แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 98 ความรู้สึกแค้นเคืองของนาน่า
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 98 ความรู้สึกแค้นเคืองของนาน่า
บทที่ 98 ความรู้สึกแค้นเคืองของนาน่า
ตรงหน้าหนิงหนิงมีจานไข่เจียวผัดน้ำมันหอยสีเหลืองทองส่งกลิ่นหอมฟุ้ง
เธอได้กลิ่นหอมนั้น จึงคีบไข่ชิ้นหนึ่งเข้าปาก
นาน่าถามอย่างระมัดระวัง “รสชาติเป็นยังไงบ้างคะ?”
ดวงตาคล้ายดอกท้อของหนิงหนิงหรี่ลง น้ำเสียงสดใส “อร่อย”
หนิงเหนียนพยักหน้าเห็นด้วย
อร่อยจัง
หนิงหนิงไม่มีเวลาพูดคุย เธอลองชิมอาหารบนโต๊ะทุกอย่างและรู้สึกพอใจมาก
ข้าวในชามของเธอหายไปครึ่งชามอย่างรวดเร็ว
เธอเงยหน้าถามหนิงเหนียนว่า “มีอะไรหรือเปล่า มีธุระอะไรเหรอ?”
เธอสังเกตเห็นว่าหนิงเหนียนแอบมองเธอเป็นพัก ๆ
หนิงเหนียนส่ายหน้า “ไม่มี”
เขารู้สึกโล่งอกไปครึ่งหนึ่ง
จากที่มองภายนอกดูเหมือนหนิงหนิงจะไม่ได้รับผลกระทบจากคำวิจารณ์บนโลกออนไลน์เท่าไหร่
หนิงหนิงไม่ได้ถามอะไรมาก แล้วก็กินต่อ
แม้เธอจะกินเร็วแต่ก็ดูสง่างามมาก
หนิงเหนียนแม้จะเหลือมือเพียงข้างเดียว แต่การทานอาหารของเขาก็ยังดูสง่างาม ช้า ๆ และเป็นระเบียบ
คนหล่อ แม้แต่ตอนกินข้าวก็ยังดูดี
แต่ว่า…
ส่วนวาเซียที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หนิงหนิงนั้นไม่ได้พิถีพิถันขนาดนั้น มันกลืนอาหารเข้าไปทั้งคำ จนน้ำมันเลอะปากไปหมด
แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นแมวตัวน้อย และไม่ว่าแมวตัวน้อยจะทำอะไรก็ล้วนน่ารักไปเสียหมด
นาน่าเคยได้ยินเรื่องนี้ตอนอยู่ชั้นสาม แต่พอได้เห็นแมวยืนกินข้าวอยู่ข้างโต๊ะด้วยตาตัวเอง ภาพที่เห็นนั้นช่างสร้างความประทับใจอย่างแรง
พวกเขาต่างมีจุดร่วมกันคือกินอย่างมีความสุข
นาน่ายิ่งดูก็ยิ่งมีความสุข
มีแม่ครัวคนไหนบ้างที่ไม่ชอบเห็นรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจของคนที่ได้กินอาหารที่ตัวเองทำ
ต่อให้เหนื่อยแค่ไหน ลำบากแค่ไหนก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่า
ด้านล่างเชฟของบ้านตระกูลเจียงกำลังทำอาหารให้พี่น้องตระกูลเจียง พวกเขาทำอย่างเบามือและระมัดระวัง
ด้านบนหนิงหนิงและหนิงเหนียนนั่งหันหน้าเข้าหากัน กินอาหารที่ผีสาวใช้เตรียมไว้ให้พวกเขา
ผู้ชมต่างมองด้วยความตกตะลึง
[พระเจ้า พวกเขากินจริง ๆ ด้วย]
[อาหารที่ผีทำ ไม่กลัวกินแล้วจะไม่สบายเหรอ?]
[หนิงหนิงแกล้งทำตัวเป็นแม่มดโดยไม่กลัวตาย แต่ไม่กลัวจะทำให้หนิงเหนียนตายด้วยเหรอ?]
[คุณจะยุ่งอะไรนักหนา ก็ไม่ใช่คุณที่ต้องกินนี่]
[ทำไมจะไม่กินล่ะ อาหารที่สาวใช้น่ารัก ๆ แบบนี้ทำให้ ก็ต้องกินสิ!]
