แม่สาวเข็มเงิน - ตอนที่ 585 : ท้องลม
จียงป่ าวชิงทําใจให้เย็นลงสักครู่ นางรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรโต้เถียงกับสัตว์ร้ายตัวนี้ นางเป็ นมนุษย์ก็ควรให้อภัยสัตว์ร้าย เพราะการเป็ นสัตว์ร้ายนั้นไม่ง่ายเลย
เจียงป่ าวชิงคิดในใจอย่างเงียบ ๆ
กงจี้ลูบคางตัวเอง “แก้วตาดวงใจของข้า ทําไมข้าถึงรู้สึกว่าเจ้ากําลังด่าข้าอยู่ในใจ เลยเล่า ?”
เจียงป่ าวชิงพยักหน้านิง ๆ และยอมรับ “ใช่ ทีเจ้ารู้สึกน่ะถูกแล้ว” นางหยุดพูด ไปครู่หนึงแล้วเอ่ยเตือนเขา “ถ้าหากว่าเจ้ายังทํามัว ๆ ทุกเวลําเวลาแบบนี ้อีก พรุ่งนี้เจ้าก็ย้ายไปนอนทีห้องตําราได้เลย”
กงจี้ทีกําลังจะประสบกับการแยกกันนอนคนละห้องในวันทีสองหลังจากแต่งงาน ตกตะลึงทันที
เจียงป่ าวชิงจึงพูดเสริมอย่างเอาใจ “หรือว่าจะให้ข้าไปนอนทีห้องตําราก็ได้นะ” กงจี้จ้องเจียงป่ าวชิงพลางกัดฟันอย่างไม่ยอม “เจ้าอย่าแม้แต่จะคิด!” เจียงป่ าวชิงหัวเราะ “หึ ๆ ถ้าอย่างนั้นเจ้าลองดูก็ได้”
แม่ทัพกงทีไม่เคยรบแพ้ แต้ต้องมาพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วต่อหน้าภรรยาทีรักของเขา เช่นนี้… สุดท้ายเขาก็กัดฟันพูดอย่างจํายอม “ข้ารู้แล้ว”
เจียงป่ าวชิงเชือเขา ในเมือเขารับปาก ก็น่าจะรับประกันได้ว่าเขาจะลดความหืน กามลงหน่อย
เจียงป่ าวชิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะเอ่ยสัง “เจ้าไปเรียกมีหลิวให้หน่อย นางรู้ทีเก็บเสื้อผ้าของข้า”
กงจี้พยักหน้าก่อนจะออกไปเรียกมีหลิว
สาวใช้ทีเจียงป่ าวชิงพามานั้นยังดีหน่อย แต่คนทีเป็ นสาวใช้ของตระกูลกงอยู่แล้ว กลับรู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อยเมือได้ยินกงจี้เรียกมีหลิวคนเดียวในตอนนี้
แต่กงจี้กลับไม่สนใจ
…
ต้องบอกว่าอาหารกลางวันของจวนติงกั ้ วโฮ่ 8 วค่อนข้างหลากหลายและจัดวางอยู่ เต็มโต๊ะ แต่คนทานมีเพียงเจียงป่ าวชิงกับกงจี้สองคนเท่านั้น
เดิมทีติงเซียงอยากจัดอาหารให้ทั้งสองคน แต่เจียงป่ าวชิงกลับโบกมือ “ไม่ต้อง ๆ เราคีบเองได้จ้ะ”
ติงเซียงจึงมองกงจี้โดยไม่รู้ตัว
แต่สําหรับกงจี้ เขานั้นไม่ค่อยสนใจอะไรมากมายอยู่แล้ว เมือได้ยินเจียงป่ าวชิง พูดเช่นนี้ เขาก็โบกมือสังให้ติงเซียงออกไป
ติงเซียงหลุบสายตาลงและตอบรับอย่างเชือฟัง หลังจากทีทําความเคารพแล้วนาง ก็ออกไป
เจียงป่ าวชิงไม่ปฏิบัติตามกฎทีว่าเวลาทานข้าวกับเวลานอนห้ามพูดคุยกัน ตราบ ใดทีไม่ได้พ่นอาหารออกจากปากในตอนทีพูดคุยกันก็เป็ นอันใช้ได้ นางทานไป ด้วยและพูดคุยอะไรบางอย่างกับกงจี้ไปด้วย
ไม่ว่านางจะพูดอะไรกับกงจี้ เขาก็จะฟังด้วยสีหน้ายิมแย้มและแสดงความคิดเห็น ้ ของตัวเองเป็ นครั้งคราว
กงจี้รู้สึกพึงพอใจกับสถานการณ์เช่นนี้มาก ตอนทีสาวใช้เข้ามารายงานว่านาย ท่านสามจากบ้านสามส่งคนมารออย่างรีบร้อนอยู่ข้างนอกทั้ง ๆ ทีเขากําลังนัง ทานอาหารอย่างมีความสุขกับภรรยา เขาจึงรู้สึกไม่พอใจอย่างยิง
เขาไม่ได้โกรธฟึ ดฟัด แต่พูดว่า “ให้เขารออยู่ข้างนอกนันแหละ ”
สาวใช้ออกไปทําตามคําสัง แต่ผ่านไปไม่เท่าไหร่ก็กลับเข้ามาอีกครั้ง ซึงครั้งนี้ นางมองเห็นถึงความโกรธภายใต้คิ้วทีขมวดของกงจี้จึงตัวสัน แต่แล้วนางก็เห็น นายหญิงสะใภ้ใหญ่ของพวกนางตีแขนนายท่านกงจี้เบา ๆ
กงจี้พยายามระงับความโกรธของตัวเองอย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์ เขามอง สาวใช้และพยายามพูดอย่างสงบ “ตกลงว่ามีเรืองอะไร ?”
