครู่มาก
สัญญาณการไลฟ์สดเริ่มติด ๆ ดับ ๆ ผู้ชมเริ่มมองไม่เห็นภาพเป็นพัก ๆ ได้ยินแต่เสียงเท่านั้น
[หน้าจอดำอีกแล้ว สัญญาณไม่เสถียรอีกแล้ว]
[ให้ตายสิ จริงเหรอเนี่ย ผีเสื้อพวกนี้ใช้ได้ผลจริง ๆ ด้วย]
[เรื่องที่สำนักเซียนทำไม่ได้ แต่ของปลอมทำได้เนี่ยนะ?]
[จะเป็นไปได้ยังไง ของปลอมนี่เป็นแม่มดจริง ๆ เหรอ?]
[ถ้าผีเสื้อพวกนี้เก่งขนาดนี้ ก็ต้องดีกว่ายันต์ฟื้นฟูแล้วสิ]
[ยันต์ฟื้นฟูแพงมาก ซื้อไม่ไหว]
อย่างเจียงเจินและจี๋เซาที่ไม่ค่อยเจอภูตผี จึงไม่ได้สังเกตเห็นในทันที
แต่คนอย่างเฉินมู่และจี๋หยวนชิงที่ต้องรับมือกับภูตผีอยู่เป็นประจำ ต่างก็รู้ดีว่านี่คือสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องเมื่อเผชิญหน้ากับภูตผี
อุณหภูมิจะลดต่ำลงเนื่องจากผลกระทบของพลังวิญญาณและสัญญาณก็จะถูกรบกวนด้วยเช่นกัน
นี่คือเหตุผลที่ภูตผีไม่สามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้มาโดยตลอด
จู่ ๆ จี๋หยวนชิงก็ค้นพบความผิดปกติ
เนื่องจากเขาตัดสินใจตั้งแต่แรกแล้วว่าผีตัวนี้มีความสัมพันธ์กับหนิงหนิง
เมื่อเจอนาน่า เขาไม่พบร่องรอยของพลังวิญญาณใด ๆ จากตัวนาน่าเลย จึงคิดว่าหนิงหนิงคงใช้วิธีอะไรบางอย่างซ่อนพลังวิญญาณของผีตนนี้เอาไว้
ไม่อย่างนั้นหยกของเจียงฉือซิงคงต้องรับรู้ถึงพลังนั้นไปแล้ว
แต่ว่ามันไม่ถูกต้อง
พลังวิญญาณไม่ใช่สิ่งที่จะซ่อนกันได้ง่าย ๆ
แม้แต่ยันต์ซ่อนวิญญาณที่ทรงพลังที่สุด ซึ่งตอนนี้หาไม่ได้แล้วก็ยังไม่สามารถต้านทานผลกระทบของอุณหภูมิได้ จี๋หยวนชิงตกใจและรู้สึกหวาดระแวงหนิงหนิงมากขึ้นอีกหลายส่วน
กลิ่นอายอันเย็นเยียบและน่าขนลุกแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนาน่า ความเย็นยะเยือกนั้นแทรกซึมเข้าไปทั่วแขนขาลามไปถึงหัวใจ จนทำให้เจียงเจินและคนอื่น ๆ สั่นด้วยความหนาว
เมื่อไม่มีการประดับตกแต่งด้วยผีเสื้อแล้ว แม้แต่นาน่าเองก็ดูน่าขนลุกไม่น้อย
หนิงหนิงชี้ไปที่กลุ่มคนที่กำลังหนาวสั่น “คุณสามารถขายยันต์ให้พวกเขาต่อไปได้แล้วนะ”
จี๋หยวนชิง…เขาก็อยากจะขาย แต่เพิ่งขายหมดไปพอดี
เฉินมู่ขอร้องแทน “พอเถอะครับคุณหนิง ตอนนี้กำลังไลฟ์สดอยู่ทีมงานรายการไม่เกี่ยวอะไรด้วยนะครับ”
สิ่งที่เฉินมู่เดาไว้ก็ไม่ผิด
เมื่อเธอตระหนักได้ว่ามันกำลังจะส่งผลกระทบต่อคนอื่น
หนิงหนิงโบกมือ ผีเสื้อก็บินกลับไปอยู่บนตัวของนาน่าอีกครั้ง คนในห้องนั่งเล่นก็ไม่รู้สึกหนาวอีกต่อไปและสัญญาณก็กลับมาเสถียรดังเดิม
ผู้ชมก็กลับมาเห็นภาพไลฟ์สดอีกครั้ง
พวกเขาก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าทั้งหมดเป็นผลงานของผีเสื้อพวกนั้นจริง ๆ
[ดูเหมือนว่าจะเป็นผลงานของผีเสื้อพวกนั้นจริง ๆ ด้วย]
[ผีเสื้อพวกนี้น่ารักจัง อยากได้]
[เลิกคิดเลย แค่ยันต์ฟื้นฟูธรรมดายังซื้อไม่ได้เลย จะซื้อของแบบนี้ได้ยังไง]
[คิดมากไปแล้ว แค่ยันต์อัคคีฉันยังซื้อไม่ได้เลยนะ! แผ่นละสองร้อยเลยนะ!]
