แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 92 วินนี่ เพลเลต
บทที่ 92 วินนี่ เพลเลต
วินนี่ เพลเลต คือนักแสดงหญิงที่กำลังโด่งดังในประเทศอีมากที่สุดในเวลานี้
ผลงานการแสดงครั้งแรกของเธอ เป็นเพียงการปรากฏตัวในภาพยนตร์ไม่ถึงสองนาทีแต่กลับทำให้เธอดังเป็นพลุแตก
วินนี่ เพลเลต มีรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นมาก
นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดีแล้ว ความสามารถของเธอก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน
เธออายุยังน้อย ทั้งยังเป็นเด็กเรียนเก่งและเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลก
แต่สิ่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในตัวเธอ กลับไม่ใช่เรื่องพวกนี้
แต่เป็นเพราะนามสกุล เพลเลต ของเธอ
คนในประเทศอีต่างคุ้นเคยกับนามสกุลเพลเลต เป็นอย่างดี
สมาชิกในตระกูลเพลเลต มีบทบาทสำคัญในวงการการเมืองตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา
คุณทวดของวินนี่ เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
พอมาถึงรุ่นของวินนี่ สมาชิกในตระกูลถึงค่อย ๆ ถอนตัวออกจากเวทีการเมือง
ตอนนี้วินนี่ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง เป็นตัวแทนของตระกูลเพลเลตในการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง
การกลับมาของแม่มดเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เธอแสดงอย่างเป็นทางการ
เธอรับบทนางรองในเรื่อง เป็นแม่มดที่เพิ่งตื่นพลังมีความสามารถไม่ธรรมดา และในช่วงท้ายกลายเป็นตัวร้ายเพราะความรัก
ทุกคนในกองถ่ายต่างระมัดระวังตัวกับเธอ กลัวว่าจะทำให้เธอไม่พอใจ
ถึงแม้ว่าตระกูลเพลเลตจะไม่ได้อยู่ในแวดวงการเมืองแล้ว แต่ก็ยังมีเครือข่ายความสัมพันธ์อยู่บ้าง
แต่พวกเขากังวลมากเกินไป เพราะว่าวินนี่มีนิสัยที่ดีมากขยันขันแข็งในการถ่ายทำ
หลังจากใช้เวลาอยู่ด้วยกันหลายวัน ทุกคนต่างมีความประทับใจที่ดีต่อเธอ
วินนี่ยิ้มให้กับเชอริเดนพระเอกที่กำลังช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้น
อีฟลินนางเอกที่ยืนอยู่ห่างออกไปตรงหน้าต่างบานใหญ่ในห้องนั่งเล่น แอบกลอกตาอย่างเงียบ ๆ
“ฮึ่ม ผู้หญิงน่ารังเกียจ” เสียงกระซิบพึมพำ
รอยยิ้มบนใบหน้าของวินนี่ยิ่งกว้างขึ้น
การถ่ายทำวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว
คฤหาสน์ถูกเช่าไว้ กองถ่ายจึงพักผ่อนอยู่ด้านใน
หลังจากแยกย้ายกัน วินนี่กลับห้องของเธอ
ตัวละครหลักพักอยู่ที่ชั้นสาม
เธอเข้าไปในลิฟท์ เชอริเดนวิ่งตามเข้ามา
ประตูลิฟท์ปิดลง
“ไง วินนี่” เชอริเดนทักทาย
“ยังไม่ดึกเลย ไปดื่มกันสักแก้วไหม?”
วินนี่ไม่ได้พูดอะไร
เมื่อมาถึงชั้นสาม ประตูลิฟต์ก็เปิดออก
วินนี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ไม่ดีกว่าค่ะ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยมีความสุขนะ”
ด้านนอกลิฟต์
อีฟลินกอดอกจ้องมองพวกเขาทั้งสองด้วยสายตาไม่พอใจอย่างมาก
เชอริดันยักไหล่
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะทั้งสองคน” วินนี่เดินผ่านอีฟลินไปตามทางเดิน มุ่งหน้าไปยังห้องของเธอที่อยู่สุดทางเดิน
วินนี่ผลักประตูห้องเข้าไปแล้วปิดประตู
รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา
เธอยกมือขยี้ผมอย่างหงุดหงิด
“ไอ้บทบ้า ๆ นี่เขียนมาแย่ขนาดนี้ แม่มดจะฆ่าตัวตายเพื่อผู้ชายคนหนึ่งได้ยังไง ไปตายซะเถอะ!”
