แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 84 เจียงฉือซิงฟื้นแล้ว
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 84 เจียงฉือซิงฟื้นแล้ว
บทที่ 84 เจียงฉือซิงฟื้นแล้ว
เจียงเจินที่ซ่อนอยู่หลังโซฟาและคอยสังเกตการณ์อยู่กรีดร้องว่า “เธอทำอะไร!”
เธอวิ่งเข้ามาและหยุดอยู่ห่างจากหนิงหนิงกับคนอื่น ๆ ไปหนึ่งเมตร ไม่กล้าเข้าไปใกล้ ตัวสั่นเหมือนมดที่อยู่บนกระทะร้อน
“หนิงหนิง เธอกำลังทำอะไร เธอจะฆ่าเจียงฉือซิงเหรอ!”
หนิงหนิงตอบอย่างใจเย็น “ฉันกำลังสอนพวกเขาให้วาดวงเวทย์”
เจียงเจินร้องไห้ด้วยความร้อนใจ เธอชี้ไปที่เฉินมู่และจี๋ไหล
“พวกคุณสองคน พวกคุณยืนดูอะไรอยู่ รีบเข้าไปช่วยเขาออกมาสิ พวกคุณไม่ใช่ตำรวจเหรอ?”
เฉินมู่อธิบาย “ไฟนี้ไม่ทำร้ายคนหรอก”
เมื่อมองดูอย่างละเอียด จะเห็นว่าเจียงฉือซิงกำลังนอนหลับสบายดี
เจียงเจินไม่ฟังเธอรีบเร่งเฉินมู่ “คุณรีบเข้าไปช่วยเจียงฉือซิงออกมาเดี๋ยวนี้นะ! เข้าไปเร็ว ๆ สิ!”
เธอเกือบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ไม่สนใจด้วยซ้ำว่ากำลังไลฟ์สดอยู่หรือเปล่า
เฉินมู่ปลอบ “ใจเย็น ๆ ก่อน…”
หนิงหนิง “เรียบร้อยแล้ว”
เธอยื่นเท้าออกไปเหยียบพื้น แล้วลบเส้นวงกลมด้านนอกของวงเวทออก
เสาไฟที่พุ่งสูงก็ดับวูบลงในทันที
เจียงฉือซิงนอนอยู่ตรงนั้น ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
เสียงร้องไห้ของเจียงเจินหยุดกึกในทันที เธอวิ่งเข้าไปหาทรุดตัวลงข้างเจียงฉือซิงร้องไห้พลางลูบใบหน้าของเขาเบา ๆ
โชคดีที่ยังหายใจอยู่
ใบหน้าของเขายังอุ่นแก้มเป็นสีชมพูระเรื่อ ดูดีกว่าตอนก่อนหน้านี้มาก
ไม่เป็นอะไรเลยนี่
เจียงเจินถึงกับตะลึงงัน แม้ว่าจะถูกไฟเผา
เฉินมู่ถอนหายใจ “ผมบอกแล้วไงว่าไฟนี่เหมือนกับไฟที่อยู่บนตัวผีเสื้อนรกเลย”
จริงอย่างที่ว่าไม่ใช่แค่เจียงฉือซิงเท่านั้น หนิงหนิงและคนอื่น ๆ ก็ยังคงมีสภาพเหมือนก่อนถูกไฟไหม้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
รวมถึงเฟอร์นิเจอร์รอบ ๆ ก็ไม่มีร่องรอยอะไรทิ้งไว้เลยสักนิด
ถ้าไม่มีการไลฟ์สดเมื่อครู่นี้
ก็คงไม่มีใครรู้ว่าที่นี่เคยเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่มาก่อน
สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือ
หลังจากถูกไฟเผา พลังงานหยินทั้งหมดในวิลล่านี้ก็ถูกเผาจนหมดสิ้น
ยกเว้นนาน่าที่เป็นผี ผีเสื้อที่อยู่บนตัวหนิงเหนียนและคนอื่น ๆ เมื่อไม่มีอะไรให้เผาแล้ว พวกมันจึงกลับกลายเป็นหินอาเกตอีกครั้ง
[น่าทึ่งมากเลยนะเนี่ย…]
[อ๊าาาา วงเวทย์เมื่อกี้สวยมากเลย! โดยเฉพาะอันที่เป็นสีทองน่ะ!]
[ใช่! สวยสุด ๆ เลย ทำได้ยังไงเนี่ย!]