[อ้อ…ที่แท้ก็ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่คิดว่าผีสาวใส่ชุดเมดแล้วน่ารักมาก…]
[ดีจังเลย ที่แท้ก็ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่เป็นพวกวิปริต…]
ชุดเมดพร้อมกับน้ำเสียงหวาน ๆ
ต่างจากเมื่อวานที่สวมชุดกระโปรงยาวสีดำ ซึ่งแผ่รัศมีความกดดันออกมาเต็มตัว
วันนี้นาน่าดูเหมือนสาวน้อยข้างบ้าน เมดคนนี้น่ารักจริง ๆ
เธอยังมีผีเสื้อด้วยนะ!
[การให้ผีใส่ชุดเมดมันก็เป็นเรื่องที่แปลก ๆ อยู่หรอก แต่เธอใส่แล้วน่ารักมากเลย ความสูงก็พอดีกับชุดนี้ด้วย]
[เมดผีสาว เจ๋งสุด ๆ เลยนะ!]
ในคอมเมนต์เต็มไปด้วยคำชมเมดคนนี้
หัวข้อสนทนาเริ่มเบี่ยงเบนไปแล้ว
เหล่าเจินกั่วที่ตั้งใจจะยุให้แฟนคลับของหนิงหนิงกับแฟนคลับของหนิงเหนียนแตกคอกันแทบจะโมโหตายเลยทีเดียว
[บอกว่าผีผู้หญิงน่ารักเนี่ยนะ พวกนายไม่เป็นไรใช่ไหม?]
[เดี๋ยวก่อน ฉันเพิ่งนึกได้ชุดเมดนี่มาจากไหนกัน?]
[ชุดเมดก็เตรียมไว้พร้อมแล้ว พิถีพิถันจริง ๆ นะ]
[น่าจะเป็นของหนิงหนิงมั้ง? ชุดกระโปรงที่ผีผู้หญิงใส่เมื่อวานก็เป็นของที่หนิงหนิงให้มานะ]
[ของหนิงหนิงเหรอ???]
[หืม???]
[ฉันรู้ว่าพวกคุณกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ขอร้องล่ะ อย่าไปคิดอะไรแบบนั้นเลย…]
[ฮิ ๆ ๆ ๆ]
[ขอร้องล่ะ หยุดคิดได้แล้ว แล้วถ้าวันนี้เป็นผู้ช่วยส่งมาล่ะ?]
[ฉันไม่ได้ส่งหรอก]
ถังถังส่งข้อความไปในช่องแชท
เธอก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกันว่าทำไมหนิงหนิงถึงนำชุดเมดมาใส่ในรายการด้วย!
หนิงหนิงกำลังกินข้าวอยู่ อดไม่ได้ที่จะจาม
เธอไม่รู้เลยว่าความเข้าใจผิดได้เกิดขึ้นแล้ว
กระแสความคิดเห็นในแชทยังคงเบี่ยงเบนต่อไปเรื่อย ๆ
[ฉันไม่สนหรอกว่าใครนำมา แต่อย่ามาตีเนียนนะ ของปลอมไปขอโทษเจินเจินซะ!]
[ขอโทษเจินเจินซะ!]
…
เสียงตะโกนพร้อมเพรียงกันดังก้องไปทั่วทั้งห้องไลฟ์สด
จนกระทั่งมื้อนี้สิ้นสุดลง
ทั่วทั้งห้องไลฟ์สดเต็มไปด้วยข้อความคอมเมนต์นี้
ชั้นล่างเจียงเจินและเจียงฉือซิงเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จ
พ่อครัวทุกคนเก็บล้างด้วยความระมัดระวัง
เจียงฉือซิงเงยหน้ามองชั้นสอง
หนิงหนิงเดินไปเดินมาในทางเดินบนบันได โดยมีหนิงเหนียนเดินเป็นเพื่อน
เจียงฉือซิงรู้สึกซับซ้อนเมื่อได้เห็นหนิงหนิงในตอนนี้
เขานอนหลับจนถึงบ่ายสามโมง
พอตื่นขึ้นมาดูโทรศัพท์ ถึงได้รู้ว่าคนที่ช่วยเขาเมื่อวานคือหนิงหนิง
ไม่น่าเชื่อว่าหนิงหนิงจะเป็นคนที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้
เธอเป็นแม่มดจริง ๆ เหรอ?