“บ้าเอ้ย บ้าเอ้ย”
หญิงสาวที่สวยสง่าเหมือนนางฟ้า กลับพ่นคำหยาบคายออกมาไม่หยุด
“ถ้าเธอไม่ชอบ ก็ฆ่าทิ้งไปสิ” เสียงใส ๆ ของเด็กน้อยดังขึ้น แฝงไปด้วยความโหดร้ายที่ไร้เดียงสา
บนเตียงภายใต้ผ้าห่ม มีร่างของใครบางคนที่มองเห็นได้ราง ๆ
เสียงดังมาจากที่นั่น
วินนี่จัดผมที่ยุ่งเหยิงให้เรียบร้อย แล้วกลับมาอ่อนโยนเหมือนเดิม
“ไม่ได้ค่ะ ฉันเป็นแค่นักแสดงหน้าใหม่ ฉันต้องให้ความเคารพต่อนักเขียนบท”
ช่างน่าขำจริงๆ
เสียงนั้นหัวเราะขึ้นมา
วินนี่เดินไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง บนโต๊ะวางลูกลูกแก้วคริสตัลอยู่
ลูกแก้วคริสตัลสีขาวบริสุทธิ์ มีฐานสีทองไร้ซึ่งมลทิน
ไม่ได้เปิดไฟ แต่ผ้าม่านตรงหน้าต่างบานใหญ่เปิดออก
ลูกแก้วคริสตัลเปล่งประกายวิบวับใต้แสงจันทร์
วินนี่จุดบุหรี่หนึ่งมวน ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบ ๆ
ผ่านไปสักพัก
“หาเด็กแสบสองคนจากตระกูลแลนลีย์เจอหรือยัง?” เธอถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ยังไม่มีข่าวเลย”
วินนี่แค่นเสียงฮึ “เป็นถึงขนาดนั้นแล้ว แต่ราชวงศ์ยังคงปกป้องอยู่อีก”
“อัจฉริยะ อัจฉริยะ หนึ่งร้อยปีที่แล้วใครบ้างไม่ใช่คนอัจฉริยะ” วินนี่พึมพำ
“น่ารำคาญจริง” เธอกลับมาหงุดหงิดอีกครั้ง
เธอพ่นควันบุหรี่ไปที่ลูกแก้วคริสตัล
ภาพปรากฏขึ้นบนลูกแก้วคริสตัล
ชายและหญิงกำลังกอดจูบกันอย่างดูดดื่ม
วินนี่เคาะลูกแก้วคริสตัลเบา ๆ เล็บสีแดงเพลิงสะท้อนประกายเย็นชาใต้แสงจันทร์
“ในเมื่อเราไม่สามารถทำอะไรกับคนเขียนบทได้ ก็ฆ่าพวกเขาทั้งสองซะเลยแล้วกัน”
ใบหน้าด้านข้างของเธอดูอ่อนโยนยิ่งขึ้นท่ามกลางสายหมอก
“ฉันสามารถฆ่าพวกเขาได้ไหม?” วินนี่ถาม
“ตามใจเธอ” ร่างที่นอนอยู่บนเตียงตอบ
นักแสดงชายและนักแสดงหญิงชั้นนำตายด้วยกันบนเตียง
ข่าวนี้ฟังแล้วช่างน่าตื่นเต้นจริง ๆ
ยอดเยี่ยมไปเลย
วินนี่รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
เธอกัดปลายนิ้วของตัวเอง
เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นกะทันหัน ทำลายความเงียบภายในห้องลง
วินนี่ไม่ได้รับสาย
เสียงโทรศัพท์ดังอยู่พักหนึ่งแล้วก็หยุดลง
จากนั้นก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
พิธีกรรมของของวินนี่ถูกขัดจังหวะ
สายตาของเธอเยือกเย็นและเย็นชา
แต่พอเธอรับสาย เสียงของเธอนุ่มนวลดั่งสายน้ำ
“มีอะไรเหรอซีเบล”
ซีเบลเป็นประธานสมาคมพ่อมดแม่มด
ตระกูลเพลเลตเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของสมาคมพ่อมดแม่มด
“คุณวินนี่ เรื่องในอินเทอร์เน็ตคุณเห็นหรือยังคะ”
“เรื่องอะไรเหรอ?”
“ก็เรื่องเกี่ยวกับแม่มดของประเทศจีนน่ะค่ะ ตอนนี้ในโลกออนไลน์กำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด เลยอยากจะขอให้คุณช่วยพิสูจน์ความจริงของเรื่องนี้หน่อยค่ะ”
“หา?” วินนี่คิดว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า
“ประเทศอะไรนะ?”
“ประเทศจีนค่ะ”
วินนี่หัวเราะดังลั่น แล้วน้ำเสียงก็เย็นชาลง
คืนนี้อารมณ์เธอไม่ค่อยดีอยู่แล้ว
“เธอกำลังล้อเล่นกับฉันงั้นเหรอ ซีเบล?”
