แม่สาวเข็มเงิน - ตอนที่ 586-587
ตอนที 586 : ยัดคน
กงลุ่นกลัวจนยืนทือขาแข็ง คนหนึงนักต้มตุ๋น อีกคนก็บ้าดีเดือด!
เจียงป่ าวชิงมองกงจี้อย่างจนปัญญา “ได้เลือดตั้งแต่วันทีสองของการแต่งงานดู ไม่ค่อยเป็ นมงคลเท่าไหร่ว่าไหม ?”
กงจี้หัวเราะ “หึ ๆ วันทีสองของการแต่งงานก็มีบางคนกล้ามาพาลต่อหน้าภรรยา ของข้า หรือว่าไม่สมควรตาย ?”
เจียงป่ าวชิงถอนหายใจพลางกอดแขนกงจี้ “พอได้แล้ว ถึงยังไงพวกเขาก็ไม่ได้ เป็ นอะไร ไปเถอะ เราไปทานอาหารต่อดีกว่า โจ๊กข้าวเหนียวเมือครู่อร่อยมาก ข้า ยังอยากกินต่ออีกสักถ้วย”
เจียงป่ าวชิงรู้ว่าเมือกี้นี้กงจี้ไม่ได้ล้อเล่น หากปล่อยให้เวลาผ่านไปอีกเพียงอึดใจ เดียว ไม่แน่เขาอาจปาดคอจนเลือดกงลุ่นสาดกระเซ็นอยู่ทีนีก็เป็ นได้
ด้วยสิงทีบ้านสองและบ้านสามเคยทํากับกงจี้ในช่วงหลายปี ทีผ่านมา อันทีจริง เรืองทีกงจี้แก้แค้นก็สมเหตุสมผล เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาทีดีเท่านั้น อีกอย่าง นางรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเป็ นมงคลเท่าไหร่นัก
เมือกงจี้ได้ยินเจียงป่ าวชิงบอกว่าโจ๊กข้าวเหนียวอร่อย เขาก็จดจําเรืองนี้ไว้ในใจ และคิดว่าจะให้สาวใช้จัดวางอาหารนี้บ่อย ๆ ในครั้งต่อ ๆ ไป เมือคิดได้ดังนั้น กระแสสังหารเมือครู่หายไปทันที
เจียงป่ าวชิงโล่งใจ
ทั้งสองคนไม่สนใจกงลุ่นและหลูชืออีก พวกเขาพูดคุยกันเรืองอาหารกลางวัน และออกไปจากห้อง
ทันใดนั้นภายในห้องเกิดความเงียบ หลูชือกุมท้องทั้งนํ้าตา “จะทํายังไงดี ข้า… ข้าไม่เชือว่าลูกเราไม่มีอยู่จริง”
กงลุ่นเองก็ใจร้อนมากเช่นกัน เขาพูดขึ้นอย่างโกรธแค้น “ข้าจะพาเจ้าไปตรวจที สถานให้บริการรักษาโรคอืน ในเมืองหลวงไม่ได้มีเจียงป่ าวชิงทีเป็ นหมอคน เดียวเสียหน่อย!”
…
กงจี้ทีนังลงอีกครั ้งยกถ้วยโจ๊กข้าวเหนียวตรงหน้าขึ้นมาชิมก่อนจะขมวดคิ้ว “มัน เย็นแล้ว” และเขาก็สังให้สาวใช้นําไปอุ่นร้อนอีกครั้ง
ประกอบกับเวลาทีล่าช้าในระหว่างนั้น เจียงป่ าวชิงทานอาหารมื้อนี้เป็ นเวลาใกล้ จะหนึงชัวยามเป็ นอย่ างตํา
หลังจากทีทานอาหารเสร็จ กงจี้ก็พาเจียงป่ าวชิงไปเดินเล่นในสวนเพือย่อยอาหาร แล้วทั้งสองก็กลับมาพักผ่อนกันทีห้อง
เจียงป่ าวชิงงีบไป ตอนทีนางลืมตาขึ้นมาในช่วงบ่ายก็กลับมามีชีวิตชีวา
กงจี้ตืนเร็วกว่านางไม่นาน เขานอนอยู่ข้างกายนางและมองนางอย่างเงียบ ๆ ซึง นางก็มองเขากลับนิง ๆ สักครู่ ในทีสุดนางก็ตืนเต็มตาเสียที
นางนึกขึ้นได้ว่านางแต่งงานกับกงจี้เมือวานนี้ แล้วยังทําเรืองอย่างว่ากันตั้ง มากมายหลายครั้ง
เจียงป่ าวชิงดึงสติกลับมา นางมองออกไปนอกหน้าต่างและพูดขึ้นเสียงแหบ “นี มันกีโมงกียามแล้ว ?”
“ยามเสินแล้ว” กงจี้ตอบ “เจ้านอนต่อได้อีกหน่อยแล้วค่อยตืนขึ้นมาทานมื้อ เย็นก็ได้”
เจียงป่ าวชิงนวดหัวคิ้ว “ไม่ได้ วันนี้ยังมีเรืองให้ทําอีกมาก”
กงจี้มองดูเจียงป่ าวชิงลุกจากเตียงอย่างคล่องแคล่ว นางเปลียนเสื้อผ้าเร็วมาก อีก ทั้งยังทําทรงผมแบบทีผู้หญิงทีแต่งงานแล้วเขาทํากันในชีวิตประจําวัน
ทรงผมของเด็กสาวและหญิงทีแต่งงานแล้วจะแตกต่างกันไป กงจี้มองดูทรงผมที ภรรยาของเขาทําก็รู้สึกพึงพอใจ
นางคือภรรยาของเขา…
เจียงป่ าวชิงแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เมือหันกลับมาก็เห็นว่ากงจี้ยังคงไม่ลุกจากเตียง และกําลังมองนางด้วยดวงตาสดใสจึงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “รีบลุกมาเร็วเข้า ข้ายัง ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้านะ”
กงจี้รู้สึกว่าประสบการณ์นี้แปลกใหม่มาก เขาลุกขึ้นตามคําสัง แล้วเจียงป่ าวชิงก็ ขอบางอย่างจากเขา “สมุดบันทึกของคนรับใช้ทั้งหมดในลู่จิงซวนอยู่ทีเจ้าหรือ เปล่า ?”