แล้วเธอไปเรียนเวทมนตร์มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
ตั้งแต่เด็กจนโตหนิงหนิงติดตามเขาตลอดเวลา แล้วทำไมเขาถึงไม่รู้เลยว่าหนิงหนิงแอบไปเรียนเวทมนตร์ลับหลังเขา
แม่มดเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่คุ้นเคย
ยากที่จะตัดสินว่าจริงหรือปลอม
เจียงฉือซิงไม่ค่อยเชื่อว่าหนิงหนิงจะเป็นแม่มด
แล้วเธอไปเรียนรู้พลังพวกนี้มาจากที่ไหนกันแน่ เจียงฉือซิงไม่รู้เลย
เรื่องสำคัญขนาดนี้ เขากลับไม่รู้อะไรเลยสักนิด
ในช่วงหนึ่งเดือนที่หนิงหนิงหายตัวไปนั้น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
เธอไม่ได้บอกใครเลย รวมถึงตัวเขาด้วย
แต่ก่อนนั้นหนิงหนิงไม่เคยปิดบังอะไรเขาเลย เธอช่างซื่อ ๆ ชอบเล่าทุกเรื่องให้เขาฟัง
แต่ตอนนี้หนิงหนิงกลับกลายเป็นคนแปลกหน้าไปแล้ว
ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เจียงฉือซิงรู้สึกปรับตัวไม่ได้
เขาคิดไม่ออกว่าทำไมตัวเองถึงได้หงุดหงิดนัก
และเขาก็โกรธมากด้วย
แต่เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงโกรธขนาดนี้
ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้หนิงหนิงก็ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเขาแล้ว
เธอไม่ใช่พี่สาวของเขา พวกเขาควรจะเป็นแค่คนแปลกหน้ากัน
นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เขาต้องการมาตลอดหรอกเหรอ
เขาอดนึกถึงคำพูดที่หนิงหนิงพูดกับเขาเมื่อวานไม่ได้
คำพูดที่เอ่ยออกมาจากปากนั้นอาจจะไม่ตรงกับใจก็ได้
เจียงฉือซิงนึกถึงแววตาเย็นชาของหนิงหนิง
แววตาแบบนั้น ก่อนวันนี้เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นบนใบหน้าของหนิงหนิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเป็นการมองมาที่เขา
แววตาไม่มีทางโกหก
เจียงฉือซิงโดยสัญชาตญาณในใจรู้สึกต่อต้านที่จะคิดถึงเรื่องนี้ เขายังคงไม่รู้ว่าทำไม
ไม่ได้
ไม่ควรคิดต่อแล้ว
แกล้งทำ
หนิงหนิงแกล้งทำทั้งหมดแน่!
ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือแววตา หนิงหนิงตั้งใจยั่วโมโหเขา
‘ดูสิ ตอนนี้เธอก็จงใจเดินวนเวียนอยู่ตรงหน้าเขาอีกแล้ว’
เจียงฉือซิงหันไปถามเจียงเจินว่า “พี่อยากออกกำลังกายไหม เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วจะอ้วน”
เจียงเจินกำลังพลิกอ่านบทละครอยู่ ยุ่งมาก
“ไม่ไปหรอก นายสิจะอ้วน”
พรุ่งนี้เธอก็จะเข้ากองถ่ายอย่างเป็นทางการแล้ว
เจียงฉือซิงเม้มปากอย่างไม่พอใจ
“ยังไง กินข้าวเสร็จก็ต้องไปท่องบทเลยเหรอ นักแสดงนำแถวหน้านี่ช่างยุ่งจริง ๆ”
เขาถอนหายใจพลางพูดเสียงดังขึ้น สายตาเหลือบมองไปที่บันไดชั้นสอง
แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหนิงหนิง
เจียงฉือซิง ??
