แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 83 การเปิดใช้งานวงเวทย์!
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 83 การเปิดใช้งานวงเวทย์!
บทที่ 83 การเปิดใช้งานวงเวทย์!
หนิงหนิงถือปากกาไว้ในมือพลางพูดว่า “ไม่ใช่คุณเองหรอกเหรอที่อยากเรียน?”
จี๋หยวนชิงยืนนิ่งงัน
ใช่ เขาอยากเรียนจริง ๆ
จี๋หยวนชิงพูดว่า “ผมอยากเรียนกับผู้วิเศษต่างหาก”
หนิงหนิงตอบว่า “ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษสักหน่อย”
“…ผมรู้ ผมไม่ได้อยากเรียนกับคุณ ผมอยากเรียนกับผู้วิเศษ”
“งั้นก็เลิกเรียนไปเลย ไม่มีผู้วิเศษหรอก”
“หา?”
“ผีเสื้อนรกนั่นเป็นแค่ของเล่นเล็ก ๆ ที่ฉันทำขึ้นมาเอง”
จี๋หยวนชิงถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว
ของเล่นเล็ก ๆ เหรอ?
เธอเรียกสิ่งนี้ว่าของเล่นเล็ก ๆ ได้ยังไง
เดี๋ยวก่อน
ใครเป็นคนสร้าง?
หนิงหนิงหันไปถามเฉินมู่กับจี๋ไหล “พวกคุณอยากเรียนรู้ไหม?”
เฉินมู่ถามอย่างไม่อยากเชื่อ “พวกเราก็เรียนได้เหรอครับ?”
หนิงหนิงตอบว่า “ใช่สิ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักพรต พ่อมดหรือผีดิบ คุณก็เรียนได้ทั้งนั้น”
ส่วนจะเรียนได้หรือไม่ได้ เธอไม่สนใจหรอก
อย่างไรเสียมันก็ไม่ใช่เทคนิคที่มีค่าอะไรมากมายจนต้องเก็บซ่อนไว้
[ฮ่า ๆ ๆ ผีดิบก็เรียนได้ หนิงหนิงเป็นคนที่เข้าใจการเรียนรู้จริง ๆ นะ]
[ฉันมีตาทิพย์ สามารถมองเห็นวิญญาณได้ ฉันเองก็เรียนได้ใช่ไหม?]
[ได้สิ ผีดิบยังทำได้เลย ทำไมคุณจะทำไม่ได้]
[โอ้โห ผีเสื้อนั่นของปลอมเป็นคนทำจริง ๆ เหรอ? เธอเป็นแม่มดจริง ๆ เหรอ?]
[รอให้เธอทำผีเสื้อออกมาให้สำเร็จก่อนค่อยว่ากันเถอะ นี่ยังทำไม่เสร็จเลย จะรีบโม้ไปไหน?]
[ระวังคำพูดของเธอหน่อย]
หนิงหนิงเหลือบมองแล้วเดินไปทางที่เจียงเจินอยู่ โดยมีวาเซียเดินตามติดไม่ห่าง
เจียงเจินเกร็งร่างกายขึ้นเตรียมพร้อมตั้งรับ “เธอจะทำอะไร?”
หนิงหนิงไม่สนใจเธอ เดินตรงไปข้างหน้า
เดินไปหยุดตรงหน้าเจียงฉือซิงที่กำลังนอนอยู่บนโซฟา
แมวตัวน้อยที่อยู่ข้างเท้าเธอกำลังหันไปมองเจียงเจิน
เจียงเจินถึงกับเห็นสีหน้าดูถูกบนใบหน้าของแมวตัวนั้นด้วยซ้ำ
จี๋เซาสูดหายใจเข้าทางจมูกอย่างเย็นชา
“เธอจะสอนคนอื่นได้ยังไง? อย่าพูดเข้าข้างตัวเองไปหน่อยเลย”
หนิงหนิงยืนอยู่หน้าโซฟา ห่างจากโซฟาเพียงครึ่งเมตรเท่านั้น
เจียงฉือซิงนอนนิ่งเงียบอยู่บนโซฟา หนิงหนิงกะระยะห่างด้วยสายตา
เธอรวบชายกระโปรงยาวเข้าหากันแล้วย่อตัวลง
เฉินมู่และจี๋ไหลรีบเข้ามาดูใกล้ ๆ ทันที
ทุกคนต่างอยากรู้อยากเห็น จึงเข้ามามุงดูกัน
เว่ยฉือสั่งให้คนไปเอาเครื่องมือมา เพื่อถ่ายภาพมือของหนิงหนิงโดยเฉพาะ
หนิงหนิงใช้ปากกาวาดวงกลมบนพื้นที่ว่างหน้าโซฟา
หนิงเหนียนนั่งยอง ๆ ข้างตัวหนิงหนิงพลางจ้องมองอย่างตั้งใจ
วงกลมที่วาดออกมานั้นดูสมบูรณ์แบบมาก ราวกับใช้วงเวียนวาด
หนิงหนิงวาดรูปดาวห้าแฉกลงในวงกลม
จากนั้นก็วาดรูปดาวอีกดวง สุดท้ายวาดพระจันทร์เสี้ยวรูปวงรี
จี๋ไหลยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นตา
นี่มันเหมือนกับวงเวทที่อยู่บนตัวผีเสื้อไม่มีผิด
พวกเขารอให้หนิงหนิงวาดต่อ
หนิงหนิงปรบมือเบา ๆ แล้วลุกขึ้นยืน
“วาดเสร็จแล้ว”
คนอื่น ??