[หน้าตาของผีเสื้อพวกนี้ก็บอกแล้วว่าฉันซื้อไม่ไหว]
[พูดเหมือนนายอยากซื้อแล้วจะได้ซื้อง่าย ๆ อย่างนั้นแหละ หนิงหนิงคงไม่ขายให้นายหรอก]
[หนิงหนิงเป็นแม่มดเหรอ? ฉันยังรู้สึกว่ามันเหลือเชื่ออยู่นะ]
[แต่นี่ก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าของปลอมเป็นแม่มดนะ ใครจะรู้ว่าผีเสื้อพวกนี้เป็นของของเธอเองหรือเปล่า]
[ใช่ ของนั่นถูกของปลอมหยิบออกมา พวกเราก็ไม่ได้เห็นกับตาว่าเธอเป็นคนทำ]
[หนึ่งเดือนจะเรียนเวทมนตร์อะไรได้ล่ะ ของปลอมอาจจะไปเจอผู้วิเศษที่ไหนมาก็ได้]
[มันต้องเป็นของที่คุณตาผมขาวในหยกวิเศษให้มาแน่ ๆ]
[ตอนนี้บอกว่าต้องเห็นกับตา แต่ตอนก่อนที่บอกว่าหนิงหนิงบงการผีผู้หญิงทำไมไม่จริงจังแบบนี้บ้างล่ะ]
[พูดจาสุภาพหน่อย อย่าพูดคำว่าของปลอมบ่อยนัก ถ้าหนิงหนิงเป็นแม่มดจริง คนแรกที่จะโดนสาปก็คือเธอนั่นแหละ!]
[…]
ตอนนี้ผ่านไปกว่าเดือนแล้วร่างกายของเขาก็ยังไม่หายดี จ้าวเฉิงหยวนที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยไม่สามารถขยับตัวได้ดี สังเกตเห็นคำสองคำบนคอมเมนต์อย่างว่องไว
คำสาป
‘คุณจะโดนรถชน’
เสียงที่ไร้อารมณ์ของหญิงสาวดังขึ้นในหูเขาอีกครั้ง
จ้าวเฉิงหยวนใจหายวาบ เขามองขาของตัวเองที่พันผ้าพันแผลไว้
ไม่จริงมั้ง?
มันจะอาถรรพ์ขนาดนี้เลยเหรอ?
ภายในห้องนั่งเล่น
อุณหภูมิค่อย ๆ กลับสู่ภาวะปกติ
ความอึดอัดใจค่อย ๆ แผ่ขยายออกไป
หนิงหนิงถาม “มีข้อสงสัยอะไรอีกไหม?”
จี๋หยวนชิงครุ่นคิดจนปวดหัวแต่ก็ยังไม่อาจหาคำตอบได้ เขาอัดอั้นอยู่ครู่ใหญ่ แต่ก็ยังคงดื้อดึง
“ผีเสื้อพวกนี้เก่งจริง ผมยอมรับ แต่เพราะมันเก่งเกินไป คุณจะพิสูจน์ได้ยังไงว่าผีเสื้อพวกนี้เป็นของคุณ? จะใช้ลูกแก้วคริสตัลที่ดูเหมือนของเล่นนั่นมาพิสูจน์เหรอ?”
ทุกคนได้สติหลังจากที่เขาเตือน
จริงด้วยสิ!