ตอนนี้สาวใช้ถึงจะหาเสียงของตัวเองเจอ นางก้มหน้าลงตําและเอ่ยตอบทั้ง ๆ ที เนื้อตัวยังสัน “นายท่านสามจากบ้านสามส่งคนมาบอกว่าสะใภ้สามแพ้ท้องอย่าง หนัก นีเป็ นเรืองเร่งด่วนมากจึงอยากขอให้สะใภ้ใหญ่ไปช่วยเจ้าค่ะ”
แกร๊ก! กงจี้แค่นหัวเราะ เขาวางตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงแกร๊กดัง ๆ
“ข้าแต่งภรรยาเข้ามาก็เพือจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับนาง” กงจี้พูดเสียง เย็น “นีเขาถือว่าตัวเองเป็ นใคร ส่งคนรับใช้มาบอกว่าต้องการให้ภรรยาสุดทีรัก ของข้าไปรักษาภรรยาของเขาโดยทียังทานข้าวไม่เสร็จอย่างนั้นรึ ?”
ในดวงตาสีดําของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเคือง “ไปบอกว่าข้างนอกมีหมอฝี มือ ดีทีช่วยเรืองนี้ได้มากมาย เชิญให้เขาไปหาได้ตามสบาย!”
สาวใช้ออกไปทําตามคําสังทันที แต่ไม่มีใครคิดว่ากงลุ่นจะใช้ให้คนแบกเกี้ยวพาหลูชือมาทีนีโดยตรง
เจียงป่ าวชิงนับถือในการดําเนินการนี้จริง ๆ นางไม่ได้ห้ามกงจี้ทีดูเหมือน อยากจะฆ่าคน เพราะนางเองก็รู้สึกอยากฆ่าคนด้วยเช่นกัน
ในเมือมีอาการแพ้ท้องแต่ไม่พักผ่อนอย่างสงบ ดันเลือกทีจะแบกคนท้องมาทีนี ซึงแน่นอนว่าต้องนังมาแบบได้รับความสั นสะเทือนเช่นนี้ ประชดประชันให้ใคร ดูอยู่รึยังไง ?!
ถึงโกรธก็ไม่ควรนําลูกในท้องภรรยาตัวเองมาลําบากไปด้วยแบบนี้สิ
ความโหดร้ายฉาบวาบอยู่ในแววตากงลุ่น เขาหลุบตาลงเพือปกปิ ดความบ้าคลัง ในดวงตาตัวเอง แต่คําพูดทีพูดออกมากลับไม่ตรงกับอารมณ์ในสายตาของเขาเลย “พีใหญ่ ขอร้องล่ะ ให้พีสะใภ้ช่วยภรรยาและลูกข้าด้วยเถอะ! เมือก่อนเราพีน้อง เคยมีความบาดหมางกัน แต่ตอนนี้มันเกียวข้องกับชีวิตคน พีจะอภัยให้ข้าหน่อย ไม่ได้เลยรึ ?”
ดูพูดเข้าสิ นีคือสิงทีแบกหน้ามาพูดถึงทีนีรึ พูดเหมือนต้องการใช้สองชีวิตมาปัด ความผิดให้กงจี้อย่างนั้นแหละ!
นางมารบ้าคลังทีปกป้องสามีอย่ างเจียงป่ าวชิงตีหน้าเย็นชาทันที “ถ้าเจ้าคิดจะใช้ ชีวิตของภรรยาและลูกของเจ้ามาสาดนํ้าสกปรกใส่สามีข้า ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็แสดง ต่อไปเถอะ แต่ถ้าเจ้ายังต้องการรักษาชีวิตภรรยาและลูกของเจ้าไว้ เจ้าก็หุบปาก แล้วสังให้คนพาภรรยาของเจ้าเข้ามาซะ!”