[แต่ว่า…มันมีประโยชน์อะไร? เจียงฉือซิงก็ยังไม่ฟื้นเลยนี่]
[พรูด——]
[แสดงท่าทางใหญ่โตเหมือนเสือ พอมาดูผลลัพธ์จริง ๆ ก็ได้แค่ความไร้ค่า]
[มายากลช่วงที่สองของของปลอมคืนนี้~]
[เล่นอะไรอลังการเกินไปแล้ว เหลือแค่ความสวยงามให้ดูอย่างเดียวเลย]
[แย่แล้ว คราวนี้กลายเป็นมายากลจริง ๆ ซะแล้ว]
[พูดถึงเรื่องนี้ ลูกเล่นสวยงามแบบนี้ มันดูเหมือนมายากลจริง ๆ นะ]
[มีใครจับจุดของมายากลที่ของปลอมทำได้บ้างไหม ฉันอยากเรียนรู้จังเลย]
[ให้ของปลอมไปเป็นนักมายากลเถอะ มีพรสวรรค์จริง ๆ นะเนี่ย เมื่อกี้ฉันยังเกือบจะโดนหลอกเลย]
…
ผู้ชมต่างสะใจ พิมพ์ข้อความกันรัว ๆ
จริง ๆ แล้วตั้งแต่แสงวงเวทย์ดับลง ยังไม่ถึงยี่สิบวินาทีด้วยซ้ำ
เจียงฉือซิงยังไม่ฟื้น
จริง ๆ แล้วหนิงหนิงสามารถทำให้เขาฟื้นขึ้นมาได้ทันที แต่เพราะรู้สึกรำคาญเจียงเจินมากเท่านั้น
เหลือไอแห่งความตายอีกนิดหน่อย หนิงหนิงก็เลยหยุดไว้
ปล่อยให้เจียงฉือซิงทนทรมานไปเถอะ
จี๋หยวนชิงเข้ามาดูอาการของเจียงฉือซิงด้วย เห็นว่าไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมา
เขาอดที่จะเยาะเย้ยไม่ได้ “นี่คือความสามารถของท่านแม่มดเหรอครับ?”
คนที่นอนอยู่ครางเบา ๆ ขัดจังหวะเขา
เจียงฉือซิงลืมตาขึ้นมาจี๋หยวนชิงก้มหน้าลงอย่างแข็งทื่อ
ไม่จริงใช่ไหม?
[???]
[ซิงซิงตื่นแล้วเหรอ???]
เจียงฉือซิงลืมตาขึ้น แสงไฟบนเพดานแยงตาจนรู้สึกไม่สบายตา เขาจึงหลับตาลง
เจียงเจินน้ำตายังคงเกาะพราวอยู่ที่ขนตาเธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ “เจียงฉือซิง?”
เจียงฉือซิงหลับตาพักสักครู่
จู่ ๆ เขาก็ผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
“ผี! มีผี!”
เจียงเจินรีบปลอบ “ฉือซิงใจเย็น ๆ หน่อย!”
[เจียงฉือซิงฟื้นขึ้นมาจริง ๆ ด้วย!]
[โอ้โห ไม่จริงใช่ไหม?]
[เขาฟื้นขึ้นมาเพราะของปลอมจริง ๆ เหรอ?]
[ของปลอมเป็นแม่มดจริง ๆ เหรอ?]
ผู้ชมยังคงรู้สึกไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น
เรื่องนี้มันช่างเหลือเชื่อไม่ว่าจะมองมุมไหน
คนที่เคยถูกทุกคนดูถูกว่าเป็นคุณหนูปลอม กลับพลิกร่างกลายเป็นแม่มดที่ลึกลับ
แต่การที่เจียงฉือซิงฟื้นขึ้นมาก็เป็นความจริง แม้แต่จี๋หยวนชิงก็ยังไม่สามารถช่วยให้เขาฟื้นได้ในทันที
แต่หนิงหนิงกลับทำสำเร็จ
[ของปลอมจะเป็นแม่มดได้ยังไง? เป็นไปไม่ได้หรอก]
[ระวังคำพูดหน่อย เดี๋ยวโดนแม่มดสาปเอาหรอก]
[…]
หนิงหนิงชี้ไปที่นาน่า “กำลังหาผีอยู่เหรอ? ผีอยู่ตรงนั้นไง”
เจียงฉือซิงมองไปทางนั้น เมื่อเขาได้ยินเสียงของหนิงหนิงก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที
“เป็นเธอนี่เอง เธอกับผีนั่นเป็นพวกเดียวกันสินะ เธอคิดว่าการข่มขู่ฉันแบบนี้จะทำให้ฉันกลัวเธองั้นเหรอ? พูดดี ๆ ไม่ได้ก็ต้องมาใช้กำลังสินะ? ฉันบอกให้นะ ไม่ว่าเธอจะใช้วิธีไหน ชาตินี้เธอก็อย่าหวังว่าจะได้กลับไปที่ตระกูลเจียง”
หนิงหนิง ??