กงจี้หัวเราะ เขาเพิงจัดการเรืองพวกนั้นไปเมือไม่กีวันก่อน แม้ไม่กล้าพูดว่าคนที เหลือสามารถเชือถือได้ถึงทีสุด แต่มันดีกว่าเมือก่อนมาก เพราะเมือก่อนบ้านต่าง ๆ มักแอบยัดตะปูเข้ามาในลู่จิงซวนแห่งนี้
และสมุดบันทึกทีเขาจัดการแล้วก็อยู่ในมือเขาตอนนี้
กงจี้ไม่ได้ถามอะไรมากมาย เขาส่งสมุดบันทึกให้นางทียืนมือมารับไปเปิ ดดูและ พบว่าข้างในมีการเขียนบันทึกอย่างละเอียด
เจียงป่ าวชิงเปิ ดสมุดบันทึกดู บางครั้ งนางก็ถามกงจี้หากว่ามีตรงไหนทีไม่เข้าใจ
เนืองจากกงจี้ลงมือตรวจตราและคัดคนออกจากทีนีด้วยตัวเอง เขาจึงตอบเกียวกับ รายละเอียดในสมุดได้อย่างไหลลืน
หลังจากทีดูสมุดบันทึกเสร็จ เจียงป่ าวชิงก็รู้เรืองเกียวกับผู้คนภายในบ้าน
“สมุดบันทึกของเจ้าไม่เลวเลย” เจียงป่ าวชิงเอ่ยชม “บันทึกรายละเอียดไว้ ละเอียดดี สะดวกต่อการทําความเข้าใจของข้ามากทีเดียว”
กงจี้ยิมมุมปาก ้ “เหอะ ๆ ข้าใช้วิธีบางอย่างเหมือนตอนทีเคยทํางานลับให้ฮ่องเต้ เมือนานมาแล้ว”
…
ในตอนทีทั้งสองคนกําลังพูดคุยกันอย่างออกรสก็เกิดเรืองน่าเบือขึ้นอีกครั้ง สาว ใช้มารายงานว่านายท่านหญิงสังให้เจียงป่ าวชิงไปทีเรือนสืออัน
กงจี้ถอนหายใจอย่างเบือหน่าย “น่าเบือ วัน ๆ คนนั้นมาเรียกทีคนนี้มาเรียกที แต่ ละคนยอดเยียมจริง ๆ”
เจียงป่ าวชิงปลอบ “เอาน่า อาจมีเรืองอะไรเร่งด่วนก็ได้ เจ้าดูสิ ตอนเช้าข้ายัง รับมือได้เป็ นอย่างดี อย่าห่วงเลย”
เมือกงจี้นึกถึงมงกุฎไข่มุกทีตกแตกเสียหายนั้น สีหน้าเขาก็หนักแน่นทันที
เจียงป่ าวชิงเกลี้ยกล่อมเขาสักครู่ กว่าจะปลอบให้กงจี้ทีหงุดหงิดอยากจะฆ่าคนให้ สงบลงได้นั้นไม่ใช่เรืองง่าย เสร็จแล้วนางจัดการกับตัวเองและเตรียมไปหานาย ท่านหญิงตี8ทีเรือนสืออัน
แต่นางยังไม่ทันได้ออกไปพ้นประตู กงจี้ก็จับมือนางจากทางด้านหลัง “ข้าจะไป กับเจ้าด้วย”
แน่นอนว่าเจียงป่ าวชิงอนุญาต ทั้งสองคนจูงมือกันไปทีเรือนสืออัน
ตอนทีหญิงชราทีเข้าไปรายงานกลับออกมา นางมองกงจี้ด้วยความลําบากใจ “เอ่อ… นายท่านหญิงบอกว่าท่านไม่ได้เชิญให้นายท่านมาทีนี ท่านอนุญาตให้ สะใภ้ใหญ่เข้าไปได้คนเดียวเจ้าค่ะ”
เจียงป่ าวชิงอยากขํา นายท่านหญิงช่างไม่มีกึ8นเอาเสียเลย ยิงเป็นเช่ นนี้ก็ยิงดู เหมือนว่ามีแผนการอะไร อย่างนี้กงจี้ก็ยิงไม่มีทางปล่อยให้นางเข้าไปคนเดียว
และเป็ นเช่นนั้นจริง ๆ กงจี้ดึงมือนางและเตรียมเดินออกไป “หลังแต่งงานมีเรือง ให้ทําเยอะ ถ้าอย่างนั้นพวกข้าค่อยมาพบนายท่านหญิงวันอืน”
หญิงชราทีมารายงานตกตะลึงทันที
ไม่รู้ว่านางวิงไปมาสามหรือสีรอบ ในทีสุดนายท่านหญิงตี8ก็ยอมแพ้และอนุญาต ให้กงจี้เข้าไปด้วยกันกับเจียงป่ าวชิง
เมือทั้งสองคนเข้ามาในเรือนสืออันก็พบว่านายท่านหญิงตี8กําลังจ้องพวกเขาด้วย ความโกรธเคืองโดยมีกงหว่านนังอยู่ ข้าง ๆ กําลังเกลี้ยกล่อมนายท่านหญิงตี8อย่าง ระมัดระวังเพือไม่ให้โกรธจนเกินไป
ท่าทางกงจี้หนักแน่นทันที นีเป็ นฝี มือของกงหว่านอีกแล้วแหง ๆ
เขาล่ะรําคาญนางจริง ๆ สงสัยคงต้องหาทางทําอะไรสักอย่าง มีสถานทีมากมายที เขตแดนด้านเหนือ เลือกทีรกร้างมาสักทีและให้นางแต่งออกไปอยู่ทีนันดีไหมจะ ได้จบ ๆ
กงจี้คิดใคร่ครวญอย่างตั้งใจว่าทีไหนรกร้างเป็ นพิเศษ “เหอะ มาดใหญ่นักนะ” นายท่านหญิงตี8พูดขึ้นอย่างรังเกียจ
เจียงป่ าวชิงยิมแย้มและทําเป็ นไม่ ้ ได้ยิน “ไม่ทราบว่าทีนายท่านหญิงเรียกหลาน สะใภ้มานั้น มีธุระอะไรหรือเจ้าคะ ?”