เขาลุกขึ้นยืนอย่างโมโห แล้วเดินกลับห้อง
เจียงเจินเรียกเขาเอาไว้ “มาซ้อมบทกับฉันอีกครั้งสิ”
ก่อนหน้านี้เจียงฉือซิงมักจะคอยช่วยเธอซ้อมบทอยู่เสมอ เลยมีประสบการณ์มาก่อน
เจียงฉือซิงนั่งลงกลับมา “จะให้ผมแสดงเป็นใคร?”
เจียงเจินเปลี่ยนชื่อที่เกือบหลุดออกจากปากเป็นอีกชื่อ
“เป็นเวินจี้เสวี่ยแล้วกัน”
หัวใจของเธอเต้นรัวแรงอย่างหนัก
เธอเห็นข่าวหนิงหนิงถูกโจมตีในโลกออนไลน์แล้ว
เจียงเจินรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ
แต่พอคิดดี ๆ ทำไมเธอต้องรู้สึกไม่มั่นใจด้วย
ในเรื่องนี้หนิงหนิงต่างหากที่เป็นฝ่ายทำผิดต่อเธอ
หนิงหนิงเป็นคนผลักเธอตกน้ำ
ตอนนั้นแม่ไม่ได้เอาเรื่องเพราะยังเห็นแก่ความสัมพันธ์กัน แต่เธอกลับรู้สึกน้อยใจเสียอีก
ตอนนี้เรื่องนี้ถูกขุดขึ้นมา มันก็สมควรแล้วที่หนิงหนิงจะต้องรับกรรมที่ตัวเองก่อ
ใครใช้ให้เธอทำเรื่องชั่วร้ายแบบนี้ล่ะ
ใช่ มันไม่เกี่ยวกับเธอสักหน่อย
เวินจี้เสวี่ย
ชื่อนี้เจียงฉือซิงก็คุ้นเคยดี
แค่เห็นในโทรศัพท์มือถือ ก็ไม่มีใครไม่รู้จักหรอก
เขายิ้มและรับบทละครที่เจียงเจินส่งให้ด้วยความเต็มใจ
หนิงเหนียนและหนิงหนิงปรากฏตัวพร้อมกันที่บันได พวกเขาเดินช้า ๆ
เจียงเจินและเจียงฉือซิงกำลังซ้อมบทละครอยู่ที่ชั้นล่าง
เจียงเจิน “เวินจี้เสวี่ย! อย่ามากเกินไปนักเลย ข้ากับเจ้าไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกันมาก่อน ทำไมเจ้าถึงได้จงใจหาเรื่องข้าอยู่เรื่อย?”
เจียงฉือซิง “หึ ไม่มีเรื่องบาดหมางงั้นหรือ? มอบดาบไร้รอยมาให้ข้า นั่นคือสิ่งที่ข้ามอบให้ศิษย์พี่ใหญ่!”
เจียงเจิน “นี่คือของที่ศิษย์พี่มอบให้ข้า เป็นของดูต่างหน้าของพวกเราสองคน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคนนอกอย่างเจ้า?”
เจียงฉือซิง “คนนอกหรือ? ก็เพราะใครเล่า? ที่เป็นคนไร้ยางอาย”
ชั้นบน หนิงหนิงหยุดเดิน
[ฮ่า ๆ ของปลอมหยุดแล้ว เธอได้ยินหรือเปล่านะ?]
[เธอไม่ได้หูหนวกนี่ ต้องได้ยินแน่ ๆ]
[ของปลอมตอนนี้เธอรู้สึกแย่มากใช่ไหม?]
[ของปลอม เลิกแกล้งทำเป็นไม่สนใจได้แล้ว ฉันรู้ว่าเธอรู้สึกแย่ไม่ยอมรับใช่ไหม?]
[สมควรแล้ว ใครใช้ให้ไปผลักเจินเจิน ไปขอโทษเจินเจินเดี๋ยวนี้!]
[เก่งมากเจินเจิน เหมือนตบหน้าของปลอมไปหนึ่งที ฮ่า ๆ ๆ]
[อย่าพูดเรื่อยเปื่อย นางเอกกับนางรองมีฉากร่วมกันเยอะอยู่แล้ว เจินเจินแค่แสดงฉากคู่กันเท่านั้นเอง]
หนิงหนิงหันกลับไป
ในชั่วขณะนั้นความรู้สึกแค้นเคืองอันรุนแรงแผ่ออกมาจากร่างของนาน่า