เสียงเจียงป่ าวชิงเย็นยะเยือกมาก ฟังดูเหมือนนางกําลังจ่อมีดไปทีคอของกงลุ่น เลยก็ว่าได้
ความโกรธของกงจี้หายไปอย่างน่าอัศจรรย์
แน่นอนว่ากงลุ่นยังอยากช่วยชีวิตลูกในท้องของหลูชืออยู่ เขากัดฟันสังให้ชายรับ ใช้สองคนแบกเกี้ยวเข้าไปในห้องทีเจียงป่ าวชิงบอก
เจียงป่ าวชิงก้มตัวลงไป ใช้นิ้วแตะตรวจชีพจรหลูชือ และเอ่ยสังมีหลิวอย่างเคย ชินไปด้วย “ไปหยิบกล่องยามาให้ข้าหน่อย” แต่นางเพิงพูดจบก็ต้องตกใจกับ สภาพชีพจรของหลูชือ
“เปลียนมือ” เจียงป่ าวชิงพูดอย่างเคร่งขรึม
ตอนทีหมอมีสีหน้าเคร่งขรึม มักจะไม่ใช่เรืองดี นันทําให้หลูชือสั นไปทั้งตัว หรือว่านางไม่สามารถรักษาลูกไว้ได้…?
กงลุ่นทีคอยอยู่ข้าง ๆ ร้อนใจอย่างมาก เพราะตั้งแต่ทีเจียงป่ าวชิงเริมจับชีพจร จนถึงตอนนี้ ถือว่าจับอยู่นานแล้ว
ผ่านไปอีกสักครู่นางลืมตาขึ้น เอื้อมมือไปลูบท้องทีนูนเล็กน้อยของหลูชือพร้อม ทั้งถอนหายใจไปด้วย
ทันใดนั้น หลูชือและกงลุ่นต่างก็รู้สึกท้อแท้ใจอย่างยิง หรือว่าลูกจะไม่รอดแล้ว…?
หลูชือขอร้องเจียงป่ าวชิงด้วยเสียงสะอื้น “ฮึก… ฮือ… แม่นางเจียง ไม่ใช่สิ สะใภ้ ใหญ่ โปรดช่วยลูกของข้าด้วย แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของข้าก็ตาม”
เจียงป่ าวชิงมองหลูชือทีนํ้าตานองหน้า แล้วนางก็ส่ายหน้าอย่างทือ ๆ “ขออภัย ด้วยทีข้าช่วยไม่ได้… เพราะเด็กคนนี้ไม่มีตัวตนตั้งแต่แรกแล้ว”
บางคน เนืองจากเครียดเกินไปหรือปรารถนาทีจะตั้งครรภ์จนเกินไป ก็อาจเกิด อาการท้องลมในร่างกาย
หลังจากปรากฏอาการท้องลม ประจําเดือนจะขาดไป และจะมีอาการคลืนไส้ อาเจียนเหมือนอาการแพ้ท้องทัวไป บริเวณช่ วงท้องก็นูนขึ้นเล็กน้อย ในผู้ป่ วย บางคน แม้แต่ชีพจรทีหมอจับได้ก็อาจดูเหมือนชีพจรของคนทีกําลังท้องอยู่จริง ๆ
ซึงอาการท้องลมในระยะแรกจะแยกความแตกต่างได้ยากมาก เพราะสภาพชีพจร ทีจับได้จะละม้ายคล้ายว่าตั้งท้องอยู่จริง ๆ
คาดว่าหลูชือคงอยากมีลูกมากจนเกินไป นางถึงได้มีอาการ “ท้องลม”
หลูชือและกงลุ่นเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางใจ กงลุ่นถึงกับตะโกนขึ้นเสียงดัง “จะ เป็ นไปได้ยังไง ?! ไม่ใช่ว่าเจ้ากําลังหลอกพวกเรานะ หมอคนก่อน ๆ ยังบอก ว่าลูกข้าแข็งแรงดีอยู่เลย!”
หลูชือตกใจจนลืมร้องไห้เลยทีเดียว “ลูกข้า… ลูกทีข้ารอมาสามปี จะไม่มีตัวตน ได้ยังไง ?”
เจียงป่ าวชิงมองกงลุ่นและจับชีพจรกงลุ่นอย่างรวดเร็ว นางเพิงจับชีพจรให้หลูชือ และหลูชือแข็งแรงดี ดังนั้น นางจึงเดาได้อย่างราง ๆ ว่าทีหลูชือและกงลุ่นยังไม่มี
ลูก ปัญหาก็อาจเกิดจากกงลุ่น แต่เมือจับชีพจรกลับพบว่ากงลุ่นเองก็ร่างกาย แข็งแรงดีเช่นกัน
ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าวาสนาของเด็กยังมาไม่ถึง กงลุ่นชักมือออกด้วยความโกรธ “นักต้มตุ๋นอย่างเจ้าทําอะไร ?!”
กงจี้ชักดาบออกมาจากฝักทีแขวนอยู่บนผนังด้านข้างทันที ฉับพลันทันใดคมดาบ เย็นเฉียบประชิดลําคอของกงลุ่น
กงจี้หรีตาลง “เจ้าลองตะโกนใส่ภรรยาข้าอีกทีสิ”