นายท่านหญิงตี8พ่นลมออกมาทางจมูก “ข้าได้ยินมาว่าตอนทีเจ้าแต่งเข้ามา เจ้าพา มาแค่สาวใช้รุ่นใหญ่และพวกสาวใช้รุ่นเล็กไม่กีคน สินสมรสแบบนี้มันค่อนข้าง ดูซอมซ่อไปหน่อย”
นายท่านหญิงไม่พูดถึงสินสมรสหรูหราจํานวนหนึงร้อยแปดกล่องของเจียงป่ าว ชิงแม้แต่น้อย
เจียงป่ าวชิงพูดขึ้นยิม ๆ ้ “อันทีจริงยังมีสาวใช้รุ่นใหญ่อีกคนเจ้าค่ะ แต่นางได้รับ บาดเจ็บเมือไม่กีวันก่อน หลังจากทีนางหายดีแล้ว พีชายของข้าจะส่งนางมาทีนี เจ้าค่ะ”
นายท่านหญิงตี8พูดขึ้นอย่างหงุดหงิด “มาเพิมอีกคนก็มีสาวใช้รุ่นใหญ่แค่สองคน อยู่ดี! นีมันน้อยเกินไป เจ้าโตมาในชนบทคงไม่เป็นไร แต่หลานชายคนโตของข้า โตมากับการคาบช้อนทอง คนรับใช้แค่นี้ยังไม่เพียงพอ”
เจียงป่ าวชิงหลับตาก็สามารถเดาเจตนาของนายท่านหญิงตี8ได้ เหอะ ๆ พูดมาขนาดนี้นีคือต้องการยัดคนเข้ามาในบ้านของพวกเขาเพิมแน่ ๆ
มองจากไกล ๆ ก็ยังมองออกว่าอยากยัดคนเพิมเข้ามาเพือให้มาสอดแนมเรืองต่าง ๆในบ้านของพวกนาง
กงจี้พูดขัดจังหวะนายท่านหญิงตี8 “เกรงว่านายท่านหญิงอาจจะลืมไปแล้วว่าข้า เองก็ใช้ชีวิตในชนบทมาตลอดในช่วงสิบปี ทีผ่านมา ไม่ต้องมีสาวใช้เป็ นโขยง คอยรับใช้ แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่ดี”
ตอนที 587 : กลับบ้านฝ่ ายหญิง
นายท่านหญิงตี8ถูกกงจี้สกัดกลับมาอย่างหยาบคาย นางรู้สึกไม่สบายใจ “คราวนี้ ไม่เหมือนกับตอนนั้น”
กงจี้เสียดสีอย่างไม่สุภาพอีกครั้ง “อ้อ ตอนนั้นข้าโดดเดียวเดียวดายไร้ทีพึงพา และถูกวางยาพิษ ตอนทีข้าต้องการใครสักคนมาดูแล นายท่านหญิงกลับไม่คิดส่ง คนไปดูแล ตอนนี้ข้าเพิงแต่ งภรรยาทีถูกตาต้องใจเข้ามา นายท่านหญิงกลับ ต้องการยัดเยียดคนให้มาดูแล”
คําพูดนี้ทําให้นายท่านหญิงตี8พูดไม่ออก
กงหว่านจึงพูดขึ้นด้วยเสียงเล็กเสียงน้อย “เมือก่อนพีชายใหญ่อยู่ข้างนอกอย่าง โดดเดียวเดียวดายและต้องทนทุกข์ทรมานมากมาย ดังนั้นตอนนี้ท่านย่าจึงอยาก ชดเชยให้เป็ นสองเท่า พีชายใหญ่ไม่ต้องห่วง ท่านย่าเลือกสาวใช้ให้พีชายใหญ่ แล้ว พวกนางล้วนดีทุกคน อ่านออกเขียนได้ อ่อนโยนเอาใจใส่และยังปรนนิบัติ ดูแลได้ดีมาก ถ้าพีชายใหญ่เจอพวกนาง พีชายใหญ่จะต้องชอบอย่างแน่นอนเลย จ้ะ”
เจียงป่ าวชิงหัวเราะอย่างเย็นชา
เป็ นสาวใช้ทีดี อ่านออกเขียนได้ อ่อนโยนเอาใจใส่ และปรนนิบัติดูแลได้ดีมาก อย่างนั้นรึ… นีเลือกสาวใช้หรือเลือกเมียน้อยกันแน่ ?
แต่ในยุคสมัยนี้ สาวใช้หลายคนต่างก็เป็ นเมียน้อยได้อย่างถูกต้องตามกฎ บ้านเมืองทั้งนั้น
เจียงป่ าวชิงไม่ได้พูดอะไร แต่กงหว่านกลับไม่ยอมปล่อยนางและเรียกชือนาง “พีสะใภ้ใหญ่ พีคิดว่ายังไงจ๊ะ ?”