ก็เพราะผีเสื้อมันสวยเกินไปจนเกือบจะหลงกลของหนิงหนิงแล้ว ลืมไปเลยว่าหนิงหนิงมีลูกแก้วคริสตัลที่ตลกมากนั่นอยู่ เกือบจะเชื่อไปแล้วว่าเธอเป็นแม่มดจริง ๆ!
แล้วผีเสื้อพวกนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นของหนิงหนิงด้วย
จี๋หยวนชิงที่เดิมทีแค่พูดไปตามความคิด ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าข้อสงสัยนี้สมเหตุสมผล
“ขอถามคุณหนิงหน่อยได้ไหมว่าได้ผีเสื้อพวกนี้มาจากที่ไหน หรือบอกได้ไหมว่าเป็นฝีมือของผู้มีความสามารถท่านใด ผมก็อยากจะรู้จักสักหน่อย”
เขาได้วางแผนไว้แล้วในใจ เห็นเงินที่ใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมดกำลังโบกมือเรียกอยู่
หนิงหนิงไม่เกรงใจและพูดเจาะใจเขาตรง ๆ ทันที “คุณอยากเรียนเหรอ?”
จี๋หยวนชิงตกใจไปชั่วขณะแต่ก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “วิชาที่ยอดเยี่ยมและสามารถเป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้แบบนี้ ผมอยากเรียนอยู่แล้วครับ”
หนิงหนิงพยักหน้า “คุณเรียนได้”
จี๋หยวนชิงถึงกับมึนงงกับความยินดีที่เข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว “คุณไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม ผู้วิเศษยินดีที่จะสอนผมจริง ๆ เหรอ?”
หนิงหนิง “ยินดีค่ะ”
จี๋หยวนชิงยิ้มอย่างพึงพอใจ พลางชายตามองเฉินมู่และจี๋ไหลที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ขอบคุณที่ผู้วิเศษเลือกผม ในบรรดาคนมากมายขนาดนี้กลับเลือกผมคนเดียว”
เฉินมู่และจี๋ไหล ??
จี๋หยวนชิงเปลี่ยนท่าทีสุภาพขึ้นมาก “งั้นคุณหนิงช่วยบอกช่องทางติดต่อของผู้วิเศษให้ผมได้ไหมครับ?”
หนิงหนิง “รอสักครู่ค่ะ”
[อ้อ ที่แท้ก็ไม่ใช่ของปลอมจริง ๆ ด้วย เมื่อกี้ฉันยังล้อเล่นอยู่เลย]
[ดีจัง ๆ ฉันนึกว่าของปลอมจะเป็นแม่มดจริง ๆ ซะอีก ตกใจแทบตาย]
[งั้นฉันจะด่าละนะ ของปลอม ของปลอม ของปลอม! พูดอีกหมื่นครั้งก็ยังเป็นของปลอมอยู่ดี!]
เมื่อพบว่าหนิงหนิงไม่ใช่แม่มด เหล่าเจินกั่วก็รู้สึกโล่งใจ
[คุณชายจี๋นี่เก่งจริงๆ ผู้วิเศษเลือกเอาเองเลย]
[มีแค่ฉันคนเดียวเหรอที่อยากรู้ว่าผู้วิเศษคนนั้นเป็นใคร?]
[ผีเสื้อสวยขนาดนี้ ผู้วิเศษน่าจะเป็นผู้หญิงนะ]
หนิงหนิงถามเว่ยฉือที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่า “มีปากกาไหมคะ?”
เว่ยฉือตอบ “มีครับ”
กระดานเตรียมไว้พร้อมแล้ว
เขารีบหยิบปากกามาส่งให้หนิงหนิง
หนิงหนิงวางลูกแก้วคริสตัลลงบนโซฟาอย่างระมัดระวัง เห็นได้ชัดว่าเธอให้ความสำคัญกับลูกแก้วคริสตัลลูกนี้มาก
หนิงเหนียนพินิจพิเคราะห์ดูอย่างละเอียด นอกจากความน่ารักแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ
จี๋หยวนชิงพูดว่า “คุณจะทำอะไรน่ะ?”
หนิงหนิง: “ฉันจะสอนคุณเอง”
จี๋หยวนชิง ???
ผู้ชม ???