ซีเบลตัวสั่นด้วยความประหม่า
เธอเป็นหนึ่งในคนกลุ่มน้อยที่รู้ความจริงเกี่ยวกับตระกูลเพลเลต
วินนี่ที่เธอกำลังคุยอยู่ด้วยนั้น เป็นแม่มดตัวจริงเสียงจริง
ตระกูลของเธอได้รับความช่วยเหลือจากแม่มด ดังนั้นลูกหลานของตระกูลเธอจึงเป็นผู้รับใช้ของตระกูลเพลเลตมาหลายชั่วอายุคน
“คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น”
“คุณก็ทราบนะคะ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเรากับประเทศจีน ฉันคิดว่าเรื่องนี้สามารถใช้เป็นจุดกระตุ้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้”
เธอพูดอย่างอ้อมค้อม วินนี่เข้าใจแล้ว
“เพื่อความแน่ใจ ฉันอยากให้คุณช่วยพิสูจน์ให้หน่อย แต่ถ้าคุณไม่มีเวลา ก็…”
“ไม่เป็นไร ฉันจะดูให้”
เธออยากรู้ว่าใครกันที่กล้าดีขนาดนี้ ถึงกับกล้าปลอมตัวเป็นแม่มด
“ค่ะ ฉันส่งวิดีโอไปให้แล้ว เมื่อไหร่ที่คุณว่างก็รบกวนด้วยนะคะ”
ซีเบลวางสายด้วยความนอบน้อม
ฆ่าคนได้ครึ่งทางก็ถูกขัดจังหวะเสียนี่
วินนี่ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเรื่อย ๆ
เธอระบายความแค้นทั้งหมดไปที่เด็กสาวที่ไม่เคยพบหน้า ซึ่งอยู่ไกลถึงต่างประเทศ
เธอกดเปิดวิดีโอที่ซีเบลส่งมาให้
หนิงหนิงปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
“สวยจริง ๆ” วินนี่อุทานออกมา
วินนี่มีชีวิตอยู่มานาน เธอเคยเห็นคนสวยมามากมาย
แต่หนิงหนิงก็ยังติดอันดับต้น ๆ ในสายตาของเธอ
วินนี่ชอบคนสวยแต่ไม่ชอบคนสวยที่โง่
น่าเสียดายจริง ๆ
เมื่อครู่นี้เอง
วินนี่ตัดสินใจอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที
เธอจะเปลี่ยนเป้าหมายของคำสาปจากคู่โง่เง่าที่อยู่ข้าง ๆ มาเป็นหนิงหนิงแทน
วินนี่เฝ้ามองหนิงหนิงเงียบ ๆ
เธอเห็นหนิงหนิงกำลังวาดวงเวทด้วยปากกา
วินนี่ทำเสียงจึ๊กจั๊ก
โดยทั่วไปแล้ว การเริ่มต้นเวทต้องอาศัยการเชื่อมโยงระหว่างเลือดและคาถา
ไม่ใช่ว่าจะใช้ปากกาไม่ได้
แต่มีเพียงอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะเท่านั้น ที่สามารถวาดอาคมได้อย่างอิสระตามใจชอบ
เมื่อก่อนเธอก็ทำได้
แต่ตอนนี้ มันเป็นไปไม่ได้แล้ว
พลังของนักเวทจะค่อยๆ เสื่อมถอยลงตามอายุที่มากขึ้น
วินนี่เกลียดเรื่องนี้จริง ๆ
หนิงหนิงวาดวงเวทเสร็จแล้ว
วินนี่เหลือบมองแค่แวบเดียว
เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
วงเวทมนตร์ก็มีแบบแผนในการวาด และสามารถดัดแปลงได้จากพื้นฐานนั้น
หนิงหนิงวาดวงเวทมั่วไปหมด
วินนี่ยิ่งมั่นใจ
ผู้หญิงคนนั้นกำลังหลอกลวงอยู่
เธอเลือกที่จะมองต่อไป
ทุกการเคลื่อนไหวของหนิงหนิงช่างดูน่าชื่นชมเสียจริง
อารมณ์ของวินนี่ดีขึ้นมากทีเดียว
จนกระทั่งหนิงหนิงเริ่มท่องคาถา
เป็นคาถาที่สั้นมาก
วินนี่ที่เดิมพิงพนักเก้าอี้อย่างขี้เกียจ จู่ ๆ ก็นั่งตัวตรง
เธอค้นพบว่าเธอสามารถเข้าใจคาถาของหนิงหนิงได้