เจียงป่ าวชิงตรงไปตรงมามาก “ข้าคิดว่าตอนนี้คนในบ้านเยอะแล้ว ไม่จําเป็ นต้อง เพิม ”
กงหว่านเผยสีหน้าไม่เห็นด้วย “พีสะใภ้ใหญ่ แบบนี้เข้าข่ายอิจฉานะ หากว่าเป็ น บ้านอืน บางทีพีอาจถูกทิงก็ ้ ได้”
“หุบปาก! มิเช่นนั้นข้าจะโยนเจ้าออกไปเป็ นอาหารหมา” กงจี้ตะคอกด้วยสี หน้าท่าทางทีจริงจังอย่างเห็นได้ชัด
กงหว่านตัวสันงันงก เดิมทีนางอยากฝื นหัวเราะเพือแสดงให้เห็นว่านางไม่ได้ถูก ทําให้ตกใจ แต่ไม่รู้ทําไม เพียงแค่มองไปทีกงจี้ ขาของนางก็สันอย่างควบคุม ไม่ได้
นายท่านหญิงตี8ไม่พอใจทันที “อะไรของเจ้า นีน้องสาวเจ้านะ! ข่มขู่น้องสาว ตัวเองเพือคนนอกอย่างนั้นรึ ?”
กงจี้ยกยิมถากถางทีมุมปาก ้
เกรงว่านายท่านหญิงตี8คงจะเข้าใจอะไรผิด ในหัวใจของเขา แม้แต่นายท่านหญิงตี8 ทีเป็ นท่านย่า ก็ยังถูกจัดว่าเป็ นคนนอกเลยด้วยซํ้า
ญาติพีน้องของเขามีเพียงแม่ของเขาและเจียงป่ าวชิงเท่านั้น
เกรงว่านายท่านหญิงตี8ยิงพูดมากเท่ าไหร่ นางก็ยิงถูกกงจี ้ไล่ต้อนมากเท่านั้น นาง จึงตัดบท “เย่ชุ่ย เจ้าพาสาวใช้พวกนั้นไปส่งทีลู่จิงซวนซะ ข้าเหนือยและจะไป พักผ่อนแล้ว”
“นายท่านหญิงจะเอาเช่นนั้นก็ได้ แต่ข้าเองก็จะไม่อ้อมค้อม ข้าจะฆ่าสาวใช้ทุก คนทีท่านส่งไปเพิม” นํ้าเสียงกงจี้สงบมาก แต่กลับทําให้ฝี เท้าของนายท่าน หญิงตี8หยุดลงได้ นางหันกลับมามองกงจี้อย่างยากทีจะเชือ “นีเจ้าขู่ข้ารึ ?!”
กงจี้พูด “ไม่ใช่ ข้าแค่บอกท่านเกียวกับผลทีจะตามมาหากท่านดึงดันส่งสาวใช้ ไปก็เท่านั้น”
นายท่านหญิงตี8กุมทรวงอก ครั้งนี้นางโมโหจนเกือบเป็ นลม
เรือนสืออันเกิดความวุ่นวายในทันใด พวกสาวใช้ทีไปหยิบยาและรักษาความ สงบเรียบร้อยต่างพากันโวยวายเสียงดัง
เจียงป่ าวชิงและกงจี้ใช้จังหวะนี้หนีออกมาจากเรือนสืออัน นางมองกงจี้ “เราหนี ออกมาแบบนี้ไม่เป็ นไรรึ ?”
กงจี้พูดขึ้นยิม ๆ ้ “มีคนช่วยดูท่านย่าเจ้าปัญหาให้เราเยอะแยะ นางไม่เป็ นไร หรอก” เขาขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ “อ้อ และยังมีกงหว่านอีกคน รายนั้นน่า รําคาญยิงกว่ าแมลงวันอีก”
ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม กงหว่านก็เป็ นเด็กสาวบอบบางคนหนึงแต่กลับถูกเขาเปรียบ เป็ นแมลงวัน เจียงป่ าวชิงรู้สึกนับถือจริง ๆ
ในเมือไม่ได้ผลจากทางฝังของเจียงป่ าวชิง นายท่านหญิงตี8ก็คิดจะลงมือกับทางฝัง ของคุณหญิงช่างอีกครั้ง
นางคิดว่าคุณหญิงช่างคงตั้งหน้าตั้งตารอทีจะมีหลานชาย นางใช้เหตุผลว่าทีนาง ส่งสาวใช้ไปทีนันมากมายก็ เพราะคํานึงถึงทายาทของกงจี้
แต่นายท่านหญิงตี8ก็ถูกปฏิเสธอีกครั้ งจากคุณหญิงช่าง ทําให้นางโมโหจนอาการ ปวดศีรษะกําเริบในคืนนั้น
เจียงป่ าวชิงไม่รู้เรืองนี้ นางกําลังปรึกษากับกงจี้เรืองทีจะกลับบ้านตัวเอง “แล้วแต่เจ้า” กงจี้พูดง่ายมาก
เจียงป่ าวชิงขยับเข้าไปจุมพิตแก้มกงจี้สองทีด้วยจิตใจทีเบิกบานและพูดขึ้นอีก ครั้ง “ข้าอยากพักอยู่ทีบ้านตัวเองสักสองสามวันนะ”
กงจี้มองเจียงป่ าวชิง “เรืองนี้ไม่สามารถทําตามทีเจ้าขอได้”
เจียงป่ าวชิงจึงขยับเข้าไปจับหน้าเขาแล้วทั้งจูบทั้งหอม “หน่า… นะ… ก็แค่พักที นันสองสามวันเอง เจ้าก็ ไปอยู่กับข้าทีบ้านด้วยก็ได้ไม่เห็นจะเป็ นไรเลย”
หือ ? กงจี้ชะงัก
เมือนึกถึงว่าเขาสามารถอยู่ในห้องของนางได้ และได้ทําเรืองจักจีCกั C บนาง… แค่คิดก็รู้สึกตืนเต้นแล้ว
“อันนี้ได้” เขาตอบรับ
อันทีจริง เจียงป่ าวชิงแค่พูดไปอย่างนั้นเอง แต่เมือเห็นกงจี้คล้อยตาม นางก็ชะงัก งัน “ข้าจําได้ว่าฮ่องเต้ให้เจ้าหยุดได้แค่สามวันมิใช่รึ ?”