คนอื่น ๆ ในห้องนั่งเล่น ??
ผู้ชม ??
เจียงเจินรู้สึกอับอายขายหน้า
เธอนึกถึงตอนที่พูดกล่าวหาหนิงหนิงอย่างหนักแน่นว่า หนิงหนิงเป็นคนสั่งให้ผีผู้หญิงมาทำลายงานเลี้ยงของเธอ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วน อยากจะหาที่หลบซ่อนตัวให้พ้น ๆ ไปเสียตรงนั้น
ถึงแม้เธอจะคิดว่าหนิงหนิงเป็นคนที่ไม่มีทางแก้ไขนิสัยได้
แต่เรื่องนี้กลับไม่เกี่ยวข้องกับหนิงหนิงเลยจริง ๆ
พูดถึงที่สุดแล้วเธอต้องขอบคุณหนิงหนิงที่ควบคุมผีผู้หญิงตนนั้นไว้ด้วยซ้ำ เธอดึงแขนเจียงฉือซิงเบา ๆ “หยุดพูดเถอะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก ผีตนนี้เป็นผีตายโหงต่างหาก”
เจียงฉือซิงได้ยินแค่ประโยคแรก เขารีบพูดอย่างร้อนรน “ทำไมพี่ถึงต้องพูดแก้ต่างให้หนิงหนิงด้วย พี่ไม่รู้หรือไงว่าหนิงหนิงคนนั้นอิจฉาพี่ขนาดไหน วันนี้หนิงหนิงตั้งใจมาทำลายงานเลี้ยงของพี่ แล้วพี่ยังจะพูดแก้ต่างให้หนิงหนิงอีกเหรอ?”
ใบหน้าของเจียงเจินแดงก่ำด้วยความหงุดหงิด
หุบปากไปเลยนะ!
เธออาจจะเป็นแม่มดนะ ถ้าทำให้โกรธขึ้นมาจะแย่เอา
เจียงเจินทนฟังไม่ไหว ผู้ชมก็เช่นเดียว
[ฉันรำคาญจนแทบจะบ้าแล้ว ก็ได้ ทุกอย่างที่หนิงหนิงทำก็เพื่อจะดึงความสนใจจากพวกคุณ เธอแค่อิจฉา ในเมื่อพวกคุณทนดูไม่ได้ขนาดนี้แนะนำให้ถอนตัวออกจากรายการไปเลย]
[ผ่านมาตั้งหนึ่งสัปดาห์แล้ว ใคร ๆ ที่มีตาก็เห็นว่าหนิงหนิงไม่เคยสนใจพี่น้องตระกูลเจียงเลยสักนิด เจียงฉือซิงคิดเพ้อเจ้ออะไรของเขากันแน่?]
[เจียงฉือซิงหลงตัวเองมากเกินไปแล้วหรือเปล่า?]
[หนิงหนิงเคยบอกแล้วว่าเธอไม่สนใจความเป็นความตายของเจียงฉือซิง! และเธอก็ไม่สนใจเลยจริง ๆ!]
[หนิงหนิงมาร่วมรายการนี้ก็เพื่อหนิงเหนียน! เธอมาเพื่อปกป้องหนิงเหนียน! เพื่อดูแลน้องชายแท้ ๆ ของเธอ!]
[หนิงหนิงคงจะถูกติดป้ายว่าเป็นคนขี้อิจฉาไปตลอดเลยแน่ ๆ น่าเบื่อจริง ๆ]
เจียงฉือซิงรู้สึกโมโห เขาปกป้องเจียงเจินมากขนาดนี้ แต่เจียงเจินกลับไม่ยืนอยู่ข้างเขา
เขารู้สึกหงุดหงิดเมื่อมองหนิงหนิงและยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นเมื่อเห็นผีผู้หญิง
เขาโบกมือ “ผีตนนี้ คุณชายจี๋ช่วยรีบจัดการให้ทีครับ”
จี๋หยวนชิง “…”