กลุ่มคนที่เพิ่งคลายความระแวงสงสัยก็ถึงกับเงียบกริบ
ทำไมยังไม่ทันได้เริ่มอะไรก็จบไปซะแล้ว
[วงเวทย์!]
[เป็นวงเวทย์ที่ดูเรียบง่ายจัง…]
[แค่นี้เองเหรอ?]
[นี่เอาจริงดิ?]
[คุณกำลังล้อฉันเล่นใช่ไหม?]
[ทำไมฉันดูแล้วมันเหมือนเล่นขายของจัง?]
[ชอบไหม? ฉันวาดให้คุณได้นะ~]
[ฮิ ๆ เหมือนของแม่มดเลย~]
[เพื่อน ๆ หลังจากลูกแก้วคริสตัลแล้ว พวกเรายังมีของเหมือนกับแม่มดอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือวงเวทย์!]
[ฮ่า ๆ ๆ พวกนายอย่าแกล้งกันจนเกินไปสิ…]
[ของปลอมตั้งใจแสดงขนาดนี้ พวกคุณทำอะไรกันอยู่เนี่ยฮ่า ๆ ๆ ๆ!]
[จริง ๆ เลย ช่วยเล่นตามกันหน่อยไม่ได้หรือไง!]
จี๋เซาชะโงกหน้าไปดู แล้วก็แค่นเสียงหึ
ของแค่นี้เธอแค่เห็นครั้งเดียวก็วาดได้แล้ว
จะต้องโกหกแน่ ๆ เลยสินะ?
ถ้าจะแกล้งทำก็ควรวาดอะไรที่มันซับซ้อนกว่านี้หน่อยสิ
คิดจะมาหลอกกันง่าย ๆ แบบนี้ เธอเห็นคนอื่นเป็นคนโง่จริง ๆ สินะ
คนที่คิดเหมือนเธอก็มีไม่น้อยเลย
เจียงเจินยิ่งมองก็ยิ่งแน่ใจว่าหนิงหนิงกำลังโกหก
จี๋หยวนชิงพูดอย่างถากถาง “จบแล้วเหรอ?”
เขาถูกหนิงหนิงหลอกจริง ๆ ด้วย ถึงกับเชื่อว่าผีเสื้อนั่นเป็นฝีมือของเธอ
หนิงหนิงเงยหน้ามองดวงจันทร์นอกหน้าต่าง ก่อนก้มลงมองแสงจันทร์ที่ทาบอยู่บนชายกระโปรง ซึ่งแสงนั้นไม่ยอมจางหายไป
ช่างเถอะ
แสงจันทร์คืนนี้สว่างจ้าเกินไป ถ้าเผลอเผาเจียงฉือซิงตายคงจะเป็นเรื่องยุ่งยาก
“หนิงเหนียน ส่งลูกแก้วคริสตัลให้ฉันหน่อย”
“ได้” เขาตอบรับอย่างว่าง่าย
เขารู้ว่าหนิงหนิงรักและหวงแหนลูกแก้วคริสตัลนี้มาก จึงวิ่งกลับไปหยิบลูกแก้วคริสตัลอย่างระมัดระวังแล้วส่งให้หนิงหนิง
หนิงหนิงอุ้มลูกแก้วคริสตัลไว้ แล้วพูดกับคนทั้งสามที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอว่า “ถ้ากลัวก็ถอยออกไปได้นะ แต่ถ้าไม่ถอยก็ไม่เป็นไร มันไม่ทำร้ายพวกคุณหรอก”
“ไม่ถอยหรอก” หนิงเหนียนไม่ยอมถอย
เฉินมู่และจี๋ไหลก็ส่ายหัว พวกเขาค่อนข้างตื่นเต้นด้วยซ้ำ
ทั้งสามคนยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างมั่นคง วาเซียร้องเหมียวหนึ่งครั้ง มันเองก็ไม่ยอมไปไหน
จี๋หยวนชิงมองท่าทางจริงจังของพวกเขา ถอนหายใจแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาอีกฝั่งหนึ่งพลางไพล่มือไว้ด้านหลัง
เขาขี้เกียจที่จะแสดงกับหนิงหนิงแล้ว เขาจะนั่งดูว่าหนิงหนิงจะแสดงละครฉากนี้จนจบได้ยังไง
หนิงหนิงยืดแขนออก ยกลูกลูกแก้วคริสตัลขึ้น
เธอหลับตาลง หนิงหนิงพึมพำอะไรบางอย่างออกมา
ไม่มีใครฟังออกว่าเธอพูดอะไร
แม้กระทั่งสามคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอก็ยังฟังไม่รู้เรื่อง
หนิงหนิงพูดเพียงแค่ประโยคเดียวแล้วก็หยุดลง