“ข้าโดดงานได้” กงจี้พูดอย่างไม่ใส่ใจ เจียงป่ าวชิงไม่รู้จะพูดยังไงดีเลย
……
วันทีกลับบ้านตัวเอง นํ้าตาของเจียงฉิงเกือบทําให้เจียงป่ าวชิงจมอยู่ในทะเลนํ้าตา
เจียงฉิงกอดเจียงป่ าวชิงไม่ปล่อย แม้ไม่ได้พูดอะไรแต่กลับแสดงออกมาอย่าง ลึกซึ้งว่านางคิดถึงพีสาวตัวเองมากเพียงใด
เจียงหยุนชานมองดูน้องสาวทีดูสวยขึ้นเล็กน้อยหลังจากแต่งงาน และอยากถาม ว่านางสบายดีไหม แต่เมือมองดูใบหน้ายิมแย้มของน้องสาว ประกอบกั ้ บใบหน้า อิมเอิบไปด้วยอารมณ์รักทีนางแสดงออกมาเมือมองน้องเขยโดยไม่ได้ตั้งใจแล้ว นั้น เขายังจําเป็ นต้องถามคําถามนี้อยู่อีกหรือ…?
เลียวชุนหยู่สาธิตท่าชกมวยใหม่ทีเขาเพิงเรียนมาให้เจียงป่ าวชิงดูด้วยความตืนเต้น เจียงป่ าวชิงไม่ค่อยเข้าใจแต่นางรู้สึกว่าท่าทางนี้แข็งแรงและดูมีกําลังดี แต่กงจี้ กลับชี้ให้เห็นถึงปัญหามากมายอย่างถูกจุด สุดท้ายเขาก็เอ่ยชมเลียวชุนหยู่อย่าง สงวนท่าทีว่า “มีฝี มือตั้งแต่เด็ก” เอาซะจนเลียวชุนหยู่ทีเหียวเฉาจากการถูก วิจารณ์ในตอนแรกกลับมาฮึกเหิมขึ้น
เจียงหยุนชาน เจียงฉิง และเลียวชุนหยู่ต่างก็ดีใจมากทีเจียงป่ าวชิงกลับมาเยียม เยียนทีบ้านในครั้งนี้
กงจี้เองก็ดีใจเช่นกัน เขาดีใจทีในทีสุดก็สามารถทําเรืองอย่างว่าในห้องของภรรยา เขาได้ดังใจหวัง และเขารู้สึกพึงพอใจมาก
เจียงป่ าวชิงรู้สึกเหนือยจนขี้เกียจแม้กระทังจะขยับนิ ้ว นางขดตัวอยู่ในผ้าห่มและ แอบด่าเจ้าสัตว์ร้ายกงจี้ในใจ
ทุกคนต่างมีความสุขมาก ทว่าสุดท้ายแล้วกงจี้ทีโดดงานก็ถูกฮ่องเต้จับกลับไป ทํางานอย่างรวดเร็ว
ส่วนเจียงป่ าวชิงก็พักอยู่ทีบ้านตัวเองอย่างมีความสุขเป็ นเวลาสิบวัน จนกระทัง คุณหญิงเหวินส่งหญิงชรามาเกลี้ยกล่อมอย่างนิมนวลเพือให้เจียงป่ าวชิงกลับลู่จิง ซวน
ถึงยังไงในยุคสมัยนี้ การกลับมาอาศัยอยู่ทีบ้านเดิมของตัวเองเป็ นเวลานานทั้งที เพิงแต่ งงานออกเหย้าเรือนไปใหม่ ๆ คนอืนจะคิดเอาได้ว่าบ้านสามีปฏิบัติกับ เจ้าสาวไม่ดี และคิดว่าสามีภรรยาไม่ปรองดรองกัน
เจียงป่ าวชิงเข้าใจดี
เวลาของการกลับมาพักทีบ้านหมดลงแล้ว และนางก็ควรกลับไปที “บ้านใหม่” เพือต่อสู้ดิ้นรนต่อแล้ว
ก่อนทีนางจะกลับ นางไปเยียมสุนถาวซึงตอนนี้มีคังคังอยู่เป็นเพือน สุนถาวฟื้ น ตัวได้ค่อนข้างดีแต่เรืองกระดูกทีหักของนางจําเป็ นต้องใช้เวลารักษานาน สุนถา วจึงยังไม่สามารถไปทีจวนติ้งกัวโฮ่ 8 วกับนางได้ในตอนนี้ อย่างน้อยนางยังต้อง รักษาตัวอีกเดือนหรือสองเดือนเลยทีเดียว
ดังนั้น ตอนทีเจียงป่ าวชิงกลับไปทีจวนติ้งกัวโฮ่ 8 ว นางจึงกลับมาคนเดียว เมือกลับมาถึงจวนติ้งกั8วโฮ่วก็จะต้องไปคารวะนายท่านหญิงตี8ก่อนเป็ นธรรมดา
ครั้งนี้คุณหญิงเหวินก็อยู่คุยทีเรือนสืออันเช่นกัน เมือนายท่านหญิงตี8เห็นเจียงป่ าว ชิง สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความรังเกียจและรําคาญใจ ก่อนจะพ่นลมออกมา ทางจมูกอย่างแรง “ยังรู้จักทีจะกลับมาหนิ ข้างนอกเขาวิจารณ์กันเกรียวกราวทัว บ้านทัวเมืองแล้ว ”
เจียงป่ าวชิงนังลง “งั้นหรือเจ้าคะ ? พอดีว่าข้าไม่ค่อยรู้เรืองเท่าไหร่ ก็แค่ได้ยิน คนเขาพูดกันนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง ฉะนั้นข้าขอให้นายท่านหญิงชี้แจงข้อ สงสัยให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ”
นายท่านหญิงตี8พูดอย่างหงุดหงิด “ก็เจ้าสาวทีเพิงแต่ งงานดันกลับไปพักทีบ้าน ตัวเองนานตั้งสิบวัน! คนข้างนอกต่างพูดกันว่าจวนติ้งกัวโฮ่ 8 วของเราเป็ นถํ้าหมา ป่ าหรือเปล่า ถึงได้ทําให้หมอเทวดาชือเสียงเลืองลือในเมืองหลวงหนีกลับบ้าน หลังจากแต่งงานได้เพียงสามวันแบบนั้น!”
ตอนที 588 : ชินกับการเสแสร้ง เจียงป่ าวชิงรินชาให้ตัวเองแล้วพูดยิม ๆ ้ “สิงทีข้าได้ยินกับสิงทีนายท่านหญิงได้ ยินนั้นค่อนข้างต่างกันเล็กน้อยเจ้าค่ะ”
นายท่านหญิงตี8มองนางอย่างสงสัย “เจ้าได้ยินอะไรมา ?”
เจียงป่ าวชิงจิบชาพลางถอนหายใจแล้วพูดขึ้นยิม ๆ ้ “ข้าได้ยินมาว่าในเมืองหลวง มีครอบครัวหนึงทีในวันทีสองหลังการแต่งงาน แม่สามีก็จะรับเมียน้อยให้ลูกชาย เสียแล้ว ซึงไม่ต่างจากการกดดันลูกสะใภ้เจ้าค่ะ”
นายท่านหญิงตี8มองเจียงป่ าวชิงด้วยแววตาคับแค้น “เจ้าหมายความว่ายังไง ?!”
เจียงป่ าวชิงเป่ าใบชาทีลอยอยู่ในถ้วยชาและพูดขึ้นนิง ๆ “นายท่านหญิง ข้าไม่ได้ หมายถึงอะไรเลย แค่บอกตามทีได้ยินคนเขาพูดมา ท่านอย่าได้เข้าใจผิดเจ้าค่ะ”
คุณหญิงเหวินเห็นว่านายท่านหญิงตี8ไม่สามารถหาเอาชนะเจียงป่ าวชิงได้ นางจึง รีบออกมาไกล่เกลีย “ท่านแม่อย่าลําเอียงกับสามีภรรยาจี้เอ๋อร์สิจ๊ะ ท่านมาสงสาร หว่านเอ๋อร์ดีกว่าจ้ะ”
นายท่านหญิงตี8ชะงัก หลังจากทีกงจี้ขู่ว่าจะโยนกงหว่านออกไปเป็ นอาหารหมา เมือครั้งทีแล้ว กงหว่านก็ไม่ได้มาทีเรือนสืออันหลายวัน นางจึงคิดว่าสาวน้อย ของนางคงตกใจกับคําพูดของกงจี้ในวันนั้น
อันทีจริงมันก็เกียวกับกงจี้เล็กน้อยเช่นกัน แต่สาเหตุทีใหญ่ทีสุดคือมีข่าวจากทาง ฝังราชวงศ์ว่าจะจัดงานเลือกนางสนมให้กับพวกลูกกษัตริย์และผู้สูงศักดิ? ในช่วง ฤดูใบไม้ร่วง
คุณหญิงเหวินคิดว่าโอกาสมาแล้ว นางจึงบังคับให้กงหว่านไปเรียนรู้มารยาทกับ แม่นมทีออกมาจากในวัง
แต่กงหว่านกลับพยายามคิดหาวิธีในทุก ๆ วันเพือคัดค้านการทีต้องเข้าไปในวัง “กงหว่านเป็ นอะไร ?” นายท่านหญิงตี8ถามอย่างร้อนใจ “ป่ วยรึ ?” คุณหญิงเหวินถอนหายใจแต่ไม่ได้พูดอะไร
เจียงป่ าวชิงเห็นผู้หลักผู้ใหญ่สองคนคุยกันจึงพูดขึ้น “ถ้าอย่างนั้นเชิญอาสะใภ้ สองคุยกับนายท่านหญิงเถอะเจ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อน”
แต่คุณหญิงเหวินกลับพูดขึ้น “ป่ าวชิง เจ้าเองก็เป็ นพีสะใภ้ของนาง เป็ นการดีที จะแสดงความคิดเห็นอะไรเกียวกับเรืองนี้บ้างนะจ๊ะ”
ไม่เห็นจะดีตรงไหน
เจียงป่ าวชิงต้องการปฏิเสธ แต่คุณหญิงเหวินกลับไม่ให้โอกาสนั้น และเลือกทีจะ พูดกับนายท่านหญิงตี8ต่อ “เมือวันก่อนข้าได้ยินข่าวว่าอีกสักพักจะมีการเลือกนาง สนมจึงฝากฝังให้แม่นมทีออกมาจากในวังมาให้คําแนะนําหว่านเอ๋อร์ แต่หว่านเอ๋ อร์กลับทะเลาะกับข้าในเรืองนี้ ข้าถามนางอยู่หลายครั้งจนนางเผยออกมาอย่าง คลุมเครือว่านางหลงรักผู้ชายคนหนึง”
นายท่านหญิงตี8ตกตะลึง “ใคร ?!” เจียงป่ าวชิงครุ่นคิดก่อนจะพูดอย่างสงบ “อย่าเป็นพีชายของข้าก็พอ”
สีหน้าคุณหญิงเหวินเป็ นกังวลขณะทีบอกชือของชายคนทีลูกสาวตัวเองหลงรัก “หว่านเอ๋อร์บอกว่าเขาชือเผยหยู่เจ๋อจ้ะ”