ภายในห้องนั่งเล่นเงียบสนิท ทุกคนต่างจับจ้องมองไปที่หนิงหนิง จี๋หยวนชิงหัวเราะพรืด “คุณนี่มัน…”
ยังพูดไม่ทันจบ
ลูกแก้วคริสตัลในมือของหนิงหนิงก็เปล่งแสงจ้าออกมา
แสงนั้นสว่างจนแสบตา
ส่องสว่างไปทั่วห้องนั่งเล่น แสบตาทุกคนที่อยู่ในที่นั้น พวกเขาต่างหลับตาลงโดยสัญชาตญาณ
แสงที่เปล่งออกมาจากลูกแก้วคริสตัลพุ่งเป็นลำแสงเข้าไปในวงเวทมนตร์ที่พื้น
แสงวิ่งไปตามวงกลมรอบนอกอย่างรวดเร็ว
จากด้านนอกสู่ด้านใน วนเป็นรอบ ๆ
จนกระทั่งโอบล้อมพระจันทร์ตรงกลางเอาไว้
วงเวทย์ทั้งหมดสว่างไสวขึ้นและเปล่งแสงเจิดจ้าออกมา
การเปลี่ยนแปลงยังคงดำเนินต่อไป
เส้นสีขาวที่ประกอบกันเป็นวงเวทย์ค่อย ๆ กลายเป็นสีทอง
จนกระทั่งแสงสีขาวถูกแทนที่ด้วยแสงสีทองทั้งหมด ส่องประกายระยิบระยับ
วงเวทย์สีขาวก่อนหน้า เปลี่ยนเป็นสีทองสว่างวาบ
จี๋ไหลอดไม่ได้ที่จะหลุดปากออกมาว่า “ว้าว!”
ไม่มีใครสนใจกิริยาที่เสียมารยาทของเขา
ทุกคนต่างจดจ่ออยู่ที่วงเวทย์
วงเวทย์สีทองนี้ช่างงดงามเหลือเกิน เปล่งประกายระยิบระยับ แสงที่เจิดจ้านี้ทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตาไปได้
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะชื่นชมได้เต็มที่
หนิงหนิงโบกมือด้วยท่าทางเย็นชา
เปลวเพลิงสีแดงปะทุขึ้นจากศูนย์กลางของวงเวทย์อย่างฉับพลัน
เพลิงสีแดงโอบล้อมห่อหุ้มวงเวทย์ทั้งหมดในชั่วพริบตา เปลวเพลิงนั้นกลืนกินแสงสีทองและพุ่งสูงขึ้นไปถึงสองเมตรในทันที
การเปลี่ยนแปลงจากแสงสีทองอันอ่อนโยนไปเป็นเพลิงสีแดงฉานนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป คนที่เมื่อครู่ยังดูแคลนวงเวทย์นี้ ตอนนี้กลับกรีดร้องด้วยความตกใจ
หนิงเหนียนและคนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ที่สุดสะดุ้งตกใจ รีบถอยหลังอย่างร้อนรน
เขาเงยหน้าขึ้นมอง หนิงหนิงยังคงยืนอยู่ท่ามกลางแสงเพลิง ภายใต้เปลวเพลิงที่ลุกโชนไปทั่วฟ้า หนิงหนิงดูตัวเล็กและอ่อนแอราวกับร่างทั้งร่างกำลังจะถูกไฟกลืนกิน
หัวใจของหนิงเหนียนหล่นวูบ ในหัวมีเสียงดังอื้ออึง เขาวิ่งกลับไปที่ข้างกายหนิงหนิง
เขาคว้ามือของหนิงหนิงไว้แล้วดึงเธอไปด้านหลังเพื่อป้องกัน มือที่จับมือเธอไว้สั่นระริก หนิงหนิงไม่ได้สะบัดออกเงยหน้ามองใบหน้าซีดขาวของเขา แล้วเอ่ยปากอธิบายอย่างไม่ค่อยพบบ่อยนัก “นี่ไม่ใช่ไฟธรรมดา”
เธอยื่นมือออกไป ปล่อยให้เปลวไฟกลืนกินมือของเธอ
หนิงเหนียนร่างกายแข็งค้างไปทั้งตัว
หนิงหนิงดึงมือกลับมา “เห็นไหม ไม่เป็นไรหรอก”
หนิงเหนียนหลับตาลงชั่วครู่แล้วพยักหน้า เสาเพลิงเอียงลงแล้วพุ่งเข้าไปเผาเจียงฉือซิงทันที ทั้งร่างของเจียงฉือซิงจมอยู่ในทะเลเพลิง