“…” เจียงป่ าวชิงไม่มีอะไรจะพูด นางพูดได้เพียงว่ากงหว่านกล้าหาญมาก
กงหว่านกล้าสารภาพกับแม่ผู้เป็ นทีรักของนางว่านางหลงรักใคร คงเพือหวังจะ อาศัยอํานาจของวงศ์ตระกูลช่วยปูทางให้สามารถรักกับเผยหยู่เจ๋อได้
เจียงป่ าวชิงยกนิ้วโป้งให้กงหว่านในใจอย่างเงียบ ๆ นายท่านหญิงเอ่ยขึ้น “เจ้าเด็กเผยหยู่เจ๋อมาจากตระกูลไหนรึ ?” คุณหญิงเหวินจึงเล่าให้นายท่านหญิงตี8ฟังอย่างละเอียด
นีเป็ นครั้งแรกทีเจียงป่ าวชิงได้ยินเรืองเกียวกับศิษย์พีเผย นางจึงเงียหูฟังอย่าง ตั้งใจทันที แต่มีอยู่หนึงอย่างทีนางมันใจคือศิษย์พีเผยไม่ ได้คิดอะไรกับกงหว่าน
ทว่าถึงยังไงนางก็ไม่ได้แสดงอาการใด ๆ ออกมา
คุณหญิงเหวินเองก็สงสัยเช่นกันว่าเผยหยู่เจ๋ออาจจะไม่ได้ชอบกงหว่าน ชายรับใช้ทีคุณหญิงเหวินส่งออกไปสืบข่าวล้วนถูกเผยหยู่เจ๋อต่อยกลับมาทั้งหมด
นายท่านหญิงตี8ไม่พอใจเมือได้ฟัง “เด็กสาวสูงศักดิ?บ้านเราอุตส่าห์หลงรักเขา แต่ เขากลับไม่รีบมาสู่ขออย่างเคารพยําเกรง” จากนั้นนางก็พูดกับคุณหญิงเหวินอีก ครั้ง “เด็กนันก็ แค่สามัญชนธรรมดา ทําไมหว่านเอ๋อร์ของเราถึงเลือกคนแบบนั้น กลับไปข้าจะเลือกคนทีดีกว่าให้กับหลานข้าเอง”
คุณหญิงเหวินพยักหน้ารับยิม ๆ ้ “มีท่านออกม้าให้ ถ้าอย่างนั้นข้าก็วางใจแล้วจ้ะ คนทีท่านเลือกให้จะต้องเป็ นคนทีเชือถือได้อย่างแน่นอน”
นายท่านหญิงตี8อารมณ์ดีจากคําประจบประแจง นางเองก็ขี้เกียจจะสนใจเจียงป่ าว ชิงอีก แต่เลือกทีจะกลับไปคิดว่าหลานชายของครอบครัวพีสาวน้องสาวคนใดที สามารถแต่งงานได้บ้าง
เจียงป่ าวชิงจึงบอกลาและออกมา แต่ใครจะไปคิดว่าคุณหญิงเหวินจะตามหลัง ออกมาอย่างเร่งรีบ
คุณหญิงเหวินมองสํารวจเจียงป่ าวชิงและพูดยิม ๆ ้ “ดูเหมือนว่าออกไปครั้งนี้เจ้า จะมีความสุขดีหนิ”
เจียงป่ าวชิงพูดขึ้นนิง ๆ “ก็ดีอยู่เจ้าค่ะ”
คุณหญิงเหวินพูดเสียงเบา “เมือครู่ตอนทีอยู่ในเรือนของนายท่านหญิงนั้นพูดไม่ สะดวกเท่าไหร่ แม่นางเจียง ข้าได้ยินมาว่าพีชายของเจ้าเป็ นศิษย์พีน้องกันกับเผย หยู่เจ๋อทีมีชือเสียงในเมืองหลวงคนนั้น เจ้าช่วยแนะนําให้หน่อยได้ไหม ?”
เจียงป่ าวชิงมองคุณหญิงเหวินอย่างแปลกใจก่อนจะปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา “คงไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ อาสะใภ้สองหาวิธีอืนเถอะเจ้าค่ะ” พูดจบ นางก็ถอน สายบัวทําความเคารพ “ข้าเหนือยจากการนังรถม้า ขอตัวกลับไปพักก่ อนนะเจ้า คะ”
คุณหญิงเหวินมองแผ่นหลังทีจากไปของเจียงป่ าวชิงและหัวเราะอย่างเย็นชา
……
ตอนกลางคืน กงจี้รู้ว่าเจียงป่ าวชิงกลับมาทีตระกูลกงแล้ว เขาจึงกลับมาทีจวน ติ้งกัวโฮ่ 8 ว
เจียงป่ าวชิงไปต้อนรับเขาและช่วยถอดเสื้อนอกให้กับเขา กงจี้พูดขึ้น “เจ้ากลับมาครั้งนี้ คนในบ้านกลันแกล้งอะไรเจ้าไหม ?”
เจียงป่ าวชิงส่ายหน้ายิม ๆ ้ “นายท่านหญิงก็แค่เรียกข้าไปพูดเรืองทีไม่เข้าท่าอะไร บางอย่าง ไม่มีอะไรหรอก”
กงจี้ขมวดคิ้ว “เจ้าไม่ต้องไปสนใจนางหรอก”
“แต่จะว่าไปแล้วยังมีอีกเรือง” เจียงป่ าวชิงเปลียนหัวข้อสนทนา “วันนี้ข้าเพิงรู้ ว่าทีจริงแล้วกงหว่านหลงรักศิษย์พีเผย อ้อ และคุณหญิงสองยังอยากให้ข้าช่วย เป็ นคนกลางในการติดต่อด้วยนะ แต่ข้าปฏิเสธไปแล้ว”
เมือเจียงป่ าวชิงพูดถึงเผยหยู่เจ๋อ กงจี้ชะงักไปเล็กน้อย เขามองนางนิง ๆ แต่นาง ยังคงทอดถอนใจอยู่ทีนัน “ข้าคิดว่ากงหว่านเป็ นพวกสมองไม่ดี แต่สายตาของ นางกลับใช้ได้อยู่เหมือนกัน”
ความอดทนของกงจี้ลดตําลงเรือย ๆ
ในทีสุดเจียงป่ าวชิงก็ตระหนักได้ทีหลังว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางมองกงจี้ทีหน้า ดําครําครึด้วยความงุนงงและกะพริบตาปริบ ๆ
กงจี้บีบคางเล็กของเจียงป่ าวชิง “เจ้าห้ามพูดถึงไอ้งังเผยหยู่ เจ๋อนันอีก ” เจียงป่ าวชิงงุนงง
กงจี้เห็นว่านางมีท่าทีงุนงงก็ยิงรู้สึกหงุดหงิด “เขาชอบเจ้าเจ้าไม่รู้รึ ?”
เจียงป่ าวชิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ “อ้อ ทีแท้เจ้าหมายถึงเรืองนี้นีเอง” นางเหลือบ มองกงจี้อย่างมีความสุข “ทีแท้เจ้าก็หึงข้า”
กงจี้ยิมร้ายและขยับเข้าใกล้นางด้วยท่ ้ าทางพร้อมลงโทษ “ข้าคิดว่าช่วงนี้ข้ายุ่ง เกินกว่าจะสังสอนเจ้า จนทําให้เจ้าลืมไปแล้วว่าข้าเป็นคนรุนแรงแค่ไหน”
เจียงป่ าวชิงวิงหนีแต่ ใบหน้านางมีรอยยิม้ “ฮ่า ๆ ๆ ข้าไม่อยากทะเลาะกับเจ้านะ เราควรคุยเรืองสําคัญกันดี ๆ สิ”
กงจี้รู้สึกเสียดายอยู่ในใจเล็กน้อย ภรรยาของเขาเรียนรู้แล้วเพราะเวลามีอะไร ผิดปกติ นางก็จะวิงหนีทันที
“ข้ารู้สึกว่ามันแปลก ๆ” เจียงป่ าวชิงเริมพูดเข้าเรืองอีกครั้ง “แม้ศิษย์พีเผยจะ เป็ นคนทีมีความสามารถ มีความรู้มากและมีคุณลักษณะทีดี…” เจียงป่ าวชิงเพิง บรรยายได้ไม่กีประโยค นางก็เห็นว่าสีหน้าของกงจี้หงุดหงิดขึ้นเรือย ๆ อย่างเห็น ได้ชัด นางจึงหุบปากทันทีและเปลียนทิศทางการพูด
“ก็ศิษย์พีเผยไม่มีเจตนาทีจะทํางานฝ่ ายราชการและยังตัวเปล่า บางคนใน ครอบครัวของเจ้า คําก็สามัญชนธรรมดา สองคําก็ตระกูลทีมีอิทธิพล แบบนี้พวก เขาจะปล่อยให้กงหว่านแต่งออกไปได้รึ ?”
ไม่ใช่ว่าเจียงป่ าวชิงอะไรกับวงศ์ตระกูลของเผยหยู่เจ๋อ แต่นางคิดเกียวกับเรืองนี้ จากมุมมองของบางคนในตระกูลกง นางจึงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
กงจี้หัวเราะ “ในยามปกติเหวินชือเก่งเรืองเสแสร้งเป็ นทีสุด เจ้าเห็นนางบอกกับ เจ้าประมาณว่าฝากให้เจ้าช่วยเป็ นคนกลางในการติดต่อให้หน่อย แต่กลับถูกเจ้า ปฏิเสธ กลับไปนางก็จะบอกกับลูกสาวนางว่านางพยายามอย่างเต็มทีแล้ว แล้ว นางก็จะผลักปัญหามาทีเจ้า อ้อ และทีนางพูดเรืองนี้ต่อหน้านายท่านหญิง จริง ๆ แล้วนางกําลังแอบเตือนนายท่านหญิงว่าหากว่าทางฝังของนายท่านหญิงมี ตัวเลือกอะไรดี ๆ ก็ควรเร่งจัดการให้กงหว่านซะ แบบนี้ ไม่ใช่แค่สามารถรักษา ศักดิ?ศรีไว้ได้แล้ว แต่ยังเก็บเกียวผลประโยชน์ทีแท้จริงได้อีกด้วย เผยหยู่เจ๋อคน นั้นเป็ นเพียงก้อนหินทีนางโยนออกมาก็เท่านั้น”
เจียงป่ าวชิงตกตะลึง นางครุ่นคิดอย่างซับซ้อน “อาเหวินชือเก่งเรืองนั้นขนาดนี้ เลยรึ ?”
“ก็ใช่สิ เจ้าคิดว่าชือเสียงทีดีของนางทัวเมืองหลวงได้มาจากไหนล่ ะ ?” กงจี้ พูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “นันแหละ ข้าก็ แค่ชินกับการเสแสร้งเท่านั้นเอง”